LOGIN“กลิ่นของคุณทำให้ผมอดใจไม่ไหว… ” เขาซุกหน้าเข้ามาใกล้ “ท่าน… เอ่อ… ท่านได้กลิ่นอะไรหรือคะ” หัวใจของอัญญาเต้นแรง หล่อนรู้สึกประหม่า ทั้งเกร็งทั้งกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “ก็กลิ่นสาบสาวของคุณ… กลิ่นตรงนี้ไง” ท่านประธานเอื้อมมือเข้ามาใต้...
View Moreเ-ล-ข-า-ง-า-น-ห-นั-ก
กับท่านประธานคลั่งรัก
ผู้เขียน กาสะลอง
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
*เราเตือนท่านแล้ว*
เ-ล-ข-า-ง-า-น-ห-นั-ก
มกราคม พุทธศักราช 2565
ที่ออฟฟิศของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองไทย ‘อัญญา’ หญิงสาวอายุยี่สิบเอ็ดปี ใบหน้าสะสวยสะดุดตา ทรวดทรงองค์เอวราวกับหลุดออกมาจากแมกกาซีนประเภทปลุกใจเสือป่า เดินตามผู้จัดการแผนกบุคคลเข้ามาที่ห้องทำงานของท่านประธาน วันนี้หล่อนมาสมัครงานในตำแหน่งเลขา
เสียงเคาะดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนที่บานประตูจะถูกไม้มะฮอกกานีสีน้ำตาลเข้มจะถูกผลักเข้ามา
“มาแล้วค่ะท่านประธาน… ”
‘สมร’ สาวใหญ่ร่างอวบ ผิวขาว วัยสี่สิบปี มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล กล่าวกับชายร่างสูงใหญ่วัยสามสิบห้าปี มีนามว่า ‘ธันวา’ เป็นทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านตระกูลดัง นั่งบริหารงานอยู่ในตำแหน่งท่านประธานของบริษัท
“เชิญนั่ง… ”
ธันวากล่าวเพียงสั้นๆ ผายมือมาที่เก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่
เขาอยู่ในชุดสูทสีดำเรียบหรูดูเข้มขรึม เข้ากับหน้าตาคมคร้ามหล่อเหลาสะดุดตา คิ้วสีดำดกหนารับกับดวงตาสีน้ำผึ้งชวนฝัน ดวงตาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสันสวยเพราะเป็นลูกครึ่งอิตาลี แผงหนวดสีดำเป็นแพหนาเหนือริมฝีปากบางทำให้เขาดูทรงอำนาจ
“สวัสดีค่ะ… ”
อัญญายกมือไหว้แนะนำตัว หลังจากสาวใหญ่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเดินออกไปจากห้องเพื่อให้ท่านประธานสัมภาษณ์หล่อนเพียงลำพัง
หญิงสาวยังคงตะลึงมองชายตรงหน้า เขาดูสง่างามและภูมิฐานในชุดสูทสีดำกระดุมเดียว
กระดุมอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างต่ำ เผยให้เห็นช่วงอกกว้าง ปั้นไหล่กำยำเสริมส่งให้ท่านประธานคนนี้ยิ่งดูสมาร์ทและทันสมัย
“สวยกว่าในรูป… เธอยังไม่มีแฟนใช่ไหม… ”
อัญญาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าจะเจอคำถามนี้เป็นประโยคแรกของการสัมภาษณ์จากท่านประธานมาดขรึม ใบหน้าคมเข้มจนคิดว่าดุถ้าเขาไม่ยิ้ม
แต่คิดอีกที…
ก็ไม่แปลกที่เขาถามเรื่องเป็นส่วนตัว เพราะว่าประวัติโดยรวมแบบย่อๆ ของหล่อนก็อยู่ในแฟ้มที่ธันวากำลังเปิดอ่าน
“ดิฉันยังไม่มีแฟนค่ะ… ”
อัญญาตอบตามตรง…
เมื่อสัปดาห์ก่อนหล่อนเพิ่งเข้ามาสมัครงาน แต่บังเอิญท่านประธานไม่อยู่ แผนกบุคคลบอกให้หล่อนทิ้งแฟ้มสมัครงานเอาไว้แล้วเรียกสัมภาษณ์ตามมา
หลังจากท่านประธานสกรีนผู้สมัครด้วยตัวเองจากแฟ้มประวัติของผู้สมัครงานหลายราย
“เธอคือหนึ่งในสองคนสุดท้ายที่ฉันสนใจ… ”
เขามองหน้าหล่อน ริมฝีปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม บ่งบอกความพึงพอใจ
ในระหว่างพูดคุยกับหญิงสาว…
ท่านประธานที่พยายามวางมาดสุขุม เผลอตัวไปชั่วขณะ แอบกลืนน้ำลายลงคอหลายครั้ง ดวงตาคมกริบจ้องมองสองเต้าของหล่อนที่ใหญ่มาก ดูตึงแน่นจนน่าอึดอัดเพราะเสื้อโอบอุ้มปทุมถันคัพเอฟเอาไว้ไม่ไหว ใหญ่มากจนเม็ดกระดุมแทบหลุดกระเด็นออกมาในตอนที่หญิงสาวขยับกาย
“คุณเพิ่งจบมาใหม่ๆ… ยังไม่มีประสบการณ์ เงินเดือนปกติสำหรับนักศึกษาจบใหม่ทุกวันนี้เริ่มกันที่หมื่นห้า… แต่ฉันจะให้เงินเดือนเธอห้าหมื่น… ”
ทำพูดที่ได้ยินทำเอาอัญญาตกใจ เพราะหล่อนไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เงินเดือนเยอะถึงเพียงนี้
“ห้าหมื่นเชียวหรือคะ… ”
“ใช่ครับ… คุณโอเคไหม”
“ค่ะ… โอเคค่ะ… ”
จะว่าร้อนเงินก็ใช่…
ให้เงินเดือนขนาดนี้ใครปฏิเสธก็โง่ เพราะตัวของอัญญาเท่านั้นที่รู้ดีว่าตอนนี้ฐานะทางการเงินของครอบครัวหล่อนกำลังง่อนแง่นเต็มที
ตอนนี้บ้านที่หล่อนอยู่อาศัยกำลังจะโดนยึด อีกทั้งหนี้สินที่ผู้เป็นบิดาก่อเอาไว้ก่อนตายจากไปด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังตามมาหลอกหลอน ทิ้งภาระไว้ให้คนข้างหลังคือหล่อนกับแม่และน้องสาวที่กำลังจะไม่เหลือที่ซุกหัวนอน เพราะว่าบ้านกำลังจะโดนธนาคารยึดในอีกไม่กี่วัน
“ดี… คุยกันง่ายๆ แบบนี้ผมชอบ… ”
ธันวากล่าวขณะเปิดแฟ้มไปพลาง…
ผลการเรียนของอัญญาอยู่ในขั้นดีเยี่ยม ไม่มีอะไรให้เขากังขาในเรื่องนี้
แต่อีกประโยคที่กำลังจะตามมาต่างหาก ที่ทำให้ธันวาคิดว่าหล่อนอาจจะเปลี่ยนใจเดินออกจากห้องไปก็ได้
ทำกิจกรรมเข้าจังหวะกันอย่างเมามัน “คาร์ล… เป็นไงบ้างจ๊ะลูก… ถึงบ้านแล้วใช่ไหม ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะ… ” “ครับแม่… ผมอยู่บ้านแล้วครับ… ” “ริตาล่ะ… กลับแล้วใช่ไหมจ๊ะ… ” คุณหญิงถาม “กลับแล้วครับ… นี่แหละครับที่ผมจะบอกคุณแม่… ” “บอกเรื่องอะไร… ” หัวคิ้วของคุณหญิงราตรีชิดเข้าหากันด้วยความสงสัย “จะบอกว่าเลขาคุณแม่สวยมากครับ… ผมตกหลุมรักเธอแล้วสิ… ” “แม่ก็คิดว่าควรจะเป็นอย่างนั้น… แต่เท่าที่แม่รู้ริตามีคู่หมั้นแล้วนะ… ” “ก็แค่คู่หมั้น… ตราบใดที่ยังไม่ได้แต่งงานแสดงว่าผมยังมีสิทธิ์… ” “แกนี่เจ้าชู้ไวไฟไม่เลิก… ” “ก็ผมชอบจริงๆ นี่ครับ… คุณแม่ช่วยเชียร์ผมนะครับ… ” “แน่สิ… ไม่เชียร์ลูกชายตัวเองแล้วแม่จะเชียร์ใคร… ” “คุณแม่น่ารักที่สุด… จุ๊บๆ ๆ ๆ ๆ ๆ … ” แม่กับลูกคุยกันต่อมาอีกสองสามคำก็กดวางสาย คาร์ลอสหารู้ไม่ว่าสาเหตุที่คุณหญิงราตรีไม่ขัดและยังเชียร์อย่างออกนอกหน้าก็เพราะว่าเธอเองมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ ตอนนี้คาร์ลอสเพิ่งเลิกกับภรรยาที่เป็นชาวฝรั่งมาสดๆ ร้อนๆ ที
หนุ่มใหญ่ยื่นมือมาเช็กแฮนด์ มือเขาใหญ่มากจนแทบกำมือเธอได้มิดในวัยสามสิบห้าปี คาร์ลอสเป็นหนุ่มใหญ่ที่ยังดูหนุ่มแน่นเกินอายุจริง เขากับเธอนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟต่อมาอีกอยู่ครู่สั้นๆ เพื่อทักทายทำความรู้จัก ก่อนที่ริตาจะขับรถของเธอพาคาร์ลอสไปส่งยังบ้านหลังหนึ่งย่านรังสิตเป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ที่คุณหญิงราตรีแม่ของคาร์ลอสซื้อทิ้งเอาไว้นานแล้ว ตกแต่งพร้อมอยู่อาศัย จ้างแม่บ้านคนหนึ่งไว้คอยดูแลทำความสะอาด เตรียมไว้รอลูกชายคนเดียวกลับมาเมืองไทย“ขอบคุณครับ… ”คาร์ลอสกล่าว…หลังจากหญิงสาวมาส่งจนถึงบ้าน เธอเดินเข้ามาส่งเขาถึงข้างใน ได้เห็นสภาพภายในของบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ทุกมุมตกแต่งเอาไว้ได้อย่างหรูหราสวยงาม ทั้งห้องรับแขก ห้องครัว และส่วนที่เป็นห้องนอนมองผ่านกระจกห้องรับแขกออกไปด้านข้างมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และห้องฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ครบครันสมฐานะเศรษฐี“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว… ดิฉันขอตัวกลับนะคะ”ริตากล่าว…คาร์ลอสจ้องมองเรือนร่างสูงระหง แต่ที่สะดุดตาคาร์ลอสเข้าอย่างจังก็คือทรวงอกคัพเอฟอวบใหญ่และผิวพรรณขาวเนียนเปล่งออร่า‘สวย… ’คาร์ลอสแอบมอง นึกชมอยู่ในใจ มองช่วงขายาวเรียว ดวงตาคมซ่อนประกายเร่าร้อน จ
มีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นที่โทรศัพท์มือถือของเธอ ริตากดรับพร้อมกับยกขึ้นแนบหู “ริตา… ลูกชายฉันมาถึงเมืองไทยวันนี้ตอนห้าโมงเย็น ฝากเธอดูแลความเรียบร้อยด้วยนะ… ”คุณหญิงราตรีผู้เป็นนาย โทรมาเตือน“ค่ะนาย… ”ริตารับคำ คุยกันต่อมาอีกครู่สั้นๆ ก็วางหูในเวลาต่อมาราวๆ ห้าโมงเย็น ริตานั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟใกล้กับประตูผู้โดยสารขาเข้าของสนามบิน เธอไม่เคยเห็นหน้าลูกชายคุณหญิงราตรีมาก่อน ไม่มีแม้เบอร์โทรศัพท์ของเขาที่จะติดต่อกันได้ด้วยซ้ำ ‘ขอเบอร์โทรคุณคาร์ลอสได้ไหมคะ… จะได้ไม่คลาดกันค่ะ… ’ริตานึกย้อนไปถึงตอนที่คุยกับคุณหญิงราตรี‘ถึงแล้วคาร์ลบอกว่าจะโทรหาเองจ้ะ… อีตานี่มันหวงเบอร์โทร… ’คุณหญิงสั่งเอาไว้เพียงเท่านั้น… ริตาเข้าใจว่า ‘คาร์ล’ นั้นคือชื่อสั้นๆ ของ ‘คาร์ลอส’ ที่เรียกกันเฉพาะคนสนิทในครอบครัวเท่านั้นมือเรียวที่ปลายเล็บเคลือบสีชมพูอ่อน เลื่อนดูฟีดข่าวผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมีเสียงเรียกเข้าดังขึ้น… “สวัสดีค่ะ… ”เบอร์โทรที่ไม่คุ้นเคย… ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หญิงสาวกรอกเสียงทักทายไปยังต้นสาย “ผมคาร์ลอส… ”เขาตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษบอกว่ามาถึงแล้ว ตอนนี้
ริตาสะบัดใบหน้าทรมานสุดจะทน แรงบีบรัดของกลีบสาวที่แรงขึ้นเกือบถึงขีดสุด ส่งสัญญาณให้คาร์ลอสรู้ว่าริตากำลังจะถึงสวรรค์ในเสี้ยวอึดใจ “อ่า... อูย ผมไม่ไหวแล้วครับที่รัก… ”คาร์ลอสเอามือล็อกสะโพก โขลกเอ็นเข้าใส่รูสวาทในระลอกสุดท้ายของความอึดทน ก่อนที่ริตาจะร้องครางตัวสั่น รูสวรรค์บีบรัด ทุกสรรพางค์กายร้อนผ่าว“กรี๊ดดดดด… ”ริตากรีดร้องถึงสวรรค์ ก้นของเธอเกร็งสะท้าน แอ่นรับท่อนเอ็นของบอสกระตุกสั่น สาดน้ำกามสีขาวราวกะทิพวยพุ่งเข้าใส่เต็มรู“โอ้วววว… อูยยยย... ”ริตาพริ้มตา…รู้สึกราวกับว่าร่างของเธอถูกโยนขึ้นที่สูงแล้วตกลงมาด้วยความเร็ว พร้อมๆ กับลำเอ็นมหึมาซอยรัวส่งความเสียวกระสันแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ช่วยปลดเปลื้องความอัดอั้นทรมานที่สาดเข้าใส่กันมาพักใหญ่ๆ พากันและกันไปถึงสวรรค์ในที่สุดจนแทบลืมไปว่าที่กำลังกันอยู่นี้เป็นห้องทำงานย้อนมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้าภายในห้องทำงานหรูตั้งอยู่บนชั้นสูงลิบลิ่วของตึกแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ‘ริตา’ หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีผู้มีใบหน้าสะสวย ทรวดทรงสะดุดตา วางเอกสารที่หอบแนบอกลงบนโต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อจู่ๆ คุณหญิงราตรีที่