Masukทางด้านจางอวี้ซินที่ตอนนี้กินข้าวและอาบน้ำเรียบร้อยแล้วก็เข้านอน นางไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะมาไหม อีกหกวันนับถอยหลังที่จะได้ออกจากจวน เพราะความเพลียจากการที่ถูกจ้าวเหวยเจิ้นเคี่ยวกรำเมื่อหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย
และยามนี้นางกำลังเดินอยู่ที่ไหนสักที่ หมอกควันหนาทึบไปหมด ร่างบางระหงเดินไปเรื่อยๆไร้จุดหมาย นางเอ่ยเรียกสาวใช้ของตน
"เสี่ยวเตี๋ย..ชุนเถา..พวกเจ้าอยู่ที่ไหน"
ไร้เสียงตอบกลับมา จางอวี้ซินเอ่ยเรียกอีกครั้ง
"เสี่ยวเตี๋ย..ชุนเถา ไปไหนกันหมดนะ"
นางเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้เห็นแสงสว่างจางๆ จางอวี้ซินเดินตามแสงสว่างไปจนถึงปากทางแห่งหนึ่ง นางพบกับหญิงสาวในชุดโบราณสีทอง ปักลวดลายนกฟินิกซ์ สวมเครื่องหัวราวกับสตรีสูงศักดิ์ แต่เมื่อนางหันมาช้าๆแต่ใบหน้ากลับมีแต่เลือดเต็มไปหมด จางอวี้ซินร้องออกมาอย่างดัง เป็นนักโจรกรรมเจอมาแทบทุกรูปแบบ แต่มาจะๆแบบนี้เพิ่งครั้งแรกโว้ย
"กรี๊ด อ๊ายยย เจ้า เป็นใคร ...หยะ.....อย่าเข้ามานะ"
ร่างสตรีลึกลับยังคงเดินเข้าหานางช้าๆ จางอวี้ซินถอยหลังหนีแต่ไม่รู้จะไปทางไหน สตรีนางนั้นเอ่ยช้าๆกับนาง
"ข้าแค่มาขอบคุณเจ้า แม่นางเป็นเจ้าที่ปลดปล่อยข้า"
"ขอบคุณเรื่องอะไร เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนไปไหนก็ไปเถอะ"
"แม่นาง ข้าถูกจองจำมาสามพันปีแล้ว วันนั้นที่เจ้าถูกทำร้ายโลหิตของเจ้าได้ซึมเข้ามาในไข่มุกที่ใช้สะกดวิญญาณของข้า เจ้าคือผู้มีพระคุณ"
"ไม่ต้องมาขอบคุณหรอก ไปไหนก็ไปเถอะออกมาได้ก็ดีแล้ว"
"ข้าต้องตอบแทนท่าน"
"มะ..ไม่ต้อง...แค่อย่ามาให้เห็นอีกก็พอ อ๊า บอกว่าอย่างเข้ามา อย่าเข้ามาสิโว้ย"
จางอวี้ซินถอยหลังจนสะดุดล้ม นางเอามือปิดบังใบหย้าไม่อยากเห็น ร่างวิญญาณคายไข่มุกสีดำเม็ดนั้นออกมา มันลอยมาหาจางอวี้ซินและแตกตัวออกเป็นไข่มุกสีขาวอีกหนึ่งเม็ด ไข่มุกสองเม็ดหมุนวนก่อนจะลอยเข้าไปในครรภ์ของนางโดยที่จางอวี้ซินไม่รู้ตัว ส่วนร่างนั้นกลับกลายเป็นควันสีทองขึ้นสู่ด้านบน
"ข้าตอบแทนเจ้าแล้ว จากนั้นไปขอให้เจ้าโชคดี ลาก่อน"
"ไปๆๆๆ ไม่ต้องมาขอบคุณ ไม่เอา ไปให้พ้น"
สองมือปัดป้อง เท้าก็ถีบไปมาจนผ้าห่มหลุดลุ่ย กระทั่งเสียงดัง ตุ๊บ!!ราวกับมีวุตถุบางอย่างตกจากที่สูง จ้าวเหวยเจิ้นที่เพิ่งนอนยังไม่ทันได้หลับตาก็ได้ยินเสียงเมียละเมอ เขาจะปลุกนางขึ้นมาแต่ใครจะคาดคิดว่าฝ่าเท้าน้อยๆของเมียจะถีบถูกใบหน้าหล่อเหลาอย่างแรงเข้าจังๆจนเขาหงายหลังตกเตียง
ร่างสูงพยายามลุกขึ้น ถามว่าจุกไหมคงตอบไม่ถูก เขาลุกมาได้ก็รวบมือสองข้างของนางเอาไว้ แล้วรั้งขึ้นมานั่ง วงแขนแกร่งโอบกอดนาง จางอวี้ซินดิ้นขัดขืนนางเอาแต่บอกว่าให้ออกไป จ้าวเหวยเจิ้นเขย่าตัวเพื่อปลุกนางอีกครั้ง
"ซินซิน..ตื่นสิเจ้าฝันร้ายหรือ"
"อื้อ ออกไปนะ"
"ซินซิน ตื่นสินี่ข้าเองจ้าวเหวยเจิ้นสามีของเจ้าไง"
ทันทีที่ได้ยินคำว่าจ้าวเหวยเจิ้นนางก็ลืมตาทันที นางตื่นขึ้นมาในท่านั่งเขากอดนางอยู่ นางฝันหรือน่ากลัวจัง แล้วที่นางปล่อยออกมาปีศาจหรือเปล่านะ จ้าวเหวยเจิ้นเห็นนางตื่นแล้วจึงคลายอ้อมกอด คนตัวเล็กขยับออกมาก่อนจะเอ่ยถาม
"ท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมชอบย่องเข้าห้องคนอื่น"
"ข้ามาถึงก็เห็นเจ้าดิ้นไปดิ้นมาฝันร้ายหรือ สงสัยปกติคงจะทำเรื่องไม่ดีเยอะกระมัง"
คนตัวเล็กนั่งเท้าเอวมองหน้าเขาก่อนจะกัดฟันพูด
"มีใครเคยบอกไหมว่าเวลาท่านหุบปากหน้าตาดูดีกว่าตอนอ้าปากเยอะนัก"
"นี่ข้าอุตส่าห์หวังดีปลุกเจ้าจากฝันร้ายเชียวนะ จะขอบคุณสักคำไม่มีเชียวหรือ"
"ฝันร้ายหรือ...ตื่นมาเจอหน้าท่านข้าฝันเห็นผีสาวตนนั้นยังหลอนน้อยกว่าอีก"
"นี่เจ้า............"
จ้าวเหวยเจิ้นไม่พูดอะไรอีก เขาโบกมือเพื่อเพิ่มแสงตะเกียง จางอวี้ซินเห็นใบหน้าเขาแดงเป็นรอยก็อดสงสัยถามไม่ได้
"ท่านไปปากดีใส่ใครหรือถึงถูกตบกลับมาเป็นรอยห้านิ้วเชียว"
"ข้าปลุกเจ้านั่นแหละ จะใครละเป็นเจ้าที่ละเมอทำร้ายข้า เห็นว่าเจ้าไม่มีสติหรอกนะข้าจึงไม่ถือสา"
จางอวี้ซินยื่นหน้าเข้าไปมองหน้าเขาจากนั้นก็ยกมือสองข้างของตนเองมาดูก่อนจะเอ่ย
"ท่านอ๋อง นิ้วมือหม่อมฉันยาวดุจลำเทียนฝ่ามือเรียวสวยเพียงนี้ ส่วนรอยฝ่ามือมือบนใบหน้าพระองค์นั้นนิ้วสั้นจนคล้ายฝ่าเท้า จะเป็นหม่อมฉันได้อย่างไรเพคะ หม่อมฉันไม่ได้พิการสักหน่อย"
"เจ้า....ช่างเถอะข้าง่วงแล้ว"
จางอวี้ซินยักไหล่ เขาโบกมือดับตะเกียง คนตัวเล็กที่เพิ่งจะเจอกับผีสาวมาจึงเบียดตัวเข้าหาเขาด้วยความกลัวจากสัญชาตญาณ จ้าวเหวยเจิ้นกอดนางไว้ก่อนจะหลับไปทั้งคู่
ในห้องร่างบางหลับใหล ลมหายใจสม่ำเสมอแต่หน้าคงซีดเผือด ร่างสูงนั่งลงก่อนจะลูบศีรษะ เขาจับปอยผมที่หลุดลุ่ยทัดหูเบาๆ จางอวี้ซินตื่นขึ้นมาก่อนจะยิ้ม"ท่านอ๋อง..ทรงกลับมาแล้วเหนื่อยหรือไม่เพคะ""ไม่เหนื่อยเท่าไหร่เห็นหน้าเมียก็หายแล้ว""ทรงปากหวานแต่หัวค่ำเชียว""อาพูดเรื่องจริง ว่าแต่ท่านหมอมาตรวจหรือยัง อายุ่งอยู่ไม่ใส่ใจเจ้าเท่าที่ควรต้องขอโทษด้วย""ตรวจแล้วเพคะ""ท่านหมอว่าอย่างไรบ้าง"จางอวี้ซินค่อยๆพยุงตนเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จ้าวเหวยเจิ้นประคองนางขึ้นมา มือบางจับมือหนาของเขามาวางที่หน้าท้องตนเองแล้วยิ้ม จ้าวเหวยเจิ้นตาโต สายตามีคำถาม นางจึงพยักหน้าให้"เพคะท่านหมอหูมาตรวจแล้วบอกว่าได้เดือนกว่าแล้วเพคะ""เด็กดี ขอบใจมาก นี่เป็นข่าวดีของอายิ่งนัก รู้หรือไม่ว่าชุนเถาเองก็ตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วเช่นกัน""องครักษ์หยุนคงดีใจมาก เขาอยากมีลูกมาตลอดพูดตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน""ใช่เขาดีใจยิ่งนัก ขอบใจนะที่มอบความสุขให้อา""เพคะ ตั้งแต่งานแต่งของเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาหม่อมฉันรู้สึกว่าตนเองปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไปแล้วโล่งจริงๆ""คงเพราะก่อนหน้ายังห่วงพวกนางอยู่ แต่ตอนนี้พวกนางมีชีวิตที่ดีแล้วก
หลังจากงานแต่งผ่านไปวันที่สามทั้งสองคนต้องกลับบ้านเดิม เสี่ยวเตี๋ยและชุนเถากลับสกุลจางเรียบร้อยก็แวะมาที่ตำหนักอ๋อง ก็งอวี้ซิเพาะปลูกทำหม้อไฟให้กิน ทั้งคู่ไม่ได้กินนานแล้วจึงอยู่กินและพูดคุยกันจนเย็นสามีขึงได้รับกลับจวนหยุนเหิงกลับไปอยู่บ้านแล้ว ในเมื่อเมียแต่งเข้าสกุลหยุนเขาก็ต้องอยู่ที่นั่นเพื่อยืนหยัดให้นาง ต่อให้ฮูหยินรอไม่พอใจก้ไม่อาจทำอะไรได้ น้องชายน้องสาวต่างแม่ล้วนแต่ไม่ได้เรื่องไม่มีใครสามารถต่อกรกับหยุนเหิงได้สักคนส่วนสกุลกู้ไม่ต้องพูดถึง เสี่ยวเตี๋ยยามนี้เป็นแก้วตาดวงใจทั้งตระกูล โดยเฉพาะแฝดสามหลัวฮูหยินทั้งรักทั้งหลงหลานๆ เสี่ยวเตี๋ยนอกจากตรวจบัญชีและดูแลร้านค้าเรื่องเลี้ยงลูกนางแทบไม่ต้องเหนื่อยจางอวี้ซินกลับเมืองหลวงมาได้ห้าเดือนแล้ว สามเดือนก่อนนางไปยังที่ดินห้าพันหมู่ที่ฮ่องเต้ยกให้นางเป็นคนดูแลเรื่องพันธุ์พืชต่างๆที่จะนำมาเพาะปลูก จางอวี้ซินเห็นว่าที่ดินเป็นที่ดินดี นางจึงให้เป่าเป่านำเมล็ดพันธุ์ มะเขือเทศ มันฝรั่ง พริก คะน้า กวางตุ้ง ถั่วลันเตา เหง้าเผือก มันเทศจากระบบเพราะไม่มีในยุคนี้ถึงจะสมเหตุสมผลต่อให้ปีนทุกเขาก็ไม่ควรหาเจอ จางอวี้ซินจึงเอาเมล็ดพันธุ์จากระบบ
กระทั่งกลับมาถึงจวนคู่แฝดก็ไปนอนกับพี่เลี้ยงที่ไทเฮาพระราชทานนางกำนัลจากในวังมาให้ รวมถึงสาวใช้คนใหม่ที่แม่สามีหาให้อีกเพราะเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาแต่งออกไปแล้ว จ้าวเหวยเจิ้นสบตาเมียรักก่อนจะเอ่ย"เมียจ๋า ไปนอนกันเถอะ""แน่ใจนะเพคะว่านอน""ใช่นอนคุยกันเรื่องลูกไง""ลูกหลับไปแล้วเพคะ""อาหมายถึงเรื่องที่เราจะทำลูกคนที่สาม ไปพูดกันเถอะว่าเราจะทำท่าไหนเขาจึงจะมาเกิดไวๆ""ตาแก่ลามก ว้าย"จ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเมียลงจากรถม้าแล้วพาเข้าห้อง สั่งองครักษ์กับสาวใช้ไม่ต้องมาอยู่ใกล้เรือน และถ้าไม่เรียกไม่ต้องปลุก องครักษ์ต้องไปอยู่ไกลๆ จะจี้จุดตนเองให้หูดับก็ไม่ได้เพราะต้องเฝ้าระวังเฝ้ายาม คนที่วรยุทธสูงก็จะได้ยินเสียงคำรามท่านอ๋องและเสียงครางของพระชายาทั้งคืนกระทั่งยามอู่พระชายาถึงได้ออกจากห้อง ส่วนท่านอ๋องยังไม่ตื่นบรรทม สาวใช้กับทหารยามเอ่ยซูบซิบกันเบาๆ คนที่แต่งงานนคือรองแม่ทัพกู้กับรองแม่ทัพหยุนยังไม่ออกจากห้องหอสายเท่ากับเจ้าภาพงานแต่งอย่างพระชายาเลย จางอวี้ซินที่ได้ยินก็คาดโทษคนตัวโตในใจเสียงฝีเท้าน้อยๆวิ่งมาหานางพร้อมกับโถมใส่ จางอวี้ซินซื้อนมจากระบบร้านค้าออนไลน์ของเป่าเป่าวันละสองแก้วให้คู่แ
จ้าวเหวยเจิ้นมาหาหยุนเหิงก่อนจะนั่งลงพูดคุยกัน สกุลหยุนมิควรเสื่อมถอยเพราะเขากับบิดาผิดใจกัน อย่าให้ลุกหลานรุ่นหลังต้องอยู่อย่างอดสู อย่างไรเสียสกุลหยุนก็คือตระกูลอันดับสี่ของเมืองหลวง"พี่ใหญ่ ท่านคงไม่อยากให้ชุนเถาต้องน้อยหน้า ท่านรักนางตั้งแต่นางอายุสิบสาม อดทนรอมาจนนางอายุสิบแปดได้ แค่ปรับความเข้าใจกับบิดาท่าน ให้นางได้เป็นฮูหยินน้อยสกุลหยุนท่านทำมิได้หรือ""ท่านอ๋อง ฮูหยินรองเป็นคนเจ้าเล่ห์กระหม่อมไม่อยากให้ชุนเถาต้องเจอกับสตรีเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"แปะ แปะ แปะ เมื่อหยุนเหิงเอ่ยจบกู้หมิงก็ปรบมือ ก่อนจะเดินมาตรงหน้าเอ่ยกับเขาและจ้าวเหวยเจิ้น"พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านคงไม่คิดว่าชุนเถากับเสี่ยวเตี๋ยของข้าเป็นมะพลับนิ่มใช่หรือไม่ หึ พวกนางคือใคร พวกนางคือสาวใช้พระชายาจางอวี้ซินเชียวนะ เจ้านายเขี้ยวเล็บแหลมคมเพียงนั้น พวกนางจะไม่ได้มาสักนิดเลยหรือ ดูเราสามคนสิ เคยมีใครรอดจากเงื้อมือเมียตัวเองบ้าง พี่ใหญ่ข้าว่าชุนเถารับมือมารดาเลี้ยงท่านได้สบาย พี่รองท่านว่าหรือไม่"จ้าวเหวยเจิ้นเห็นด้วย เมียเขาบอกเองว่าอยากรังแกชุนเถาก็ต้องดูว่านางเป็นศิษย์ของใคร หยุนเหิงเข้าใจที่ทั้งสองสื่อสารเขาจึงตกลงจะไ
หยุนหลี่ขึ้นรถม้ากลับไป จ้าวเหวยเจิ้นก็จูงมือลูกเมียเดินกลับบ้านเพราะจวนอ๋องกับสกุลจางไม่ไกลกันมาก คู่แฝดสนุกที่ท่านพ่อกับท่านแม่พาเดิน ผ่านร้านค้ามากมายและมีสินค้าแปลกๆที่ไม่เคยเห็น สามวันก่อนท่านอาฉีกลับมาจากแดนเหนือมีผลไม้แปลกๆมาฝากด้วย ท่านแม่เรียกมันว่าเฉาเหมย ถ้าอากาศเย็นจะให้ผลโตและรสชาติที่หวาน กระทั่งปลายยามเซินจึงมาถึงจวน สุดท้ายรถม้าต้องมารับเพราะซื่อจื่อและท่านหญิงสนุกจนหมดแรงจ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเด็กๆลงมาจากรถม้าจากนั้นก็ให้พี่เลี้ยงพาไปล้างหน้าเพราะเย็นแล้วเดี๋ยวกลางคืนไม่นอน จางอวี้ซินกำลังเลือกเครื่องประดับที่จะให้เป็นสินเจ้าสาวแก่สองพี่น้อง ร่างสูงเดินมาหาช้อนอุ้มร่างบางมาวางบนเตียงเอ่ยเสียงละห้อย"คนดี อาไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่เจอกันเจ้าก็มีระดู พอหมดก็มีอต่เรื่องมาให้ทำวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ปล่อยเจ้าแล้ว""คนหื่น เดี๋ยวลูกๆมา รอยามค่ำมิได้หรือเพคะ""ลูกไม่อยู่แล้ว เฉากงกงมารับไปแล้ว มาเถอะทำคนที่สามกันดีกว่า"จ้าวเหวยเจิ้นบรรจงจูบนางอย่างละมุนก่อนจะเรียกร้อง จางอวี้ซินตอบสนองเขาอย่างเต็มใจ นางกับเขามิใช่ครั้งแรกที่ที่แปลกคือครั้งนี้เหมือนนางเป็นตัวของตัวเองไม่ได้อยู่ภายใต
สามวันต่อมาคุณชายใหญ่สกุลจางก็รับบุตรบุญธรรมสองคนเป็นบุตรสาว จางเหวินเทียนเชิญขุนนางที่สนิทกันเท่านั้น พิธีเริ่มตอนเช้าโดยมีจางเหวินประมุขของตระกูลมานั่งเป็นประธาน เสี่ยวเตี๋ยยกน้ำชาคารวะประมุขก่อน ตามด้วยจางเหวินเทียนบิดา และจางฮูหยินมารดา เมื่อพี่สาวคารวะเสร็จชุนเถาก็ตามมาคารวะเช่นกันจางอี้ซินนั่งมองทั้งสองคนแล้วยิ้มให้ เด็กสองคนนี้กตัญญู ถ้าวิญญาณร่างเดิมรับรู้คงจะดีใจ เทพบุปผากำลังมองลงมาเช่นกัน เด็กสองคนนี้ซื่อสัตย์ต่อร่างแยกของนางยิ่งนัก ตอนนั้นนางเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไร้พลังเทพ จึงถูกสาวใช้ทั้งสามรังแกอยู่ทุกวัน ก็มีเด็กสองคนที่ไม่ยอมทิ้งและคอยปกป้อง"เจ้าให้พรอันใดนางไปหรือน้องข้า""เดิมเสี่ยวเตี๋ยคลอดยาก นางอาจไม่รอดด้วยซ้ำหม่อมฉันจึงดึงนางกลับมาจากปรโลก แต่น่าขำยิ่งนักที่ระบบตัวน้อยนั้นคิดว่าเป็นความสามารถตนเอง""แล้วน้องสาวล่ะ""หม่อมฉันให้นางทั้งสองคนมีชีวิตร่มรื่น ครอบครัวมีความสุข มีแต่คนรักใคร่เมตตาเพคะ ให้พวกนางมีบุตรเต็มบ้านและได้บุตรที่กตัญญู""อืม..มนุษย์ที่ต้องการจริงๆก็คงมีเพียงแค่นี้ พอใจในสิ่งที่ตนเองมีย่อมไม่ทุกข์ เสร็จเรื่องแล้วพวกเราปิดด่านเถอะ อีกสามแสนปีออ
จางอวี้ซินรับรู้ถึงเสียงฝีเท้าแต่แรก แต่คิดว่าเป็นสองสาวใช้ แต่ทว่าเมื่อมีน้ำหนักทิ้งลงบนเตียงไม่น่าจะใช่ทั้งสองคนแน่นอน นางลืมตาก็สบสายตาเข้ากับคนที่นางเกลียดขึ้นหน้า จางอวี้ซินพลิกตะแคงเอ่ยเสียงเย็น"พระองค์มาที่นี่ทำไม แล้วเข้าห้องสตรีอื่นที่มิใช่ภรรยาตนเองที่บ้านไม่สอนหรือว่ามันไร้มารยาทและกาลเ
รถม้าเข้ามาถึงด้านในจ้าวเหวยเจิ้นลงมาก็เห็นบ่าวไพร่เต็มจวนมายืนออกันที่หน้าลาน เขาพยักหน้าให้กับอาฝู องครักษ์หนุ่มเดินไปด้านหน้าเอ่ยถามออกไป"ไม่มีงานทำหรือ หากงานมันน้อยไปข้าจะได้ให้นายหน้ามาจัดการขายทิ้งให้เหลือแต่ตนที่มีงานทำ"เมื่อสิ้นเสียงขอองครักษ์หนุ่มบ่าวที่มารวมตัวกันทั้งชายหญิงต่างก็พากัน
เรือนจางอวี้ซิน"คุณหนู..วันนี้โรงครัวไม่แจกอาหารเลยเจ้าค่ะ พอรู้ว่าท่านอ๋องหย่ากับท่านก็งดให้อาหารของพวกเรา"ชุนเถาเอ่ยน้ำตาคลอ จางอวี้ซินลูบศีรษะนางเบาๆปลอบใจเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน"เด็กดี..รอพี่เสี่ยวเตี๋ยของเจ้ากลับมาก่อน รับรองว่าวันนี้เจ้าไม่อดแน่ๆ จริงสิชุนเถาจวนสกุลจางยามนี้ขายทิ้งให้ใครเจ้าพอ
จางอวี้ซินกลับมาถึงที่พักไม่นานอาฝูก็มาพร้อมกับชามยาในมือ เท่าที่จำได้หลังจากที่เขากับร่างเดิมมีสัมพันธ์กันแล้วนางก็ถูกสั่งให้ดื่มยาห้ามครรภ์ แต่นี่ผ่านมาเจ็ดวันแล้วยังให้ดื่มอยู่อีกหรือ ไอ้คนแซ่จ้าวนี่ประสาทหรือเปล่านะ"คุณหนู...นี่เป็นยาห้ามครรภ์ขอรับ ท่านอ๋องสั่งให้ท่านดื่มให้หมด""อืม เอาวางไว้







