Masukนานกว่าที่คนแกล้งเป็นลมจะถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว คนตัวเล็กค่อยๆหรี่ตาขึ้นมาทีละข้างเมื่อเห็นว่าทุกคนออกไปหมดแล้ว ก็ตัดการหยิกตัวเองทันที
“ซี๊ดดด เรื่องจริงหรอวะเนี่ย” นางไม่อยากจะเชื่อ อยากหาเหตุผลต่างๆนาๆมาลบล้างแต่ก็ทำไม่ได้ นางเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้วจริงๆ “แล้วเป็นบ้าอะไรถึงจำอะไรเกี่ยวกับร่างเดิมนี้ไม่ได้เลยสักอย่าง เห้ออออ” ต่อให้พยายามเค้นความคิดใดๆเธอก็จำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น เมื่อคิดจนปวดหัวก็ไม่มีอะไรงอกออกมาเธอจึงเปลี่ยนไปสำรวจบ้านแทน บ้านปูนที่ก่ออิฐแบบโบราณแต่หลังคาจะถล่มลงมาลอมล่อทำนางเบ้หน้า ผ้าห่มที่นางห่มนี้ก็ทั้งดำทั้งกระด้างจนนางต้องสะบัดออก ที่นอนเป็นเพียงผ้าบางๆปูกับพื้นเท่านั้น “รันทดอะไรขนาดนั้นกัน” ไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด จู่ๆนางก็ได้ยินเสียงคนเดินตรงมาทางนี้จึงรีบหลับตา “พี่ใหญ่ขอรับ พี่รองเมื่อไหร่จะตื่นข้าหิวแย่แล้ว” เสียงเด็กชายตัวน้อยทำนางขมวดคิ้วแน่น “พี่เจ้าจมน้ำเกือบตาย วันนี้กินข้าวต้มเกลือไปก่อนแล้วกัน” เด็กคนแรกที่พูดนางไม่รู้ว่าใคร แต่คนที่สองนั้นคือคนที่อ้างว่าเป็นพี่ชายของนางเยี่ยคุนนั่นเอง “ข้าเบื่อข้าวต้มเกลือแล้ว” เด็กน้อยเริ่มโมโหเมื่อไม่ได้ดั่งใจ “ว่านเอ๋อ!!เหตุใดจึงแสดงนิสัยเช่นนี้ใส่พี่ใหญ่” เยี่ยคุนไม่ปล่อยผ่าน ปกติน้องๆของเขานั้นไม่ขี้หงุดหงิดและโวยวายเช่นนี้ “ท่านป้าบอกให้ข้าเอาแต่ใจ เอาแต่ใจจนกว่าพี่รองจะทนไม่ไหวแล้วหนีไปแต่งงาน” นางกำหมัดแน่น อีป้ามหาภัยนี่ต้องเจอเธอสักที!! “แล้วหากพี่รองเจ้าแต่งงานออกเรือนเจ้าไม่คิดถึงนางรึ” เยี่ยคุนเอ่ยถามหยั่งเชิงและปล่อยให้เด็กน้อยคิดได้เอง “นั่นสิข้าลืมไปเสียสนิท พี่ใหญ่เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไรดีขอรับ” ชายเสื้อถูกกระตุกงึกงัก “ไปกินข้าว หากพี่หญิงของเจ้าตื่นค่อยมาปรึกษาเรื่องนี้กันอีกที” เยี่ยคุณเป็นเพียงเด็กชายอายุ17ปี น้องสาวคนรองอย่างหว่านอันนั้นอายุ16ปีและเสี่ยวว่านนั้นเป็นน้องเล็กสุด พ่อแม่ของทั้งสามคนนั้นโดนเกณฑ์ไปเป็นทาสบนเรือสินค้าที่เดินทางในท้องสมุทรกว่าห้าปีและไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย เยี่ยคุณที่เป็นพี่คนโตต้องดูแลน้องๆตั้งแต่ยังเด็ก ทำงานรับจ้างแล้วข้าวและอาหารมาให้น้องๆกิน มีเพียงลุงและป้าเท่านั้นที่แบ่งปันสิ่งของมาให้ เรียกว่ามีเพียงลุงคงจะถูกกว่า เพราะป้าสะใภ้นั่นชั่วร้ายอย่างไม่น่าอภัย “เอ๊ะ ทำไมฉันถึงรับรู้เรื่องราวครอบครัวนี้หล่ะ ไม่ใช่ว่าถูกกลืนกินไปแล้วหรอกนะ แล้วทะลุมิติมาแบบนี้ไม่เห็นจะมีมิติพิเศษกะเขาเลยแฮะ” นางคิดอย่างทดท้อใจ ก่อนจะผลอยหลับไปด้วยความเพลีย “ไว้สมองโล่งค่อยคิดแล้วกัน“ ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน แต่เสียงโวยวายทำนางลืมตาตื่นอีกครั้ง ”ไม่ต้องออกไป เจ้ามีไข้อยู่ข้าต้มยาให้แล้ว เรื่องแม่เฒ่าผู้นั้นให้ลุงเจ้าจัดการ” นางมองหน้าคนมาป้อนยา พบอาสะใภ้สามนั้งอยู่เคียงข้าง เมื่อได้พักเต็มอิ่มความจำของร่างเดิมก็ผุดมาในหัว ร่างนี้มีชื่อว่าหว่านอัน กำลังถูกป้าสะใภ้จับแต่งงานกับบุตรชายเศรษฐีเพื่อเงิน หรือเรียกง่ายๆว่าขายนางกินนั่นแหละ แต่ในความจำ อาสะใภ้กับอาสามนั้นมิได้ทำงานอยู่ที่เมืองทางใต้หรอกหรือแล้วเหตุใดจึงมานั้งอยู่ข้างๆนางได้ “กินยาเสียก่อน ไว้เจ้าตื่นมาคงเข้าใจทุกอย่างเอง”“เจ้าต่างหากที่ชั่วร้าย เจ้าทำให้แม่ผัวน้องผัวข้าตาย เจ้าเอาแต่มองเห็นความผิดคนอื่น แต่ใจเจ้าอำมหิตแค่ไหนกลับไม่เคยนึกถึง เจ้าอยากเอาชนะเพราะรู้ว่าวันนึงสามีข้าจะมาอาละวาดที่นี่หากเจ้าเอาสินเดิมท่านแม่มา เจ้าต่างหากที่ชั่วช้า ที่นี่คือที่ของเจ้างั้นหรือ หากเป็นที่ของเจ้าแล้วเหตุใดจึงเป็นคนมาทีหลังแม่สามีข้า ทำไม…จนบัดนี้เจ้าจึงไม่เคยถูกสามีแนะนำว่าเป็นเมียแต่ง เพราะเจ้ามันคือสตรีไร้ยางอายอยากได้อยากมีจนลูกเมียเขาต้องยอมถอย“ นางก้มลงไปกระชากคอเสื้อกู่เจิ่งที่โดนตบจนล้มลงไปกองกับพื้น ดึงคอเสื้อนางขึ้นมาเหมือนที่นางทำกับตงหยาง”แม่สามีข้าไม่ได้ตายเพราะจิตใจอ่อนแอ แต่แม่สามีข้าถูกหักหลังจากชายคนรักที่นางซื่อสัตรอคอยอย่างอดทน นางยอมตายดีกว่าต้องมาเห็นว่าลูกถูกลบเลือนจากคนเป็นพ่อ นางทนเห็นลูกต้องตกอยู่กับความลำบากไม่ได้ นางมีจิตใจที่เข้มแข็งต่างหากเจ้าเคยมองเห็นจากการที่บุตรชายและบุตรสาวจนเติบโตมาอย่างดีหรือไม่ แล้วเจ้าเล่าแค่จะเป็นฮูหยินใหญ่ยังเป็นไม่ได้ การที่แม่สามีข้าตัดสินใจจากโลกนี้ไปทั้งที่ขชื่นยังจาลึกว่าเป็นฮูหยินใหญ่สกุลเจิ้น แล้วเจ้าเล่า ตายไปคนจะจาลึกว่าอย่างไรกัน!!“ เสียงหวานตว
“ใครล่วงเกินเจ้ากันตงหยาง เจ้าเองมิใช่หรือประกาศต่อหน้าผู้อาวุโสว่าจะไม่มาเหยียบสกุลเจิ้นอีก“ ไม่ทันที่ผู้เฒ่าเนจิ้จะเอ่ยถามเอาความกับบุตรชายอย่างตงหยาง เสียงของกู่เจิ้งเมียแต่งก็แทรกเข้ามาเสียก่อนตัวจะเดินมาถึงเสียอีก สายตาหยิ่งผยองตวัดมองลูกเลี้ยงอย่างไม่ใคร่พอใจนัก วันนี้กล้ามาเหยียบถึงที่นี่ ทั้งๆที่นางคิดไว้แล้วแท้ๆว่าจัดการลูกเลี้ยงจนพ้นตัวไปแล้ว”หากท่านมิได้แตะต้องของๆแม่ข้า ข้าจะอยากมาเหยียบที่นี่ให้ท่านถากถางเช่นนั้นหรือ“ หว่านอันแอบคิดว่าเมื่อคืนที่เขาสอนให้นางจัดการแม่เลี้ยงเขา นางว่าฺ…คงไม่ต้องถึงมือนางกระมัง เขาก็มีวิธีจัดการได้เด็ดขาดกว่านางเยอะ”ข้ามิได้แตะต้องสิ่งใดของแม่เจ้า“ คนที่เกลียดเมียแรกของสามีเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมเมื่อพูดกับลูกเลี้ยง”แล้วปิ่นลวดลายมังกรโอบถังนั่นก็ไม่ใช่ของแม่ข้าเช่นนั้นหรือ หึ รู้หรือไม่ลายนี้ที่ใดก็ลอกเลียนแบบไม่ได้“ ทุกสายตามองไปที่ปิ่นปักผมอันใหญ่อย่างจับจ้องจนคนที่โกหกรู้สึกร้อนรน”ปิ่นนี่ใครก็สั่งทำขึ้นมาได้ทั้งนั้น!!เจ้าเด็กเหลือขอ อย่ามาใส่ร้ายข้า!!“ เมื่อคนร้ายไม่ยอมรับผิดเขาจึงหันไปหาบิดานิ่งๆ”ท่านพ่อ ลองบอกนางดีหรือไม่ว่าสิ่งใด
“ข้าจะไปหาน้ำมาถูพื้นเสียหน่อย ดีที่ข้าหยิบผ้าห่มผืนบางมาด้วย ท่านเองก็สำรวจความปลอดภัยเสีย” นางมองดูบ้านที่ผุพังที่เป็นเพียงบ้านโล่งๆไม่มีสิ่งของใดแม้แต่ชิ้นเดียวอย่างใคร่สงสัย แต่ไม่ถามสิ่งใดออกมา รีบทำความสะอาดเพื่อเข้านอนเสียดีกว่าเพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องเจอกับอะไรบ้าง“หลับแล้วหรือ” จู่ๆเสียงเข้มก็เอ่ยถามในความมืด“ไม่…แต่ไม่ใช่เพราะข้านอนไม่ได้ข้าลำบากมากกว่านี้ท่านก็เห็น ข้าเพียงแค่…แปลกที่” สามคืนที่ผ่านมาแม้ไม่ได้ล่วงเกินแต่นางกับเขาที่มีขนาดที่นอนจำกัดก็อิงแอบกันมาทั้งคืน“ขยับไปได้หรือไม่” ริมฝีปากบางขยับยิ้มเมื่อเห็นความเก้อเขิลไม่น้อยของเขา“ข้ากำลังจะถามท่านพอดีว่าขยับไปได้หรือไม่” เป็นอันว่าใจตรงกัน ร่างหนาขยับเข้ามาแนบชิดนางจากด้านหลัง…แบบนี้ค่อยอุ่นใจหน่อย…“หว่านอันไม่ว่าพรุ่งนี้ต้องเจอกับอะไร ขอให้เจ้าเข้มแข็งเอาไว้ อย่ายอมให้ใครรังแก” สิ่งที่หนักใจเพราะเขาตัดสินใจจะเข้าไปเอาของสำคัญที่บ้านท่านพ่อของเขาเอง และเพราะรู้นิสัยคนบ้านนั้นดีเขาจึงต้องเอ่ยเตือนนางเอาไว้เสียก่อน“ขนาดความรุนแรงแค่ไหนเจ้าคะ” คนที่เขานึกเป็นห่วงบัดนี้เอ่ยถามอย่างสนุกสนาน“มากที่สุด” เขาเองไม
“ชายผู้นี้ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม หลังปล้นเรียบร้อย เขาสั่งให้คนของเขาเอาเงินไปโยนหน้าบ้านทุกคนที่เดือดร้อน ท่านเห็นว่าสกุลเยว่ได้เยอะ แล้วท่านไม่คิดว่ามันเป็นเงินที่สกุลเยว่ควรได้หรือ” ทิ้งคำพูดให้ชวนคิดเสร็จนางก็จูงบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าสามีออกมาทันที มือบางหนึ่งข้างคว้าแขนแกร่ง อีกข้างเด็ดป่าหญ้าริมทางระบายอารมณ์“หากมันมีชีวิตคงร้องขอเจ้านับครั้งไม่ถ้วน” แม้ร่างกายใหญ่โตแต่หลี่ตงหยางก็ยอมเดินตามนางไปอย่างว่าง่าย“เหตุใดจึงยอมง่ายนัก รู้หรือไม่ข้าในเมื่อก่อนเคยทำเช่นนี้ เคยไม่พูดสิ่งใดในใจออกมาเพราะคิดว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่แล้วอย่างไร คนเห็นแก่ตัวอย่างไรก็ไม่มีทางคิดแทนท่านได้!!” อารามโกรธทำนางเท้าเอวบ่นเขาออกมาเป็นชุด ใบหน้าหวานงอง้ำ “มิใช่ว่าข้าไม่อยากพูด เอาเป็นว่าต่อไปข้าคิดสิ่งใด ทำสิ่งใดข้าจะพูดให้หมดดีหรือไม่” เปลี่ยนเป็นเขาที่เป็นฝ่ายเดินมาจูงมือนางแทน นางส่งสายตาเรืองรองสานสบกับดวงตาคมเข้มก่อนจะยกมือขึ้นมากอดอก“ท่านอย่าเพียงแต่พูดให้ข้าสบายใจนักเลย” นางปล่อยมือลงก่อนยืนมือไปให้เขาจับจูงและเดินตามไปอย่างเบาใจ“เจอคนที่เป็นน้ำเย็นเจ้าก็จะเย็นตาม เจอคนที่เป็นไฟเจ้าก็จะเป็
”ชะช่วยด้วยท่านหัวหน้า ข้ายังไม่อยากตายขอรับ ช่วยด้วย“ เสียงร้องโวยวายทำเขาหันไปมองหน้านาง”เขาก็เป็นโจร แต่เขาปล้นเราต่ออีกทีไงเจ้าคะ“ วิธีจับโจรของนางช่างแสบสันนัก!!“เหตุใดจึงคิดทรยศหักหลังข้า” เสียงผู้กุมอำนาจอย่างผู้เฒ่าหลี่ประกาศลั่น“พ่อแม่ข้าไม่สบายหนัก เงินที่มีไม่เพียงพอจริงๆขอรับ” โจวอี้ฉิง คุกเข่าหมอบลงกับพื้นสายตาคมมองสตรีเพียงหนึ่งเดียวอย่างโกรธแค้น นางใช้กลอุบลบายในการจับผิดเขา มันรู้สึกแย่มากที่เขานั้นหลงกลง่ายๆของนาง“ถ้าเช่นนั้นข้าคิดว่าเจ้าคงไม่เหมาะสมกับงานเช่นนี้” ชายชรายกมือไขว้หลังก่อนเดินมายืนตรงหน้าลูกน้องฝีมือดีอย่างโจวอี้ฉิงก่อนจะเอ่ยคำนั้นออกมา“ท่านผู้นำ ท่านเคยบอกข้าว่า หากมีเหตุต้องใช้เงินสามารถนำออกไปได้ ข้าเพียงทำตามคำพูดของท่านเท่านั้น” ชายที่มีความผิดไม่ได้ยอมแพ้ดึงดันจะกล่าววาจาให้ตนเองพ้นผิด“คราก่อนท่านแจ้งแก่ข้าว่าหากข้าทำงาน ทำความดีเพื่อบ้านเมืองท่านจะฝึกให้ข้าเป็นหัวหน้าโจร แต่ท่านเองกลับยกหลานชายท่านขึ้นมาเป็นรองหัวหน้าทั้งที่เขาพึ่งเข้ามาแท้ๆ หากข้าน้อยใจก็คงไม่ผิด“ สายตาคมตวัดมองหลี่ตงหยางอย่างโกรธเคือง”ครานี้ข้ามีความผิดจริงไม่มีข้อโต้แย้
“พี่โจวแจ้งแก่ข้า ให้ข่มขืนนางจนนางเสียสติ ทำให้ตงหยางโกรธแค้นและทำร้ายคนในหมู่บ้านเรา จากนั้นจะหาเรื่องปลดเขาออกจากซุ้มโจรเราสะ เพราะกฏสำคัญคือห้ามทำร้ายพวกเดียวกันเอง” ชายผู้นี้นางจำได้ว่าคือคนที่เข้ามาหาปลาในบริเวณเรือนของนาง นางเฝ้าสังเกตุมาสองวันเต็มๆ และเขาเป็นคนเดียวที่ไม่ได้พักที่นี่มาทำอาหารแล้วออกไปเท่านั้น การมาครั้งนี้นางจึงมั่นใจว่ามีแผนแต่ไม่คิดว่าจะกล้าลงมือทันทีที่นางพึ่งย่างกายเข้ามาอยู่ได้เพียงสามวันเท่านั้น“แบบนั้นก็รีบลงมือเถิด” เสียงดังขลุกขลักไม่ได้ทำให้นางลุกขึ้นหนีแต่อย่างใด ร่างบางกำมือแน่นหายใจเข้าออกอย่างใจเย็น ก่อนจะแบบมือออกจ้องมองลูกสูบลมขนาดเท่าแก้วน้ำที่อยู่ในมือ และขยับไปยืนตรงด้านข้างประตูเมื่อไม้ที่ขัดไว้ทำท่าว่าจะหลุดจากการถูกมีดเล่มยาวงัด“เจ้าแน่ใจนะว่านางจะไม่ตื่นมาโวยวาย” แม้ค่าตอบแทนจะมหาศาลแต่เขาก็มิอาจวางใจหากถูกจับได้ หัวหน้าอย่าผู้เฒ่าหลี่คงไม่เอาเขาไว้เป็นแน่“กลัวสิ่งใด กว่าจะกลับกันมาก็ย่ำรุ่งหากนางโวยวายก็ฆ่าปิดปากเสีย เมียตายจะยิ่งเสียใจกว่าเดิม คลั่งกว่าเดิมย่อมเป็นผลดี ฮ่า ฮ่า” กรามเล็กบดเข้าหากันแน่น ดูท่าแล้วพวกเขาคงรอเจอจุดอ่อนข







