Share

บทที่ 5 ตื่นมาอีกที่

last update publish date: 2026-09-30 02:21:37

ภาพความทรงจำของการก้าวพลาดล้มกลิ้งตกบันไดปูนในโลกเดิมยังคงชัดเจนอยู่ในหัว ประสานทับกับความจริงอันน่าตื่นตะลึงของสถานที่แปลกปลอมและเนื้อผ้าแพรแพรวพราวโบราณที่สวมอยู่บนเรือนร่าง ความสับสนและหวาดระแวงถูกความโกรธเกรี้ยวและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดแผดเผาจนมอดไหม้จนหมดสิ้น

ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พยายามจะทำร้ายหรือพรากชีวิตฉันไปได้อีก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ...ฉันตายไม่ได้เด็ดขาด!

ฉันไม่อยากยอมจำนนให้ผู้ชายหน้าตัวเมียหรือใครหน้าไหนกดขี่ข่มเหงอีกต่อไปแล้ว!

แสงแดดยามสายทอดยาวผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง แสงสีทองสาดส่องกระทบลงบนพื้นเรือนไม้ขัดเงาภายในห้องโถงกว้างขวางโอ่อ่า กลิ่นหอมจาง ๆ ของกำยานไม้กฤษณาและสมุนไพรจีนอบอวลผสมปนเปไปกับความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก

ฉันนั่งทอดกายอยู่หน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ดูเก่าแก่โบราณแต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยมวลสารอาถรรพ์บางอย่างที่ลึกล้ำชวนขนลุก ผู้คนรอบกายต่างสวมชุดจีนโบราณราวกับหลุดออกมาจากกองถ่ายภาพยนตร์ สาวใช้สองคนในชุดเสื้อคลุมยาวรุ่มร่ามกำลังวุ่นวายกับการจัดแต่งชุดแบบเดียวกันและทำทรงผมเกล้าประหลาด ปรนนิบัติพัดวีหวีผมให้ฉันไม่ต่างจากคุณหนูผู้สูงศักดิ์ในตระกูลใหญ่

คนหนึ่งกำลังใช้หวีไม้ประณีตบรรจงสางเรือนผมที่เปียกชื้นและยาวสลวยจนระต้นคออย่างระมัดระวัง ส่วนอีกคนประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีโอสถอุ่นร้อนส่งควันฉุย ก้มตัวลงกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับป้อนยาขมปร่าให้ฉันดื่มเพื่อประthansอาการไข้หวัดจากการสำลักน้ำ

ทว่า ความรู้สึกมึนงงและสับสนในหัวกลับรุนแรงยิ่งกว่ารสชาติขมจัดของยาในถ้วยเสียเป็นร้อยเท่า

"เจ้าเด็กคนนี้ ...อยากตายนักใช่ไหมถึงได้คิดสั้นกระโดดน้ำหนีงานแต่งตัวปัญหาแบบนี้! เจ้าคิดว่าทำตัวดื้อรั้นประชดชีวิตแล้วตระกูลเราจะไม่เดือดร้อนรึไง!"

เสียงทุ้มห้าวที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและเหลืออดดังแผดก้องขึ้นจากทางด้านหลัง บุรุษวัยกลางคนในอาภรณ์ผ้าแพรปักลายหรูหรา ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงด้วยความหัวเสีย เขากำลังยืนกอดอกเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวาย ถ้อยคำที่เขาร่ายยาวออกมาด้วยสำเนียงโบราณเต็มไปด้วยความเดือดดาล พุ่งเป้ามาที่การกระทำของร่างนี้—คนที่ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร และเรื่องงานแต่งงานบ้าบออะไรนั่น ฉันก็ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยเลยสักนิด!

ข้างกายกันนั้น มีหญิงวัยไล่เลี่ยกันในชุดจีนโบราณปักลายประณีตงดงามกำลังใช้ผ้าแพรเนื้อดีซับน้ำตาป้อย ๆ นางสะอื้นฮักจนตัวโยน ร่ำไห้คร่ำครวญด้วยถ้อยคำตัดพ้อเจือความเวทนาและหวาดกลัว ปนเสียงบ่นตัดพ้อเรื่องงานมงคลสมรสที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอย่างน่าปวดหัว

ฉันได้แต่นั่งนิ่งเป็นหิน ปล่อยให้เสียงด่าทอและเสียงร้องไห้ฟูมฟายลอยผ่านหูไปอย่างไร้ความหมาย สมองขาวโพลนตื้อตันจนนึกไม่ออกว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับชีวิตกันแน่ 

ภาพสุดท้ายที่จำได้แม่นยำคือความมืดทึบของบันไดหนีไฟในออฟฟิศ อาการก้าวพลาดลื่นไถล และความเจ็บแปล๊บที่ท้ายทอยก่อนสติจะดับวูบไป แล้วทำไมพอลืมตาขึ้นมาอีกที ฉันถึงมานั่งหัวโด่อยู่ในเรือนไม้จีนโบราณ ท่ามกลางคนแปลกหน้าที่เอาแต่โวยวายใส่เรื่องอะไรก็ไม่รู้แบบนี้กันละเนี่ย?

ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน ไม่รู้ว่าตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของใคร และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของร่างเดิมไปทำอีท่าไหนถึงได้ตกลงไปในสระน้ำ

ทำไมฉันต้องมาซวยข้ามภพข้ามชาติแบบนี้!

ในจังหวะที่ฉันกำลังนั่งมึนเบลอ สมองตื้อตันจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ และพยายามเรียบเรียงความคิดอันยุ่งเหยิง สาวใช้คนสนิทที่ยืนก้มหน้าสำรวมอยู่ด้านข้างก็ขยับกายเข้ามาใกล้ นางยิ้มบางเบาให้พอรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยสำเนียงจีนโบราณที่ฟังยากหูไปสักหน่อย แต่เมื่อตั้งสตั้งสติฟังดี ๆ ก็พอจะจับใจความได้ นางประคองกระจกทองเหลืองขัดเงาวับขึ้นมาถือไว้ตรงหน้า เพื่อให้ฉันได้สำรวจความเรียบร้อยของตนเอง

​ฉันกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงงงวยระคนหวาดระแวง ก่อนจะกวาดสายตาเลื่อนไปมองเงาสะท้อนที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนพื้นผิวโลหะขัดมันตรงหน้า

​พรึ่บ!

​ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้นจนแทบถลุดออกจากเบ้า ลมหายใจสะดุดกึกค้างเติ่งกลางลำคอ ร่างกายแข็งทื่อราวกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านผ่านไขสันหลังจนขนลุกชันไปทั้งตัว

"​เอ๊ะ ...นี่มัน ...หน้าใครเนี่ย?!"

​ด้วยความตื่นตระหนกและไม่เชื่อสายตาตัวเอง มือสั่นเทาข้างหนึ่งยกขึ้นหยิกแก้มตัวเองอย่างแรงจนเนื้อนวลขึ้นรอยแดงเถือก

"​โอ๊ย! เจ็บ!"

​นี่ไม่ใช่ความฝันแน่ ๆ! ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บขึ้นมาเต็มเลย

​แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับยิ่งทำให้ฉันตกใจหนักกว่าเดิม เพราะภาพสะท้อนออกมาไม่ได้จางหายไปไหน 

นางยังคงจ้องมองฉันด้วยดวงตากลมโตฉ่ำน้ำดั่งลูกกวางป่า เป็นประกายใสระยิบระยับราวกับมีดวงดาวนับพันซ่อนอยู่ภายใน ขนตางอนหนาดั่งปีกจักจั่นทอดเงาลงบนพวงแก้มเนียนละเอียดรับกับคิ้วโก่งเรียวสวยดั่งคันศร ริมฝีปากอิ่มเอิบสีชาดระเรื่อธรรมชาติรับกับโครงหน้ารูปไข่ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

​ผิวพรรณผุดผ่องเนียนนุ่มดั่งหยกขาวชั้นดีที่ถูกเจียระไนมาอย่างประณีตบรรจง ไรผมสีดำขลับเรียงตัวสวยรับกับกรอบหน้าขาวผ่องอย่างเป็นธรรมชาติ และแม้กระทั่งปลายนิ้วเล็บยังเปล่งประกายสีชมพูระเรื่อสุขภาพดีโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องสำอางแต่งแต้มเลยสักนิด

​นี่คือความงดงามที่เหนือล้ำเกินกว่าจินตนาการของมนุษย์ในโลกใบเดิมจะสรรสร้างขึ้นได้ มันคือความงามระดับล่มเมือง สวยหยาดเยิ้มสะกดทุกสายตา และงดงามที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นผู้หญิงคนไหนในชีวิตนี้มาตั้งแต่เกิด รูปร่างบอบบาง หน้าตา เส้นผม และผิวพรรณ ทุกตารางนิ้วสมบูรณ์แบบไร้ที่ติจนแม้แต่ตัวฉันเองที่เพิ่งหลงเข้ามาอยู่ในร่างนี้ยังต้องนิ่งอึ้งค้างเติ่งไปกับความงามจนพูดไม่ออก

​"ให้ตายเถอะ ...หน้าตาแบบนี้มันอะไรกันเนี่ย สวยชะมัดยาด .."

 ฉันหลุดปากอุทานออกมาด้วยภาษาปัจจุบันเต็มปากเต็มคำอย่างไร้การควบคุม ลืมตัวไปชั่วขณะว่ากำลังยืนอยู่ท่ามกลางคนโบราณ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 50 สวามีของฉัน

    ​เอี๊ยดดด!​ประตูรถถูกปลดล็อก เสวียนอี้เฉินก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินมาเปิดประตูฝั่งฉัน แล้วก้มลงมองด้วยรอยยิ้มบางเบาที่แฝงความโหยหาไว้เต็มเปี่ยม​"ไปคุยกันต่อในบ้านไหม?"​ภายในห้องรับแขกบ้านของเขา แสงอุ่นๆ ส่องผ่านม่านขาวเข้ามา ฉันเดินง่วนไปมาทั่วห้อง มือไม้สั่นเทา ลมหายใจปั่นป่วนจนทำอะไรไม่ถูก สมองที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนมีตรรกะบัดนี้ขาวโพลนไปหมด​"จะเดินไปเดินมาอีกนานไหม?" เสวียนอี้เฉินที่นั่งอยู่บนโซฟาไม้เอ่ยทัก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ต่างจากฉันที่สติแตกไปเรียบร้อยแล้ว​"คุณ...เอ่อ..นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" ฉันหยุดก้าวเดิน หันไปมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ​เสวียนอี้เฉินเอนหลังพิงเบาะ สายตากวาดมองสำรวจรอบบ้าน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำลึกล้ำ "หลังจากโดนธนูยิงในวันนั้น...ฉันคิดว่าตัวเองคงตายไปแล้ว แต่ท่านพ่อ...ทำพิธีบางอย่างแปดวันแปดคืนเต็มๆ ฉันจำได้เลื่องลางว่าท่านทำพิธีย้ายจิต ไม่คิดเลยว่ามันจะย้ายมาในสภาพที่เป็นใบหน้าตนเอง แล้วยังมาอยู่ในยุคที่มีภรรยาตัวเองอยู่..."​เขายกมือขึ้นชูแหวนหยกบนนิ้วชี้ของเขาที่แลกเปลี่ยนกัน "ฉันฟื้นขึ้นมาที่บ้านหลังนี้ ในร่างน

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 49 คุ้นเคย

    หลังจากค่ำคืนเทศกาลไหว้พระจันทร์อันสับสนอลหม่านผ่านพ้นไป ฉันก็นึกว่าชีวิตของตัวเองได้ผ่านจุดที่พีคที่สุดไปแล้ว...แต่เปล่าเลย ความจริงอันน่าตกตะลึงกลับเพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก​จะมีใครบนโลกใบนี้ที่มีชีวิตเฮงซวยและเต็มไปด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติเท่าฉันอีกไหม?​บังเอิญทะลุมิติข้ามภพข้ามชาติไปช่วยชีวิตผู้ชายใจร้าย ใจดำ ใจยักษ์ แต่ดันมีสถานะเป็น 'สามี' ในยุคโบราณ ทุ่มเทกายใจช่วยเขาแทบตาย ทว่าสุดท้ายกลับช่วยเขาไม่ได้...ตื่นขึ้นมาอีกทีร่างกายกลับฟื้นคืนสติอยู่ในยุคปัจจุบัน พร้อมรอยแผลเป็นตรงหน้าบันไดบ้านตัวเอง​กลับมาใช้ชีวิตสงบสุขได้ไม่ทันไร โลกหมุนเหวี่ยงให้ผู้ชายที่มีใบหน้า น้ำเสียง และแววตาเหมือนสามีในอดีตคนนั้น เดินเข้ามาเป็นเจ้านายคนใหม่ในออฟฟิศซะงั้น​ฉันคงเป็นบ้า...สมองคงกระทบกระเทือนตอนตกบันไดวันนั้นแน่ๆกึกทกึก​"คุณเหม่ยซิน ช่วยไปธุระกับผมหน่อย"​น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นเหนือโต๊ะทำงานของฉันในเช้าวันถัดมา เสวียนอี้เฉินในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกง ดวงตาคมกริบจ้องมองผ่านกรอบแว่นหนาเตอะของฉันลงมา นัยน์ตาคู่นั้นล้ำลึกจนยากจะคาดเดาความรู้สึก​ฉันละสายตาจากหน้

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 48 หอมกลิ่นหวนคืน

    กลิ่นอายความอบอุ่นที่เจือจางมาเนิ่นนานในบ้านหลังเก่า บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยรอยยิ้มและบรรยากาศที่แปลกตาไปจากเดิม ภาพของพ่อที่เคยนั่งกอดขวดสุราส่งกลิ่นคละคลุ้งจนน่าปวดหัว บัดนี้กลับวางตัวเป็นหลักยศหลักฐานคอยช่วยประคับประคองดูแลแม่ยามเจ็บไข้ มือคู่นั้นที่เคยสั่นเทาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เลิกราจากการดื่มมาได้หลายเดือนจนแววตาเริ่มกลับมามีประกายความหวังอีกครั้ง ส่วนน้องชายตัวแสบที่เคยเอาแต่แบมือขอเงินไปผลาญกับเรื่องไร้สาระ ก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขารู้จักช่วยงานแบ่งเบาภาระ และตั้งใจเรียนจนน่าชื่นใจ โลกปัจจุบันที่เคยพังทลายลงตรงหน้าบันไดวันนั้น กลับค่อย ๆ ถูกซ่อมแซมให้กลับมามั่นคงด้วยความรักและความใส่ใจของคนในครอบครัว​เมื่อสภาพจิตใจและร่างกายฟื้นฟูจนกลับมาแข็งแกร่งเป็นปกติ ฉันจึงตัดสินใจก้าวออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกอีกครั้ง โดยเลือกที่จะกลับมาทำงานในสายอาชีพเดิมงานบัญชีตัวเลขที่คุ้นเคย​บริษัทใหม่ที่เข้ามาเทคโอเวอร์กิจการและล้างบางระบบเก่าจนสะอาดหมดจดแห่งนี้ ไม่มีหลงเหลือพนักงานชายใจร้ายชุดเดิมที่เคยสร้างแผลเป็นในใจให้อีกต่อไป บรรยากาศการทำงานที่นี่เต็มไปด้วยความเท่าเทียม ความหลา

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 47 กลับมา

    กลิ่นไอเย็นยะเยือกของโรงพยาบาลสีขาวสะอาดตา เสียงเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพติ๊ด...ติ๊ด...จังหวะสม่ำเสมอ และแสงไฟนีออนสีนวลที่ส่องกระทบเพดาน คือสิ่งแรกที่ดึงฉันกลับคืนสู่โลกแห่งความจริง​โลกที่ไม่มีแม้แต่เงาของคนร้ายกาจอย่างอี้เฉิน ไม่มีสระบัว ไม่มีกลิ่นอายจีนโบราณ และไม่มี...ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเข้มที่ยอมเอาชีวิตเข้ามารับลูกธนูแทนฉันอีกต่อไปแล้ว​"อึก..."​ฉันส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ เปลือกตากะพริบถี่เพื่อปรับรับแสงสว่าง ความเจ็บปวดแปล๊บแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกท่อนถูกนำไปบดขยี้แล้วประกอบใหม่ ลมหายใจหอบสะท้านด้วยความเคว้งคว้างและตื่นตระหนก สมองยังคงติดตรึงอยู่กับภาพหยดเลือดสีแดงฉานที่ไหลรินลงมาอาบทั่วแผ่นอกแกร่ง ภาพที่เขายิ้มให้ฉันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดสติไปในอ้อมแขน​หัวใจของฉันบีบรัดแน่นจนแทบแหลกสลาย ความเจ็บปวดร้าวรานในอกมันชัดเจนเสียจนฉันเผลอยกมือขึ้นคว้าคว้างกลางอากาศ น้ำตาอุ่นพรั่งพรูทะลักออกมาจากหางตาอย่างไร้การควบคุม เสียงแหบแห้งหลุดรอดจากริมฝีปากที่แห้งผากเรียกหาชื่อของคนที่ติดอยู่ในใจ​"อี้เฉิน...ท่านอ๋อง...อย่าทิ้งฉันไป..."​เสียงพึมพำเรียกหาดังสะท้อนก้องอยู

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 46 ต้นตอ

    แสงเทียนบนโต๊ะไม้จันทน์ดำวูบไหวตามแรงลมหนาวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสา กลิ่นกำยานเจือจางในห้องหนังสืออันเงียบสงบ แต่บนหน้ากระดาษสมุดบันทึกเก่า เต็มไปด้วยร่องรอยอักษรที่คงกลิ่นอายโลหิตของอดีตคละคลุ้งราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานณ จวนตระกูลใหญ่ที่ตั้งตระหง่านท้าทายอำนาจ ท่ามกลางความโอ่อ่าและเกียรติยศที่ผู้คนต่างพากันก้มหัวให้ เบื้องหลังประตูบานใหญ่กลับซ่อนเรื่องราวหยาดน้ำตาและคราบเลือดเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน ภรรยาเอกผู้เป็นดั่งดวงใจของผู้นำตระกูลได้ให้กำเนิดบุตรชายทายาทสายเลือดบริสุทธิ์ที่ควรจะเติบโตมาอย่างสง่างาม ทว่าการมีอยู่ของสองแม่ลูกกลับกลายเป็นหนามยอกอกของ "ฮูหยินรอง" ผู้ซ่อนความริษยาและจิตใจอันดำมืดไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน นางเกลียดชังที่ตำแหน่งและอำนาจทุกอย่างกำลังจะถูกแย่งชิงไปในคืนที่ลมหนาวพัดกระโชกแรงแม่แท้ ๆ ของเด็กน้อยก็สิ้นใจลงอย่างปริศนาบนเตียงนอน ท่ามกลางความมืดมิดที่ไม่มีแม้แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือ ขณะที่ผู้นำตระกูลผู้เป็นสามีและพ่อ กลับเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการเมืองและการชิงอำนาจในราชสำนัก จนหลงลืมแม้กระทั่งสตรีที่ตนเคยพร่ำบอกว่ารักเมื่อสิ้นไร้เกราะคุ้มกันจากมา

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 45 เจ็บ

    แสงคบเพลิงสว่างไสวเป็นทางยาวตัดผ่านความมืด ทันใดนั้น เงาร่างของบุรุษบนหลังม้าสีดำสนิทก็ควบผ่านพ้นพุ่มไม้ไปไม่ไกล ชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่ซุ่มอยู่พากันตะโกนลั่นด้วยความแค้นเคือง "นั่นไง! ฆาตกรเสื้อคลุมทมิฬ! มันคือท่านอ๋องสารเลวคนนั้น!" พวกเขารีบวิ่งกรูตามรอยเท้ามาจนถึงลานพิธีเบื้องหลังหุบเหว ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้เลือดในกายของทุกคนเดือดพล่านจนแทบคลั่งท่านอ๋องในสภาพเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนคาวเลือด ดวงตาสงบนิ่งอย่างไร้สติ กำลังยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางร่างของหญิงสาวชาวบ้านนับสิบคนที่ถูกมัดและหวาดกลัวจนสั่นเทา ด้านข้างมีแท่นพิธีและคราบเลือดสยดสยอง ความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานานระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก ชาวบ้านที่ขาดสติเพราะความสูญเสียและเสียใจอย่างสุดซึ้ง พากันพุ่งเข้าหาร่างที่ยืนนิ่งราวกับหุ่นยนต์ทันที "ฆาตกรโฉดแกพรากแก้วตาดวงใจของพวกข้าไป!" เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคืองดังระงมท่อนไม้และจอบเสียมถูกระดมฟาดฟันลงมาอย่างไร้ความปรานี เสียงเนื้อกระทบไม้ดังทึบ ๆ สลับกับเสียงคมดาบที่พุ่งเข้าฟันแทงร่างของท่านอ๋องจนเสื้อผ้าขาดวิ่น โลหิตสีแดงฉานไหลทะลักย้อมอาภรณ์จนชุ่มโชก ทว่าท่านอ๋องใน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status