Masukช่วงสายของวันเป็นไปตามที่นางคิด บ้านโหย่วยกกันมามากมายพร้อมอนุอีกหลายคน
“การมาของข้าและบุตรชายถือเป็นการให้เกียรติหลานของท่านนะเจี่ยสวี่ อนุทุกคนยอมรับนางได้” คำพูดเห็นแก่ตัวของคนสกุลโหย่วทำนางอยากขย้อนออกมา “เห็นไหมตาเฒ่าข้าเลือกสามีดีๆให้นาง เหตุใดท่านยังคัดค้านอยู่” ป้าสะใภ้นางก้มลงไปกระซิบกับสามีที่ทำหน้าบึ้งตึง “เช่นนั้นแล้วท่านลุงโย่วให้เกียรติข้าเพียงนี้เหตุใดจึงไม่ตามผู้นำหมู่บ้านมาด้วยเล่าเจ้าคะจะได้ดูเหมือนให้เกียรติข้าขึ้นไปอีก” นางแสดงท่าทางน้อบน้อมแต่มองดูคนแก่เขี้ยวลากดินที่ทำหน้าไม่พอใจ “เช่นนั้นข้าจะให้คนไปตามรอเพียงครู่” โย่วเซี่ยเจินกระตือรือร้นทันที เขาแอบชอบแม่นางน้อยผู้นี้มาเนิ่นนาน แต่นางไม่แลเหลียวเขาสักนิด เขาจึงรอนางพ้นวัยปักปิ่นและรีบเร่งรัดให้ผู้ใหญ่มาทาบทาม ยิ่งเห็นป้านางเป็นหญิงชราเห็นแก่ได้ยิ่งเข้าทางเขานัก รอไม่นานผู้นำหมู่บ้านก็เดินทางมาถึงลานหน้าบ้านรองเสี่ยว “มีเหตุอันใดกัน” ชายสูงวัยเป็นทีี่หน้าเกรงขามของหมู่บ้านแห่งนี้เอ่ยถามทันที “ข้าเป็นผู้ใหญ่บ้านโหย่วมาทาบทามสู่ขอแม่นางน้อยเสี่ยวหว่านอัน” ชายเฒ่าแห่งสกุลโหย่วที่ร่ำรวยที่สุดเอ่ยช้าๆชัดๆ “อะแฮ่ม แล้วเจ้าเล่าหว่านอันตกลงปลงใจหรือไม่” แม้จะเกรงใจคนบ้านโหย่วแต่เขาจำเป็นต้องทำตัวเป็นกลางที่สุด “หากอยากแต่งข้าเข้าบ้านสกุลโหย่วข้าเองในฐานะที่มิได้อยู่ในความปกครองของใครนอกจากพี่ชายใหญ่เยี่ยคุนและท่านลุงที่เป็นที่ปรึกษาให้บ้านรองข้า พอจะมีสิ่งที่เรียกร้องเพียงนิดเจ้าค่ะ” นางลุกขึ้นยืนอย่างกล้าหาญแตกต่างจากเมื่อวานลิบลับที่นางเอาแต่หลบอยู่หลังพี่ชาย “ว่ามาเถิด” ผู้นำหมู่บ้านพยักหน้าให้นางพูด “ข้อหนึ่ง ข้าเป็นบุตรสาวคนเดียวของบ้านรองพ่อแม่ข้ารักข้ายิ่งชีพย่อมไม่ต้องการให้ข้าไปเป็นบ้านเล็กของใครโดยเฉพาะ…เมียทาส” นางมองไปยังฮูหยินสกุลโหย่ว “เพราะฉะนั้นเซี่ยเจิ่นท่านโปรดแสดงความรักต่อข้าโดยการ…ปลดอนุในเรือนทั้งหมดยกข้าเป็นเมียเดียวได้หรือไม่” ชายที่แอบรักนางมาเนิ่นนานหลบสายตาวูบ คนมักมากในกามเช่นเขามันยากเกินไป “ยังไม่ต้องให้คำตอบข้า ท่านลองฟังข้อต่อไปเสียก่อน ข้อสอง ข้าต้องแยกจากพี่น้องโดยมิได้รอให้ท่านพ่อท่านแม่กลับมาตัดสินใจก่อน…เรื่องนั้นย่อมไม่ควร แต่หากมีสินทรัพย์ที่ดูว่าให้เกียรติบ้านรองข้าคงจะพอบรรเทาความเจ็บปวดของพ่อแม่ข้าได้”“ท่านพ่อสามี สมุนไพรที่ใช้ปรุงยาส่วนใหญ่มักหายาก ข้าอาจช่วยเพิ่มกำลังในการปรุงให้ได้จำนวนที่มากขึ้น แต่ก็มิอาจมอบให้ฟรีได้เพราะทุกอย่างข้าเองก็ต้องไปซื้อจากคนเก็บของป่าเช่นกัน” เขารอบยิ้มมองนางอย่างชื่นชม แม่นางน้อยของเขานั้นมิมีทางให้ผู้ใดเอาเปรียบจริงๆ“การพูดจาเช่นนี้มิใช่ว่าเจ้าเป็นลูกสะใภ้ของสกุลเจิ้น หรือ การช่วยพ่อสามีของเจ้าถือว่าเป็นบุญอันใหญ่หลวงเหตุใดจึงพูดถึงเรื่องค้าขายกัน” ในขณะที่นางกำลังเจรจาการค้ากับพ่อสามี หญิงชราที่ถูกนางมองข้ามไม่ยอมทำความเคารพตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวงสนทนาก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยอารมณ์เดือดดาล“ของซื้อของขาย หากข้ามอบให้ท่านพ่อสามีโดยมิคิดต้นทุน ข้าจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อสมุนไพรมาปรุงยาเพิ่มได้หรือเจ้าคะ เงินทั้งนั้นที่ต้องใช้ มิใช่ว่ามันลอยมาใส่มือข้าได้เสียเมื่อไหร่” นางมองหญิงชราโลภมากอย่างจับผิด การที่อยากได้นางยาของนางฟรีๆอาจจะเพื่อทำรายได้ให้ตัวเอง หรืออาจจะเอาไปโก่งราคากับคนที่เดือดร้อนอีกทีก็เป็นได้“นี่เจ้า!!! สามหาวนัก ข้าเองพูดถึงความสัมพันธ์ของคนในตระกูลที่เจ้าไม่ควรมองข้ามก็เพียงเท่านั้น เหตุใดเจ้าจึงเอ่ยถามข้าเช่นนี้!!” คนที่รู้สึกร้อนๆหนาวๆจาก
“สิ่งนี้เจ้าเรียกมันว่าน้ำมันเช่นนั้นหรือ” เขามองดูเปลวไฟตรงหน้าก่อนจะหันหันมาถามนาง“ใช่เจ้าค่ะ กรรมวิธีเยอะเกินไปข้าจะไม่อาจบอกสูตรการทำน้ำมันเชื้อเพลิงได้เจ้าค่ะ” ใครจะกล้าบอกว่านางเองก็เอามาจากในมิติพิเศษ“เห็นทีครานี้เศรษฐีชั่วคงต้องไปเป็นยาจกข้างถนน” หลี่ตงหยางและหลี่หว่านอันยืนมองเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างสาแก่ใจ จนมีชายผู้นึงวิ่งมาร้องตะโกนโวยวายว่าหอสุราของเขาถูกเพลิงไหม้“นิสัยของคนเห็นแก่ตัว มักร้องโวยวายว่าตัวเองสูญเสีย โดยไม่สนใจว่าการกระทำของตนนั้นมีผู้ใดเสียหายบ้าง” พูดจบทั้งตงหยางและหว่านอันก็เดินหายเข้าไปในความมืดจากวันที่ลอบวางเพลิง ณหอสุราผู้เฒ่าหลี่ จนถึงบัดนี้ผ่านไปร่วมขวบปี ตอนนี้ผู้เฒ่าหลี่มักมีงานสำคัญมอบหมายให้เขาไปจัดการอยู่เสมอ โดยมีนางคอยช่วยเหลืออยู่ข้างกาย“นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใดหรือ” ร่างสูงใหญ่ของสามีที่กลับมาจากทำงานที่ได้รับมอบหมายเอ่ยถามเมียรักเมื่อเห็นนางกำลังปรุงสมุนไพร“ข้าลองทำยาตำรับใหม่รักษาโรคหวัดและแก้อาการท้องร่วงเจ้าค่ะ” จากเด็กสาวอายุเพียงสิบห้าหนาวบัดนี้โตเป็นสาวสวยวัยสิบเจ็ดขวบปี“ข้าคิดว่าช่วงนี้เจ้าหักโหมงานมากไปสักหน่อย” เพราะนางมีแรงบันดา
ค่าใช้จ่ายวันนี้ เสียไปไม่น้อยแต่นางคิดว่าคุ้มค่าแล้วเพราะการเริ่มต้นชีวิตที่ดีควรมีทุกอย่างครบ“เจ้าซื้อสิ่งใดมามากมายกันมิต้องเก็บเงินไว้หรือ เจ้าอยากเปิดหอสุรายิ่งต้องเก็บเงินไว้จำนวนไม่น้อย” ตงหยางรีบออกมารับนางที่หน้ารั้วเอ่ยถามทันที“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นเจ้าค่ะ ข้าขายสมุนไพรได้เงินมาไม่น้อย ของพวกนี้ล้วนเป็นสิ่งของจำเป็นที่เราต้องใช้ดำรงชีพ ภายหน้าหากต้องออกไปทำงานท่านก็ต้องกลับมาที่บ้านสกุลหลี่ เพราะที่นี่คือบ้านของท่านข้าจะทำให้บ้านสกุลหลี่ของท่านมั่นคงไม่ให้ใครมาดูแคลนได้เด็ดขาด” เขามองสตรีตรงหน้าอย่างขอบคุณ นางเป็นคนที่มีใจเด็ดเดี่ยวจริงๆเขาอดชื่นชมนางไม่ได้นางทำทุกอย่างว่องไวและตัดสินใจได้เฉียบคม“ข้าจะเป็นสามีที่ดีและจะช่วยเจ้าดูแลบ้านของเราให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอีก” เขามองดูบ้านที่ครั้งหนึ่งมีพ่อแม่และน้องสาวอยู่กันอย่างพร้อมหน้าก่อนที่อะไรๆจะเปลี่ยนไป ท่านพ่อเขาได้รับพระราชทานเรือนหลังใหญ่โตโออา แต่แม่เขาคนที่ร่วมทุกข์มาด้วยกลับไม่มีโอกาสได้อยู่ ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในบ้านหลังเก่าที่ทรุดโทรม ต่อแต่นี้เป็นต้นไปเขาจะดูแลบ้านสกุลหลี่ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งยิ่งขึ้น“ว
“หากเป็นไปตามที่ตกลง ข้าก็ยินดีจะขายให้หอโอสถสกุลหลี่แต่เพียงผู้เดียว” นางคิดว่าช่องทางการทำเงินนี้ดีไม่น้อยสงสัยคืนนี้นางต้องเข้าไปสำรวจมิติว่ามีอะไรพิเศษที่สามารถสร้างเงินให้นางได้เยอะๆ นางจะได้มีกำลังหาเงินไม่ให้อดอยากและยังจุนเจือให้พี่และน้องที่อยู่ที่หอศึกษาได้อีกด้วย“ต้นโสมพันปีและห้าร้อยปีอย่างละสองต้น ข้าคิดเป็นเงินให้ท่าน สองพันตำลึงเงิน ส่วนเถายี่โกนี้หากนำมาชั่งแล้วของท่านมีถึงห้าจินข้าคิดจินละสองร้อย ตำลึงเงิน เป็นเงินหนึ่งพันตำลึงเงินรวมทั้งหมด สามพันตำลึงเงินจำนวนนี้ท่านพอใจหรือไม่” ตอนนี้นางหูดับเป็นที่เรียบร้อยไม่ทันคิดว่าจะได้เงินมหาศาลขนาดนี้ถ้ารู้แบบนี้นางจะสั่งสามีให้ไม่ต้องไปอยากได้สมบัติของคนสกุลเจิ้นเพราะตอนนี้นางกำลังจะเป็นเศรษฐีหน้าใหม่“พอใจเป็นที่สุดค่าขอรับเป็นตั๋วเงิน สองพันห้าร้อยตำลึงเงิน ส่วนอีกห้าร้อยตำลึงเงินขอเป็นแผ่นเงินเพราะข้ามีเรื่องต้องใช้จ่าย”หลังจากซื้อขายสมุนไพรกับหอโอสถเรียบร้อยนางรีบไปที่ร้านขายผ้าทันที ที่นั่นมีเสื้อผ้าสำเร็จมากมายนางไม่ถนัดเรื่องเย็บปักถักร้อยจึงเลือกที่จะซื้อเสื้อผ้าสำเร็จมากกว่า“แม่นางน้อยเจ้ามีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไ
”หว่านอัน สิ่งนึงที่ข้าเลี่ยงไม่ได้คือหากข้าขึ้นหลังเสือไม่อาจลงได้ในทันที ข้าเป็นโจรแม้จะทำความดีแต่ก็ขึ้นชื่อว่าโจรข้าเองมิอาจวางมือได้ เจ้าพร้อมจะร่วมทางไปกับข้าหรือไม่ ไม่มีใครอื่น มีเพียงข้าและเจ้าเท่านั้น” สายตาคมสื่อความหมายว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจเขาคิดไตร่ตรองเรื่องทั้งหมดมาเกือบทั้งคืนอย่างไรเสียการเป็นโจรของเขาก็มีประโยชน์มากกว่ายังช่วยกำจัดคนชั่วให้เบาบางลงจากใต้หล้า “ท่านว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้น แต่ข้าคิดว่าข้ามีวิธีที่จะทำให้คนอื่นไม่มองว่าเราเป็นคนชั่วร้าย” นางคิดว่าต่อให้มีอาชีพเป็นโจรช่วยเหลือคนเดือดร้อนแต่อย่างไรก็ไม่มีใครมองว่าซุ้มโจรพวกนี้เป็นคนดี“เจ้าคิดว่าเราควรมีอาชีพที่มั่นคงใช่หรือไม่” เหมือนเขาเข้ามานั่งอยู่ในใจนาง คิดสิ่งใดเขาย่อมรู้ทุกอย่าง“ท่านจำเรื่องที่ข้าเคยบอกว่าอยากเปิดหอโอสถได้หรือไม่ ความฝันนั้นมันไกลเกินไปข้ายังต้องใช้เงินอีกมากมาย แต่ตอนนี้ข้าอยากทำการหาสมุนไพรช่วยเหลือคนตกทุกข์มากกว่า” สมุนไพรที่นางนำมาปรุงยาหาได้ยากพอสมควร ว่านบางชนิดคนสมัยโบราณก็ยังไม่ค่อยรู้ว่ามันสามมารถนำมาสกัดยาได้ อีกทั้งนางยังมีระบบพิเศษที่ช่วยให้นางป
“เจ้าต่างหากที่ชั่วร้าย เจ้าทำให้แม่ผัวน้องผัวข้าตาย เจ้าเอาแต่มองเห็นความผิดคนอื่น แต่ใจเจ้าอำมหิตแค่ไหนกลับไม่เคยนึกถึง เจ้าอยากเอาชนะเพราะรู้ว่าวันนึงสามีข้าจะมาอาละวาดที่นี่หากเจ้าเอาสินเดิมท่านแม่มา เจ้าต่างหากที่ชั่วช้า ที่นี่คือที่ของเจ้างั้นหรือ หากเป็นที่ของเจ้าแล้วเหตุใดจึงเป็นคนมาทีหลังแม่สามีข้า ทำไม…จนบัดนี้เจ้าจึงไม่เคยถูกสามีแนะนำว่าเป็นเมียแต่ง เพราะเจ้ามันคือสตรีไร้ยางอายอยากได้อยากมีจนลูกเมียเขาต้องยอมถอย“ นางก้มลงไปกระชากคอเสื้อกู่เจิ่งที่โดนตบจนล้มลงไปกองกับพื้น ดึงคอเสื้อนางขึ้นมาเหมือนที่นางทำกับตงหยาง”แม่สามีข้าไม่ได้ตายเพราะจิตใจอ่อนแอ แต่แม่สามีข้าถูกหักหลังจากชายคนรักที่นางซื่อสัตรอคอยอย่างอดทน นางยอมตายดีกว่าต้องมาเห็นว่าลูกถูกลบเลือนจากคนเป็นพ่อ นางทนเห็นลูกต้องตกอยู่กับความลำบากไม่ได้ นางมีจิตใจที่เข้มแข็งต่างหากเจ้าเคยมองเห็นจากการที่บุตรชายและบุตรสาวจนเติบโตมาอย่างดีหรือไม่ แล้วเจ้าเล่าแค่จะเป็นฮูหยินใหญ่ยังเป็นไม่ได้ การที่แม่สามีข้าตัดสินใจจากโลกนี้ไปทั้งที่ขชื่นยังจาลึกว่าเป็นฮูหยินใหญ่สกุลเจิ้น แล้วเจ้าเล่า ตายไปคนจะจาลึกว่าอย่างไรกัน!!“ เสียงหวานตว