Teilen

บทที่ 4 ถ้าเลือกได้

last update Veröffentlichungsdatum: 30.09.2026 02:20:51

​ตูม!

​มวลน้ำเย็นจัดโถมเข้ากระแทกโสตประสาทอย่างรุนแรงจนแก้วหูแทบปริแตก กลิ่นคาวโคลนและกลิ่นบอบช้ำของกลีบดอกบัวสดคละคลุ้งปะปนกับรสเค็มปร่าของน้ำที่ทะลักเข้าสู่ช่องปากและลำคออย่างบ้าคลั่ง

​ความมืดมิดใต้ผืนน้ำแผ่ขยายตัวออกราวกับปากอสูรที่อ้ากว้างกลืนกินทุกสิ่ง แรงกดดันมหาศาลจากมวลน้ำรอบกายบีบรัดหน้าอกจนแน่นทึบ

ลมหายใจเฮือกสุดท้ายถูกบีบเค้นจนหมดสิ้น ความเจ็บปวดร้าวลึกจากศีรษะที่พุ่งพล่านขึ้นมาซัดส่ายแข่งกับความเย็นยะเยือกที่กัดกินลงไปถึงไขกระดูก

​เกิดอะไรขึ้น ...ทำไมฉันถึงมาจมน้ำอยู่ตรงนี้?

ภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบลงไม่ใช่ผืนน้ำระยิบระยับหรือสวนดอกบัวกลิ่นหอมหวลแห่งนี้ แต่เป็นความมืดทึบอับชื้นของบันไดหนีไฟในตึกสำนักงาน

ภาพที่ฉันกำลังกอดแฟ้มเอกสารหนักอึ้งจนแขนชาแล้วก้าวพลาดลื่นไถล ร่างกายผอมแห้งกลิ้งตกกระแทกขั้นบันไดปูนซีเมนต์แข็งเป๊กอย่างแรง

ศีรษะกระแทกพื้นปูนเสียงดังสนั่นจนสมองสั่นสะเทือนพร่ามัวก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง ...

แล้วทำไม ...

ทำไมตอนนี้ฉันถึงตกลงมาสำลักน้ำใกล้ตายอยู่ในสระน้ำกว้างใหญ่นี้ได้

ถ้าฉันตาย ...ที่บ้านจะอยู่กันอย่างไร?

ท่ามกลางความหนาวเหน็บและความหวาดกลัวที่บีบรัดหัวใจ ภาพของคนในครอบครัวผุดซ้อนขึ้นมาในห้วงสำนึกอย่างชัดเจน พวกเขามีเพียงฉัน..

มีเพียงเงินหยาดเหงื่อไม่กี่บาทของฉันที่เป็นเสาหลักค้ำจุนไม่ให้ครอบครัวพังทลายลง หากฉันมาตายอย่างไร้ค่าที่นี่ ไม่ใช่ที่สำนักงานอย่างที่ควรจะเป็น แล้วเงินประกันที่บ้านจะได้ไหม?

จะทำให้คนข้างหลังต้องเผชิญกับนรกบนดินขนาดไหน หนี้สินพะเนินเทินทึก บ้านที่กำลังจะถูกยึด และความไร้ทางออกจะบดขยี้พวกเขาให้แหลกสลายตามไปด้วย

ฉันยังตายไม่ได้ ...

ฉันจะมาตายตรงนี้ไม่ได้เด็ดขาด!

ในห้วงวิกฤตแห่งความเป็นความตายที่จิตสำนึกกรีดร้องต้านทาน แรงปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่พุุ่่งพล่านขึ้นมาขัดขืนความมืดมิด

วื้บบบ~

ทันใดนั้น เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก็เคลื่อนไหวแหวกว่ายแหวกกระแสน้ำวนเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็วดุจภูตผี

ดวงตาสีดำสนิทที่สะท้อนประกายความอำมหิตคู่หนึ่งจ้องมองทะลุผ่านม่านน้ำ ใบหน้าของบุรุษชุดดำโบราณผู้นั้นงดงามราวกับเทพเซียนหลุดออกมาจากภาพวาด โครงหน้าคมคายรับกับสันจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากที่ยกยิ้มเยือกเย็น ทว่าความงดงามนั้นกลับซ่อนรังสีสังหารที่ทำให้เลือดในกายแข็งตัว

เขาโน้มกายเข้ามาใกล้ ยื่นมือเรียวยาวดั่งหยกขาวออกมาราวกับจะฉุดดึงฉันขึ้นไปจากห้วงมรณะ ความหวังอันริบหรี่วาบขึ้นในอก ...เขากำลังจะช่วยฉัน

ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบสัมผัสลงบนลำคอ มือคู่นั้นกลับไม่ได้คว้าจับเพื่อดึงขึ้นไป แต่ปลายนิ้วแข็งดั่งเหล็กกล้ากลับออกแรงบีบรัดเข้าที่ลำคอของฉันอย่างโหดเหี้ยม!

อึก!

ความเจ็บปวดแผ่ซ่านลามเลียไปทั่วหลอดลม แรงบีบมหาศาลตัดขาดอากาศน้อยนิดที่เหลืออยู่

สติที่กำลังจะฟื้นคืนกลับถูกกระชากลงสู่ความมืดมิดอีกครั้ง ความตระหนกและภาพหลอนภายในจิตใจตีรวนจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือเรื่องจริง

ไอ้สารเลว ...มันคิดจะฆ่าฉัน! แม้แต่จะตาย ฉันก็จะไม่ยอมจำนนให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น!

มือทั้งสองข้างของฉันตะกุยตะกาย ปัดป้อง และจิกข่วนลงไปบนแขนเสื้อผ้าแพรเนื้อดีของชายชุดดำอย่างบ้าคลั่ง

สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดแผดเผาจนลมหายใจที่ขาดห้วงพยายามฮือกเฮือกสุดท้ายเพื่อต่อสู้ขัดขืน

ทว่า ในวินาทีที่สติกำลังจะดับวูบลงพร้อมกับภาพหลอนอันน่าสะพรึงกลัวนั้น แรงกระชากอีกสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาปะทะ ร่างของฉันถูกกระชากถอยหลังหลุดพ้นจากกรงเล็บมรณะอย่างแรง!

ซ่าส์!

ฉันพุ่งทะยานขึ้นพ้นผิวน้ำ อ้าปากโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่งจนสำลักน้ำออกมาเป็นชุด

ร่างกายสั่นเทิรดด้วยความหนาวเหน็บจนฟันกระทบกันดังกรอด มือทั้งสองข้างตะกุยตะกายไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว จนกระทั่งฝ่ามือไปสัมผัสถูกขอบสระหินอ่อนอุ่นชื้น

หยดน้ำสีชาดและน้ำใสปะปนเปกันหยดติ๋งจากไรผมที่ลู่แนบแก้มซูบตอบ

ฉันหอบหายใจรุนแรง หน้าอกกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนกหวาดผวา กวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความสับสนมึนงง

เบื้องหน้าของฉันในเวลานี้ ไม่ใช่เงาร่างสีดำมรณะที่พยายามจะบีบคอฉันเมื่อครู่

แต่เป็นร่างสูงโปร่งในชุดบัณฑิตสีขาวสะอาดที่เปียกโชกไปด้วยน้ำ เขากำลังยืนอยู่เคียงข้างขอบสระด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด หยดน้ำตาอุ่นร้อนร่วงเผาะลงจากดวงตาของเขาผสมกับหยาดน้ำบนใบหน้า ขณะที่มือทั้งสองข้างยังคงยื่นค้างเติ่งจากการพยายามดึงฉันขึ้นมาจากก้นสระ

"จื่อรั่ว ...เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! ทำไมถึงคิดสั้นเช่นนี้! ลืมคำสัญญาที่เราให้ไว้ใต้ต้นท้อแล้วหรือไร!"

เสียงทุ้มที่สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวและห่วงใยดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ทว่าฉันกลับไม่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นอย่างชัดเจนนัก หูอื้ออึง หัวใจเต้นโครมครามรัวราวกองศึก ความหวาดกลัวจากการสำลักน้ำและความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ลำคอยังคงหลงเหลืออยู่ชัดเจน แม้จะไม่มีร่องรอยของมือใครบีบรัดอยู่แล้วก็ตามที

ฉันยกมือสั่นเทาขึ้นกุมลำคอของตัวเอง ลมหายใจหอบกระชั้นถี่รัว กวาดสายตามองมือที่สั่นเทาของตนเองที่เปรอะเปื้อนคราบโคลนและหยดเลือดที่ไหลซึมจากขมับ

ฉันยังไม่ตาย ...แต่ที่นี่มันที่ไหนกันแน่ ทำไมฉันถึงไม่ได้นอนอยู่ตรงบันไดหนีไฟที่ตึกนั้น

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 50 สวามีของฉัน

    ​เอี๊ยดดด!​ประตูรถถูกปลดล็อก เสวียนอี้เฉินก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินมาเปิดประตูฝั่งฉัน แล้วก้มลงมองด้วยรอยยิ้มบางเบาที่แฝงความโหยหาไว้เต็มเปี่ยม​"ไปคุยกันต่อในบ้านไหม?"​ภายในห้องรับแขกบ้านของเขา แสงอุ่นๆ ส่องผ่านม่านขาวเข้ามา ฉันเดินง่วนไปมาทั่วห้อง มือไม้สั่นเทา ลมหายใจปั่นป่วนจนทำอะไรไม่ถูก สมองที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนมีตรรกะบัดนี้ขาวโพลนไปหมด​"จะเดินไปเดินมาอีกนานไหม?" เสวียนอี้เฉินที่นั่งอยู่บนโซฟาไม้เอ่ยทัก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ต่างจากฉันที่สติแตกไปเรียบร้อยแล้ว​"คุณ...เอ่อ..นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" ฉันหยุดก้าวเดิน หันไปมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ​เสวียนอี้เฉินเอนหลังพิงเบาะ สายตากวาดมองสำรวจรอบบ้าน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำลึกล้ำ "หลังจากโดนธนูยิงในวันนั้น...ฉันคิดว่าตัวเองคงตายไปแล้ว แต่ท่านพ่อ...ทำพิธีบางอย่างแปดวันแปดคืนเต็มๆ ฉันจำได้เลื่องลางว่าท่านทำพิธีย้ายจิต ไม่คิดเลยว่ามันจะย้ายมาในสภาพที่เป็นใบหน้าตนเอง แล้วยังมาอยู่ในยุคที่มีภรรยาตัวเองอยู่..."​เขายกมือขึ้นชูแหวนหยกบนนิ้วชี้ของเขาที่แลกเปลี่ยนกัน "ฉันฟื้นขึ้นมาที่บ้านหลังนี้ ในร่างน

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 49 คุ้นเคย

    หลังจากค่ำคืนเทศกาลไหว้พระจันทร์อันสับสนอลหม่านผ่านพ้นไป ฉันก็นึกว่าชีวิตของตัวเองได้ผ่านจุดที่พีคที่สุดไปแล้ว...แต่เปล่าเลย ความจริงอันน่าตกตะลึงกลับเพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก​จะมีใครบนโลกใบนี้ที่มีชีวิตเฮงซวยและเต็มไปด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติเท่าฉันอีกไหม?​บังเอิญทะลุมิติข้ามภพข้ามชาติไปช่วยชีวิตผู้ชายใจร้าย ใจดำ ใจยักษ์ แต่ดันมีสถานะเป็น 'สามี' ในยุคโบราณ ทุ่มเทกายใจช่วยเขาแทบตาย ทว่าสุดท้ายกลับช่วยเขาไม่ได้...ตื่นขึ้นมาอีกทีร่างกายกลับฟื้นคืนสติอยู่ในยุคปัจจุบัน พร้อมรอยแผลเป็นตรงหน้าบันไดบ้านตัวเอง​กลับมาใช้ชีวิตสงบสุขได้ไม่ทันไร โลกหมุนเหวี่ยงให้ผู้ชายที่มีใบหน้า น้ำเสียง และแววตาเหมือนสามีในอดีตคนนั้น เดินเข้ามาเป็นเจ้านายคนใหม่ในออฟฟิศซะงั้น​ฉันคงเป็นบ้า...สมองคงกระทบกระเทือนตอนตกบันไดวันนั้นแน่ๆกึกทกึก​"คุณเหม่ยซิน ช่วยไปธุระกับผมหน่อย"​น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นเหนือโต๊ะทำงานของฉันในเช้าวันถัดมา เสวียนอี้เฉินในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกง ดวงตาคมกริบจ้องมองผ่านกรอบแว่นหนาเตอะของฉันลงมา นัยน์ตาคู่นั้นล้ำลึกจนยากจะคาดเดาความรู้สึก​ฉันละสายตาจากหน้

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 48 หอมกลิ่นหวนคืน

    กลิ่นอายความอบอุ่นที่เจือจางมาเนิ่นนานในบ้านหลังเก่า บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยรอยยิ้มและบรรยากาศที่แปลกตาไปจากเดิม ภาพของพ่อที่เคยนั่งกอดขวดสุราส่งกลิ่นคละคลุ้งจนน่าปวดหัว บัดนี้กลับวางตัวเป็นหลักยศหลักฐานคอยช่วยประคับประคองดูแลแม่ยามเจ็บไข้ มือคู่นั้นที่เคยสั่นเทาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เลิกราจากการดื่มมาได้หลายเดือนจนแววตาเริ่มกลับมามีประกายความหวังอีกครั้ง ส่วนน้องชายตัวแสบที่เคยเอาแต่แบมือขอเงินไปผลาญกับเรื่องไร้สาระ ก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขารู้จักช่วยงานแบ่งเบาภาระ และตั้งใจเรียนจนน่าชื่นใจ โลกปัจจุบันที่เคยพังทลายลงตรงหน้าบันไดวันนั้น กลับค่อย ๆ ถูกซ่อมแซมให้กลับมามั่นคงด้วยความรักและความใส่ใจของคนในครอบครัว​เมื่อสภาพจิตใจและร่างกายฟื้นฟูจนกลับมาแข็งแกร่งเป็นปกติ ฉันจึงตัดสินใจก้าวออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกอีกครั้ง โดยเลือกที่จะกลับมาทำงานในสายอาชีพเดิมงานบัญชีตัวเลขที่คุ้นเคย​บริษัทใหม่ที่เข้ามาเทคโอเวอร์กิจการและล้างบางระบบเก่าจนสะอาดหมดจดแห่งนี้ ไม่มีหลงเหลือพนักงานชายใจร้ายชุดเดิมที่เคยสร้างแผลเป็นในใจให้อีกต่อไป บรรยากาศการทำงานที่นี่เต็มไปด้วยความเท่าเทียม ความหลา

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 47 กลับมา

    กลิ่นไอเย็นยะเยือกของโรงพยาบาลสีขาวสะอาดตา เสียงเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพติ๊ด...ติ๊ด...จังหวะสม่ำเสมอ และแสงไฟนีออนสีนวลที่ส่องกระทบเพดาน คือสิ่งแรกที่ดึงฉันกลับคืนสู่โลกแห่งความจริง​โลกที่ไม่มีแม้แต่เงาของคนร้ายกาจอย่างอี้เฉิน ไม่มีสระบัว ไม่มีกลิ่นอายจีนโบราณ และไม่มี...ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเข้มที่ยอมเอาชีวิตเข้ามารับลูกธนูแทนฉันอีกต่อไปแล้ว​"อึก..."​ฉันส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ เปลือกตากะพริบถี่เพื่อปรับรับแสงสว่าง ความเจ็บปวดแปล๊บแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกท่อนถูกนำไปบดขยี้แล้วประกอบใหม่ ลมหายใจหอบสะท้านด้วยความเคว้งคว้างและตื่นตระหนก สมองยังคงติดตรึงอยู่กับภาพหยดเลือดสีแดงฉานที่ไหลรินลงมาอาบทั่วแผ่นอกแกร่ง ภาพที่เขายิ้มให้ฉันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดสติไปในอ้อมแขน​หัวใจของฉันบีบรัดแน่นจนแทบแหลกสลาย ความเจ็บปวดร้าวรานในอกมันชัดเจนเสียจนฉันเผลอยกมือขึ้นคว้าคว้างกลางอากาศ น้ำตาอุ่นพรั่งพรูทะลักออกมาจากหางตาอย่างไร้การควบคุม เสียงแหบแห้งหลุดรอดจากริมฝีปากที่แห้งผากเรียกหาชื่อของคนที่ติดอยู่ในใจ​"อี้เฉิน...ท่านอ๋อง...อย่าทิ้งฉันไป..."​เสียงพึมพำเรียกหาดังสะท้อนก้องอยู

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 46 ต้นตอ

    แสงเทียนบนโต๊ะไม้จันทน์ดำวูบไหวตามแรงลมหนาวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสา กลิ่นกำยานเจือจางในห้องหนังสืออันเงียบสงบ แต่บนหน้ากระดาษสมุดบันทึกเก่า เต็มไปด้วยร่องรอยอักษรที่คงกลิ่นอายโลหิตของอดีตคละคลุ้งราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานณ จวนตระกูลใหญ่ที่ตั้งตระหง่านท้าทายอำนาจ ท่ามกลางความโอ่อ่าและเกียรติยศที่ผู้คนต่างพากันก้มหัวให้ เบื้องหลังประตูบานใหญ่กลับซ่อนเรื่องราวหยาดน้ำตาและคราบเลือดเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน ภรรยาเอกผู้เป็นดั่งดวงใจของผู้นำตระกูลได้ให้กำเนิดบุตรชายทายาทสายเลือดบริสุทธิ์ที่ควรจะเติบโตมาอย่างสง่างาม ทว่าการมีอยู่ของสองแม่ลูกกลับกลายเป็นหนามยอกอกของ "ฮูหยินรอง" ผู้ซ่อนความริษยาและจิตใจอันดำมืดไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน นางเกลียดชังที่ตำแหน่งและอำนาจทุกอย่างกำลังจะถูกแย่งชิงไปในคืนที่ลมหนาวพัดกระโชกแรงแม่แท้ ๆ ของเด็กน้อยก็สิ้นใจลงอย่างปริศนาบนเตียงนอน ท่ามกลางความมืดมิดที่ไม่มีแม้แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือ ขณะที่ผู้นำตระกูลผู้เป็นสามีและพ่อ กลับเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการเมืองและการชิงอำนาจในราชสำนัก จนหลงลืมแม้กระทั่งสตรีที่ตนเคยพร่ำบอกว่ารักเมื่อสิ้นไร้เกราะคุ้มกันจากมา

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 45 เจ็บ

    แสงคบเพลิงสว่างไสวเป็นทางยาวตัดผ่านความมืด ทันใดนั้น เงาร่างของบุรุษบนหลังม้าสีดำสนิทก็ควบผ่านพ้นพุ่มไม้ไปไม่ไกล ชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่ซุ่มอยู่พากันตะโกนลั่นด้วยความแค้นเคือง "นั่นไง! ฆาตกรเสื้อคลุมทมิฬ! มันคือท่านอ๋องสารเลวคนนั้น!" พวกเขารีบวิ่งกรูตามรอยเท้ามาจนถึงลานพิธีเบื้องหลังหุบเหว ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้เลือดในกายของทุกคนเดือดพล่านจนแทบคลั่งท่านอ๋องในสภาพเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนคาวเลือด ดวงตาสงบนิ่งอย่างไร้สติ กำลังยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางร่างของหญิงสาวชาวบ้านนับสิบคนที่ถูกมัดและหวาดกลัวจนสั่นเทา ด้านข้างมีแท่นพิธีและคราบเลือดสยดสยอง ความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานานระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก ชาวบ้านที่ขาดสติเพราะความสูญเสียและเสียใจอย่างสุดซึ้ง พากันพุ่งเข้าหาร่างที่ยืนนิ่งราวกับหุ่นยนต์ทันที "ฆาตกรโฉดแกพรากแก้วตาดวงใจของพวกข้าไป!" เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคืองดังระงมท่อนไม้และจอบเสียมถูกระดมฟาดฟันลงมาอย่างไร้ความปรานี เสียงเนื้อกระทบไม้ดังทึบ ๆ สลับกับเสียงคมดาบที่พุ่งเข้าฟันแทงร่างของท่านอ๋องจนเสื้อผ้าขาดวิ่น โลหิตสีแดงฉานไหลทะลักย้อมอาภรณ์จนชุ่มโชก ทว่าท่านอ๋องใน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status