Masuk“ตื่นแล้วก็ดีเจ้าควรต้องตื่นมารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น!!” ทันทีที่ลืมตาตื่นอีกครั้งหลังกินยาไป คำพูดที่แทรกระบบประสาทเข้ามาคือยัยป้ามหาภัยที่นั้งใช้พัดโบกจนมือจะหักอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง
“อาสะใภ้สามบอกว่าตื่นมาข้าจะรู้เอง ตอนนี้รู้ได้หรือยังเจ้าคะ” นางไม่สนใจหญิงชราที่วางท่าข่มนาง แต่เลือกจะหันไปถามอาสะใภ้ที่นั้งอยู่ข้างๆเสียอย่างนั่น เรียกความแปลกใจให้คนในบ้านไม่น้อย โดยปกติหว่านอันนั้นไม่ใคร่จะขัดใจผู้ใหญ่ในบ้านเท่าไหร่ ให้ทำอะไรก็ยินดีทำโดยไม่บ่น คงจะมีแต่วันที่ได้รู้ว่าจะถูกจับแต่งงานนางจึงวิ่งไปกระโดดน้ำจนตื่นมาแล้วเป็นเช่นนี้ “กล้าเมินข้ารึ เจ้ากล้าหรือหว่านอัน!!” เสียงหญิงชราร่างท้วมตวาดกลางวงแต่นางไม่เลือกใส่ใจใดๆ “มู่เฉิงเจ้าเองก็เพราๆลงหน่อย อาสามมาที่นี่เพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญเหตุใดเจ้าไม่ให้เกียรติอาสาม” ต้าฉวนผู้เป็นลุงปรามภรรยาเสียงแข็ง ทำนางหดหัวกลับทันที ”ให้อาสามเจ้าพูดเถิด“ อาสะใภ้จับมือนางเอาไว้แน่นก่อนหันไปพยักหน้าให้ผู้เป็นสามี ”หว่านอันตอนนี้เจ้าเลยวัยปักปิ่นแล้ว เดิมทีตระกูลเรามีสินเดิมไว้ให้บุตรชายที่ต้องการเป็นบัณฑิตได้ศึกษา แต่พี่ชายเจ้าเองปฏิเสธมาตลอด ครานี้เจ้าเองก็ใกล้ออกเรือนเต็มที ข้าเห็นควรว่า…“ ท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ทำ เสี่ยวหว่านอันเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง ”อย่าคิดว่าพวกข้ารังเกียจเจ้า แต่อนาคตภายหน้าพี่เจ้าต้องเป็นผู้นำตระกูลควรได้ศึกษา“ เพราะตอนนี้ไม่ว่าบ้านใหญ่ของท่านลุง หรือบ้านสามบ้านสี่ของท่านอาล้วนมีบุตรเป็นสตรี มีเพียงเสี่ยวเยี่ยคุนและเสี่ยวว่านเท่านั้นที่เป็นบุรุษความหวังให้ตระกูลเดินหน้าจำต้องแยกพี่น้องออกจากกัน เพราะที่หมู่บ้านนี้ไกลเกินกว่าจะเดินทางไปหอศึกษาในตัวอำเภอได้ “ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ ยิ่งยินดีเสียอีกที่พี่กับน้องข้าจะได้ศึกษาภายหน้าจะได้ไม่มีใครรังแกสกุลเสี่ยว” นางลุกขึ้นนั้งมองพี่ชายที่ตาแดงก่อนจะดึงน้องชายมากอด “แต่เรื่องแต่งงานของข้า ขอข้าไปคิดดูเสียหน่อย ข้าเองมิผูกใจรักใคร่กับคนบ้านโม่ว เดิมทีหากผู้ใหญ่หาให้ข้าควรรับ แต่ใครจะรู้บ้านโม่วนั้นแต่งสตรีให้บุตรชายแล้วกว่าสิบนาง ให้ข้าไปเป็นสาวใช้น่าจะถูกต้องกว่า” นางมองไปยังผู้เป็นป้าที่นั่งหายใจฟึดฟัดอย่างไม่พอใจ “ข้าเห็นด้วยกับหว่านอัน หากน้องต้องแต่งไปเป็นเมียรองบ้านโม่ว ข้าจะไม่ไปศึกษาเพราะอดห่วงน้องหญิงที่เป็นสตรีตัวคนเดียวไม่ได้” เขาสบตากับน้องที่ขอให้ช่วยแล้วรู้ทันทีว่าต้องพูดว่าอย่างไร “ข้าก็ด้วย ถึงข้าจะอายุเพียงเจ็ดหนาวแต่บ้านข้ามีพี่หญิงเป็นสตรีคนเดียวมิอาจละเลยได้ขอรับ” เมื่อเด็กๆพากันปกป้องเช่นนี้เหล่าผู้ใหญ่ในบ้านต่างต้องล่าถอยและอดใจรอให้เสี่ยวหว่านอันตัดสินใจเสียก่อน “เอาหล่ะๆ หากเจ้าไม่แต่งกับบ้านโม่วเจ้าก็คงมีคนในใจแล้ว เรื่องแบบนี้ข้าเองก็เข้าใจ เอาเป็นว่าค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้พักผ่อนเถิด” ต้าฉวนยุติสงครามเย็นนี้ก่อนจะเดินออกจากบ้านหลังน้อยนี้ไป “อาสะใภ้เจ้าซื้อซาลาเปาใส้เนื้อมาฝาก และยังต้มโจ๊กเห็ดหอมให้ด้วย กินเสียหน่อยจะได้มีแรงคิดว่าจะทำเช่นไรต่อไป” เมื่อผู้ใหญ่ออกไปจนหมด สามพี่น้องที่มานั้งรวมกันบนเตียงได้แต่ตกอยู่ในความเงียบ “พี่ใหญ่ท่านเองไม่ต้องห่วง ท่านดูแลข้าและน้องเล็กมาดีที่สุดแล้ว หากการไปศึกษาจะทำให้ชีวิตท่านดีขึ้น ควรไปเจ้าค่ะ น้องเล็กก็ด้วยหากเจ้ามีความรู้วันหน้าค่อยกลับมาปกป้องพี่” นางเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาเอง “หว่านอันเราทุกคนต่างมีกำไลทองข้อเท้าที่ท่านแม่และท่านพ่อมอบไว้ให้เรา เดิมทีพี่เองไม่คิดจะขาย รอเวลาเพียงเจ้าออกเรือนพี่จึงจะมองเป็นสินเดิม แต่…พี่อยากให้เจ้าเสียตอนนี้ ยามถึงวัยปักปิ่น เจ้าได้เพียงปิ่นเงินเก่าๆของท่านแม่เป็นสมบัติติดตัว ข้าเองไม่รอให้เจ้าออกเรือนจะถือโอกาสนี้มอบให้เจ้าเสีย” ห่อผ้าสีแดงที่มีกำไลข้อเท้าอันเล็กสีทองวางลงบนมือนาง “ของข้าเองก็มอบให้พี่หญิงขอรับ” มือน้อยๆกำลังจะผลักในส่วนของตนมาให้แต่นางกลับยั่งข้อมือไว้เสียก่อน “เสี่ยวว่านภายหน้าเจ้าเองต้องแต่งภรรยา เก็บสินเดิมนี้ติดตัวไว้แค่นี้พี่หญิงของเจ้าก็เพียงพอแล้ว” นางไม่คิดจะทำให้คนอื่นลำบากนางมั่นใจว่านางเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง “ท่านเองก็เก็บในส่วนของท่านไว้เถิดเจ้าค่ะ ภายหน้าจะได้มีสมบัติติดตัว” นางหันไปบอกเยี่ยคุนก่อนจะตัดสินใจเอ่ยบางอย่าง “วันพรุ่งนี้ข้าต้องให้คำตอบการแต่งงานกับบ้านโย่ว หากข้าไม่ตกลง คงอยู่ที่นี่ไม่ได้คนบ้านนั้นใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ข้ารู้ดีว่านี่คือสิ่งที่พวกท่านลุงและท่านอาหนักใจ แต่อย่างไรข้ายังยืนยันคำเดิม ไม่แต่งไปเป็นบ้านน้อยของใครเจ้าค่ะ” แววตาหนักแน่นทำเยี่ยคุนรู้สึกดีไม่น้อยที่ตอนนี้น้องสาวไม่อ่อนแอเช่นเดิม “หากต้องถูกขับไล่จะพ้นเงื้อมมือคนชั่วเช่นปู้หลิงหรือไม่” เรื่องนี้ที่เยี่ยคุนเป็นห่วงคนบ้านนั้นขึ้นชื่อเรื่องฉุดผู้หญิงยิ่งกว่าอะไร “ข้ามีวิธีจัดการอย่าห่วงไปเลยเจ้าค่ะ แยกย้ายกันนอนเถิด” บ้านหลังนี้มีห้องนอนห้องเดียวนางเสียสละให้น้องชายแลพี่ชายนอนเหตุเพราะนางถูกปลูกฝังให้บุรุษในบ้านเป็นใหญ่ แม้จะขัดใจเมื่อร่างใหม่เข้ามาอยู่ไม่น้อย แต่คงเป็นธรรมเนียมของคนในภพนี้กระมัง ตุ๊บ หลับตาไม่ถึงชั่วยามจู่ๆนางก็ได้ยินเสียงคนกระแทกกำแพงบริเวณหัวนอนแรงๆ ก่อนที่นางจะค่อยๆส่องรูเล็กๆดู เห็นชายคนนึงสวมชุดดำแต่ดูท่าว่าจะบาดเจ็บ ตามสัญชาตญาณนางวิ่งไปคว้ามีดในครัวทันที ก่อนจะค่อยๆย่องเบาออกไป ฉึบ “อึก” อาวุธอันเล็กถูกจ่อบริเวณคอชายชุดดำพร้อมแรงกดที่หัวไหล่ “เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงมาบาดเจ็บอยู่ที่นี่” นางจ้องตาคมในความมืด ก่อนจะรู้สึกว่าบริเวณที่นางกดนั้นมีน้ำเหนียวๆซึมจนเปื้อนมือ “ข้าแค่เพียงมาพัก รอคนของข้ามาแล้วข้าจะไป” เสียงที่แหบแห้งทำนางขมวดคิ้ว ก่อนจะฉีกเสื้อบริเวณหัวไหล่ออก ”เจ้า!!!ต้องทำแผล““ท่านพ่อสามี สมุนไพรที่ใช้ปรุงยาส่วนใหญ่มักหายาก ข้าอาจช่วยเพิ่มกำลังในการปรุงให้ได้จำนวนที่มากขึ้น แต่ก็มิอาจมอบให้ฟรีได้เพราะทุกอย่างข้าเองก็ต้องไปซื้อจากคนเก็บของป่าเช่นกัน” เขารอบยิ้มมองนางอย่างชื่นชม แม่นางน้อยของเขานั้นมิมีทางให้ผู้ใดเอาเปรียบจริงๆ“การพูดจาเช่นนี้มิใช่ว่าเจ้าเป็นลูกสะใภ้ของสกุลเจิ้น หรือ การช่วยพ่อสามีของเจ้าถือว่าเป็นบุญอันใหญ่หลวงเหตุใดจึงพูดถึงเรื่องค้าขายกัน” ในขณะที่นางกำลังเจรจาการค้ากับพ่อสามี หญิงชราที่ถูกนางมองข้ามไม่ยอมทำความเคารพตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวงสนทนาก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยอารมณ์เดือดดาล“ของซื้อของขาย หากข้ามอบให้ท่านพ่อสามีโดยมิคิดต้นทุน ข้าจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อสมุนไพรมาปรุงยาเพิ่มได้หรือเจ้าคะ เงินทั้งนั้นที่ต้องใช้ มิใช่ว่ามันลอยมาใส่มือข้าได้เสียเมื่อไหร่” นางมองหญิงชราโลภมากอย่างจับผิด การที่อยากได้นางยาของนางฟรีๆอาจจะเพื่อทำรายได้ให้ตัวเอง หรืออาจจะเอาไปโก่งราคากับคนที่เดือดร้อนอีกทีก็เป็นได้“นี่เจ้า!!! สามหาวนัก ข้าเองพูดถึงความสัมพันธ์ของคนในตระกูลที่เจ้าไม่ควรมองข้ามก็เพียงเท่านั้น เหตุใดเจ้าจึงเอ่ยถามข้าเช่นนี้!!” คนที่รู้สึกร้อนๆหนาวๆจาก
“สิ่งนี้เจ้าเรียกมันว่าน้ำมันเช่นนั้นหรือ” เขามองดูเปลวไฟตรงหน้าก่อนจะหันหันมาถามนาง“ใช่เจ้าค่ะ กรรมวิธีเยอะเกินไปข้าจะไม่อาจบอกสูตรการทำน้ำมันเชื้อเพลิงได้เจ้าค่ะ” ใครจะกล้าบอกว่านางเองก็เอามาจากในมิติพิเศษ“เห็นทีครานี้เศรษฐีชั่วคงต้องไปเป็นยาจกข้างถนน” หลี่ตงหยางและหลี่หว่านอันยืนมองเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างสาแก่ใจ จนมีชายผู้นึงวิ่งมาร้องตะโกนโวยวายว่าหอสุราของเขาถูกเพลิงไหม้“นิสัยของคนเห็นแก่ตัว มักร้องโวยวายว่าตัวเองสูญเสีย โดยไม่สนใจว่าการกระทำของตนนั้นมีผู้ใดเสียหายบ้าง” พูดจบทั้งตงหยางและหว่านอันก็เดินหายเข้าไปในความมืดจากวันที่ลอบวางเพลิง ณหอสุราผู้เฒ่าหลี่ จนถึงบัดนี้ผ่านไปร่วมขวบปี ตอนนี้ผู้เฒ่าหลี่มักมีงานสำคัญมอบหมายให้เขาไปจัดการอยู่เสมอ โดยมีนางคอยช่วยเหลืออยู่ข้างกาย“นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใดหรือ” ร่างสูงใหญ่ของสามีที่กลับมาจากทำงานที่ได้รับมอบหมายเอ่ยถามเมียรักเมื่อเห็นนางกำลังปรุงสมุนไพร“ข้าลองทำยาตำรับใหม่รักษาโรคหวัดและแก้อาการท้องร่วงเจ้าค่ะ” จากเด็กสาวอายุเพียงสิบห้าหนาวบัดนี้โตเป็นสาวสวยวัยสิบเจ็ดขวบปี“ข้าคิดว่าช่วงนี้เจ้าหักโหมงานมากไปสักหน่อย” เพราะนางมีแรงบันดา
ค่าใช้จ่ายวันนี้ เสียไปไม่น้อยแต่นางคิดว่าคุ้มค่าแล้วเพราะการเริ่มต้นชีวิตที่ดีควรมีทุกอย่างครบ“เจ้าซื้อสิ่งใดมามากมายกันมิต้องเก็บเงินไว้หรือ เจ้าอยากเปิดหอสุรายิ่งต้องเก็บเงินไว้จำนวนไม่น้อย” ตงหยางรีบออกมารับนางที่หน้ารั้วเอ่ยถามทันที“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นเจ้าค่ะ ข้าขายสมุนไพรได้เงินมาไม่น้อย ของพวกนี้ล้วนเป็นสิ่งของจำเป็นที่เราต้องใช้ดำรงชีพ ภายหน้าหากต้องออกไปทำงานท่านก็ต้องกลับมาที่บ้านสกุลหลี่ เพราะที่นี่คือบ้านของท่านข้าจะทำให้บ้านสกุลหลี่ของท่านมั่นคงไม่ให้ใครมาดูแคลนได้เด็ดขาด” เขามองสตรีตรงหน้าอย่างขอบคุณ นางเป็นคนที่มีใจเด็ดเดี่ยวจริงๆเขาอดชื่นชมนางไม่ได้นางทำทุกอย่างว่องไวและตัดสินใจได้เฉียบคม“ข้าจะเป็นสามีที่ดีและจะช่วยเจ้าดูแลบ้านของเราให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอีก” เขามองดูบ้านที่ครั้งหนึ่งมีพ่อแม่และน้องสาวอยู่กันอย่างพร้อมหน้าก่อนที่อะไรๆจะเปลี่ยนไป ท่านพ่อเขาได้รับพระราชทานเรือนหลังใหญ่โตโออา แต่แม่เขาคนที่ร่วมทุกข์มาด้วยกลับไม่มีโอกาสได้อยู่ ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในบ้านหลังเก่าที่ทรุดโทรม ต่อแต่นี้เป็นต้นไปเขาจะดูแลบ้านสกุลหลี่ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งยิ่งขึ้น“ว
“หากเป็นไปตามที่ตกลง ข้าก็ยินดีจะขายให้หอโอสถสกุลหลี่แต่เพียงผู้เดียว” นางคิดว่าช่องทางการทำเงินนี้ดีไม่น้อยสงสัยคืนนี้นางต้องเข้าไปสำรวจมิติว่ามีอะไรพิเศษที่สามารถสร้างเงินให้นางได้เยอะๆ นางจะได้มีกำลังหาเงินไม่ให้อดอยากและยังจุนเจือให้พี่และน้องที่อยู่ที่หอศึกษาได้อีกด้วย“ต้นโสมพันปีและห้าร้อยปีอย่างละสองต้น ข้าคิดเป็นเงินให้ท่าน สองพันตำลึงเงิน ส่วนเถายี่โกนี้หากนำมาชั่งแล้วของท่านมีถึงห้าจินข้าคิดจินละสองร้อย ตำลึงเงิน เป็นเงินหนึ่งพันตำลึงเงินรวมทั้งหมด สามพันตำลึงเงินจำนวนนี้ท่านพอใจหรือไม่” ตอนนี้นางหูดับเป็นที่เรียบร้อยไม่ทันคิดว่าจะได้เงินมหาศาลขนาดนี้ถ้ารู้แบบนี้นางจะสั่งสามีให้ไม่ต้องไปอยากได้สมบัติของคนสกุลเจิ้นเพราะตอนนี้นางกำลังจะเป็นเศรษฐีหน้าใหม่“พอใจเป็นที่สุดค่าขอรับเป็นตั๋วเงิน สองพันห้าร้อยตำลึงเงิน ส่วนอีกห้าร้อยตำลึงเงินขอเป็นแผ่นเงินเพราะข้ามีเรื่องต้องใช้จ่าย”หลังจากซื้อขายสมุนไพรกับหอโอสถเรียบร้อยนางรีบไปที่ร้านขายผ้าทันที ที่นั่นมีเสื้อผ้าสำเร็จมากมายนางไม่ถนัดเรื่องเย็บปักถักร้อยจึงเลือกที่จะซื้อเสื้อผ้าสำเร็จมากกว่า“แม่นางน้อยเจ้ามีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไ
”หว่านอัน สิ่งนึงที่ข้าเลี่ยงไม่ได้คือหากข้าขึ้นหลังเสือไม่อาจลงได้ในทันที ข้าเป็นโจรแม้จะทำความดีแต่ก็ขึ้นชื่อว่าโจรข้าเองมิอาจวางมือได้ เจ้าพร้อมจะร่วมทางไปกับข้าหรือไม่ ไม่มีใครอื่น มีเพียงข้าและเจ้าเท่านั้น” สายตาคมสื่อความหมายว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจเขาคิดไตร่ตรองเรื่องทั้งหมดมาเกือบทั้งคืนอย่างไรเสียการเป็นโจรของเขาก็มีประโยชน์มากกว่ายังช่วยกำจัดคนชั่วให้เบาบางลงจากใต้หล้า “ท่านว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้น แต่ข้าคิดว่าข้ามีวิธีที่จะทำให้คนอื่นไม่มองว่าเราเป็นคนชั่วร้าย” นางคิดว่าต่อให้มีอาชีพเป็นโจรช่วยเหลือคนเดือดร้อนแต่อย่างไรก็ไม่มีใครมองว่าซุ้มโจรพวกนี้เป็นคนดี“เจ้าคิดว่าเราควรมีอาชีพที่มั่นคงใช่หรือไม่” เหมือนเขาเข้ามานั่งอยู่ในใจนาง คิดสิ่งใดเขาย่อมรู้ทุกอย่าง“ท่านจำเรื่องที่ข้าเคยบอกว่าอยากเปิดหอโอสถได้หรือไม่ ความฝันนั้นมันไกลเกินไปข้ายังต้องใช้เงินอีกมากมาย แต่ตอนนี้ข้าอยากทำการหาสมุนไพรช่วยเหลือคนตกทุกข์มากกว่า” สมุนไพรที่นางนำมาปรุงยาหาได้ยากพอสมควร ว่านบางชนิดคนสมัยโบราณก็ยังไม่ค่อยรู้ว่ามันสามมารถนำมาสกัดยาได้ อีกทั้งนางยังมีระบบพิเศษที่ช่วยให้นางป
“เจ้าต่างหากที่ชั่วร้าย เจ้าทำให้แม่ผัวน้องผัวข้าตาย เจ้าเอาแต่มองเห็นความผิดคนอื่น แต่ใจเจ้าอำมหิตแค่ไหนกลับไม่เคยนึกถึง เจ้าอยากเอาชนะเพราะรู้ว่าวันนึงสามีข้าจะมาอาละวาดที่นี่หากเจ้าเอาสินเดิมท่านแม่มา เจ้าต่างหากที่ชั่วช้า ที่นี่คือที่ของเจ้างั้นหรือ หากเป็นที่ของเจ้าแล้วเหตุใดจึงเป็นคนมาทีหลังแม่สามีข้า ทำไม…จนบัดนี้เจ้าจึงไม่เคยถูกสามีแนะนำว่าเป็นเมียแต่ง เพราะเจ้ามันคือสตรีไร้ยางอายอยากได้อยากมีจนลูกเมียเขาต้องยอมถอย“ นางก้มลงไปกระชากคอเสื้อกู่เจิ่งที่โดนตบจนล้มลงไปกองกับพื้น ดึงคอเสื้อนางขึ้นมาเหมือนที่นางทำกับตงหยาง”แม่สามีข้าไม่ได้ตายเพราะจิตใจอ่อนแอ แต่แม่สามีข้าถูกหักหลังจากชายคนรักที่นางซื่อสัตรอคอยอย่างอดทน นางยอมตายดีกว่าต้องมาเห็นว่าลูกถูกลบเลือนจากคนเป็นพ่อ นางทนเห็นลูกต้องตกอยู่กับความลำบากไม่ได้ นางมีจิตใจที่เข้มแข็งต่างหากเจ้าเคยมองเห็นจากการที่บุตรชายและบุตรสาวจนเติบโตมาอย่างดีหรือไม่ แล้วเจ้าเล่าแค่จะเป็นฮูหยินใหญ่ยังเป็นไม่ได้ การที่แม่สามีข้าตัดสินใจจากโลกนี้ไปทั้งที่ขชื่นยังจาลึกว่าเป็นฮูหยินใหญ่สกุลเจิ้น แล้วเจ้าเล่า ตายไปคนจะจาลึกว่าอย่างไรกัน!!“ เสียงหวานตว