Se connecterจากการสืบเรื่องราวของตระกูลกงและการมาเยือนเพื่อยืนยันบางสิ่ง ทำให้เขารู้ว่าต่อให้ตระกูลกงมีผู้นำเป็นสตรี ก็ยังสามารถยืนหยัดต้านลมต้านฝนรักษาวงศ์ตระกูลเพื่อไม่ให้ล่มสลายได้ คนที่อยู่ในที่ลับน่ากลัวกว่าคนที่อยู่ในที่แจ้ง ที่เขาสามารถมายืนอยู่ในจวนได้โดยไม่เป็นอะไร เป็นเพราะพวกเขาเปิดทางให้…
อีกนัยหนึ่งก็คือยามนี้พวกเขาไม่สามารถปรากฎตัวออกมาได้ และเขาเองก็สามารถพึ่งพาและดูแลคุณหนูของพวกเขาได้ ถามว่าเขาทราบได้อย่างไร ตามหลักของผู้ฝึกยุทธ์แล้วไม่ยากที่จะสังเกตเห็นถึงความผิดปกติจากบริเวณโดยรอบจวน คนในคุ้นชินคุ้นเคย แต่คนนอกกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่าง กับคนที่ไม่คิดมากก็แล้วไปเถิด บังเอิญว่าเขาเป็นคนคิดมาก คิดจนได้ประมือกับคนผู้หนึ่ง วรยุทธ์ของเขายอดเยี่ยมมากเป็นกระบวนท่าที่เขาไม่เคยพบมาก่อน นับว่าเขาได้เปิดประสบการณ์ใหม่แล้ว กงเล่อหยางพิจารณาตามคำพูดของเขา ตอนแรกนางยอมรับว่ามีความคิดที่จะพึ่งพาฮ่องเต้ในอนาคต แต่ว่าหลังจากที่ได้ฟังท่านลุงเว่ยบอกเล่าเรื่องราวนั้น นางก็เปลี่ยนความคิดทันที อีกอย่างฮ่องเต้เป็นศูนย์กลางของอำนาจ การจะตัดสินใจแต่ละครั้งล้วนแต่ต้องมีเหตุผลและหลักฐานมารองรับ “ท่านบอกเล่าตัวตนของท่านกับข้าก่อนสิเจ้าคะ” “แซ่ไป๋ นามเทียนหลง มารดาเป็นหวงกุ้ยเฟย มีพี่น้องนับไม่ถ้วน ส่วนบิดานั้นเจ้าคงทราบอยู่แล้ว มีบรรดาศักดิ์เป็นชินอ๋อง พระราชทินนาม อี้ หรือที่ผู้คนมักจะเรียกว่า อี้ชินอ๋อง” กงเล่อหยางตัวแข็งทื่อ ดวงตายังคงจดจ้องมองเขา ใครจะไปคิดว่าคนที่เป็นเชื้อพระวงศ์ซ้ำยังมีบรรดาศักดิ์เป็นชินอ๋อง จะมาทำแบบนี้ในจวนของนาง กงเล่อหยางคิดว่าเขาเป็นญาติของบิดาหรือไม่ก็มารดา ที่มาปกป้องนางเพราะคำสั่งเสีย หรือไม่ก็คำสั่งของผู้อาวุโส โป๊ก! “โอ๊ย! ข้าเจ็บนะ” ไป๋เทียนหลงเขกหน้าผากนางไปหนึ่งที เพื่อเรียกสติ “เจ้าคิดอันใดอยู่ หรือว่าไม่เชื่อที่เปิ่นหวางบอก เอานี่!” เขาโยนป้ายหยกประจำตัวมาให้นาง กงเล่อหยางรับมาดู ก็เห็นคำว่าอี้ ที่เป็นพระราชทินนามสลักอยู่ ไหนจะเนื้อหยกที่ใช้แกะสลักอีก เป็นหยกหายากชนิดหนึ่ง “ท่าน! ต้องการอันใด ตระกูลกงไม่มีสิ่งใดที่ท่านต้องการนี่เพคะ” “เปิ่นหวางอยากทราบเรื่องราวนั้นจะได้หรือไม่ เปิ่นหวางสามารถรับรองความปลอดภัยของเจ้าได้ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ทำร้ายเจ้าไม่ได้ ว่าอย่างไร” “……” “งั้นเอาเช่นนี้ สาวใช้ของเจ้ากับสาวใช้ของซ่งฮวาเปิ่นหวางจะช่วยจัดการให้ รวมถึงมู่ฉิงเทียนด้วย” “ท่านอ๋องจะจัดการมู่ฉิงเทียนอย่างไรเพคะ ในเมื่อเขามีบิดาคุ้มกะลาหัวอยู่” “แล้วอย่างไรเล่า บิดาเขาใหญ่กว่าบิดาของเปิ่นหวางหรือ หากเป็นเช่นนั้นก็เข้าข่ายกบฏแล้วล่ะ อีกอย่างเปิ่นหวางไม่ต้องลงมือ เดี๋ยวก็มีคนลงมือแทนเปิ่นหวางเอง เจ้าก็น่าจะคาดเดาสถานการณ์ในราชสำนักได้” ตระกูลอี้ กับ ตระกูลมู่ เบื้องหลังพวกเขามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน วังหลังมีสนมมาจากตระกูลอี้ หากนางอยากให้บุตรชายมีอำนาจ ก็คงมีทางเดียวคือให้หลานสาวที่เกิดจากภรรยาเอกแต่งกับมู่ฉิงเทียน หลายปีมานี้ทั้งสองตระกูลเล่นงิ้วกันได้อย่างแนบเนียนในสายตาคนอื่น ทว่ากับคนที่ผ่านเรื่องราวในราชสำนักมานับสิบปีจะมองไม่ออกเชียวหรือ ใต้เท้ามู่กับมู่ฮูหยินรักใคร่เอ็นดูบุตรสาวของสหายไม่ต่างจากบุตรของตน อ้างถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่าต่างๆ นาๆ หากคนมีสมองคิดสักนิดก็จะคิดได้ทันทีว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นแบบนั้น ตีตัวออกห่างแล้วกลับมาสนิทสนม ช่างน่าสมเพชสิ้นดี เว้นเจ้าหน้าจืดมู่ฉิงเทียนไว้คนหนึ่งก็แล้วกัน บิดามารดาเจ้าเล่ห์มากแผนการ แต่บุตรชายกลับไร้เดียงสาตามหมากของคนในครอบครัวและการเมืองไม่ทันเสียอย่างนั้น ง่ายๆ ก็คือ เขาเป็นหมากในกำมือของใครหลายๆ คน "แล้วหากคนที่คิดทำร้ายข้าเป็นบิดาท่านเล่า" กงเล่อหยางเลือกที่จะถามออกไปตรงๆ เขามาถามถึงเรื่องราวนั้น ย่อมต้องทราบเบื้องลึกเบื้องหลังมาจากพอสมควร เรื่องซ่งฮวาเขาเองก็น่าจะรู้ว่าใครที่บงการอยู่เบื้องหลัง ไป๋เทียนหลงชะงัก ก่อนจะหันมาสบตามองนาง นัยน์ตาดุจเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย "เปิ่นหวางพูดคำไหนคำนั้น ในเมื่อบอกเจ้าไปแล้วว่าใครหน้าไหนก็ทำร้ายเจ้าไม่ได้ ก็แสดงว่าทุกคนที่คิดร้ายกับเจ้านั้นไม่มีข้อยกเว้น" "เพราะเหตุใดกันเพคะ" "อีกไม่นานเจ้าจะรู้ว่าเพราะอะไร ข้าถึงได้ทำเช่นนี้" กงเล่อหยางพยักหน้า นางไม่ได้ไว้ใจเขา เพียงแต่ว่าการที่เขาเข้ามาจัดการคนในจวนและองครักษ์ของนางได้ขนาดนี้ ต่อให้คิดหนีอย่างไรก็คงหนีไม่พ้น ไม่สู้ ใช้งานเขาไปก่อนค่อยคิดหาทางออกอีกทีก็ยังไม่สาย มีท่านอ๋องช่วยจัดการ ซ่งฮวาคงยากที่จะช่วยเหลือสาวใช้คนสนิท นางเองก็ไม่ต้องเปลืองสมองคิดหาวิธีการจัดการคนในเรื่องนี้ “อันใดของเจ้า” ไป๋เทียนหลงเอ่ยถาม เมื่อเห็นกงเล่อหยางยื่นมือข้างขวาออกมาตรงหน้าเขา กงเล่อหยางคล้ายพึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าที่นี่เป็นโลกนิยาย จึงเอ่ยว่า “พระองค์นำมือข้างขวาของพระองค์มาจับมือกับหม่อมฉันสิเพคะ” “เพื่ออันใด” แม้ว่าปากจะเอ่ยถามออกไปเช่นนั้น ทว่าเขาก็รีบทำตามที่นางบอก “เราตกลงร่วมมือกันแล้ว นี่เป็นการยืนยันเพคะ” กงเล่อหยางแสร้งยิ้มตาหยี ไป๋เทียนหลงมองท่าทางของนาง แม้จะดูไม่น่าเชื่อถือ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ตระกูลกง กงเล่อหยาง พวกเจ้ายังมีเรื่องใดให้ข้าตกใจอีกหรือไม่ เรื่องความลับ พวกท่านเก็บมันไว้มากเพียงใดกัน ไหนจะของสำคัญอีก จบกันชีวิตที่สงบสุขของนาง... กงเล่อหยางร้องโอดครวญในใจ“ฉางเจ๋อ! เล่อหยางเล่า! นางเป็นอย่างไรบ้าง!” รัชทายาทมามาถึงก็พ่นคำถามใส่อู๋หยางโหวไม่หยุด เขาชะเง้อคอมองเค้าไปข้างใน ไม่ได้สนใจอู๋หยางโหวที่กำลังพยายามหลบหน้ารัชทายาทด้วยไม่อยากให้รัชทายาทเห็นว่าเขาร้องไห้อู๋ฉางเจ๋อนับกงเล่อหยางเป็นสหายของเขาตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันแล้ว เพราะเขาถูกใจนางมาก ต่อมายิ่งได้รู้จักกันเพิ่มขึ้น เขาคิดว่าตัวเองนั้นคิดไม่ผิดที่เลือกให้นางเป็นสหาย ตอนที่รัชทายาทส่งนางมาให้เขา เขาตกใจมาก จนเกือบจะลืมวิธีการใช้วิทยายุทธ์ ระหว่างทางที่พานางมาที่นี่ ใจกังวลไปหมด กลัวว่าจะพานางไปรักษาไม่ทัน“เจ้า! ฉางเจ๋อ…หลบหน้าเปิ่นไท่จื่อทำไม” รัชทายาทจับอีกฝ่ายหันกลับมา อู๋หยางโหวสะบัดหน้าหลบหลบหลีกมือของรัชทายาท สุดท้ายก็หนีไม่พ้น รัชทายาทบีบคางเขาไว้แน่น “เจ้าร้องไห้?”อู๋หยางโหวดิ้นหลุดออกมาก็บีบนวดกรามบริเวณคางที่ถูกจับเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยถาม “คางของกระหม่อมหลุดติดมือพระองค์ไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจับแล้วมันถึงได้รู้สึกแปลกๆ”“ … ” รัชทายาทมองมือตัวเองด้วยกลัวว่ามันจะติดมาจริงๆ เพ้ย! “เจ้าตอบคำถามเปิ่นไท่จื่อมาก่อน”“รัชทายาท พระองค์ก็เห็นว่ากระหม่อมนั่งอยู่หน้าห้อง มันหมายค
ขณะที่เมืองหลวงกำลังเตรียมตัวรับมือป้องกันภัยจากกลุ่มกบฏกันอย่างเต็มที่ ทางชายแดนใต้นั้นกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด วันนี้เป็นวันที่สองของการทำศึกแล้ว ทหารของสองฝั่งเริ่มลดลงเรื่อยๆ จีอ๋องขี่ม้าสู้รบเคียงข้างน้องชาย ตัวเขาและน้องชายกินยาต้านพิษมาแล้ว แต่ใช่ว่ามันจะต้านพิษของชนนเผ่าใต้ได้ทุกชนิดยามนี้ชินอ๋องไป๋เทียนหลงกำลังต่อสู้อยู่กับบุตรชายของผู้นำเผ่า จีอ๋องก็อยู่ไม่ไกลจากเขาสัก ภายในใจคิดว่า เขาต้องทำให้ศึกนี้จบเร็วที่สุด เขาไม่อยากให้เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้ จีอ๋องคล้ายกำลังปลดผลึกตัวเอง วิทยายุทธ์ขั้นสูงสุดถูกนำออกมาใช้ร่วมกับวิชาแพทย์ ทำให้มันประสานกันอย่างลงตัว เพียงเขาคนเดียวก็สามารถป้องกันศัตรูรอบตัวที่ต้องการเข้าจัดการชินอ๋องจากทางด้านหลังได้แล้ว และยังมีทิศทางอื่นอีกชนเผ่าใต้เริ่มเห็นความผิดปกติแล้ว เพราะคนของพวกเขาลดลงไปมากกว่าเมื่อวานนี้ ครั้นมองเห็นว่าผู้ใดเป็นคนจัดการสังหารสหายของตน ความบ้าคลั่งก็เริ่มต้นขึ้น จีอ๋องรับมือกับพวกเขาได้อย่างแข็งแกร่ง คนหนึ่งต้านรับคนสี่คน“คิดจะใช้พิษรึ เอาพิษข้าไปก่อนแล้วกัน!” จีอ๋องสาดพิษใส่คนทั้งสี่ที่เข้ามาต่อสู้กับเขา “หึ คิดว่าพ
“เปิ่นหวางไม่คิดว่าแดนใต้จะร้อนมากขนาดนี้ เทียนหลงใกล้ถึงหรือยัง เปิ่นหวางจะไม่ไหวแล้วนะ” จีอ๋องอยู่ในรถม้านานติดต่อกันหลายวันแล้ว ป่านนี้เมืองหลวงคงจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เปิ่นหวางคิดถึงหิมะ คิดถึงอากาศหนาว เป็นเพราะชนเผ่าใต้บ้าบอนั่น ทำให้เขาต้องมาลำบากอยู่ที่นี่ คอยดูเถิดไปถึงเมื่อไหร่เปิ่นหวางจะเผาให้วอดเลย ร้อนดีนักใช่ไหม หึ!“ใกล้แล้วพี่รอง พ้นเมืองนี้ไปเราก็จะถึงแล้ว ท่าทนอีกนิดเถิด”“ข้าทนมาเดือนกว่าแล้ว ก้นข้าช้ำไปหมดแล้วเจ้าจะดูหรือไม่”ไป๋เทียนหลงส่ายหน้าให้พี่ชาย เขาเองก็นั่งอยู่ในรถม้าด้วยกันไม่ใช่หรือ พอจะออกไปขี่ม้าอีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้เขาไปอีก“หากข้างหน้ามีลำธารก็แวะพักกันก่อน” ชินอ๋องตะโกนบอกองครักษ์ ทั้งที่พึ่งพ้นประตูเมืองออกมาได้ไม่นานองครักษ์ขานรับและขี่ม้าออกไปตรวจสอบดูทางข้างหน้า ก่อนจะพบแหล่งน้ำและบอกให้ทุกแวะพักที่ตรงนั้นจีอ๋องดีใจยิ่งกว่าผู้ใด เขาลงจากรถม้าก็รีบเดินตรงไปที่ลำธารทันที ธารน้ำใสและเย็นถูกใจเขายิ่งนัก“เทียนหลง น้ำเย็นยิ่งนัก เจ้าลงมาเร็วเข้า น้ำที่โรงเตี๊ยมยังไม่ดีเท่านี้ อ่า ค่อยยังชั่ว”ครั้งนี้เขาไม่ได้ปฏิเสธพี่ชาย ถอดเสื้อผ้าแล้วเดินลงไปในลำธา
เช้าวันรุ่งขึ้นในยามเหม่า รัชทายาทเป็นคสไปส่งกงเล่อหยางที่กระโจมด้วยตัวเอง ใช้ความมืดอำพรางตัวนางและเขา หลบหลีกทหารเวรยาม โดยมีองครักษ์เงาคอยให้ความช่วยเหลือเมื่อเข้ามาในกระโจมกงเล่อหยางตัวปลอมและสาวใช้ก็รีบวิ่งเข้ามาหาเจ้านาย “คุณหนู!!”“เสี่ยวถง เจ้าเหตุใดถึงมีสภาพเช่นนี้เล่า เจ้าก็ด้วย…”“บ่าวนอนไม่หลับเจ้าค่ะ แหะๆ บ่าวกลัวว่าจะมีคนเข้ามาในกระโจมกะทันหันเจ้าค่ะ ถึงเวลานั้นคุณหนูจะเดือดร้อนเอาได้ บ่าวไม่กล้าละเลยเจ้าค่ะ”กงเล่อหยางยกมือขึ้นกุมขมับ เป็นห่วงนาง แต่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ “ไปนอนพักกันสักหน่อยเถิด ยังพอมีเวลา ไม่ต้องห่วงข้า”“เจ้าค่ะ” ทั้งสองรับคำ แล้วรีบแยกย้ายกันไปนอน“รัชทายาทจะกลับเลยหรือไม่เพคะ” กงเล่อหยางหันไปมองคนที่นั่งจิบชาอยู่ไป๋หลงส่ายหน้า “ไม่รีบ เปิ่นไท่จื่อกลับไปตอนนี้คงต้องปวดหัวมากกว่าเดิมแน่นอน”เสิ่นมู่หยางเมื่อคืนไม่ได้กลับกระโจม เขานอนเตียงเดียวกันกับอู๋หยางโหวอยู่ในกระโจมรัชทายาท กว่าเขาจะนอนหลับก็เหนื่อยกันแทบแย่ แต่เรื่องแบบนี้จะโทษใครได้ เสิ่นมู่หยางก็ผิดที่ชิงหยางบอกว่ามีคนรักแล้วไม่ยอมถอยออกมา ส่วนชิงหยางก็ผิดที่ไม่พูดบอกเขาให้ชัดเจนกว่
งานล่าสัตว์จัดแบ่งเป็นสองฟากฝั่งทางด้านทิศตะวันออกเป็นฝั่งของเชื้อพระวงศ์และขุนนางขั้นห้าขึ้นไป ส่วนทิศตะวันตกเป็นขุนนางตั้งแต่ขั้นหกลงมาและบรรดาคหบดีที่ได้รับเชิญ เทียบเชิญที่ได้รับจะเป็นเทียบเชิญพิเศษ ที่ไม่อนุญาตให้คนที่อยู่นอกเหนือจากรายชื่อที่ระบุไว้ในเทียบเชิญเข้ามาในงานเด็ดขาดแม้ว่าการล่าสัตว์จะแบ่งฝั่งกัน ทว่างานเลี้ยงที่จะเริ่มขึ้นในเย็นนี้กลับจัดรวมกันที่บริเวณลานกว้างตรงกลางที่ถูกเว้นว่างไว้ โดยจัดเป็นเวลาสองคืน คืนนี้จะเป็นเพียงงานเลี้ยงธรรมดาทั่วไป จะเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้ แต่คืนที่สองนั้นมีกฎบังคับชัดเจนว่าทุกคนต้องเข้าร่วมเพื่อให้เกียรติผู้ที่เข้าไปล่าสัตว์ เพราะสัตว์ที่ถูกล่ามาได้ส่วนหนึ่งจะนำไปทำอาหาร แล้วส่งมอบไปให้แต่ละกระโจมในช่วงเช้าของวันที่สามก่อนเดินทางกลับแต่ใช่ว่าจะไม่มีกรณียกเว้น เช่น เกิดการบาดเจ็บระหว่างทาง หรืออาจจะเกิดอุบัติเหตุขณะออกไปเดินเที่ยวเล่นบริเวณโดยรอบข้อนี้สำหรับคุณหนูและเหล่าฮูหยิน หากเป็นบุรุษต้องให้คำตอบที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ ไม่อย่างนั้นจะถูกนำไปสอบสวน อีกเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งคือได้รับบาดเจ็บขณะเข้าไปล่าสัตว์ สตรีและบุรุษมีสิทธิ์เท่า
สองวันต่อมารัชทายาทไป๋หลงก็มารับกงเล่อหยางตั้งแต่เช้า ซึ่งเป็นเช้าที่สดใสมาก เพราะหลังจากที่เขาสารภาพรักกับนาง กงเล่อหยางเหมือนจะเปิดใจให้เขามากยิ่งขึ้นรถม้าจอดที่หน้าประตูจวนใหญ่ ยังไม่ทันที่เขาจะลงจากรถม้า กงเล่อหยางก็โผล่หน้าเข้ามาก่อน นี่นางออกมายืนรอเขารึ! เขาคิดในใจ“อากาศเย็นลงทุกวัน อาเล่อเจ้าไม่รอข้าอยู่ข้างในเล่า” ฤดูสารทใกล้สิ้นสุดลงแล้ว ฤดูเหมันต์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เช่นเดียวกับเขาและกงเล่อหยางที่กำลังเริ่มต้นสานสัมพันธ์กันคำเรียกขานเป็นรัชทายาทที่เอ่ยขอร้องนาง กงเล่อหยางทำได้เพียงพยักหน้า ใครใช้ให้นางหวั่นไหวกับเขากันเล่า“อาหลง ไม่เป็นไรหรอก ที่สำคัญข้าชอบฤดูหนาว” กงเล่อหยางส่งยิ้มซุกซนไปให้เขา “เรารีบไปกันเถิดเจ้าค่ะ จะว่าไปก็น่าเสียดายที่องค์ชายสี่ไม่ได้เข้าร่วมนะเพคะ พระชายาทั้งสามต้องอยู่แต่เพียงในจวน คงอึดอัดน่าดู”“ไปได้แล้วอาฝู” ไป๋หลงตะโกนบอกองครักษ์ให้เคลื่อนรถม้า “ไม่มาก็ดีแล้ว ยามลงมือจะได้ไม่ลังเล ภรรยาอยู่เรือนปรนนิบัติสามีเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว มาคิดเรื่องงานล่าสัตว์กันก่อนเถิด เจ้าห้ามอยู่ห่างจากพี่ เข้าใจหรือไม่”“ข้าสามารถตัวติดอยู่กับท่านตลอดเวลาได







