Masukวันทั้งวันเธอเอาแต่คิดเนื้อเรื่องในนิยายที่อ่านมา สลับกับนอนพัก เธอเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เพราะร่างกายนี้สำคัญมาก จากนั้นเมื่อหลับจนรู้สึกดีขึ้นก็เป็นช่วงเวลาที่นางเอกของเรื่องอย่างเยว่ถิงถิงมาเยี่ยมพร้อมสมุดและปากกา
“สามีเธอหล่ะ” สายตาของลู่หลินกวาดมองไปรอบๆ ดีที่ชื่อเธอกับร่างเดิมเหมือนกัน จึงไม่ต้องลืมตัวสลับไปมา และเพราะชื่อเหมือนกันนี่แหละเธอจึงสนใจเป็นพิเศษ “ไม่ได้มาค่ะ เห็นแม่สามีบอกว่าลูกสาวเพื่อนหลงทางเลยให้พี่เฉินไปรับ” เสียงหงอยๆนั่นทำเธอจุ๊ปาก ในเนื้อเรื่องมันมีเหมือนกัน แล้วลูกสาวเพื่อนคนนี้ก็คือตัวร้ายในเรื่องที่ตอนแรกตามติดสามีเธอแจ ตอนนี้เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นพระเอกของเรื่องแทน “ถิงถิง ฟังฉันนะ เรื่องราวและเหตุการณ์ที่ฉันจะเขียนใส่ในสมุดนี้ เป็นเรื่องที่มันจะต้องเกิดขึ้น ไม่ต้องถามว่าฉันรู้ได้ยังไง เอาเป็นว่าคืนนี้สามีเธอจะไม่กลับบ้าน ไม่ต้องกังวลใจไปหล่ะ เขาไม่นอกใจเธอหรอก แค่โดนความเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ตามไม่ทันก็เท่านั้น“ เธอพูดแบบนั้นหญิงสาวตรงหน้าก็ขมวดคิ้วทันทีก่อนจะลังเล แต่ลู่หลินไม่มีเวลาเธอเขียนเหตุการณ์ที่จำได้ใส่เป็นข้อๆ พร้อมกับบอกระยะเวลาที่กะประมาณให้ใกล้เคียงที่สุด ปล่อยให้นางเอกของเรื่องกระวนกระวายไปก่อน ถ้าหากไม่เจอกับตัวคงไม่เชื่อเธอ จากนั้นก็แค่รอเวลา… ”ถ้าเรื่องคืนนี้เกิดขึ้นจริง วิธีแก้เธอไปคิดเอา เพราะเธอฉลาด อย่าใช้อารมณ์หล่ะมันจะทำให้รักของเธอพัง คืนนี้จะนอนเฝ้าฉันก็ได้ หรือจะตามไปแหกหน้าคนที่ภัตตาคารเลี่ยงฟู่ก็ตามสบาย“ คนที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นมีหรือจะลังเล นางเอกเรื่องนี้ชอบความจริงเป็นที่สุด ไม่นานก็ขอตัวกลับ ส่วนเธอก็มองไปด้านนอกที่ตอนนี้ตะวันตกดินไปแล้ว ”ในเรื่องนั้นพี่สะใภ้ใหญ่มีญาติอยู่บ้านนอก แต่ว่ามันบ้านนอกขนาดไหนหล่ะ ไม่เขียนบอกเอาไว้ด้วย!!“ เธอนอนตะแคงข้างอย่างคนคิดไม่ตก ความกลัวเริ่มเข้ามาในจิตใจ วันนี้ทั้งวันเธอเอาแต่ปะทะฝีปากกับแม่สามี จนไม่รู้สึกกลัวที่มาอยู่แปลกที่แปลกทาง แต่ตอนนี้เมื่อความมืดเริ่มกลับมา เธอก็เริ่มกลัวตะหงิดๆ มือเล็กกำผ้าห่มแน่น ก่อนจะเช็ดน้ำตาที่หางตา ”ถ้าร่างในโลกเดิมตายไปแล้วหล่ะ ต้องติดอยู่ที่นี่ตลอดไปงั้นหรอ?“ แค่คิดก็รู้สึกอึดอัด หากไม่หย่าก็ต้องโดนจับไปซ้อมจนปางตายเหมือนที่อ่านมา สามีก็เย็นชา งานยุ่งจนไม่มีเวลามาปกป้องหรอก ตอนนี้ก็คงมีภาระกิจเข้ามาอย่างที่เธอเตือนเขาไปเมื่อกลางวัน อีกหลายวันกว่าจะกลับมา ”สร้างตัวด้วยตัวเองก็ได้หนิ ได้เวลาใบหย่าทำงาน!!“เธอพยักหน้ารับ ยังแบ่งขนมปังที่อบเอง และเนยเค็มที่ทำเองไปให้ด้วย ”เอาทาลงบนขนมปังและเอาไปจี่บนกะทะ หรือจะเอาไว้ปรุงอาหารแทนน้ำมันก็ได้ค่ะ ฉันให้ชิม เผือคุณลุงจะไปเสนอขายกับลูกค้า“ เขารับมาอย่างดีใจ กลิ่นเฉพาะตัวของเนยหอมจนชาวบ้านต่างสูดดม”เสี่ยวหลิน แบบนี้ก็พอจะมีขายใช่ไหม“ แม่ค้าขายเนื้อย่างคนนึงรีบถาม”พอจะแบ่งขายให้ได้ค่ะ ฉันทำได้ไม่เยอะเพราะครั้งนึงใช้น้ำนมปริมาณมาก แต่ได้เนื้อเนยออกมาน้อย“ เธออธิบายอย่างใจเย็น เพราะการทำยากและได้น้อยนั่นคือจุดที่ทำให้ราคาสูง”เอาไว้ฉันเปิดร้านย่างเนื้อในอำเภอ จะมาซื้อกับเธอแน่ๆ วันนั้นที่บ้านเว่ยทำปิ้งย่างหน้าบ้าน ฉันก็ได้กลิ่นนี้แหละหอมเชียว“ ชาวบ้านทุกคนพยักหน้าเห็นดีด้วย เธอเอ่ยขอบคุณเบาๆก่อนกลับเข้าบ้าน 1เดือนผ่านพ้นเข้าฤดูหนาวอย่างเต็มตัว จากที่คิดว่าจะเข้าไปเปิดร้านในตัวอำเภอเธอต้องพับแผนนั้นลงเพราะอากาศที่เย็นจัด ตอนนี้พี่ชายเธอจ้างคนมาทำกำแพงรั้วรอบสวนและฟาร์ม เธอยังเสนอให้ติดเศษแก้วบนกำแพง ป้องกันขโมย และคนบุกรุก ทั้งยังจ้างน้องชายของพี่สะใภ้มานอนเฝ้าฟาร์ม และคอยเติมฟืนให้แม่วัว “ขนาดไม่มีหิมะ ยังหนาวขนาดนี้ แม่วัวเราจะรอดไหมคะ” ตอน
ข่าวการทลายพ่อค้ายา และกลุ่มติดอาวุธแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างมาขอบคุณเขาและทหารคนอื่นๆ ทั้งยังถือของมากมายมาเยี่ยม หลังสามีเธอนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก10วันก็ได้กลับมาพักฟื้นที่บ้านเพราะเขายังเดินไม่ได้จนกว่าจะถอดเฝือกออกจึงได้พักรักษาตัวยังไม่ต้องไปทำงานส่วนเรื่องมารดาเขานั้น อู๋หลัวทำได้แค่เขียนจดหมายไปก่อนเพราะเกรงว่าจะเดินทางไม่สะดวก จากนั้นยังใช้สิทธิ์ตัวเองให้แม่เขารักษาฟรีอีกด้วยข่าวการเริ่มทยอยปลดทหารออกมาเรื่อยๆ แน่นอนว่ารอบแรกพ่อสามีของเธอมีรายชื่อ แต่การเยียวยาก็สมเหตุสมผล ทางนั้นน้องสะใภ้อย่างถิงถิงยังบอกว่าทุกอย่างราบรื่นดี ไม่มีอะไรต้องห่วง “เห็นพี่ตั้วบอกว่า น้ำนมรอบแรกได้มากจนมีพ่อค้าในอำเภอมาขอซื้อเลยหรอ” ตอนนี้เขาใช้ไม้เท้าพยุงตัวเองมาหาเธอที่ฟาร์มเล็กหลังบ้าน วันนี้เป็นวันที่3ที่เขาได้กลับมารักษาตัวที่บ้าน แต่มีรถมารับไปรับเหรียญเชิดชูเกียรติตั้งแต่เช้าเธอจึงเข้ามาในฟาร์ม“มาทำไมคะ อากาศกำลังเย็นคุณจะปวดแผล“ เธอรีบมาพยุงเขาไปนั่งบนแคร่ไม้ที่ทำไว้ใต้ต้นสาลี่”เห็นพี่สะใภ้บอกว่าคุณไม่กลับไปทานข้าวเช้า ผมเลยอาสาเอามาให้“ เขาวางกล่องข้าวลงก่อนจะแกะห่อผ้าอ
เสียงทุ่มที่แหบพล่าทำมือมาเธอสั่น ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา ก็พบกับร่างซูบผอม ใบหน้ามีแต่หนวดเคราลกครึ้ม ที่แขนซ้ายพันผ้าสะอาดพร้อมกับมีผ้าตาข่ายแขวนคอเอาไว้ ขาข้างนึงวางเทินไว้บนหมอนมีผ้าพันจากเท้าขึ้นมาจนถึงขาส่วนบน น้ำตาเม็ดเล็กร่วงหล่นทั้งที่เธอไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาด้วยซ้ำ“พี่ไม่ได้เป็นอะไร เธอร้องไห้แบบนี้รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่เลย“ สภาพร่างกายที่สะบักสะบอมขนาดนี้ แต่เขายังเลือกจะปลอบโยนเธอ ลู่หลินห่อตัวลงก่อนจะนั่งลงข้างๆ พี่ชายของเธอตบลงบนบ่าบอบบาง และบอกว่าจะกลับไปจัดการเรื่องที่บ้านให้เธออยู่เป็นเพื่อนเขาไปก่อน”ทำไม บาดเจ็บหนักขนาดนี้หล่ะคะ“ไม่ใช่ว่าคนไข้คนอื่นไม่มี แต่ทุกคนบาดเจ็บเล็กน้อยและซูบผอมเพราะขาดสารอาหารทั้งนั้น ยกเว้นสามีเธอที่เจ็บหนักที่สุด โดนยิงไหล่จนบาดเจ็บ ขาโดนสะเก็ดระเบิดจนกระดูกแตก”ผิดพลาดทางการสื่อสารนิดหน่อย ทหารใหม่ที่ยังไม่เคยออกสนามรบจริงสับสนคำสั่ง ผมเลยต้องวนกลับไปช่วยเขา ในขณะที่กลุ่มคนร้ายอีกกลุ่มกลับเข้ามาเพิ่ม“ เธอพยักหน้าด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก จะโทษใครไม่ได้เพราะนี่คือหน้าที่ของเขา“พี่ตั้วบอกว่าคุณแม่เข้าโรงพยาบาล เธอ…ไปเยี่ยมมาหรอ” ลู่หลินบีบมือ
เขาเกรงใจทุกคนหากต้องบาดหมางกัน แต่หลังๆภรรยาถูกรังควานหนักขึ้นจนเขายื่นคำขาดกับคนเป็นแม่ว่า หากเสวียนอียังตามมากลั่นแกล้งภรรยาเขาอีก เขาจะทำสัญญาแยกบ้านถึงเวลานี้มารดาเริ่มตระหนักได้จริงๆว่าตอนนี้ครอบครัวเสิ่นไม่เหมือนเดิม พ่อสามีย้ายไปอยู่กับเซี่ยเฉินและภรรยาถาวร ห้ามให้ภรรยาติดต่อไป ลูกชายคนโตไม่เคยตอบจดหมายเธอ ส่วนลูกชายคนรองตัดเยื่อใยกับความเผด็จการของเธอตอนนั้นถึงเริ่มตระหนักได้ว่าชีวิตเธอกำลังจะไม่เหลือใครจริงๆ จึบตัดสินใจยกเลิกสัญญาที่เคยให้ไว้กับเพื่อนสนิทอย่างมารดาของเสวียนอีกว่า จะแนะนำหลานชายให้รู้จัก แต่หญิงสาวกลับไม่ยอม เห็นว่าหลานชายที่ว่าเป็นแค่หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่เหมาะกับลูกสาวนายพลอย่างเธอ ความเอาแต่ใจทำเสวียนอีทำร้ายไฉ่หงจนเกือบตาย“แม่ผมอัดเสียงไว้หมดแล้ว เชิญคุณไปแก้ตัวในคุกเถอะ!!“ลู่หลินมองคนที่ถูกตำรวจควบคุมตัวออกไปอย่างทุลักทุเล เธอมองไปที่แม่สามีที่กำลังนอนหลับตานิ่ง ก่อนจะเดินตรงไปหาพ่อสามี ที่ตอนนี้กำลังนั่งก้มหน้าลงอย่างทุกข์ใจร่างบอบบางนั่งคุกเข่าลงกับพื้น หยิบตั๋วเงิน1แสนบาทที่แม่สามีเคยส่งให้เธอเพื่อชดใช้ใส่มือท่าน“ก่อนหน้านี้อาจมี
สุดท้ายลู่หลินตัดสินใจเดินทางกลับมาที่เมืองหลวงอีกครั้ง การนั่งรถไฟที่ยาวนานใช้เวลากว่า6ชั่วโมง เธอเดินทางต่อมาที่โรงพยาบาลทันที“อ่า ลู่หลินมาได้ยังไง” เป็นพ่อสามีอย่างเสิ่นซิงอีที่ทักเธอขึ้นมาก่อน ไม่ไกลกันมีเยว่ถิงถิงที่หน้าท้องนูนขึ้นเล็กน้อยมองเธออย่างดีใจ ส่วนน้องสาวสามีนั้นตอนนี้นั่งร้องไห้เงียบๆ“ได้รับจดหมายจึงรีบมาค่ะ คุณแม่ผ่าตัดหรือยังคะ ตอนนี้อู๋หลัวยังไม่กลับมาจากชายแดน หนูเลยล่วงหน้ามาก่อน“ เพราะกว่าจดหมายจะถึงก็หลายวัน ฉะนั้นการมาของเธอไม่ได้ทันท่วงทีแม่สามีผ่าตัดหรอก”ผ่าตัดเรียบร้อนแล้วหล่ะ แต่ตอนนี้มีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น วันที่คุณแม่ตกบันไดเกิดเรื่องนิดหน่อยหน่ะ“ เธอกำลังจะถาม แต่เห็นผู้หญิงหน้าตาสะสวยเดินเร็วรี่มาทางนี้“คุณลุงคะ หนู… วันนั้นหนูไม่ได้ทำอะไรคุณป้าจริงๆนะคะหนูแค่…“ ผู้หญิงคนนั้นตรงเข้ามาเกาะแขนพ่อสามีเธอก่อนจะร้องห่มร้องไห้ ท่านนายพลผู้เคร่งขรึม ดึงมือออกช้าๆ”เรื่องนั้นคงให้เจ้าหน้าที่สอบสวนเธอเอง“ลู่หลินถอยหลบมาอยู่ที่ตรงหัวมุม ติดกับประตูห้องปลอดเชื้อที่มีแม่สามีนอนตะแคงหันหน้ามาทางนี้ ที่ปากมีท่อสอดใส่เอาไว้ ใบหน้าซีดเซียวตึก ตึก ตึกเสียงเท้าก
เช้านร้เป็นอีกวันที่เธอนอนไม่หลับลุกขึ้นมาทำขนมเพิ่ม อีกทั้งวันนี้จะทำเหล้าดองด้วยเธอจึงนำไหเล็กมาต้มน้ำ จัดการล้างบ๊วยและตากให้แห้งสนิท สายๆมาพี่ชายและพี่สะใภ้จึงเตรียมออกไปส่งของ“รอบนี้ร้านค้าที่อำเภอ สั่งผลไม้อบแห้ง50ชุด ทอฟฟี่50ชุด ขนมเปี๊ยะแบบเป็นของฝากอีก30ชุด” เธอแอบเอาของที่สะสมไว้ในมิติออกมา ระหว่างที่พี่สะใภ้กับพี่ชายไปส่งลูกค้าในหมู่บ้าน จัดเรียงจนเป็นระเบียบ ทุกอย่างเธอทำมันด้วยความตั้งใจ “ในมิติยังมีอีกอย่างละ1000ชิ้น ไม่น้อยแล้วก็ไม่มาก วันนี้ต้องทำเพิ่ม พี่ๆจะได้ไม่สงสัยว่าทำไมมีขนมขายทันตลอด”ตอนนี้ขนมและของฝากอื่นๆของเธอเริ่มเป็นที่รู้จัก ทั้งขนมเปี๊ยะนมสดที่มีใส้หลากหลาย และยังมีไดฟุกุแบบที่พวกเขาไม่เคยกิน เธอกระจายไปให้หลายที่ได้กินก็ถูกพูดถึงในระยะเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมา “กลับมาแล้ว” เสียงพี่ชายตะโกนเข้ามาแต่พอเธอเดินออกไปดูก็ต้องอ้าปากค้าง“เป็นไง แม่วัว2ตัวนี้พอจะผลิตอะไรนะ เนยใช่ไหม ผลิตได้ไหม พอรึเปล่า?” เธอหัวเราะออกมาในรอบเดือน ในตามีน้ำตาสีใสเอ่อคลอก่อนจะล่วงหล่นลงมา วิ่งเข้าไปกอดพี่ชายที่ตอนนี้ลาออกจากโรงงานไม้มาช่วยเธอขายของ ส่งของ และเริ่มทำฟาร์มอย่างเ







