LOGINแต่ว่าบางอย่างอยากหลีกเลี่ยงกลับยิ่งได้เจอ เมื่อผ่านหน้าบ้านกู้ที่เปิดประตูรั้วอยู่ ท่านปู่ของนางกู้เหว่ยเห็นหลานสาวเดินผ่าน นางอุ้มตะกร้าที่มีหัวผักกาดอยู่ห้าหัว ก็ถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความรังเกียจ
"เพ้ย! ถุย! นางเด็กเลว มีเงินเข้าหน่อยก็รีบจับจ่ายใช้สอยเสียจริงเชียว"
กู้จื่อเว่ยชำเลืองเห็นชาวบ้านเดินอยู่แถวนั้นสี่ห้าคน และหนึ่งในนั้นมีคนปากสว่างอย่างท่านย่าอู๋อยู่ด้วย นางจึงแสร้งเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงและท่าทางสุภาพอ่อนน้อม ซึ่งขัดกับตอนที่ทวงสินเดิมของมารดาคืนราวกับพลิกฝ่ามือ
"ท่านปู่เจ้าคะ...ท่านย่าใหญ่มีเมตตากับเด็กกำพร้าเช่นพวกเรา พอรู้จากท่านปู่ใหญ่ว่าพวกเราได้แต่ข้าวสารหักๆที่ท่านจำใจแบ่งให้ไปกิน นางจึงให้ข้าตามไปที่บ้านเพื่อมอบหัวผักกาดพวกนี้มาให้ต้มกินประทังชีวิตเจ้าค่ะ หากท่านปู่ต้องการจะแบ่งไปสักสองหัว ข้าก็ยินดีจะมอบให้เจ้าค่ะ"
นางจงใจใช้คำว่าจำใจให้ ชาวบ้านที่ได้ยินก็มองหน้าชายชราด้วยความรังเกียจ
"เพ้ย..ใครได้เป็นเขยสะใภ้บ้านนี้ข้าว่าชีวิตคงเหมือนอยู่ขุมนรก"
"นั่นสิๆ"
ชายชราหนวดกระดิกเดินมาหน้าบ้านชี้หน้าหลานสาวตวาดเสียงดัง
"เพ้ย! อาหารหมูพวกนั้นเจ้าเก็บไว้กินเองเถอะ ไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านข้า...นางตัวซวย!"
กู้เหว่ยตวาดกลับอย่างไม่ไว้หน้า แต่ใครจะคาดคิดทันทีที่กู้เหว่ยเอ่ยจบ ย่าอู๋ที่เพิ่งจะหลังขดหลังแข็งถอนหัวผักกาดและตั้งใจจะนำไปส่งร้านทำผักดองในเมือง เมื่อได้ยินคำว่าอาหารหมูเข้าก็หูผึ่ง นางถ่มน้ำลายลงพื้นเสียงดังแล้วชี้หน้าตวาดใส่ชายชราทันที
"ถุย! ตาแก่แซ่กู้ อาหารหมูที่เจ้าว่ามิใช่ว่าบ้านเจ้าก็กินอยู่ทุกวันหรอกหรือ วันก่อนยังเห็นให้หลานสะใภ้ไปเบียดเบียนเสบียงจากบ้านเดิมนางมาอยู่เลย ทำเป็นวางท่าสูงส่งที่แท้ก็แค่ยาจกคนหนึ่ง กู้หลินหลานชายบ้านเจ้าจนป่านนี้แต่งเมียแล้วยังสอบได้แค่ถงเซิ่งหางแถว แหม... ทำท่าอยากจะเป็นนายท่านโถ่... ไอ้แก่ฝันเฟื่อง"
"เจ้าๆๆ นางอู๋ เจ้ากล้าดีอย่างไรมาด่าข้า!"
กู้เหว่ยชี้หน้าหญิงวัยเดียวกันมือไม้สั่น ส่วนย่าอู๋ก็ไม่ยอมแพ้ตอกกลับทันควัน
"ข้าด่าเจ้าแล้วจะทำไม ด่าเจ้าต้องรอให้ใครมาดูฤกษ์ดูยามให้หรือไง"
กู้จื่อเว่ยลอบปรบมือรัวๆให้ท่านย่าอู๋อยู่ในใจ ก่อนจะแสร้งทำเป็นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยน่าเวทนา
"ท่านย่าอู๋เจ้าคะท่านอย่าโกรธท่านปู่เลยเจ้าค่ะ... ข้าเป็นเพียงหลานสาวที่ไม่เอาไหน ไม่อาจเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลได้เช่นหลานชาย ที่ท่านปู่ไม่ชอบข้าก็นับว่าสมควรแล้วเจ้าค่ะ"
"เพ้ย! หลานสาวแล้วอย่างไรเล่านางหนูเว่ยเว่ย ปู่ของเจ้าทุกวันนี้ไม่ได้สอนหลานชายให้เกาะชายกระโปรงเมียกินหรืออย่างไร หลานสะใภ้ก็เป็นสตรีหากรังเกียจสตรียิ่งนัก เหตุใดไม่ให้กู้หลินหลานชายตัวดีของเจ้าแต่งกับบุรุษในสำนักศึกษาด้วยกันเสียเลยเล่า เจ้าไปดูแลแม่กับน้องเถอะอย่ามาเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลย"
กู้จื่อเว่ยย่อตัวคารวะท่านย่าอู๋อย่างนอบน้อมถ่อมตนเป็นที่สุด
"เว่ยเว่ยลาท่านย่าอู๋เจ้าค่ะ... ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะท่านปู่"
หญิงสาวซ่อนรอยยิ้มสะใจตรงมุมปากที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเอาไว้ แข็งข้อกับตาแก่นี่ไว้ทำลับหลัง แสร้งทำเป็นอ่อนแอต่อหน้าชาวบ้านเป็นสิ่งต้องทำ เรื่องง่ายๆแค่นี้เหตุใดนางจะทำไม่ได้เล่า ชาติก่อนนางต้องต่อกรกับพวกหน้าเลือดที่คอยเอารัดเอาเปรียบมาสารพัด บางครั้งยังต้องกล้ำกลืนฝืนใจยอมเลียแข้งเลียขาเจ้านายเพื่อความอยู่รอด
มาชาตินี้... ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าใครนอกจากคำค้ำคอว่า ผู้อาวุโสหึ... ก็แค่เกิดก่อนยิ่งเกิดก่อนมานานก็ยิ่งตายไว และหากต้องมาตายเพราะปากเพราะทำตัวเอง เช่นนั้นก็คงจะยิ่งรวดเร็วขึ้นไปอีกกระมัง
กู้จื่อเว่ยที่ถูกท่านย่าอู๋ไล่กลับมาเพราะนางจะรับมือกับตาแกใจดำนั่นเอง เมื่อนางเดินกลับถึงบ้าน เฉินซื่อเห็นบุตรสาวที่อุ้มตะกร้ามาก็แปลกใจจึงเอ่ยถาม
"เว่ยเว่ย...ลูกหอบอะไรมามากมายนัก แล้วไปเอาตะกร้ามาจากที่ใด"
"ท่านย่าใหญ่ให้หัวผักกาดมาเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านย่าใหญ่นางกำลังทำผักดองพอดี ข้าเลยขอซื้อมาแต่นางแถมให้มากมายนัก อีกทั้งยังให้ตะกร้ายืมใส่ของมาก่อน"
มารดายิ้มให้บุตรสาวก่อนจะเรียกกู้จื่อหยางที่ออกไปหักกิ่งไม้เพิ่ม
"หยางหยาง...พี่ใหญ่เจ้ามาแล้วมากินข้าวกันเถอะ"
เด็กน้อยที่ได้ยินก็หอบฟืนเท่าที่พอจะหอบได้ก็เร่งฝีเท้ามานาง กู้จื่อเว่ยจึงบอกให้เขาพาน้องสาวไปล้างมือ ส่วนตัวเองจะไปตัดใบตองมาปูรอนั่ง พื้นเฉอะแฉะไปด้วยฝนที่ตกลงมาเมื่อคืนนี้ ในบ้านมีมุมเล็กๆ ให้นั่งหลบ แต่หากคืนนี้ตกลงมาอีกต้องนอนแช่น้ำแน่นอน หญิงสาวเอ่ยกับมารดา
“ท่านแม่ข้าจะไปตัดใบกล้วยป่ามาใช้ปูรองไปก่อน อิ่มแล้วจะได้ซ่อมแซมหลังคาเจ้าค่ะ หากคืนนี้ฝนตกพวกเราจะได้นอนหลับไม่ต้องมานั่งตัวเปียกเพราะหลังคารั่วอีก"
"เช่นนั้นรีบกินเถอะ เจ้าเพิ่งจะฟื้นก็ต้องมาออกแรงอีก แม่ช่างเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องยิ่งนัก"
กู้จื่อเว่ยยิ้มบางเพื่อปลอบโยนความกังวลของมารดา นางวางตะกร้าหัวผักกาดลงแล้วกุมมือมารดาไว้
"ท่านแม่ อย่าตำหนิตัวเองเลยเจ้าค่ะ ที่ผ่านมาท่านแม่ลำบากเพื่อพวกเรามามาก ต่อจากนี้ให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะเจ้าค่ะ"
"พี่ใหญ่ ข้าล้างมือสะอาดแล้วขอรับ"
“หยาเหยาก็ล้างมือแล้วเจ้าค่ะ”
เสียงเล็กๆ ของกู้จื่อหยางดังขึ้น เขาจูงมือกู้จื่อเหยาเดินมา ใบหน้ามอมแมมไปด้วยคราบดิน แต่ดวงตากลับกลมโตเป็นประกายเมื่อเห็นเนื้อย่างกับไข่ต้มที่พี่สาวเก็บได้มา เมื่อเช้ายังไม่ทันกินป้าสะใภ้ใหญ่ก็มาทุบจนแตก ตอนนี้ได้กินแล้วเขาต้องรีบกิน หากช้าบ้านใหญ่จะมาแย่งชิงอีก
กู้หลินชี้หน้ากู้จื่อเว่ยเมื่อถูกนางตอกกลับ นางหลี่ตรงเข้ามาหมายจะตบนางแต่ยังไม่ทันลงมือก็มีเสียงเรียกมาจากนอกรั้ว"ที่นี่ใช่บ้านของแม่นางกู้หรือไม่ ข้ามาหากู้หลินมีคนบอกว่าเขาอยู่ที่นี่"เมื่อหันไปตามเสียงก็เห็นเป็นเจ้าหน้าที่ กู้หลินรีบเข้าไปประจบก่อนจะเอ่ย"ใต้เท้าข้าคือกู้หลินขอรับ ไม่ทราบว่าท่านมาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือขอรับ หรือว่ามาจัดการกับนางเด็กนี่ที่อกตัญญู""ใช่ พวกข้ามาเรื่องคนอกตัญญูแต่ไม่ใช่แม่นางน้อยคนนั้น กู้หลินใช่ไหม มีคนฟ้องร้องเจ้าว่าให้ร้ายผู้มีพระคุณและอกตัญญู ตามข้าไปให้การกับใต้เท้าเสีย"ฟ้องร้องหรือ...ใครกันทำเรื่องนี้ ข้าบริสุทธิ์นะไม่เคยทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้น""คนที่ฟ้องร้องคือกู้หงคนที่เขียนคำร้องคืออาจารย์ใหญ่เจ้าของสำนักศึกษาของเจ้าเอง อย่าพูดมาก เด็กๆเอาตัวไป""ไอ้หยา กลั่นแกล้งกันแล้ว กู้หงกลั่นแกล้งหลานชาย ร่วมมือกับอาจารย์ฟ้องร้องหลินเอ๋อร์ของข้า นี่มันจะให้คนเขาอยู่ได้อย่างไร ทางการตัดสินไม่เป็นธรรม""ท่านยาย พูดจาอะไรให้ระวังสักหน่อย พวกเราทำตามหน้าที่ หากคนบ้านท่านไม่ผิดใต้เท้าเราย่อมให้ความเป็นธรรม แทนที่จะมาร้องไห้โว
วันรุ่งขึ้นยามเฉินกู้จื่อเว่ยทำอาหารเช้าหลายอย่างรวมถึงทำอาหารห่อให้ทั้งหมดไปกินระหว่างทาง เนื่องจากมีเสบียงหลายคันรถจินอี้จึงเกณฑ์เอาทหารประจำการที่แข็งแรงไปเป็นทหารชายแดนอีกหนึ่งร้อยคนและจ่ายค่าตอบแทนให้ครอบครัวละยี่สิบตำลึง ชายหนุ่มที่เดินทางไปจะไม่มีการส่งเบี้ยหวัดกลับมาอีกเพราะจ่ายให้แล้วทั้งปี หลงเฮ่าเฉินที่กำลังกินมื้อเช้าเงยหน้าแล้วเอ่ยกับกู้จื่อเว่ย"พี่จะไปแล้ว อย่าลืมเขียนจดหมายหาพี่ด้วยนะ""เจ้าค่ะ ท่านเองก็อย่าลืมให้ท่านพ่อเขียนจดหมายมาบ้าง ข้าให้เวลาเขาอีกครึ่งปี หากเขาไม่เขียบนมาหาข้าก็ไม่ติดที่จะหาบิดาคนใหม่ ท่านแม่ยังสาวยังสวยหนุ่มๆต่อแถวไม่ไหวด้วยซ้ำ"ทุกคนหัวเราะกับวาจาโผงผางของนาง กู้หวายอันเอ่ยติดตลก"ไอ้หยา เว่ยเว่ยของปู่จะทำเช่นนั้นไม่ได้นะ ไม่กลัวท่านย่าเจ้าลุกจากหลุมมาตีก้นหรือ""ไม่กลัวเจ้าค่ะ ถ้าท่านย่าลุกมาจริงคนแรกที่จะถูกท่านย่าเอาไม้ฟาดหัวน่าจะเป็นท่านปู่ของข้านะฮ่าๆๆๆ"ฮ่าๆๆๆๆ เสียงหัวเราดังลั่น เมื่อมื้อเช้าเรียบร้อยทุกคนก็เตรียมตัวไปรับเอาเกวียนเสบียงที่จอดไว้ที่ในตำบล หลงเฮ่าเทียนยิ้มก่อนจะเดินมาหา มือแข็งแกร่งจับปอยผมนางท
ในตำบลร่างสูงใหญ่หัวไหล่กว้างจากการทำงานหนักมาตลอดเวลาบัดนี้นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนไหล่สั่น ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยผ้าฝ้ายเนื้อดีเดินเข้ามาทักทาย"เจ้าหนุ่มคนนี้เหตุใดถึงมานั่งร้องไห้อยู่เล่า น้ำตาลูกผู้ชายมีค่าดั่งทองเจ้าจะอ่อนแอนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน"กู้หงเงยหน้ามองดูชายที่เอ่ยกับเขาจากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"ท่านลุงท่านนี้ ชีวิตข้าไม่เคยเสียน้ำตาให้กับสิ่งใด แต่กับมารดาที่จากไปแล้วกลับถูกคนที่นางเลี้ยงมากับมือใส่ร้าย ข้าที่เป็นบุตรชายของนางนั้นเสียใจแทนนางจนไม่อาจห้ามน้ำตาได้จริงๆ"("เว่ยเว่ย..ไอ้ที่เจ้าให้มาทาตานี้มันได้ผลเกินไปไหม เล่นละครจบแล้วข้าจะหยุดร้องไห้ได้หรือไม่กันเล่า") กู้จื่อเว่ยหยิบเอาบาล์มแก้ปวดใส่กระปุกมาให้เขาป้ายตาหากร้องไห้ไม่ออก ส่วนกู้หงเมื่อเอ่ยออกมาจนหมดชายชราก็ถอนหายใจเอ่ยถามเขาเช่นกัน"เจ้าหนุ่ม หากเจ้าไม่รังเกียจจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ เผื่อข้าจะช่วยอะไรเจ้าได้"กู้หงหยิบกระดาษออกมาก่อนจะมองอย่างเหม่อลอยเอ่ยเบาๆ "นี่คือหนังสือสมรสที่ทางการรับรอง และยังมีหนังสือผ่านทางที่เก็บเ
กู้จื่อเว่ยหันมายิ้มให้หลงเฮ่าเทียน นางมีวิธีจัดการคนเหล่านั้นเพียงแต่ต่อหน้าคู่หมั้นและแม่ทัพจินนางย่อมต้องเรียบร้อย พวกเขาจะได้เชื่อใจและดูแลบิดานางให้ เรื่องนี้ต้องให้ลุงรองช่วยจึงเอ่ยกับหลงเฮ่าเทียน"พี่หลง พอดีข้ามีบางเรื่องต้องไปจัดการ ข้าจะไปหาลุงรองหากไปช้าจะมืดเสียก่อนเจ้าค่ะ""พี่ขี่ม้าไปกับเจ้าก็แล้วกัน เราสองคนหมั้นหมายกันแล้วไม่มีอะไรไม่สมควรหรอก""โอ่ว...เช่นนั้นก็ได้"กู้จื่อเว่ยไปขออนุญาตมารดาเพื่อไปหาลุงรองของนาง หลงเฮ่าเทียนพานางขึ้นม้าก่อนจะเหวี่ยงขาตามขึ้นมาคร่อมตัวนางที่อยู่ด้านหน้าจากนั้นก็พานางไปหมู่บ้านที่กู้หงอาศัยอยู่กับภรรยา ไม่นานก็มาถึงหมู่บ้าน ทันทีที่ชาวบ้านเห็นม้าสีดำตัวใหญ่ต่างก็พูดคุยกัน"นั่นม้าตัวใหญ่ยิ่งนัก ราคาตัวหนึ่งไม่ต่ำกว่าห้าพันตำลึงเชียวนะ""นั่นน่ะสิ.....บ้านใครกันร่ำรวยขนาดนี้"ชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาถามหลงเฮ่าเทียนที่บังคับม้าเดินเข้ามา"เอ่อ...นายท่านมิทราบว่ามาหาผู้ใดหรือขอรับ"หลงเฮ่าเทียนเอ่ยกับกู้จื่อเว่ย"เว่ยเว่ยเจ้าไม่เคยมาหาลุงรองที่นี่หรือจึงไม่รู้จักบ้าน""ไม่เคยเจ้าค่ะ ตาแก่ยายแก่เอ๊ย ท่านปู่กับแม่เฒ่าหลี่วันๆ
วันรุ่งขึ้นหลงเฮ่าเทียนพาคนมาสร้างโรงเรือนให้กับนาง เป็นทหารของทางอำเภอทั้งหมด โรงเรือนกว้างสองจั้งยามสามจั้งจึงเสร็จภายในสองวัน กู้จื่อเว่ยจ่ายค่าแรงและยังมอบเสบียงให้อีกด้วย แม้ว่ามารดากับเจียงโม่เหวินจะงงที่นางสร้างโรงเรือนทับต้นหญ้า ทำไมนางไม่ถามหญ้าก่อนสร้าง หลงเฮ่าเทียนเดินมาหานางแล้วบอกว่าเข้าไปดูด้านในหรือไม่ว่าถูกใจหรือเปล่า"ไปดูข้างในกัน หากเจ้าจะถางหญ้าพวกพี่จะถางให้รับรองความลับไม่รั่วไหลแน่""อืม..ก็ดีเจ้าค่ะ"สองคนเข้ามาด้านใน ด้านในปักคบเพลิงแค่อันเดียวเท่านั้น แสงสว่างสลัวๆ กู้จื่อเว่ยเดินจูงมือชายหนุ่มสำรวจก่อนจะนั่งยองๆแล้วดึงหญ้าที่ปิดปากบ่อน้ำพุร้อนออก นางเอ่ยกับเขา"พี่หลงท่านดูสิ นี่คือน้ำพุร้อน หากข้าสามารถขุดขยายได้ตรงนี้ก็สามารถสร้างเรือนปลูกผักหน้าหนาวได้ หรือไม่ก็เอาไว้ให้ท่านแม่แช่เพื่อรักษาร่างกาย"หลงเฮ่าเทียนมองไปยังอีกสองจุดที่มีควันลอยกรุ่นขึ้นมาเช่นกันเมื่อนางเดินไปถอนหญ้าที่ปากบ่อออก ร่างเล็กจุ่มมือลงไปล้างก่อนจะวักน้ำสาดใส่เขาแล้วหัวเราะ หลงเฮ่าเทียนลุกขึ้นมาก่อนจะรวบเอวบางรั้งมาหา เขาโน้มใบหน้าลงมาสบตากับนางใบหน้าหวา
หลงเฮ่าเทียนมาหานางในตอนเย็นเพื่อพูดคุย เมื่อมาถึงก็เห็นเสบียงมากมายกองรวมกัน มีผ้าใบคลุมเอาไว้เขาจึงเอ่ยถาม"มากมายเพียงนี้น่าจะสามคันรถเชียวนะ""พี่หลงของท่านพ่อข้าหนึ่งคันรถ อีกสองคันรถให้พวกท่านกับทหารในค่าย""เว่ยเว่ย...เจ้ายอมจ่ายถึงสองร้อยตำลึงเพื่อจ้างคนมาเลื่อยต้นไม้เหล่านั้นไม่สิ้นเปลืองไปหน่อยหรือ หากเจ้าอยากได้แผ่นไม้ก็ไปหาซื่อเอาที่โรงเลื่อยก็ได้นี่นา"กู้จื่อเว่ยส่งขนมดอกท้อที่มารดาทำให้เขา ปกติหลงเฮ่าเทียนไม่ชอบขนมหวานแต่นี่เป็นขนมที่นางให้เขาจึงรับมากัดกินอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่ามันจะหมดเร็ว กู้จื่อเว่ยตอบคำถามของเรื่องต้นไม้"หลายปีก่อนมีพายุลูกใหญ่และฝนตกติดกันหลายวัน ต้นไม้หักโค่นไหลลงมาจากบนเขา บางต้นที่อยู่ริมฝั่งก็ถูกลมพายุพัดหักเช่นกัน ก้อนหินที่กระจายเต็มที่ดินของข้านั้นก็เพราะถูกน้ำซัดขึ้นมา ต้นไม้ต้นเล็กๆที่ชาวบ้านพอจะเลื่อยไหวก็มีคนตัดไปหมดแล้ว ส่วนต้นใหญ่ๆพวกเขาเอาไปไม่ไหว พี่ไม่สังเกตหรือว่าบ้านข้าเวลาที่ในตก น้ำในลำธารมันเอ่อล้นขึ้นมาจนเกือบถึงหน้าบ้าน เพราะต้นไม้เหล่านี้มันขวางทางน้ำอยู่ ทำให้ไหลไปแม่น้ำด้านล่างไม่ได้"หลงเฮ่าเทียนเพ
จากนั้นก็เดินกลับบ้าน ทางด้านเด็กน้อยกู้จื่อหยางก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บเศษไม้เอามาทำฟืนไว้ได้เยอะพอสมควร เขาหันขวับมามองหาพี่สาว พอดีกับที่นางเดินยิ้มกว้างมาให้น้องชาย ก่อนที่จะชูเป็ดป่าในมือให้ดู กู้จื่อหยางรีบวิ่งมาหาพี่สาวทันที เด้กน้อยตื่นเต้นนั่นมันเนื้อเชียวนะ พวกเขาจะได้กินเนื้อกั
เงินที่มาจากการที่บังคับฟางอี้เฉียวให้กลับไปเอาเงินจากบ้านเดิมมาอุดหนุนก็จะหายไป แถมสตรีที่ตนเองมองว่าอัปลักษณ์กลับได้กินเนื้อทุกมื้อ ที่สำคัญสิวบนใบหน้าฟางอี้เฉียวนั้นกู้จื่อเว่ยคนนี้มีทางรักษาให้หายอีกด้วย สุดท้ายหากหญิงงามหลุดมือกู้หลินจะทำเช่นไร กล้าลงมือกับสือเหยียนหรือเปล่าขนาดหมีเขาย
ร่างผอมบางที่นอนอยู่บนกองฟางได้ยินเสียงพูดคุยด้านนอกเงียบไปก็ตื่นลืมตา กู้จื่อเหยาวิ่งเข้ามาก่อนใครเด็กน้อยขึ้นไปนั่งบนกองฟางที่ใช้ปูนอนในบ้านดินทรุดโทรมแห่งนี้ก่อนจะเอ่ยอย่างดีใจ" ท่านแม่....พี่ใหญ่เก่งยิ่งนักนางไปทวงสินเดิมท่านกลับมาได้ด้วยเจ้าค่ะ" สายตาฝ้าฟางเพราะขาดสารอาหารมองไปยังเด็กสาววั
กู้จื่อเว่ยลุกขึ้นช้าๆโดยมีลุงรองของนางประคองเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไป นางกวาดสายตาไปยังลุงใหญ่และป้าสะใภ้ของตนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง"ที่สำคัญ..ตอนท่านพ่อยังอยู่เป็นท่านพ่อข้ากับลุงรองที่หาเลี้ยงบ้านใหญ่ทั้งบ้าน ลุงใหญ่ที่ควรเป็นหัวหน้าครอบครัวกลับเอาแต่อยู่โรงบ่อน ย่ารองเรื่องนี้ท่านก็รู้มิใช่หรือ เช่







