Masuk"แรงกว่านี้อีก"
"แต่ฉันเมื่อยมือแล้วนะคะ" รั่วหยุนซีทำหน้ายับยู่ใส่ผู้ชายที่เอาแต่ออกคำสั่ง ถึงขาเตียงนอนจะขยับเสียงดัง 'เอี้ยดอ้าด' เป็นจังหวะต่อเนื่องกัน แต่ทว่าก็ยังไม่ทำให้คนที่นั่งทำหน้านิ่งพอใจ "คุณก็ส่งเสียงบ้างสิ" เมื่อยก็เมื่อย เหนื่อยก็เหนื่อย มองดูอีกฝ่ายนั่งกอดอกสบาย ทั้งๆ ที่เรื่องนี้มันต้องช่วยกัน หญิงสาวเอาหูแนบไปกับฝาผนัง ก่อนจะพูดเหมือนรู้ทันคนแก่สองคนที่ยังไม่เข้านอน "มีคนรอฟังอยู่นะคะ" รั่วหยุนซีพูดให้อีกฝ่ายที่นั่งกอดอกมองคิดตาม แค่เสียงเตียงขยับคนแก่อาจคิดว่าผัวเมียมีใครคนใดคนหนึ่งนอนดิ้นก็ได้ ในเมื่อตาไม่เห็น ก็ใช้เสียงนำทางให้สมองจินตนาการไป เธอที่เป็นนักเขียนมั่นใจว่าแผนนี้ได้ผลกว่าการทำให้ขาเตียงลั่นแน่นอน "ฉันรู้" เขารับฟังและคิดตาม ถึงจะรู้สึกหงุดหงิดบ้างแต่ก็ยอมทำตาม ร่างสูงให้ความร่วมมือด้วยการเปลี่ยนจากนั่งมองและพาตัวเองมานั่งข้างๆ ร่างบางที่โดนมอบหมายหน้าที่ให้เขย่าหัวเตียง "ร้องสิคะ" รั่วหยุนซีสั่งขณะที่สองมือของเธอยังทำหน้าที่เขย่าหัวเตียงอยู่ "เธอจะให้ฉันร้องว่าอะไร" ฝูอี้หานถามคนที่เสนอแผนการ คนที่โดนสั่งให้ทำขาเตียงลั่นหันขวับมามามองทันที นี่เขาใช้สมองคิดบ้างหรือเปล่าเนี่ย ถึงได้ถามคำถามที่ผู้ชายอย่างเขารู้ดีกว่าผู้หญิงที่แค่เคยดูหนังโป๊อย่างเธธ "คุณอยากร้องอะไรก็ร้องไปเถอะค่ะ เอาให้เสียงดังๆ เลยนะคะ" "แต่ฉันเป็นผู้ชายนะ" "แล้วไงคะ" "ก็เสียงร้องพวกนั้นมัน..." เสียงทุ้มต่ำเงียบไป เรื่องพรรณนี้ต้องเป็นผู้หญิงที่ร้องครวญครางสุขสมไม่ใช่หรืออย่างไร แล้วทำไมเธอถึงได้โยนให้เขาเป็นคนทำ "เดี๋ยวฉันเขย่าเตียงเอง" ฝูอี้หานแย่งหน้าที่ของรั่วหยุนซีมาทำ เสียงหัวเตียงกระทบกับฝาผนังเป็นจังหวะและหนักแน่นกว่าเธอทำเองเยอะเลย อะไรของเขา... รั่วหยุนซีทำหน้างง เมื่อถูกแย่งหน้าที่ไป ท่าทีของเขาไม่ได้ดูเหมือนเต็มใจช่วยเธอสักเท่าไหร่ ไม่ทันจะได้อ้าปากถามอะไร เขาก็ออกคำสั่งว่า "ฉันทำแล้ว เธอก็ร้องสิ" "ห๊ะ!!" รั่วหยุนซีทำหน้าไม่อยากในสิ่งที่ได้ยิน แต่เมื่อเห็นแววตาของอีกฝ่ายที่เอาจริง สุดท้ายเธอจึงต้องเป็นฝ่ายที่ส่งเสียงร้องออกมา อนิจจา... ไอ้พระเอกบ้า จะขี้เก็กไปเพื่อ??? ก่นด่าพระเอกในนิยายของตัวเองในใจ ส่วนปากก็ส่งเสียงร้อง 'อื้อ อ้า' ไป ถึงจะเป็นคนเสนอแผนการแต่เวลาทำจริงมันก็แอบอาย ดูท่าเสียงครางของเธอคงจะไร้อารมณ์เกินไป เมื่อเหลือบเห็นชายหนุ่มเอาแต่ส่ายหัวไปมา คำดูถูกที่หลุดออกจากปากของฝูอี้หานทำเส้นความอดทนที่มีน้อยนิดของเธอขาดผึงทันที "ร้องดังได้แค่นี้เหรอ" อื้อหือ... เหมือนโดนเหยียบหน้า ด้วยนิสัยของรั่วหยุนซีที่ไม่เคยยอมใคร มีหรือจะยอมให้พระเอกในนิยายของตัวเองดูถูกได้ อยากให้เธอร้องเสียงดังๆ ใช่ไหม ได้ค่ะ! ได้ เดี๋ยวรั่วหยุนซีจัดให้แบบเผ็ด แซ่บ ซี้ด พริกสิบเม็ดไปเลย "อ๊าาาา อี้หานแรงอีกสิคะ" "อื้ออออ ฉันชอบมากเลย" "อ่าาาาห์ คุณอย่าจับตรงนั้นสิคะ" "ฉันจะไม่ไหวแล้ววว" ไม่ใช่แค่เสียงร้องคราง แต่คำพูดลามกพวกน้ำทำเอาฝูอี้หานที่นั่งใช้มือเขย่าหัวเตียงอยู่ข้างๆ ถึงกับตกใจ หากสังเกตุให้ดีแววตานิ่งๆ ของเขาตอนนี้เหมือนมีระลอกคลื่นถาโถมเข้าใส่ ก่อนจะสลัดมันไปพร้อมกับใช้มือรีบปิดปากเธอ "หุบปาก" "อื้อออ อำไอ" [อื้อ ทำไม] หญิงสาวพยายามดิ้น แต่แรงอันน้อยนิดก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการได้ การแสดงในวันนี้ของเธอมันมากจนล้นเกินพอดีไป เสียงร้องครวญครางที่ดูเหมือนขาดใจ ทำให้เขาแทบไม่อยากจะคิดเลยว่าพรุ่งนี้ทุกคนจะมองหน้าเขาอย่างไร ชายหนุ่มคิดพลันถอนหายใจ ถ้ารู้อย่างนี้.... เขาจะไม่ยกหน้าที่นี้ให้เธอ!"ดะ...เดี๋ยวค่ะใบหน้าสวยแดงซ่านเมื่อรู้สึกได้ถึงการรุกราน มือที่แข็งแกร่งนั้นกำลังเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ แล้ว"....."เสียงของเธอตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับสายลมบางเบาที่พัดผ่านมาแล้วก็พัดผ่านไป เขาหยุดการกระทำไปชั่วอึดใจและใช้สายตาสื่อแทน'เธอไม่ต้องการฉันรึไง'นั่นคือความหมายที่เธอแปลได้ ดวงตาคู่สวยยามนี้สั่นไหว ออร่าความหล่อของพระเอกช่างรุนแรงจนเธอมิอาจต้านทานได้ ยิ่งเขาลดช่องว่างและความสูงของกำแพงที่เคยสร้างไว้ เธอก็ยิ่งเหมือนโดนดึงดูดให้ต้องเออ ออ ตาม"อ๊ะ...ตรงนั้น"ร่างบางสะดุ้งเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ เธอรับรู้ได้ถึงไอความร้อนจากฝ่ามือส่งผ่านเข้ามาถึงข้างใน จังหวะที่เขาใช้นิ้วลากสร้างความเสียวภายนอกช่างน่าอาย เธอได้ยินเสียงลามกของตัวเอง"อี้หาน อย่าค่ะ"ถึงปากอิ่มสวยจะร้องห้ามแต่ร่างกายของเธอกำลังเรียกร้องต้องการ ยิ่งนิ้วเขาเร่งจังหวะเสียดสีกับตรงนั้น หัวใจของเธอก็ยิ่งเต้นแรงและดัง เรียวขาที่ควรหุบกลับอ้ากว้างเพื่อให้อีกฝ่ายทำได้ถนัดขึ้น"แน่ใจว่าจะให้ฉันหยุด"ชายหนุ่มกระซิบถาม แววตาคู่คมนั้นดูถือไพ่เหนือกว่าทุกอย่าง นิ้วของเขาหยุดตามที่หญิงสาวต้องการแต่ถึงกระนั้นเขาก็ก้มหน้าหล่อๆ ลงมาซ
อยู่ๆ พระเอกก็มาบอกให้จูบจะไม่ให้เธอตกใจได้อย่างไร ดวงตากลมโตมองใบหน้าหล่อเหลาที่แสนนิ่งขรึมด้วยความสงสัย ในหัวสมองที่มึนงงตั้งคำถามมากกมาย อีตาพระเอกไปล้มหัวฟาดพื้นห้องมารึไง การกระทำถึงได้เปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ"จ...จูบเหรอ""อือ"เป็นการยืนยันที่ห้วนที่สุดในโลกก็ว่าได้ ฝูอี้หานยืนเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร ครั้นเธอจะถามเพื่อความแน่ใจก็กลัวจะไปจุดไฟโมโหให้ปะทุขึ้นมา ถึงจะสงสัย แต่เธอก็อดคิดไม่ได้ว่านี่คือโอกาส หากเธอไม่รีบคว้า แล้วชาติไหนเขาจะบอกให้ 'จูบ' อีกเล่า"หลับตาก่อนสิคะ"ในเมื่อคิดว่าจะไม่ปฏิเสธ ก็คงต้องทำตามคำสั่งนั้นไป หากแต่วันนี้เขาในชุดลำลองดูหล่อเกินไป ออร่าของพระเอกมันวิบวับแสบตาอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายรอบทำเธอเขินอาย บวกกับดวงตาคมที่มองก็ทำให้ใจเธอสั่นระรัว "ทำไมต้องหลับ"คำถามนั้นดูจริงจัง เขาอยากเห็นหน้าเธอชัดๆ รวมไปถึงริมฝีปากอวบอิ่มที่ชวนมองนั้นด้วย"ถ้าคุณไม่หลับฉันก็ไม่...""หลับก็ได้"ฝูอี้หานไม่รอให้หญิงสาวพูดจบเขาก็พูดแทรกขึ้นมาพร้อมหลับตาลงตามที่เธอขอซะด้วยตึกตัก.... ตึกตัก....เสียงหัวใจที่เต้นแรง มีเพียงเจ้าของที่คงได้ยิ
'ทำไมยังไม่ไปทำงานอีกนะ'รั่วหยุนซีพึมพำ เธอเหล่มองไปที่หน้าต่าง เห็นร่างสูงยืนตระหง่าน สายตาคมที่มองมานั้นราวกับกำลังบอกให้รู้ว่า 'ฉันจ้องเธออยู่นะ'"ฉันไม่น่ามองขึ้นไปเลย"พูดกับตัวเองที่ยกมือขึ้นลูบอกด้วยความตกใจ ที่ผ่านมาเธอชินกับฝูอี้หานที่พูดน้อย ไม่สนใจใคร เอาตัวเองเป็นใหญ่ พอเขามีท่าทีที่เปลี่ยนไปเธอก็เลยตั้งรับไม่ทัน กอปรกับเรื่องอย่างว่าที่เกิดขึ้นด้วยความ 'เมา' นั้นทำเธอสู้หน้าเขาไม่ติดเลย"จงใจหลบตางั้นเหรอ"คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เมื่อเห็นดวงตากลมโตที่มองสบคู่นั้นหลุบต่ำลง ใบหน้าคมฉายแววงุนงง ทั้งๆ ที่เมื่อคืนเธอนั้นร้อนแรงและยั่วยวน'อ๊ะ...อี้หาน''ครางชื่อฉันสิคะ''อื้อออ~ ตรงนั้นมัน อ๊ะ...'เขาจดจำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมหวานหรือเสียงคราง เขาชอบทุกการกระทำที่เธออยากเป็นฝ่ายขึ้นนำและควบคุม 'ฉันอยากลอง''อยู่นิ่งๆ สิคะ''ฉะ...ฉันทำได้ดีใช่ไหม'เขารู้ดีว่าในความกล้าของเธอยังคงแอบซ่อนไว้ซึ่งความเหนียมอาย ยิ่งเธอใช้ร่างกายยั่วยวนเขาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตกลงไปในหลุมขนาดใหญ่อย่างยากจะถอนตัวกริ้ง...กริ้ง...กริ้งเสียงโทรศัพท์ที่ดังต่อเนื่องกันทำให้ผู้กองฝูจำต้องละสายตาจาก
"ฉันเดินเองได้ค่ะ""ฉันรู้""ถ้ารู้ก็ปล่อยฉันลงสิคะ"หญิงสาวพูดในขณะเดียวกันก็ดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนแกร่งที่ถือวิสาสะอุ้มเธอทั้งๆ ที่เธอก็บอกว่า 'ไม่ได้เป็นอะไร' ถึงจะเจ็บๆ ตรงนั้นแต่ก็พอเดินไหว การที่โดนเขาอุ้มหลังจากที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งไป เอาตรงๆ นะมันทำตัวไม่ถูกจริงๆ "ไม่ปล่อย"คำตอบของฝูอี้หานมักเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวเสมอ เขามองไปที่ใบหน้าสวยหวานของเธอก็พบว่าปรากฏร่องรอยของความเขินอาย พลันหัวใจก็รู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมา แววตาของเขาเปลี่ยนจากเฉยชาโดยที่ตนเองก็แทบไม่รู้ตัว"แต่ป้าจิวลู่กำลังมองอยู่""มองแล้วทำไม"ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย"คุณไม่อายที่โดนมองรึไง""ถ้าฉันอาย ฉันคงไม่ทำให้เธอร้องทั้งคืน"คำตอบของฝูอี้หานทำดวงตาคู่สวยเบิกโพลงด้วยความตกใจ เรื่องน่าอายพวกนี้ไม่มีใครพูดในที่โล่งแจ้งรู้ไหม แล้วไอ้ท่าทีที่ดูเปิดเผยเหมือนไม่ปกปิดอะไร ทำให้เธออายจนอยากมุดดินหนีจริงๆ "ใครให้เธอไปนั่งตรงนั้น"เสียงทุ้มถาม"ก็คุณเคยบอกว่า...""มานั่งข้างฉัน"ไม่ทันที่รั่วหยุนซีจะได้อธิบาย ฝูอี้หานก็สั่งให้คนตัวเล็กมานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ ซึ่งปกติเขากับเธอเวลาร่วมโต๊ะอาหารก็คือนั่งประจันหน้ากัน เธอกิน เข
ไอ้พระเอกบ้าคิดว่าตัวเองดีนักรึไงคนเย็นชา ไร้หัวใจอมหมาไว้ในปากรึไงห๊ะ!!เพราะเคยด่าพระเอกนิยายว่าหาข้อดีไม่ได้ ถ้าไม่หล่อก็คงไม่ได้เป็นพระเอกนิยาย แต่เรื่องเมื่อคืนกลับทำความคิดของเธอเปลี่ยนไป เขาเป็นพระเอกที่หล่อกร้าวใจ และเรื่องนั้นก็แซ่บพริกสิบเม็ดเลย'สติหยุนซี เธอต้องตั้งสติ'หญิงสาวบอกตัวเองที่ถึงจะตื่นนอนแล้วแต่ก็ยังคงแกล้งหลับต่อไป เพราะฝูอี้หานยังคงไม่ไปไหน ปกติเขาต้องไปทำงานแล้วไม่ใช่รึไง แล้ว แล้ว แล้ว ทำไมเขาถึงยังอยู่ที่เตียง 'อะ...อี้หาน''มันลึกเกินไป''ฉันจะมะ..ไม่ อื้อ~'ทุกสัมผัสที่เขาแตะต้องเธอยังจำได้ ส่วนหนึ่งของเขากับเธอเชื่อมติดกันจนพาลให้ร้อนผ่าวไปทั้งร่างกาย ลีลารักของเขาพลิ้วไหวและนำพาเธอลอยละล่องไปถึงจุดสุขสม'โอ้ย! น่าอายมากๆ เลย'ความทรงจำที่เร่าร้อนทำเธออายจนไม่กล้าลืมตา เธอกับฝูอี้หานเพิ่งทำเรื่องอย่างว่าแล้วก็ไม่ได้จบแค่ครั้งเดียวด้วย 'เรียกชื่อฉัน''ฉันทำได้ดีใช่ไหม''ไม่ต้องอาย''ฉันอยากฟังเสียงเธอ'นี่ใช่ผู้ชายปากหนักที่กลัวดอกพิกุลร่วงจากปากใช่หรือไม่ หลังจากที่ผ่านพ้นคืนอันเร่าร้อนแสนหวามเธอเองก็เริ่มไม่มั่นใจ เขาพูดเรื่องน่าอายได้โดยไม่รู้สึ
ปกติหนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน ผู้กองฝูอี้หานเป็นคนเดียวที่มาทำงานไม่เคยหยุดพัก เขาขยันและมุ่งมั่น ทุ่มเทให้กับงาน ไม่เคยขาด ลา หรือมาสายสักครั้ง แต่วันนี้กลับทำให้ทุกคนในกรมทหารต้องมองหน้ากัน เมื่อได้ยินว่าผู้กองที่ขยันยิ่งกว่ามดงานยื่นลาพักร้อนถึงสามวันเต็ม"ผู้กองไม่สบายหรือเปล่า""ไม่มีทาง"เมื่อผู้กองไม่มา มีหรือพวกพลทหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาจะไม่พากันตั้งข้อสงสัย มีหลายคนที่คิดว่าผู้กองอาจไม่สบาย แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่เชื่อว่าคนแข็งแรงดุจหมีควายอย่างฝูอี้หานจะลาเพราะไม่สบายแน่ๆ"หรือว่าไปเที่ยว""คนอย่างผู้กองนี่นะจะไปเที่ยว"ร้อยวันพันปีผู้กองฝูอี้หานเคยไปเที่ยวที่ไหน ข้อสันนิษฐานนี้ปัดตกไป แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้คนขยันอย่างผู้กองฝูหยุดงาน"หรือว่าาาา....."พลทหารที่จับกลุ่มนินทาผู้กองแต่เช้ายังไม่คลายสงสัย เขาพูดค้างเหมือนคนที่เพิ่งฉุกคิดได้ ช่วงนี้ผู้กองดูฉุนเฉียว ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ บางวันก็ดูหงุดหงิดมากจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ วันก่อนเขาเห็นผู้กองนั่งถอนหายใจ เมื่อวานผู้กองก็ตาโหลเหมือนคนอดนอน"หรือว่าอะไรวะ""พูดเร็วๆ สิอยากรู้"คนที่รอฟังเร่งเร้ายิกๆ "ฉันว่าผู้กอ







