เข้าสู่ระบบไม่เคยสักครั้งที่ลู่หลินอยากกรี๊ดเหมือนตอนนี้ เธอเรียกร้องแบบนี้คิดว่าเขาจะด่าว่าที่เธอเอาแต่ใจแต่เขากลับยื่นให้เฉยๆ พร้อมใบหน้าเรียบนิ่ง
“ไม่พอ!!” มือหนาเรียกคนติดตามให้เข้ามา กระเป๋าที่เขาถือไปทำงานประจำถูกยื่นให้ อู๋หลัวล้วงมือลงไปหยิบกุญแจดอกเล็กออกมา “ในห้องนอนมีอยู่ตู้เดียวยกให้เธอ” ลู้หลินมองกุญแจตาวาวก่อนรับมันมา เธอถือมันอย่างมั่นคง มองดูคนของเขาที่กระซิบบอกบางอย่าง ”ผมต้องไปประชุม“ เธอพยักหน้าให้มองเลยไปยังถิงถิงและเซี่ยเฉิน เพราะหลังจากเธอเข้าโรงบาล มีเพียงถิงถิงที่อาสาเฝ้าไข้ให้ “คุณไปเถอะ ฉัน…ขอแค่ต่อจากนี้งดเยี่ยม ช่วยบอกพยายาลและเจ้าหน้าที่ให้ด้วย” เขาพยักหน้าและเตรียมจะเดินออกไป “ถ้าเสร็จงานแล้ว ผมจะกลับมาเฝ้า” เธอส่ายหัวเพราะรู้ดีว่าอีกไม่นานเขาจะมีภาระกิจด่วนเข้ามา ”ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้องมีใครเฝ้า คุณน่าจะไม่สะดวกไปอีกหลายวัน“ แม้จะสงสัยแต่ไม่มีเวลา เขามองบิดาก่อนที่ท่านจะพยักหน้าให้ ”พวกคุณก็กลับ และห้ามมาวุ่นวายกับสะใภ้ใหญ่อีก ลู่หลินเธอเองก็พักผ่อนให้ดี เรื่องบ้านพักที่ค่ายทหารพ่อสามีคนนี้จะจัดการให้เอง” เมื่อทุกคนออกไปแล้ว ก็เหลือเพียงเซี่ยเฉินและถิงถิง เธอมองทั้งคู่ก่อนนึกอะไรขึ้นได้ มือบางกวักมือนางเอกของเรื่องเข้ามาใกล้ ”ถิงถิง งานแต่งของน้องสามีหน่ะ หากเธอไปเธอจะโดนคนพวกนั้นแกล้งนะ“ เสียงกระซิบนี้เซี่ยเฉินไม่ได้ยิน แต่ถิงถิงได้ยินชัดเจน ”พี่สะใภ้ พี่หมายความว่า…” “ตอนเย็นเธอกลับมาหาพี่ที่นี่ เอาสมุดกับปากกามาด้วย เรื่องที่พี่จะเตือนเธอสำคัญมาก ถ้าไม่เตือนเธอจะเสียลูกเหมือนพี่“ เธอพอแล้วกับการสูญเสีย เนื้อเรื่องนี้มันจะไม่เหมือนเดิมตั้งแต่ที่เธอจัดการแม่สามีแล้ว พระนางก็ต้องจบดีเช่นกัน จะมาเสียใจอะไรก่อนจบ แล้วค่อยเคลียใจ ไม่มีทางเสียหรอก คนพวกนั้นต้องไม่ได้อะไรจากการรังแกพวกเธอ หลังจากทุกคนกลับไปแล้ว เธอนับเงินที่อู๋หลัวเอาไว้ให้แล้วยกยิ้ม แม้ร่างกายยังไม่แข็งแรง แต่ยังดีกว่าให้เจ็บตัวไปด้วย คิดหาเงินไปด้วยแบบนั้นเธอจะมีผัวไปทำไมกัน “ก็เรียกร้องให้มันสมกับที่เสียเวลาแต่งเข้ามาตั้ง2ปี หากยังไม่แต่งคงมีโอกาสทำอย่างอื่น หลังจากนี้ถ้าเป็นหม้ายก็แต่งงานยาก ยิ่ง…อาจจะมีลูกยากอีก เงินเท่านั้นที่ทำชีวิตให้สุขสบายได้” ตลอดชีวิตในโลกเดิมก่อนข้ามมิติมาในนิยาย เธอคือเด็กกำพร้าที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอด ไม่มีคนรวยที่ไหนมารับเลี้ยงดู ไม่มีแม้กระทั่งงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ทำได้แค่ประคองชีวิตด้วยเงินจากงานพาร์ทไทม์เดือนละไม่ถึง3000หยวน พอเรียนจบมัธยมปลายก็มาถูกรถชนตายอย่างที่เห็น “มาอยู่ที่นี่การมีชีวิตที่ดีคือสิ่งที่สมควรแล้ว เรื่องผัวหน่ะช่างมันเถอะ ฝืนอยู่ต่อได้ปวดหัวกับแม่ผัวตายเลย”เธอพยักหน้ารับ ยังแบ่งขนมปังที่อบเอง และเนยเค็มที่ทำเองไปให้ด้วย ”เอาทาลงบนขนมปังและเอาไปจี่บนกะทะ หรือจะเอาไว้ปรุงอาหารแทนน้ำมันก็ได้ค่ะ ฉันให้ชิม เผือคุณลุงจะไปเสนอขายกับลูกค้า“ เขารับมาอย่างดีใจ กลิ่นเฉพาะตัวของเนยหอมจนชาวบ้านต่างสูดดม”เสี่ยวหลิน แบบนี้ก็พอจะมีขายใช่ไหม“ แม่ค้าขายเนื้อย่างคนนึงรีบถาม”พอจะแบ่งขายให้ได้ค่ะ ฉันทำได้ไม่เยอะเพราะครั้งนึงใช้น้ำนมปริมาณมาก แต่ได้เนื้อเนยออกมาน้อย“ เธออธิบายอย่างใจเย็น เพราะการทำยากและได้น้อยนั่นคือจุดที่ทำให้ราคาสูง”เอาไว้ฉันเปิดร้านย่างเนื้อในอำเภอ จะมาซื้อกับเธอแน่ๆ วันนั้นที่บ้านเว่ยทำปิ้งย่างหน้าบ้าน ฉันก็ได้กลิ่นนี้แหละหอมเชียว“ ชาวบ้านทุกคนพยักหน้าเห็นดีด้วย เธอเอ่ยขอบคุณเบาๆก่อนกลับเข้าบ้าน 1เดือนผ่านพ้นเข้าฤดูหนาวอย่างเต็มตัว จากที่คิดว่าจะเข้าไปเปิดร้านในตัวอำเภอเธอต้องพับแผนนั้นลงเพราะอากาศที่เย็นจัด ตอนนี้พี่ชายเธอจ้างคนมาทำกำแพงรั้วรอบสวนและฟาร์ม เธอยังเสนอให้ติดเศษแก้วบนกำแพง ป้องกันขโมย และคนบุกรุก ทั้งยังจ้างน้องชายของพี่สะใภ้มานอนเฝ้าฟาร์ม และคอยเติมฟืนให้แม่วัว “ขนาดไม่มีหิมะ ยังหนาวขนาดนี้ แม่วัวเราจะรอดไหมคะ” ตอน
ข่าวการทลายพ่อค้ายา และกลุ่มติดอาวุธแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างมาขอบคุณเขาและทหารคนอื่นๆ ทั้งยังถือของมากมายมาเยี่ยม หลังสามีเธอนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก10วันก็ได้กลับมาพักฟื้นที่บ้านเพราะเขายังเดินไม่ได้จนกว่าจะถอดเฝือกออกจึงได้พักรักษาตัวยังไม่ต้องไปทำงานส่วนเรื่องมารดาเขานั้น อู๋หลัวทำได้แค่เขียนจดหมายไปก่อนเพราะเกรงว่าจะเดินทางไม่สะดวก จากนั้นยังใช้สิทธิ์ตัวเองให้แม่เขารักษาฟรีอีกด้วยข่าวการเริ่มทยอยปลดทหารออกมาเรื่อยๆ แน่นอนว่ารอบแรกพ่อสามีของเธอมีรายชื่อ แต่การเยียวยาก็สมเหตุสมผล ทางนั้นน้องสะใภ้อย่างถิงถิงยังบอกว่าทุกอย่างราบรื่นดี ไม่มีอะไรต้องห่วง “เห็นพี่ตั้วบอกว่า น้ำนมรอบแรกได้มากจนมีพ่อค้าในอำเภอมาขอซื้อเลยหรอ” ตอนนี้เขาใช้ไม้เท้าพยุงตัวเองมาหาเธอที่ฟาร์มเล็กหลังบ้าน วันนี้เป็นวันที่3ที่เขาได้กลับมารักษาตัวที่บ้าน แต่มีรถมารับไปรับเหรียญเชิดชูเกียรติตั้งแต่เช้าเธอจึงเข้ามาในฟาร์ม“มาทำไมคะ อากาศกำลังเย็นคุณจะปวดแผล“ เธอรีบมาพยุงเขาไปนั่งบนแคร่ไม้ที่ทำไว้ใต้ต้นสาลี่”เห็นพี่สะใภ้บอกว่าคุณไม่กลับไปทานข้าวเช้า ผมเลยอาสาเอามาให้“ เขาวางกล่องข้าวลงก่อนจะแกะห่อผ้าอ
เสียงทุ่มที่แหบพล่าทำมือมาเธอสั่น ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา ก็พบกับร่างซูบผอม ใบหน้ามีแต่หนวดเคราลกครึ้ม ที่แขนซ้ายพันผ้าสะอาดพร้อมกับมีผ้าตาข่ายแขวนคอเอาไว้ ขาข้างนึงวางเทินไว้บนหมอนมีผ้าพันจากเท้าขึ้นมาจนถึงขาส่วนบน น้ำตาเม็ดเล็กร่วงหล่นทั้งที่เธอไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาด้วยซ้ำ“พี่ไม่ได้เป็นอะไร เธอร้องไห้แบบนี้รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่เลย“ สภาพร่างกายที่สะบักสะบอมขนาดนี้ แต่เขายังเลือกจะปลอบโยนเธอ ลู่หลินห่อตัวลงก่อนจะนั่งลงข้างๆ พี่ชายของเธอตบลงบนบ่าบอบบาง และบอกว่าจะกลับไปจัดการเรื่องที่บ้านให้เธออยู่เป็นเพื่อนเขาไปก่อน”ทำไม บาดเจ็บหนักขนาดนี้หล่ะคะ“ไม่ใช่ว่าคนไข้คนอื่นไม่มี แต่ทุกคนบาดเจ็บเล็กน้อยและซูบผอมเพราะขาดสารอาหารทั้งนั้น ยกเว้นสามีเธอที่เจ็บหนักที่สุด โดนยิงไหล่จนบาดเจ็บ ขาโดนสะเก็ดระเบิดจนกระดูกแตก”ผิดพลาดทางการสื่อสารนิดหน่อย ทหารใหม่ที่ยังไม่เคยออกสนามรบจริงสับสนคำสั่ง ผมเลยต้องวนกลับไปช่วยเขา ในขณะที่กลุ่มคนร้ายอีกกลุ่มกลับเข้ามาเพิ่ม“ เธอพยักหน้าด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก จะโทษใครไม่ได้เพราะนี่คือหน้าที่ของเขา“พี่ตั้วบอกว่าคุณแม่เข้าโรงพยาบาล เธอ…ไปเยี่ยมมาหรอ” ลู่หลินบีบมือ
เขาเกรงใจทุกคนหากต้องบาดหมางกัน แต่หลังๆภรรยาถูกรังควานหนักขึ้นจนเขายื่นคำขาดกับคนเป็นแม่ว่า หากเสวียนอียังตามมากลั่นแกล้งภรรยาเขาอีก เขาจะทำสัญญาแยกบ้านถึงเวลานี้มารดาเริ่มตระหนักได้จริงๆว่าตอนนี้ครอบครัวเสิ่นไม่เหมือนเดิม พ่อสามีย้ายไปอยู่กับเซี่ยเฉินและภรรยาถาวร ห้ามให้ภรรยาติดต่อไป ลูกชายคนโตไม่เคยตอบจดหมายเธอ ส่วนลูกชายคนรองตัดเยื่อใยกับความเผด็จการของเธอตอนนั้นถึงเริ่มตระหนักได้ว่าชีวิตเธอกำลังจะไม่เหลือใครจริงๆ จึบตัดสินใจยกเลิกสัญญาที่เคยให้ไว้กับเพื่อนสนิทอย่างมารดาของเสวียนอีกว่า จะแนะนำหลานชายให้รู้จัก แต่หญิงสาวกลับไม่ยอม เห็นว่าหลานชายที่ว่าเป็นแค่หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่เหมาะกับลูกสาวนายพลอย่างเธอ ความเอาแต่ใจทำเสวียนอีทำร้ายไฉ่หงจนเกือบตาย“แม่ผมอัดเสียงไว้หมดแล้ว เชิญคุณไปแก้ตัวในคุกเถอะ!!“ลู่หลินมองคนที่ถูกตำรวจควบคุมตัวออกไปอย่างทุลักทุเล เธอมองไปที่แม่สามีที่กำลังนอนหลับตานิ่ง ก่อนจะเดินตรงไปหาพ่อสามี ที่ตอนนี้กำลังนั่งก้มหน้าลงอย่างทุกข์ใจร่างบอบบางนั่งคุกเข่าลงกับพื้น หยิบตั๋วเงิน1แสนบาทที่แม่สามีเคยส่งให้เธอเพื่อชดใช้ใส่มือท่าน“ก่อนหน้านี้อาจมี
สุดท้ายลู่หลินตัดสินใจเดินทางกลับมาที่เมืองหลวงอีกครั้ง การนั่งรถไฟที่ยาวนานใช้เวลากว่า6ชั่วโมง เธอเดินทางต่อมาที่โรงพยาบาลทันที“อ่า ลู่หลินมาได้ยังไง” เป็นพ่อสามีอย่างเสิ่นซิงอีที่ทักเธอขึ้นมาก่อน ไม่ไกลกันมีเยว่ถิงถิงที่หน้าท้องนูนขึ้นเล็กน้อยมองเธออย่างดีใจ ส่วนน้องสาวสามีนั้นตอนนี้นั่งร้องไห้เงียบๆ“ได้รับจดหมายจึงรีบมาค่ะ คุณแม่ผ่าตัดหรือยังคะ ตอนนี้อู๋หลัวยังไม่กลับมาจากชายแดน หนูเลยล่วงหน้ามาก่อน“ เพราะกว่าจดหมายจะถึงก็หลายวัน ฉะนั้นการมาของเธอไม่ได้ทันท่วงทีแม่สามีผ่าตัดหรอก”ผ่าตัดเรียบร้อนแล้วหล่ะ แต่ตอนนี้มีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น วันที่คุณแม่ตกบันไดเกิดเรื่องนิดหน่อยหน่ะ“ เธอกำลังจะถาม แต่เห็นผู้หญิงหน้าตาสะสวยเดินเร็วรี่มาทางนี้“คุณลุงคะ หนู… วันนั้นหนูไม่ได้ทำอะไรคุณป้าจริงๆนะคะหนูแค่…“ ผู้หญิงคนนั้นตรงเข้ามาเกาะแขนพ่อสามีเธอก่อนจะร้องห่มร้องไห้ ท่านนายพลผู้เคร่งขรึม ดึงมือออกช้าๆ”เรื่องนั้นคงให้เจ้าหน้าที่สอบสวนเธอเอง“ลู่หลินถอยหลบมาอยู่ที่ตรงหัวมุม ติดกับประตูห้องปลอดเชื้อที่มีแม่สามีนอนตะแคงหันหน้ามาทางนี้ ที่ปากมีท่อสอดใส่เอาไว้ ใบหน้าซีดเซียวตึก ตึก ตึกเสียงเท้าก
เช้านร้เป็นอีกวันที่เธอนอนไม่หลับลุกขึ้นมาทำขนมเพิ่ม อีกทั้งวันนี้จะทำเหล้าดองด้วยเธอจึงนำไหเล็กมาต้มน้ำ จัดการล้างบ๊วยและตากให้แห้งสนิท สายๆมาพี่ชายและพี่สะใภ้จึงเตรียมออกไปส่งของ“รอบนี้ร้านค้าที่อำเภอ สั่งผลไม้อบแห้ง50ชุด ทอฟฟี่50ชุด ขนมเปี๊ยะแบบเป็นของฝากอีก30ชุด” เธอแอบเอาของที่สะสมไว้ในมิติออกมา ระหว่างที่พี่สะใภ้กับพี่ชายไปส่งลูกค้าในหมู่บ้าน จัดเรียงจนเป็นระเบียบ ทุกอย่างเธอทำมันด้วยความตั้งใจ “ในมิติยังมีอีกอย่างละ1000ชิ้น ไม่น้อยแล้วก็ไม่มาก วันนี้ต้องทำเพิ่ม พี่ๆจะได้ไม่สงสัยว่าทำไมมีขนมขายทันตลอด”ตอนนี้ขนมและของฝากอื่นๆของเธอเริ่มเป็นที่รู้จัก ทั้งขนมเปี๊ยะนมสดที่มีใส้หลากหลาย และยังมีไดฟุกุแบบที่พวกเขาไม่เคยกิน เธอกระจายไปให้หลายที่ได้กินก็ถูกพูดถึงในระยะเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมา “กลับมาแล้ว” เสียงพี่ชายตะโกนเข้ามาแต่พอเธอเดินออกไปดูก็ต้องอ้าปากค้าง“เป็นไง แม่วัว2ตัวนี้พอจะผลิตอะไรนะ เนยใช่ไหม ผลิตได้ไหม พอรึเปล่า?” เธอหัวเราะออกมาในรอบเดือน ในตามีน้ำตาสีใสเอ่อคลอก่อนจะล่วงหล่นลงมา วิ่งเข้าไปกอดพี่ชายที่ตอนนี้ลาออกจากโรงงานไม้มาช่วยเธอขายของ ส่งของ และเริ่มทำฟาร์มอย่างเ







