Mag-log inเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนครึ่ง แถมยังต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อมาเข้ากองตอนเช้าตรู่ เดิมทีผมควรจะง่วงแต่ตอนนี้ดันตาสว่างสุด ๆ ไปเลย
นายเอกอย่างคีย์ที่แม้จะเล่นบทคนบ้า แต่ก็เป็นคนบ้าที่เป็นปมหลักของเรื่อง ทำให้วันนี้อีกฝ่ายก็ต้องมาเข้ากองแต่เช้าเช่นกัน
ผมพุ่งปรี่ไปทางคนน่ารักอย่างรวดเร็ว ฉีกยิ้มแฉ่งอวดฟันขาว
“อรุณสวัสดิ์ คีย์”
“อ๊ะ อรุณสวัสดิ์ครับพี่เมล” คีย์ในสภาพหัวกระเซอะกระเซิงตามบทคนบ้าส่งยิ้มน่ารักกระชากใจ “วันนี้ก็มาพยายามด้วยกันนะครับ”
โว้ย ทำไมน่ารักแบบนี้วะเนี่ย
ความจริงผมไม่ได้ชอบคีย์ในเชิงชู้สาวอะไรหรอก ก็แค่มีนิสัยชอบของน่ารัก ๆ เวลาเห็นคนที่มีหน้าตาน่าเอ็นดูเลยอดที่จะเข้าไปทักไม่ได้
“อื้อ เรามา--”
“เมล!”
ผมยังพูดไม่ทันจบ พลันมีน้ำเสียงดุดันเอ่ยแทรกขึ้น ก่อนที่ผู้ชายหน้าตาหล่อระเบิดแต่นิสัยเฮงซวยจะเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ทำเอาคีย์ที่ยืนข้างผมต้องถอยไปแอบด้านหลังเลยทีเดียว
สงสัยหมอนี่คงจะโดนเล่นแล้วแน่ ๆ วันนี้ถึงได้ดูเหมือนคนอึไม่ออกแบบนี้
“มีอะไรครับพี่กันต์” ผมยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเยาะเย้ย
เป็นไงล่ะ นายฟ้องได้ ฉันก็ฟ้องได้เหมือนกันโว้ย
“ไปคุยกันหน่อย”
“ทำไมต้องไปที่อื่นครับ มีอะไรก็พูดตรงนี้แหละ” จะบ้าเหรอ เกิดผมไปแล้วโดนกระทืบขึ้นมาจะทำไง
“อย่าให้พี่ต้องพูดเยอะ” พี่กันต์ดูอารมณ์เสียมากจริง ๆ
“ก็ไม่ต้องพูดเยอะสิครับ พี่มีอะไรก็พูดตรงนี้ได้เลย คนกันเองทั้งนั้น หรือพี่เห็นคีย์เป็นคนอื่น”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคีย์ มีแค่พี่กับนาย”
“ผมขอยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น พี่มีอะไรก็พูดตรงนี้นี่แหละ”
“ทั้งสองคนอย่าทะเลาะกันเลยนะครับ เดี๋ยวผมไปเอง” พ่อนางฟ้าตัวน้อยเอ่ยแทรกด้วยท่าทางลังเล
ผมรีบยื่นมือไปคว้าแขนเล็ก ๆ เอาไว้ด้วยความรวดเร็ว สีหน้าแสดงถึงความจริงจัง
“คีย์อยู่นี่แหละ” ขืนปล่อยคุณนายเอกไป ตรงนี้ก็เหลือแค่ผมกับพระเอกที่ใกล้จะแปลงร่างกันแค่สองคนอะดิ แบบนั้นไม่เอาหรอก
“เอ่อคือ...” คีย์เงยหน้ามองผมสลับกับท่านประธานของตัวเอง เหมือนลูกกระต่ายตัวน้อยไม่มีผิด
“ได้ ถ้าเมลคิดว่าจะเอาแบบนี้” พี่กันต์สูดลมหายใจเข้าลึก ที่ดูก็รู้ว่ากำลังข่มอารมณ์
“ครับ” ผมยิ้มตาหยี
“แม่พี่กับแม่นายตกลงกันว่าอีกสองเดือนจะให้เราสองคนแต่งงานกัน”
เพล้ง!
เศษหน้าของผมแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี
“ฮะ?”
ผมอ้าปากเหวอ ทำท่าทางคล้ายมีมแมวขาวตัวอ้วนที่ร้อง Huh ตามอินเทอร์เน็ต
นี่มันไม่มีในต้นฉบับนะ!
หรือเพราะความตอแห... แฮ่ม เพราะเรื่องที่ผมพูดกับพ่อแม่ไปเมื่อคืน เลยทำให้เนื้อเรื่องเปลี่ยนไปงั้นเรอะ
“นะ...นี่มันอะไรกัน” ถัดจากเสียงผม ก็เป็นเสียงสั่นเครือของคีย์
ผมแอบเหลือบตามองไปทางหนุ่มน้อย เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเงยหน้ามองท่านประธานเฮงซวยด้วยดวงตาแดงก่ำ ท่าทางเหมือนกิ๊กที่ถูกผู้ชายหลอกว่าจะไปเลิกกับเมียหลวง แต่ปรากฏว่าเป็นการหลอกลวงยังไงยังงั้น
อืม...ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงต้นของนิยายเองไม่ใช่เหรอ นี่นายเอกชอบพระเอกเร็วขนาดนี้เลย?
สรุปแล้วไอ้ท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมเวลาโดนด่า ที่จริงก็คือเต็มใจโดนงั้นดิ
เอาความเห็นใจของผมคืนมาเดี๋ยวนี้นะ!
“เกี่ยวอะไรกับนาย คนอื่นเขากำลังคุยกัน อย่ามาพูดแทรก”
เฮ้ย ประโยคนี้ผมไม่ได้พูดนะ เป็นไอ้พี่กันต์ต่างหากที่พูดกับคีย์น่ะ
ผมหันขวับไปมองพี่กันต์ เห็นอีกฝ่ายกำลังจ้องมาทางตัวเองก็สะดุ้งโหยง เดี๋ยว ๆ นายเอกจะร้องไห้แล้วนั่น ทำไมนายใจร้ายแบบนี้วะ
จากที่ผมตั้งใจจะมาขัดขวางพระเอกกับนายเอก ตอนนี้ผมชักจะสงสารนายเอกขึ้นมาซะแล้ว อะไรมันจะรันทดขนาดนี้
“ขะ...ขอโทษครับ” คีย์สะอึก ใบหน้าแดงก่ำ แล้วรีบวิ่งออกไปจากตรงนี้
เมื่อเหลือกันสองคน เหงื่อที่ไม่ควรจะไหลก็พรั่งพรูลงมากลางศีรษะทันที
“...” ผมยืนใบ้กิน มือไม้เก้ ๆ กัง ๆ อย่างไม่รู้ว่าจะเอาวางไว้ตรงไหนดี
“นายไปพูดอะไรกับคุณน้า”
“ไม่ได้พูดอะไรเล๊ย”
“อย่ามาโกหก เราสองคนเรียนจบกันมาหลายปีแล้ว บ้านพี่กับบ้านนายไม่เคยเร่งการแต่งงานของพวกเรา แต่จู่ ๆ เมื่อเช้าแม่ก็มาบอกว่าจะให้พี่กับนายแต่งกันให้เร็วที่สุด ถ้าไม่ใช่แม่นายมาพูดกับแม่พี่ แล้วมันจะเป็นอะไรไปได้อีก”
ผมละอยากรู้จริง ๆ ว่าคนแก่ในนิยายเรื่องนี้เขาไม่นอนกันหรือไง ดึกดื่นค่อนคืนก็ยังติดต่อคุยธุระกันอยู่อีก!
“ผมไม่ได้พูดจริง ๆ นะ” ผมยืนยันคำเดิม
“เมล ถึงนายจะเป็นลูกของคุณน้า แต่ก็อย่าคิดว่าพี่ไม่กล้าทำอะไรนะ” พี่กันต์ย่างสามขุมเข้ามาด้วยท่าทางกดดัน “ก่อนหน้านี้พี่เห็นแก่หน้าคุณน้าถึงได้ยอมปล่อยผ่านมาตลอด อย่าทำให้พี่หมดความอดทน”
“...” ไอ้บ้า จะโหดเกินไปแล้วไหม
ถึงผมจะเคยบอกให้มาต่อยกันก็เถอะ แต่นั่นแค่เปรียบเปรยไง ไม่ได้อยากโดนต่อยจริง ๆ สักหน่อย
ผู้ชายอกสามศอกแบบผม เกิดมายังไม่เคยชกต่อยกับใครเลยนะ แล้วดูจากขนาดตัว คนที่จะโดนอัดจนสมองบวมก็คงเป็นผมนี่แหละ
“ผม...ผมก็แค่บอกแม่ว่าน้อยใจที่พี่เอาแต่เข้าหาคีย์ ที่พูดกับพี่ไม่ดีก็เพราะอยากประชดเท่านั้น เพราะพี่ดูสนใจคีย์มากผิดปกติ...” ท้ายประโยคผมเบาเสียงลงราวกับยุง แต่มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายคงจะได้ยินแน่ ๆ
“...”
“แค่นี้จริง ๆ นะ...” ผมเม้มปากอย่างลนลาน เหงื่อแตกเต็มหลังไปหมดแล้ว
“นายพูดจริง หรือพูดเล่น” ดวงตาของพี่กันต์จ้องมองมาอย่างกับเหยี่ยวที่รองับเหยื่อ ถ้าตอบไม่ดีผมคงซี้แหงแก๋แน่ ๆ
แต่!
ถ้าผมบอกว่าพูดเล่น พ่อกับแม่ต้องเอาผมตายเหมือนกันแน่ ๆ
โอ๊ย ไอ้เมลเครียด
“ผมพูดจริง”
ผมยังต้องกลับบ้านไปเจอท่านพ่อท่านแม่ที่เคารพรักทุกวัน การโดนทรมานให้คัดหนังสือธรรมะจนมือหงิกไม่ใช่เรื่องสนุกเลย ในเมื่อพระเอกก็ไม่ได้อยากแต่ง งั้นก็ให้เขาไปหาทางคุยกับผู้ใหญ่เอาเองแล้วกัน
ผมโยนขี้อย่างหน้าไม่อาย
“...” พี่กันต์จ้องตาผมเหมือนต้องการค้นหา ก่อนจะหมุนตัวจากไปโดยไม่พูดไม่จาสักคำ
นี่...ผมรอดแล้วจริงดิ?
ตอนแรกคิดว่าจะต้องโดนด่าอีกสักสองสามยกซะอีก
ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก รีบยกมือปาดเหงื่อบนหน้า แล้วก็แอบเห็นว่าหลังจากพี่กันต์เดินไปเกือบถึงลานจอดรถ จู่ ๆ คีย์ก็พุ่งตัวไปคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้
เหตุการณ์นี้กระตุกต่อมชาวไทยของผมเป็นอย่างมาก
จุดนี้ค่อนข้างไกลประมาณหนึ่ง ผมเลยเดินเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมจนพอจะมองเห็นสีหน้าของทั้งคู่ชัดขึ้น แต่ก็ยังไม่ใกล้พอจะได้ยินบทสนทนา
ไม่รู้ว่าคีย์พูดอะไร แต่หนุ่มน้อยมีสีหน้าผิดหวังมากทีเดียว ก่อนที่พี่กันต์จะพูดต่อด้วยสีหน้าแสนเย็นชา คีย์ตกตะลึงจนตัวแข็ง แล้วพี่กันต์ก็สะบัดตูดขึ้นรถไปอย่างไม่ไยดี
“...” ก็รู้แหละว่าพระเอกมันทั้งเย็นชาและเฮงซวย แต่พี่จะเย็นชาขนาดนี้เลยจริงดิ
สรุปพระเอกไม่ได้ชอบนายเอกเลยใช่ไหมเนี่ย
แต่คนที่ผมอยากถามมากที่สุดก็คือนายเอกนี่แหละ ทำไมถึงไปชอบไอ้คนพรรค์นั้นล่ะ นี่สมองนายมีปัญหาหรือไง
หมอนั่นก็แค่หล่อ รวย หุ่นดี เป็นเจ้าของบริษัทบันเทิงอันดับหนึ่งเองนะ ไม่เห็นมีอะไรดีเลย!
ตอนที่อ่านนิยายผมรู้สึกว่าพระเอกเรื่องนี้มันเฮงซวยที่ได้นางฟ้าอย่างคีย์ไปครอบครอง พอทะลุมิติมาที่นี่ผมก็เลยแปะฟิลเตอร์คนนิสัยไม่ดีไว้กลางหน้าผากอีกฝ่าย แต่พอได้มาฟังเหตุผลของพี่กันต์ ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองช่างตื้นเขิน มองอะไรเพียงแค่ด้านเดียวจนเข้าใจคนอื่นผิดไปที่แท้ ไอ้หมอนี่มันก็เป็นคนปกตินี่หว่า“งั้นทำไมพี่ต้องเรียกเขาไปชงกาแฟด้วยล่ะ แม่บ้านก็มี เลขาพี่ก็น่าจะทำได้”“พี่ก็แค่หมั่นไส้”“...?” คำตอบแต่ละอย่างของเขาทำให้ผมอึ้งแล้วอึ้งอีกจริง ๆ “หมั่นไส้เรื่องอะไร”“นายดูท่าทางเขาสิ ไม่รู้จะหงอจะหงิมไปไหน เป็นนักแสดงมันต้องเชิดหน้ายืดอก ไม่ใช่ยืนคางชิดอก พี่ก็เลยอยากแกล้ง แค่นั้นแหละ”“...” ขอถอนคำพูด ไอ้หมอนี่มันเฮงซวยเหมือนเดิมนั่นแหละ...เมื่อคืนผมไม่ได้กลับบ้าน แถมยังไม่ได้โทรบอกพ่อกับแม่ เดิมทีคิดว่าพอกลับมาจะต้องเจอกับนรกอย่างการคัดหนังสือธรรมะแน่ ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าทันทีที่ทั้งสองเห็นหน้าไอ้พี่กันต์ สีหน้าของพ
ผมตื่นขึ้นมาตอนสิบเอ็ดโมงด้วยสภาพปวดไปทั้งตัวเหมือนโดนรถบรรทุกชน สภาพเตียงนอนหลังสมรภูมิดุเดือดเรียกได้ว่าเละตุ้มเป๊ะในห้องมีแค่ผมคนเดียว ที่นอนด้านข้างเย็นชืดไร้ไออุ่น บ่งบอกว่าอีกคนจากไปนานแล้ว แถมยังจากไปแบบไม่บอกกล่าวกันสักคำ ไม่มีแม้แต่โน๊ตสักแผ่นด้วยซ้ำจู่ ๆ ผมก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกฟันแล้วทิ้งขึ้นมาเลยหงุดหงิดว่ะไอ้คนเฮงซวย สมกับที่เฮงซวยจริง ๆผมไม่ได้คาดหวังให้คนอย่างพี่กันต์มาทำตัวเหมือนพระเอกนิยายเรื่องอื่นที่ออกปากรับผิดชอบหรอกขนาดในต้นฉบับ ในช่วงแรกอีตาพระเอกมันยังไม่แสดงท่าทีอะไรกับนายเอกเลย ทำเหมือนนายเอกเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ด้วยซ้ำแต่อย่างน้อย ในฐานะเพื่อนนอนชั่วคราวที่เป็นถึงคู่หมั้นตั้งแต่เด็ก ก็ควรจะแสดงน้ำใจบ้างสิ!มีอย่างที่ไหนมาทิ้งกันไปดื้อ ๆ ทำอย่างกับผมเป็นเด็กขาย พอเสร็จกิจก็สะบัดตูดหนี ถ้าเจอกันคราวหน้าผมจะต่อยให้หน้าหันเลยคอยดูผมลากร่างกายที่ปวดไปทั้งตัวเข้าไปในห้องน้ำ สายน้ำเย็นฉ่ำช่วยดับอารมณ์คุกรุ่นให้เบาบางลง ช่องทางด้านหลังแสบขัดจนต้องร้องซี้ดออกมาต
“พี่กันต์...”“นี่กำลังอ่อยเหรอ” เสียงของพี่กันต์เองก็ยานคาง บ่งบอกว่าเมาได้ที่ผมตั้งใจจะบอกว่าไม่ได้อ่อย แต่ลิ้นดันเปลี้ยพูดออกไปได้แค่คำเดียว“อ่อย...”ผมเห็นคนตัวสูงดวงตาสว่างวาบ เขาลงมือช้อนร่างผมขึ้นจากอ่างอาบน้ำ แล้วพาไปโยนบนเตียงอย่างไม่เบามือเลยสักนิด“อือ” แรงกระแทกทำให้ร่างกายที่อ่อนไหวของผมสั่นสะท้านขึ้นมาเสียงสวบสาบของเสื้อผ้าดังขึ้น ไม่นานร่างเปลือยเปล่าของพี่กันต์ก็ตามลงมาทาบทับ สติของผมกลับเข้าร่างทันที“พี่ อุ๊บ”ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป ริมฝีปากก็ถูกปิดด้วยปากของอีกฝ่าย ลิ้นร้อนกวาดเลียไปบนปากของผมจนเปียกชุ่ม ไม่รู้ทำไม แต่ผมกลับไม่รู้สึกต่อต้านเลยสักนิด“อ้าปาก”ผมหลับตาปี๋ อ้าปากอย่างกล้า ๆ กลัว ๆฤทธิ์ยาทำให้หลงลืมไปหมดสิ้นว่าคนที่กำลังจูบอยู่ คือพระเอกเฮงซวยตัวร้าย ที่จะเป็นคนมาทำลายตระกูลของตัวเองในอนาคตปลายลิ้นของพี่กันต์สอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก ตวัดหยอกล้อลิ้นของผมที่เอาแต่หลบหนี ลมหายใจของเ
ระหว่างที่กำลังนั่งนึกถึงเนื้อหาในนิยาย ผมก็เห็นว่ามีนักแสดงชายร่างเล็กคนหนึ่งกำลังทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ตรงมุมเสาฝั่งตรงข้ามในมือมีแก้วไวน์ที่ยังไม่ถูกดื่ม อีกฝ่ายมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางเป็นกังวล จากนั้นก็ถอนหายใจเหมือนโล่งอกที่ไม่มีคนเห็น แล้วรีบหยิบถุงบรรจุผงสีขาวเทลงไปในแก้ว จากนั้นก็เขย่าจนมันละลาย“...”เฮ้! น้องชาย ผีข้างเสาฝั่งตรงข้ามอย่างฉันกำลังมองนายอยู่นะ นี่รอบคอบแล้วจริงดิแต่ก็เพราะความมักง่ายของอีกฝ่ายนั่นแหละที่ทำให้งานของผมง่ายขึ้นเยอะนักแสดงหนุ่มร่างเล็กเดินตรงดิ่งไปหาพี่กันต์ เป้าหมายชัดเจนมาก ผมรีบลุกแล้วเดินตามไปติด ๆ ทันที“สวัสดีครับคุณกันต์ พอจะให้เกียรติดื่มกับผมสักแก้วได้ไหม ผมยินดีมากเลยที่ได้แสดงหนังที่คุณเป็นคนลงทุน หวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณอีก” นักแสดงหนุ่มโปรยยิ้มหวานฉ่ำ ยื่นแก้วในมือไปตรงหน้าพี่กันต์“อ่า...” พี่กันต์ทำหน้าลังเลแหงสิ นิสัยจริงของคุณพระเอกมันถือตัวจะตาย แค่วันนี้ยอมคุยกับคนอื่นหลายประโยคก็ถือว่าไว้หน้ามากแล้ว ถึงพี่กันต์จะมีท่าทางลังเล แต่ผมรู้ว่าครั้งนี้เขาจะต้องรับแก้วไปแน่นอน“พี่กันต์!” ผมตะโกนเสียงดังคนตัวสูงชะงัก ก่อ
หลังจากพูดเรื่องแต่งงาน คีย์ก็ไม่ยอมคุยกับผมอีกเลย ทุกครั้งที่เข้าไปทัก หนุ่มน้อยก็จะมองผมด้วยสีหน้าหมองเศร้าเหมือนคนโดนรังแก ทำเอาทีมงานบางส่วนพากันเข้าใจกันไปว่าผมกลั่นแกล้งเขาปกติพวกทีมงานก็ไม่ค่อยมีสีหน้าดี ๆ ให้ผมอยู่แล้ว เพราะเมื่อก่อนเจ้าของร่างคนเดิมมักจะเข้ากองสายเป็นประจำ ถึงแม้ตอนนี้ผมจะมาตรงเวลา แต่ภาพลักษณ์ไม่ดีในอดีตก็ใช่ว่าจะสลัดไปได้ง่าย ๆ พอมีเรื่องของคีย์ พวกเขาก็เลยคิดว่าผมไปรังแกรุ่นน้องแต่ถามว่าแคร์ไหมก็ไม่อะผมมาเพื่อทำงาน ไม่ได้มาเพื่อสนใจสีหน้าคนอื่นสักหน่อยในเมื่อเขาไม่คุย ผมก็ไม่คุย ทำงานเสร็จก็ตรงกลับบ้าน กินอาหารอร่อย ๆ ของป้านวล แล้วเข้านอนอย่างเกือบจะมีความสุข...ใช่ ‘เกือบจะ’ นั่นแหละเอาจริง ๆ ชีวิตตอนนี้ก็เกือบจะสงบราบรื่นแล้วล่ะ ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเห็นหน้าตัวต้นเหตุอย่างคุณพระเอกทุกวันน่ะไม่รู้ทำไม แต่หลังจากประกาศเรื่องงานแต่งไป พี่กันต์ก็มานั่งจ๋องที่กองถ่ายทุกวัน ย้ำว่าทุกวัน!ผมล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าเขาไม่มีงานมีการทำหรือไงแต่ก็โชคดีที่เขามา ‘นั่ง’ ตรงตามตัวอักษร นอกจากมองผมทำงาน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั้นอีก อ้อ อีกอย่างหนึ่งที่แปลกไปคือ เขาไม่
เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนครึ่ง แถมยังต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อมาเข้ากองตอนเช้าตรู่ เดิมทีผมควรจะง่วงแต่ตอนนี้ดันตาสว่างสุด ๆ ไปเลยนายเอกอย่างคีย์ที่แม้จะเล่นบทคนบ้า แต่ก็เป็นคนบ้าที่เป็นปมหลักของเรื่อง ทำให้วันนี้อีกฝ่ายก็ต้องมาเข้ากองแต่เช้าเช่นกันผมพุ่งปรี่ไปทางคนน่ารักอย่างรวดเร็ว ฉีกยิ้มแฉ่งอวดฟันขาว“อรุณสวัสดิ์ คีย์”“อ๊ะ อรุณสวัสดิ์ครับพี่เมล” คีย์ในสภาพหัวกระเซอะกระเซิงตามบทคนบ้าส่งยิ้มน่ารักกระชากใจ “วันนี้ก็มาพยายามด้วยกันนะครับ”โว้ย ทำไมน่ารักแบบนี้วะเนี่ยความจริงผมไม่ได้ชอบคีย์ในเชิงชู้สาวอะไรหรอก ก็แค่มีนิสัยชอบของน่ารัก ๆ เวลาเห็นคนที่มีหน้าตาน่าเอ็นดูเลยอดที่จะเข้าไปทักไม่ได้“อื้อ เรามา--”“เมล!”ผมยังพูดไม่ทันจบ พลันมีน้ำเสียงดุดันเอ่ยแทรกขึ้น ก่อนที่ผู้ชายหน้าตาหล่อระเบิดแต่นิสัยเฮงซวยจะเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ทำเอาคีย์ที่ยืนข้างผมต้องถอยไปแอบด้านหลังเลยทีเดียวสงสัยหมอนี่คงจะโดนเล่นแล้วแน่ ๆ วันนี้ถึงได้ดูเหมือนคนอึไม่ออกแบบนี้“มีอะไรครับพี่กันต์” ผมยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเยาะเย้ยเป็นไงล่ะ นายฟ้องได้ ฉันก็ฟ้องได้เหมือนกันโว้ย“ไปคุยกันหน่อย”“ทำไมต้องไปที
![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






