LOGINพรึบ ทันทีที่หลับตาเหมือนนางถูกดูดเข้สไปในห้วงของความฝัน
”ทำดีครั้งนี้ เจ้าได้รับ500คะแนน คะแนนที่สะสมได้นี้เจ้าเลือกนำมาแลกสิ่งของได้“ นางมองดูสิ่งของมากมายตระกาลตาก่อนจะสำรวจไปเรื่อย ”ข้าจะทำอย่างไรหากอยากได้คะแนนเพิ่ม“ นางไม่รู้ว่าเสียงมาจากไหนจึงเอ่ยถามออกไปอย่างไม่รู้ทิศทาง ”หากช่วยเหลือคน คะแนนเริ่มต้นที่100 หากการช่วยเหลือยากเจ้ายิ่งได้คะแนนเยอะ“ นางกอดอกพยักหน้าก่อนจะเดินดูของกินเรียงราย อาวุธก็มีไม่น้อย เครื่องนุ่งห่มก็เยอะพอควร ยารักษาโรคก็มีให้เลือกสรรค์ ”แต่ข้ามาที่นี่เพราะหมดศรัทธาในความดี เหตุใดจึงต้องทำดีช่วยคนด้วยเล่า“ นางเอ่ยหน้าบึ้งตึง ”เพราะความดีไม่มีวันสลายหากเจ้าช่วยให้ถูกคน เจ้าไม่ต้องดีจนกลายเป็นคนโง่ แต่เจ้าควรดีให้พอดี ช่วยเท่าที่เจ้าพอใจจะช่วย หากไม่ช่วยก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้า“ นั่นสิ!! นางลืมคิดเรื่องนี้ไปได้ยังไง นางพอใจจะช่วยใครหรืออยากช่วยอะไรค่อยช่วย ”ค่อยยังชั่วหน่อยที่พอจะมีตัวช่วย แต่เก็บคะแนนไว้ก่อนดีกว่า” พูดจบร่างบางก็กลับมานอนที่เดิม ก่อนจะลุกขึ้นมาเท้าคางมองดวงจันทร์หวนนึกถึงอดีต นางเป็นตำรวจน้ำดีคนนึง สร้างผลงานมากมายจนได้เลื่อนยศใหญ่ขึ้น แต่แล้วนางกลับสืบทราบว่ามีการค้าประเวณีโดยหัวหน้านางเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง นางคิดจะกำจัดให้สิ้นซากแต่กลับโดนเพื่อนร่วมงานและลูกน้องที่ไว้ใจหักหลังจนต้องตาย “คนดีมีเพียงหยิบมือ จะมาสู้คนชั่วที่มีเป็นโขลงได้อย่างไร” แม้อยากย้อนเวลาไปเอาคืนพวกนั่นให้หมด แต่มันคงไม่ช่วยอะไร เมื่อตอนนี้นางมาอยู่ที่แห่งนี้ ที่คงจะมีหลายสิ่งให้นางทำ สวรรค์จึงส่งนางมา “เอาวะ รอดตายมาแล้วจะไม่โง่เสียรู้ให้ใครอีก” นางกำลังจะถอนสายตาออกจากดวงจันทร์ แต่เหลือบไปเห็นร่างหนาคุ้นตามีคนพยุงออกไป และหายไปในความมืด “ใครจะอยากอยู่ในบ้านที่เหมือนเล้าหมูแบบนี้กันเล่า” ตัวนางเองยังคิดเลยว่าบ้านคนที่อาศัยอยู่จริงๆควรจะเป็นอย่างไร แบบที่ใกล้จะถล่มลงมาแบบนี้หรือไม่ “เอาหล่ะพี่ชายกับน้องชายข้าต้องมีชีวิตที่ดี สู้ๆหว่านอัน ข้าคือหว่านอัน ข้าเกิดใหม่ชื่อหว่านอัน” เรียกกำลังใจให้ตัวเองเรียบร้อยแล้วจึงล้มตัวลงนอน เพราะเวลากระชั้นชิดที่นางได้มาอยู่ในร่างนี้เรียกว่าพึ่งเจอหน้ากันเพียงหนึ่งวันก็ต้องแยกย้าย นางมองเด็กน้อยร่างกายซูบผอมด้วยแววตาอ่อนแสง “หากเจ้าได้ศึกษาจะมีอนาคตที่ดีเป็นแน่ อย่างไรก็ยังดีที่คนสกุลเสี่ยวนั้นยกบุรุษให้เป็นที่หนึ่ง ไว้ข้าจะตามไปอยู่ใกล้ๆเจ้านะว่านเอ๋อ” พูดจบนางก็หลับตานอนหลับทันที พรุ่งนี้ต้องเจออะไรอีกมาก รุ่งเช้า วันนี้พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะพ้นขอบฟ้า นางหิ้วเสื้อผ้าที่ใส่แล้วของพี่ชายและน้องชายไปที่ลำธาร ”เริ่มต้นจากสุขอนามัยที่ดีสินะ“ นางขยี้ผ้าไปพึมพำไป อยู่ที่นี่ต้องกลมกลืนที่สุด อย่างน้อยๆก็ห้ามหลุดคำพูดแปลกๆออกมาก่อนเขาจะหาว่านางเป็นบ้าหรือเป็นภูติผีปีศาจ ”วันนี้ข้าจะผัดผักบุ้ง ต้มโจ๊กธัญพืชแล้วก็อืมมม ไข่ตุ๋นแล้วกัน“ เมื่อรู้ว่าอย่างไรก็ต้องแยกย้าย แต่นางก็อยากสร้างความทรงจำกับพี่น้องเสียหน่อย ”หว่านอันเหตุใดจึงตื่นเช้านัก” ยังไม่ทันจะเดินไปปลุกน้องชายและพี่ชายอาสะใภ้สามก็เดินตรงมาจากบ้านใหญ่เข้ามาหานางทันที “ข้าก็แค่…อยากดูแลพี่ใหญ่กับน้องเล็กเจ้าค่ะ” ผู้เป็นอาสะใภ้จูงมือนางมานั้งใต้ต้นดอกท้อที่ปลูกอยู่หน้าบ้าน “หากเจ้าไม่อยากแต่งกับสกุลโย่ว ข้าจะคุยกับอาสาม เรื่องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ตัวอำเภอ เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร” เรื่องนี้ทั้งนางและสามีกังวลไม่น้อย ใช่ว่าจะไม่รู้จุดประสงค์ของคนบ้านนั้นว่าเหตุใดจึงยอมแต่งรับหลานสาวสามีนางเจ้าบ้านด้วยเงินเพียงห้าตำลึง “เช่นนั้นจะมีประโยชน์อันใดเล่าเจ้าคะ สู้ข้าเองเป็นต่อต้านเสีย ไม่ให้คนอื่นเดือดร้อนจะไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ” นางเข้าใจทุกคน ยิ่งคนสมัยโบราณนี้ถือเรื่องคำพูดเป็นสำคัญ “หว่านอันเจ้าเองจะเดือดร้อน” นางเป็นเพียงอาสะใภ้แต่รักและห่วงใยเด็กๆไม่น้อย…หากพี่รองอยู่คงจะดีกว่านี้มาก… “เชื่อมือหว่านอันนะเจ้าคะ เรื่องนี้สบายมากเจ้าค่ะ” นางยิ้มปลอมใจว่านางเอาอยู่จริงๆ “เจ้าเองเลยวัยปักปิ่นมาถึงขวบปี อาสะใภ้ไม้มีเวลาได้เดินทางมาทำหน้าที่ผู้ใหญ่ให้เจ้า“ สร้อยข้อมือทองมีดอกโบตั๋นห้อยอย่างหน้ารัก พร้อมถุงเงินสีแดงถูกยื่นมาตรงหน้า ”ไม่ว่าเจ้าจะแต่งงานเข้าบ้านไหน ย่อมควรมีของสินเดิมติดตัว อาสะใภ้ขอทำหน้าที่แทนพ่อแม่เจ้า“ นางคุกเข่าลงพร้อมคำนับ คำว่าอบอุ่นหัวใจลอยฟรุ้งในอากาศ ”ข้าจะเก็บไว้อย่างดีเจ้าค่ะ“ นางทราบซึ้งใจไม่น้อย ”หากภายหน้ามีความจำเป็นเจ้าจงอย่ารั้งรอนำออกมาช่วยชีวิตเจ้า อาสะใภ้อย่างข้าคงทำได้แค่นี้“ แม้ไม่ได้อดอยากแต่ก็ต้องเก็บออมไว้ให้บุตรสาวที่บ้านอีกสองคำนนางจึงช่วยตามกำลัง ”เพียงท่านอาสะใภ้เมตตาต่อพี่ใหญ่และว่านเอ๋อ ก็เป็นบุญคุณจนข้าตอบแทนไม่หมด““เจ้าต่างหากที่ชั่วร้าย เจ้าทำให้แม่ผัวน้องผัวข้าตาย เจ้าเอาแต่มองเห็นความผิดคนอื่น แต่ใจเจ้าอำมหิตแค่ไหนกลับไม่เคยนึกถึง เจ้าอยากเอาชนะเพราะรู้ว่าวันนึงสามีข้าจะมาอาละวาดที่นี่หากเจ้าเอาสินเดิมท่านแม่มา เจ้าต่างหากที่ชั่วช้า ที่นี่คือที่ของเจ้างั้นหรือ หากเป็นที่ของเจ้าแล้วเหตุใดจึงเป็นคนมาทีหลังแม่สามีข้า ทำไม…จนบัดนี้เจ้าจึงไม่เคยถูกสามีแนะนำว่าเป็นเมียแต่ง เพราะเจ้ามันคือสตรีไร้ยางอายอยากได้อยากมีจนลูกเมียเขาต้องยอมถอย“ นางก้มลงไปกระชากคอเสื้อกู่เจิ่งที่โดนตบจนล้มลงไปกองกับพื้น ดึงคอเสื้อนางขึ้นมาเหมือนที่นางทำกับตงหยาง”แม่สามีข้าไม่ได้ตายเพราะจิตใจอ่อนแอ แต่แม่สามีข้าถูกหักหลังจากชายคนรักที่นางซื่อสัตรอคอยอย่างอดทน นางยอมตายดีกว่าต้องมาเห็นว่าลูกถูกลบเลือนจากคนเป็นพ่อ นางทนเห็นลูกต้องตกอยู่กับความลำบากไม่ได้ นางมีจิตใจที่เข้มแข็งต่างหากเจ้าเคยมองเห็นจากการที่บุตรชายและบุตรสาวจนเติบโตมาอย่างดีหรือไม่ แล้วเจ้าเล่าแค่จะเป็นฮูหยินใหญ่ยังเป็นไม่ได้ การที่แม่สามีข้าตัดสินใจจากโลกนี้ไปทั้งที่ขชื่นยังจาลึกว่าเป็นฮูหยินใหญ่สกุลเจิ้น แล้วเจ้าเล่า ตายไปคนจะจาลึกว่าอย่างไรกัน!!“ เสียงหวานตว
“ใครล่วงเกินเจ้ากันตงหยาง เจ้าเองมิใช่หรือประกาศต่อหน้าผู้อาวุโสว่าจะไม่มาเหยียบสกุลเจิ้นอีก“ ไม่ทันที่ผู้เฒ่าเนจิ้จะเอ่ยถามเอาความกับบุตรชายอย่างตงหยาง เสียงของกู่เจิ้งเมียแต่งก็แทรกเข้ามาเสียก่อนตัวจะเดินมาถึงเสียอีก สายตาหยิ่งผยองตวัดมองลูกเลี้ยงอย่างไม่ใคร่พอใจนัก วันนี้กล้ามาเหยียบถึงที่นี่ ทั้งๆที่นางคิดไว้แล้วแท้ๆว่าจัดการลูกเลี้ยงจนพ้นตัวไปแล้ว”หากท่านมิได้แตะต้องของๆแม่ข้า ข้าจะอยากมาเหยียบที่นี่ให้ท่านถากถางเช่นนั้นหรือ“ หว่านอันแอบคิดว่าเมื่อคืนที่เขาสอนให้นางจัดการแม่เลี้ยงเขา นางว่าฺ…คงไม่ต้องถึงมือนางกระมัง เขาก็มีวิธีจัดการได้เด็ดขาดกว่านางเยอะ”ข้ามิได้แตะต้องสิ่งใดของแม่เจ้า“ คนที่เกลียดเมียแรกของสามีเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมเมื่อพูดกับลูกเลี้ยง”แล้วปิ่นลวดลายมังกรโอบถังนั่นก็ไม่ใช่ของแม่ข้าเช่นนั้นหรือ หึ รู้หรือไม่ลายนี้ที่ใดก็ลอกเลียนแบบไม่ได้“ ทุกสายตามองไปที่ปิ่นปักผมอันใหญ่อย่างจับจ้องจนคนที่โกหกรู้สึกร้อนรน”ปิ่นนี่ใครก็สั่งทำขึ้นมาได้ทั้งนั้น!!เจ้าเด็กเหลือขอ อย่ามาใส่ร้ายข้า!!“ เมื่อคนร้ายไม่ยอมรับผิดเขาจึงหันไปหาบิดานิ่งๆ”ท่านพ่อ ลองบอกนางดีหรือไม่ว่าสิ่งใด
“ข้าจะไปหาน้ำมาถูพื้นเสียหน่อย ดีที่ข้าหยิบผ้าห่มผืนบางมาด้วย ท่านเองก็สำรวจความปลอดภัยเสีย” นางมองดูบ้านที่ผุพังที่เป็นเพียงบ้านโล่งๆไม่มีสิ่งของใดแม้แต่ชิ้นเดียวอย่างใคร่สงสัย แต่ไม่ถามสิ่งใดออกมา รีบทำความสะอาดเพื่อเข้านอนเสียดีกว่าเพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องเจอกับอะไรบ้าง“หลับแล้วหรือ” จู่ๆเสียงเข้มก็เอ่ยถามในความมืด“ไม่…แต่ไม่ใช่เพราะข้านอนไม่ได้ข้าลำบากมากกว่านี้ท่านก็เห็น ข้าเพียงแค่…แปลกที่” สามคืนที่ผ่านมาแม้ไม่ได้ล่วงเกินแต่นางกับเขาที่มีขนาดที่นอนจำกัดก็อิงแอบกันมาทั้งคืน“ขยับไปได้หรือไม่” ริมฝีปากบางขยับยิ้มเมื่อเห็นความเก้อเขิลไม่น้อยของเขา“ข้ากำลังจะถามท่านพอดีว่าขยับไปได้หรือไม่” เป็นอันว่าใจตรงกัน ร่างหนาขยับเข้ามาแนบชิดนางจากด้านหลัง…แบบนี้ค่อยอุ่นใจหน่อย…“หว่านอันไม่ว่าพรุ่งนี้ต้องเจอกับอะไร ขอให้เจ้าเข้มแข็งเอาไว้ อย่ายอมให้ใครรังแก” สิ่งที่หนักใจเพราะเขาตัดสินใจจะเข้าไปเอาของสำคัญที่บ้านท่านพ่อของเขาเอง และเพราะรู้นิสัยคนบ้านนั้นดีเขาจึงต้องเอ่ยเตือนนางเอาไว้เสียก่อน“ขนาดความรุนแรงแค่ไหนเจ้าคะ” คนที่เขานึกเป็นห่วงบัดนี้เอ่ยถามอย่างสนุกสนาน“มากที่สุด” เขาเองไม
“ชายผู้นี้ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม หลังปล้นเรียบร้อย เขาสั่งให้คนของเขาเอาเงินไปโยนหน้าบ้านทุกคนที่เดือดร้อน ท่านเห็นว่าสกุลเยว่ได้เยอะ แล้วท่านไม่คิดว่ามันเป็นเงินที่สกุลเยว่ควรได้หรือ” ทิ้งคำพูดให้ชวนคิดเสร็จนางก็จูงบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าสามีออกมาทันที มือบางหนึ่งข้างคว้าแขนแกร่ง อีกข้างเด็ดป่าหญ้าริมทางระบายอารมณ์“หากมันมีชีวิตคงร้องขอเจ้านับครั้งไม่ถ้วน” แม้ร่างกายใหญ่โตแต่หลี่ตงหยางก็ยอมเดินตามนางไปอย่างว่าง่าย“เหตุใดจึงยอมง่ายนัก รู้หรือไม่ข้าในเมื่อก่อนเคยทำเช่นนี้ เคยไม่พูดสิ่งใดในใจออกมาเพราะคิดว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่แล้วอย่างไร คนเห็นแก่ตัวอย่างไรก็ไม่มีทางคิดแทนท่านได้!!” อารามโกรธทำนางเท้าเอวบ่นเขาออกมาเป็นชุด ใบหน้าหวานงอง้ำ “มิใช่ว่าข้าไม่อยากพูด เอาเป็นว่าต่อไปข้าคิดสิ่งใด ทำสิ่งใดข้าจะพูดให้หมดดีหรือไม่” เปลี่ยนเป็นเขาที่เป็นฝ่ายเดินมาจูงมือนางแทน นางส่งสายตาเรืองรองสานสบกับดวงตาคมเข้มก่อนจะยกมือขึ้นมากอดอก“ท่านอย่าเพียงแต่พูดให้ข้าสบายใจนักเลย” นางปล่อยมือลงก่อนยืนมือไปให้เขาจับจูงและเดินตามไปอย่างเบาใจ“เจอคนที่เป็นน้ำเย็นเจ้าก็จะเย็นตาม เจอคนที่เป็นไฟเจ้าก็จะเป็
”ชะช่วยด้วยท่านหัวหน้า ข้ายังไม่อยากตายขอรับ ช่วยด้วย“ เสียงร้องโวยวายทำเขาหันไปมองหน้านาง”เขาก็เป็นโจร แต่เขาปล้นเราต่ออีกทีไงเจ้าคะ“ วิธีจับโจรของนางช่างแสบสันนัก!!“เหตุใดจึงคิดทรยศหักหลังข้า” เสียงผู้กุมอำนาจอย่างผู้เฒ่าหลี่ประกาศลั่น“พ่อแม่ข้าไม่สบายหนัก เงินที่มีไม่เพียงพอจริงๆขอรับ” โจวอี้ฉิง คุกเข่าหมอบลงกับพื้นสายตาคมมองสตรีเพียงหนึ่งเดียวอย่างโกรธแค้น นางใช้กลอุบลบายในการจับผิดเขา มันรู้สึกแย่มากที่เขานั้นหลงกลง่ายๆของนาง“ถ้าเช่นนั้นข้าคิดว่าเจ้าคงไม่เหมาะสมกับงานเช่นนี้” ชายชรายกมือไขว้หลังก่อนเดินมายืนตรงหน้าลูกน้องฝีมือดีอย่างโจวอี้ฉิงก่อนจะเอ่ยคำนั้นออกมา“ท่านผู้นำ ท่านเคยบอกข้าว่า หากมีเหตุต้องใช้เงินสามารถนำออกไปได้ ข้าเพียงทำตามคำพูดของท่านเท่านั้น” ชายที่มีความผิดไม่ได้ยอมแพ้ดึงดันจะกล่าววาจาให้ตนเองพ้นผิด“คราก่อนท่านแจ้งแก่ข้าว่าหากข้าทำงาน ทำความดีเพื่อบ้านเมืองท่านจะฝึกให้ข้าเป็นหัวหน้าโจร แต่ท่านเองกลับยกหลานชายท่านขึ้นมาเป็นรองหัวหน้าทั้งที่เขาพึ่งเข้ามาแท้ๆ หากข้าน้อยใจก็คงไม่ผิด“ สายตาคมตวัดมองหลี่ตงหยางอย่างโกรธเคือง”ครานี้ข้ามีความผิดจริงไม่มีข้อโต้แย้
“พี่โจวแจ้งแก่ข้า ให้ข่มขืนนางจนนางเสียสติ ทำให้ตงหยางโกรธแค้นและทำร้ายคนในหมู่บ้านเรา จากนั้นจะหาเรื่องปลดเขาออกจากซุ้มโจรเราสะ เพราะกฏสำคัญคือห้ามทำร้ายพวกเดียวกันเอง” ชายผู้นี้นางจำได้ว่าคือคนที่เข้ามาหาปลาในบริเวณเรือนของนาง นางเฝ้าสังเกตุมาสองวันเต็มๆ และเขาเป็นคนเดียวที่ไม่ได้พักที่นี่มาทำอาหารแล้วออกไปเท่านั้น การมาครั้งนี้นางจึงมั่นใจว่ามีแผนแต่ไม่คิดว่าจะกล้าลงมือทันทีที่นางพึ่งย่างกายเข้ามาอยู่ได้เพียงสามวันเท่านั้น“แบบนั้นก็รีบลงมือเถิด” เสียงดังขลุกขลักไม่ได้ทำให้นางลุกขึ้นหนีแต่อย่างใด ร่างบางกำมือแน่นหายใจเข้าออกอย่างใจเย็น ก่อนจะแบบมือออกจ้องมองลูกสูบลมขนาดเท่าแก้วน้ำที่อยู่ในมือ และขยับไปยืนตรงด้านข้างประตูเมื่อไม้ที่ขัดไว้ทำท่าว่าจะหลุดจากการถูกมีดเล่มยาวงัด“เจ้าแน่ใจนะว่านางจะไม่ตื่นมาโวยวาย” แม้ค่าตอบแทนจะมหาศาลแต่เขาก็มิอาจวางใจหากถูกจับได้ หัวหน้าอย่าผู้เฒ่าหลี่คงไม่เอาเขาไว้เป็นแน่“กลัวสิ่งใด กว่าจะกลับกันมาก็ย่ำรุ่งหากนางโวยวายก็ฆ่าปิดปากเสีย เมียตายจะยิ่งเสียใจกว่าเดิม คลั่งกว่าเดิมย่อมเป็นผลดี ฮ่า ฮ่า” กรามเล็กบดเข้าหากันแน่น ดูท่าแล้วพวกเขาคงรอเจอจุดอ่อนข







