ภารกิจจับผู้ให้อยู่หมัด

ภารกิจจับผู้ให้อยู่หมัด

last update최신 업데이트 : 2026-01-21
작가:  เรติมา연재 중
언어: Thai
goodnovel18goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
39챕터
918조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

“ผมชอบผู้จัดการนะครับ” อิศราพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา เขาไม่ได้เมาจนไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร อิศรามีสติรับรู้ทุกอย่าง “คุณเมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว” “ไม่ครับ ผมรู้ว่ากำลังพูดอะไรอยู่” พูดจบก็ย้ายก้นสวย ๆ ขึ้นมานั่งบนตักของรชานนท์ มือบางคล้องรอบคออย่างเหมาะเจาะ “คุณอิศรา!” “เรียกว่าอิงค์” คนบนตักสั่ง “คุณไม่ควรทำแบบนี้ คุณมีวีรภัทรอยู่แล้วนะอย่าลืมสิ” รชานนท์เตือนสติ ทั้งอิศราและเขาเองด้วย การที่ถูกอิศราคลอเคลียอยู่บนตักแบบนี้เขาเองก็หวั่นไหวไม่น้อยเลย “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่วี”

더 보기

1화

บทที่1

โซเฟียพูดสิ่งนั้นใส่ไมโครโฟน ทุกคนได้ยิน ผู้ปกครองคนอื่นๆ หันมามองเลโอนาร์โด บางคนเริ่มกระซิบกระซาบ

เลโอนาร์โดตัวแข็งทื่อ ฉันตัวแข็งทื่อไม่ต่างกัน

เป็นเวลายี่สิบแปดวันแล้ว นับตั้งแต่ฉันตระหนักได้ว่าหัวใจของเลโอนาร์โดไม่ได้อยู่กับครอบครัวนี้อีกต่อไป ทุกครั้งที่เลโอนาร์โดทอดทิ้งเราสองคนแม่ลูกไปหาวาเลนตินา ฉันจะบังคับให้โซเฟียเรียกเลโอนาร์โดว่า "คุณลุงเลโอนาร์โด" เสมอ มันเป็นวิธีที่ฉันใช้เตือนตัวเองและลูกว่าอย่าได้เสียน้ำตาให้กับผู้ชายที่ไม่เห็นค่าของเรา

แต่โซเฟียอายุแค่เจ็ดขวบเท่านั้น นั่นเป็นวัยที่เด็กผู้หญิงต้องการพ่อมากที่สุด

ทุกครั้งที่ฉันขอให้โซเฟียพูดคำนั้น โซเฟียจะลังเลอยู่นานก่อนจะยอมกระซิบเบาๆ ว่า "คุณลุงเลโอนาร์โด"

แต่วันนี้ โซเฟียกลับพูดมันออกมาเองอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าเธอได้ซักซ้อมมันในหัวมาเป็นร้อยๆ ครั้งแล้ว

โซเฟียนั่งลงที่เปียโน แล้วเริ่มบรรเลง นิ้วเล็กๆ ของเธอพรมลงบนคีย์ได้อย่างถูกต้อง มีจังหวะที่เธอเล่นพลาดไปเพียงแค่ครั้งเดียว แต่เธอก็ยังคงเล่นต่อไปจนจบเพลง เมื่อโน้ตตัวสุดท้ายสิ้นสุดลง เสียงปรบมือก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง

โซเฟียยืนขึ้นโค้งคำนับ และสายตาของเธอจับจ้องมาที่ฉันเพียงคนเดียว... โซเฟียไม่ได้หันไปมองเลโอนาร์โดเลยแม้แต่น้อย

คณะกรรมการเริ่มประกาศรางวัล... รางวัลชมเชย รองชนะเลิศอันดับสอง รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง...

และโซเฟียคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งมาครอง มันคือถ้วยรางวัลสีทองใบเล็กที่มีรูปตัวโน้ตดนตรีอยู่ด้านบน

โซเฟียวิ่งลงจากเวทีตรงดิ่งเข้ามาซบที่อกของฉัน ฉันอุ้มลูกขึ้นมาและกอดเธอไว้แน่น ช่างภาพจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเดินเข้ามาขอถ่ายรูปคู่ของเรา แม่และลูกสาวพร้อมกับถ้วยรางวัลแห่งความสำเร็จ

โซเฟียชูถ้วยรางวัลขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ฉันโอบกอดลูกไว้และยิ้มให้กล้องอย่างภาคภูมิใจ

และเมื่อหันกลับไปมองด้านหลัง... เลโอนาร์โดได้จากไปแล้ว ฉันไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด เพราะสำหรับเขา วาเลนตินาและลูกสาวของเธอคือสิ่งสำคัญที่สุดเสมอมา

เลโอนาร์โดคือรองหัวหน้าแก๊งมาเฟียตระกูลมาร์เชตติ ในตอนแรกเขาให้ความสำคัญกับเราเป็นอันดับหนึ่ง เขาเคยเป็นสามีที่ดี และเป็นพ่อที่อยู่เคียงข้างลูกเสมอ แต่เมื่อวาเลนตินากลับเข้ามาในชีวิต ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

วาเลนตินาเป็นรักแรกของเขา ต่อมาเธอแต่งงานกับหัวหน้ามาเฟียจากเขตอื่น แต่สามีของเธอเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เธอต้องกลับมาที่บ้านเกิดพร้อมกับลิลลี่ ลูกสาววัยห้าขวบของเธอ และเธอมักจะคร่ำครวญถึงความยากลำบากในการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวอยู่เสมอ เลโอนาร์โดเกิดความสงสาร เขาเริ่มวิ่งวุ่นไปช่วยเหลือพวกเธอตลอดเวลา ใจของเขาเอนเอียงไปทางนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ และปล่อยให้ฉันกับโซเฟียต้องเป็นฝ่ายรอคอยอยู่บ่อยครั้ง

หลังจากซัลวาตอเรตาย วาเลนตินาก็เริ่มกลับเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบตัวเลโอนาร์โดอีกครั้ง เธอสวมบทบาทเป็นแม่ม่ายผู้โศกเศร้า ร้องห่มร้องไห้ว่าลิลลี่ไม่มีพ่อ และเลโอนาร์โด... ผู้ชายหน้าโง่คนนั้น ก็ตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย

มีครั้งหนึ่ง เลโอนาร์โดแอบเดินทางไปฉลองวันเกิดให้ลิลลี่ที่ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ตอนที่เขากลับมาบ้าน เขาบังเอิญลืมตั๋วสวนสนุกทิ้งไว้ในกระเป๋าเสื้อ... ตั๋วสามใบของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ

ในวันเกิดครบรอบหกขวบของโซเฟีย ลูกสาวของฉันเคยขอพรว่าอยากให้ครอบครัวของเราไปดูมินเนี่ยนที่แกชอบพร้อมหน้าพร้อมตา แต่เลโอนาร์โดกลับมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระของเด็กๆ และปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน เลโอนาร์โดก็ไปที่นั่นกับวาเลนตินา และลิลลี่

ฉันไปเจอโพสต์นั้นบนโซเชียลมีเดียส่วนตัวของวาเลนตินา แคปชั่นเขียนไว้ว่ "สถานที่ที่วิเศษที่สุดในโลก จะสนุกที่สุดเมื่อได้มากับครอบครัว" ภาพถ่ายเผยให้เห็น เลโอนาร์โด, วาเลนตินา และ ลิลลี่ยิ้มแย้มในเสื้อไหมพรมที่เข้าชุดกัน เลโอนาร์โดกำลังอุ้มลิลลี่ไว้บนบ่าราวกับเป็นพ่อที่แสนภาคภูมิใจ

คืนนั้น เราสองคนทะเลาะกันรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ฉันยืนกรานที่จะหย่ากับเลโอนาร์โดและจะเอาโซเฟียไปด้วย แต่เลโอนาร์โดกลับตราหน้าว่าฉันเป็นคนไม่มีเหตุผล เขาถามฉันออกมาได้ยังไงว่าฉันทนเห็นโซเฟียเติบโตมาโดยไม่มีพ่อได้อย่างไร เขาสาบานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาแค่ 'สงสาร' วาเลนตินาเท่านั้น เขาก็บอกว่าวาเลนตินาเป็นม่าย สามีของเธอตายในเส้นทางมาเฟีย และเธอไม่มีใครให้พึ่งพาอีกแล้วนอกจากเขา

ฉันมองไปที่ใบหน้าซีดเผือดและหวาดกลัวของโซเฟีย ฉันกัดริมฝีปากตัวเองจนเกือบห้อเลือด ฉันรู้ดีว่าถ้าฉันหักดิบขอหย่าขาดจากเขาในตอนนี้ ภาพของเลโอนาร์โดที่เดินหันหลังทิ้งไปจะกลายเป็นบาดแผลในใจที่โซเฟียไม่มีวันลืม แต่ฉันก็รู้เช่นกันว่า... เมื่อผู้ชายอย่างเลโอนาร์โดแสดงให้เห็นแล้วว่าใครคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา เหตุการณ์แบบนี้มันก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่จบสิ้น

ฉันไม่ยอมให้โซเฟียต้องมาทนทุกข์ทรมานกับสิ่งที่เขาเรียกว่า 'ความสงสาร' อีกต่อไปแล้ว

ฉันจึงเลือกอีกวิธี... ฉันหลอกให้เลโอนาร์โดเซ็นใบหย่า

สามสิบวัน... มันคือระยะเวลาสำหรับทำใจและทบทวน

หากเลโอนาร์โดกลับมาหาเราภายในสามสิบวันนั้น ฉันจะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อเห็นแก่ โซเฟีย ถ้าไม่ ฉันจะใช้เวลานั้นทำให้โซเฟียชินชากับการไม่มีอยู่ของเลโอนาร์โด

และวันนี้คือวันที่ยี่สิบแปด

โซเฟียเรียกเลโอนาร์โดว่า "คุณลุงเลโอนาร์โด" ออกมาเองโดยที่ฉันไม่ได้เอ่ยปากสั่ง

ฉันรับรู้ได้ถึงร่างเล็กๆ ของลูกที่กำลังสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอด หัวใจของฉันเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงพร้อมๆ กัน มันไม่ใช่ความโกรธแค้น... แต่เป็นความโศกเศร้าอย่างถึงที่สุด

ตอนที่เรากำลังจะเดินข้ามถนน เลโอนาร์โดเหมือนเพิ่งจะหลุดออกจากภวังค์ความตกตะลึง เขาเริ่มก้าวเท้าเดินตามเรามา คงตั้งใจจะมาคาดคั้นถามว่าทำไมลูกถึงเรียกเขาว่าลุง แต่แล้วโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงของวาเลนตินาลอดออกมา ปลายสายดัดจริตออดอ้อนปนเสียงสะอื้น

"เลโอนาร์โด คุณอยู่ที่ไหนคะ? ลิลลี่เอาแต่ร้องไห้บอกว่าอยากหาพ่อ ฉันปลอบแกไม่ได้เลย"

เลโอนาร์โดหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที เขายืนมองแผ่นหลังของเราสองคนแม่ลูกที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆ มือยังคงถือโทรศัพท์ค้างไว้ "โอเค ผมกำลังไป" เขาตอบปลายสาย

จากนั้น เลโอนาร์โดก็ส่งข้อความมาหาฉัน "ไว้คืนนี้กลับไปคุยกัน"

เสียงเครื่องยนต์รถของเขาคำรามลั่น ก่อนจะค่อยๆ แผ่วจางและหายไปในความมืด

โซเฟียหยุดเดิน... แกโผเข้ากอดฉันแน่น น้ำตาของลูกไหลรินจนเปียกชุ่มเสื้อเชิ้ตของฉัน

"แม่คะ..." โซเฟียกระซิบเสียงเครือ "เรา... ไม่ต้องมีพ่อแล้วได้ไหมคะ?"

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
39 챕터
บทที่1
โรงงานแอลไลท์ (Alight) โรงงานผลิตหลอดไฟขนาดใหญ่ของประเทศแห่งที่ 2 ในเครือแอลไลท์กรุป ที่ตั้งตระหง่านอยู่ย่านนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อิศรา หรือ อิงค์ พนักงานฝ่ายผลิต ที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่โรงงานแห่งนี้ได้เพียงสามเดือน ยืนต่อแถวซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งที่หน้าโรงอาหาร ซึ่งอีกไม่กี่คนก็จะถึงคิวของเขาแล้วอิศราเลือกที่จะกินข้าวเหนียวหมูปิ้งกับกาแฟเย็นในตอนเช้า มากกว่าที่จะต้องเข้าไปเบียดเสียดในโรงอาหาร ที่พนักงานส่วนใหญ่มักจะมากินมื้อเช้ากันที่นั่น“มาแล้วเหรออิงค์” เสียงที่ดังมาจากด้านหลังเอ่ยทัก คนที่เพิ่งจะเดินออกมาจากร้านหมูปิ้ง แล้วกำลังจะหย่อนก้นลงนั่งที่ม้านั่งบริเวณสวนหย่อมที่ถูกจัดเอาไว้ให้พนักงานเพื่อนั่งพักผ่อน ถึงกับหันไปยิ้มรับให้กับเสียงที่คุ้นเคย“วันนี้รถมาถึงช้าเหรอ?” อิศราเอ่ยถามต้อม เพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่พร้อมกับตัวเองต้อมพักอยู่ที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานหลายสิบกิโล จึงต้องนั่งรถรับส่งที่โรงงานมีให้บริการพนักงานฟรี สำหรับพนักงานที่อยู่ไกลและไม่มีรถมาทำงาน ซึ่งต่างจากอิศราที่พักอยู่อพาร์ตเมนต์ใกล้ ๆ การเดินทางมาโรงงานก็แค่นั่งวินมอเตอร์ไซค์เพียงห้านาทีก็ถึ
더 보기
บทที่2
“คุยอะไรกัน? เริ่มงานได้แล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้ยอดตามที่กำหนดก็ต้องอยู่ทำโอทีต่อนะ” เสียงของ แจงจิตร หัวหน้าแผนกเอยขึ้น อิศรากับต้อมเลยต้องหยุดการสนทนาแล้วหันมาสนใจงานที่อยู่ตรงหน้าแทบจะทันที“พี่หวังว่าวันนี้จะได้งานมากกว่าเมื่อวานนะอิงค์ ทำงานมาตั้งสามเดือนแล้ว พี่ยังไม่เห็นว่าอิงค์จะทำงานเร็วขึ้นเลย” แจงจิตรบอกกับลูกน้องในความดูแล“ครับพี่แจง ผมจะพยายามให้เร็วกว่านี้ครับ”“ก็เห็นพูดแบบนี้ตลอด” กาญจนา พนักงานสาวสวยประจำแผนกเอ่ยขึ้น พร้อมกับมองหน้าเด็กใหม่อย่างอิศราด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างเปิดเผยแต่เธอก็ไม่ชอบขี้หน้าเด็กใหม่แทบจะทุกคนนั่นแหละ เพราะความที่อยู่มาก่อนเป็นเด็กเก่าที่ทำงานมาหลายปี เลยถือว่าตัวเองรู้งานกว่าใคร ถึงอายุของกาญจนาจะรุ่นราวคราวเดียวกับอิศราก็ตาม แถมหนุ่ม ๆ ต่างแผนกก็นิยมชมชอบแวะเวียนมาจีบไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่ระดับพนักงานด้วยกันไปจนถึงระดับหัวหน้างาน เพราะความที่เป็นคนหน้าตาสะสวย เธอจึงกลายเป็นดาวเด่นประจำแผนกนี้แต่กาญจนากลับสนใจอยู่แค่เพียงคนเดียวคือ แสน หนุ่มหล่อประจำแผนกวิศวกรของโรงงาน (Engineer) ที่สาว ๆ ฝ่ายผลิตต่างหมายปอง และมีแค่เพียงกาญจนาเท่านั้นที่เค
더 보기
บทที่3
ช่วงพักเบรกย่อยสิบนาทีในรอบเช้า อิศราเดินออกมาจากแผนกเพื่อมากดน้ำดื่มจากตู้กดน้ำที่มีอยู่ทั่วบริเวณในตัวอาคาร ส่วนต้อมเลือกที่จะออกไปนั่งพักตรงบริเวณที่พักเบรกไม่ได้ตามมากับอิศราด้วย“อิงค์” เสียงเรียกจากด้านหลัง ทำให้คนที่กำลังยืนดื่มน้ำอยู่ต้องหันไปมอง“พี่แสน”“มากดน้ำเหรอ?”“ครับ” พูดจบ อิศราก็หลีกทางให้แสน เพราะคิดว่าเขาน่าจะมากดน้ำที่ตู้เหมือนกัน“พี่ไม่ได้จะมากดน้ำ เห็นอิงค์ยืนอยู่ก็เลยเดินมาทักน่ะ” แสนบอก พร้อมทั้งมองอิศราด้วยแววตาที่สนใจอย่างเปิดเผย“พี่แสนมีอะไรหรือเปล่าครับ” อิศราแกล้งถาม เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้ามีจุดประสงค์อะไรที่มาคุยด้วยแบบนี้“กลางวันนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะอิงค์ พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย”“พอดีว่าผมมีนัดกับเพื่อนแล้วครับ ไม่น่าจะสะดวก” อิศราปฏิเสธทันทีนัดอะไรกันล่ะ เขากับต้อมก็กินข้าวกลางวันด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แค่หาข้ออ้างที่จะปฏิเสธก็เท่านั้น“ปากบอกว่าไม่ได้สนใจ แต่ทำไมถึงได้มาอ่อยพี่แสนอยู่ตรงนี้ล่ะ” กาญจนาพูดอย่างเอาเรื่อง เดินเข้ามายังคนทั้งคู่อย่างไม่พอใจ ที่เห็นแสนมายืนคุยอยู่กับอิศราตรงนี้“เราไม่ได้อ่อย แค่เดินออกมากดน้ำ” อิศราบอก เพราะมันก็เ
더 보기
บทที่4
“เป็นยังไงบ้างวะ โดนอะไรบ้าง” ต้อมรีบเอ่ยถามทันที หลังจากที่เพื่อนร่วมงานถูกเรียกขึ้นไปพบผู้จัดการใหญ่ กว่าจะได้ออกมาจากห้องผู้จัดการก็ได้เวลาพักเที่ยงพอดี“แค่ตักเตือนน่ะ เพราะยังไม่ได้ถึงกับทำร้ายร่างกายกันรุนแรง แต่ถ้ามีอีกครั้งก็น่าจะถูกพักงาน” อิศราตอบแบบเซ็ง ๆแต่ไม่ได้เซ็งที่ถูกเรียกเข้าไปคุย เซ็งที่ต้องมาเจอกับเขาในสถานการณ์แบบนี้ไง มันดูโคตรแย่ ทะเลาะกันเพราะแย่งผู้ชาย ยิ่งคิดอิศราก็ยิ่งเซ็ง“ก็ดีแล้วนี่ แล้วมึงจะทำหน้าเป็นตูดทำไม” ต้อมเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อผู้จัดการก็ไม่ได้ลงโทษอะไร ทำไมอิศราถึงได้ทำหน้าเหมือนกับว่าถูกพักงานอย่างนั้นล่ะ“ก็เพราะผู้จัดการใหญ่ คือคนที่กูตามหามาตลอดหลายเดือนไง คนที่สัมภาษณ์กูวันนั้นคือ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไม่ใช่ฝ่ายบุคคล” อิศราเน้นตำแหน่งของคนที่ตัวเองแอบปลื้มให้ต้อมฟังทีละคำ“อะไรนะ?” ต้อมถึงกับวางช้อนที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากลงแทบจะทันที“เออ ตามที่ได้ยินนั่นแหละ”“ถึงว่า ทำไมไม่เคยเจอเขาเลยเพราะเขาเป็นผู้จัดการใหญ่นี่เอง”“ต้อม กูจะทำไงดีวะ?”“มึงหมายถึงอะไร?”“ก็เรื่องผู้จัดการไง เขาจะต้องมองกูไม่ดีแน่เลย ที่มีเรื่องแบบนั้น แถมยังเป็
더 보기
บทที่5
“คุณก็พักที่นี่ด้วยเหรอ?” รชานนท์ เอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเจออิศราที่นี่ เพราะโดยปกติคนที่พักอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคนทำงานออฟฟิศ หรือไม่ก็พวกที่เป็นเจ้าของธุรกิจแทบทั้งนั้น เพราะค่าเช่าที่นี่ค่อนข้างที่จะสูง เกินกว่าเงินเดือนของพนักงานธรรมดาอย่างอิศราที่จะมาเช่าอยู่“ผู้จัดการ!” อิศราเองก็ตกใจเหมือนกันที่ได้เจอเขาที่นี่ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยเจอกันเลยด้วยซ้ำตอนที่อยากเจอกลับไม่เคยเจอ แต่พอไม่อยากเจอไม่กล้าสู้หน้า ก็กลับมาเจอกันง่าย ๆ แบบนี้เลย?“ครับ ผมพักที่นี่” อิศราตอบออกไปอย่างไม่เต็มปากนัก“คุณเพิ่งเข้างานไม่ใช่เหรอ? ผมคิดว่าค่าเช่าที่นี่มันค่อนข้างที่จะสูงเกินไปสำหรับเงินเดือนของคุณหรือเปล่า” รชานนท์พูดเพราะหวังดี กลัวว่าคนตรงหน้าจะมีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากเกินไป เพราะเงินเดือนพนักงานก็ใช่ว่าจะมากมาย แถมเพิ่งจะเข้างานได้ไม่กี่เดือนด้วยแต่อิศรากลับรู้สึกเหมือนถูกคนตรงหน้าพูดจาดูถูกและแบ่งแยกชนชั้น ว่าต้องระดับผู้จัดการแบบรชานนท์เท่านั้นถึงจะพักที่นี่ได้“ทำไมครับ ต้องระดับผู้จัดการเท่านั้นเหรอครับถึงพักที่นี่ได้?”“ไม่ใช่แบบนั้น ผมก็แค่กลัวว่าเงิ
더 보기
บทที่6
หลังจากที่มีเรื่องมีราวจนถูกเรียกพบ กาญจนาก็ไม่มาวุ่นวายกับอิศราอีกเลย ถึงจะมีบ้างที่เวลาเจอหน้ากันจะชอบมองอิศรากับต้อมตาขวาง แต่ก็ไม่พูดจาแดกดันอย่างแต่ก่อน ซึ่งมันทำให้อิศราเองก็ทำงานได้อย่างสบายใจแต่กับแสนยังคงเหมือนเดิม ทุกครั้งที่เจอกันก็ยังคงพยายามที่จะชวนคุยอยู่ตลอด ซึ่งอิศราเลี่ยงได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สร้างปัญหาอะไรมากในช่วงเย็นหลังเลิกงาน วันนี้เป็นวันเกิดของบังอร พี่ในแผนกคนเก่าที่อายุมากที่สุดในแผนกแล้ว น้อง ๆ จึงรวมตัวกันพาไปเลี้ยงวันเกิดให้บังอรที่ร้านอาหารกึ่งผับที่อยู่ในตัวเมือง อิศราเห็นว่าไม่ได้ไกลจากอพาร์ตเมนต์ของตัวเองมากก็เลยตกลงที่จะไปด้วย เพราะบังอรก็ช่วยสอนงานเขาในช่วงที่เข้างานมาแรก ๆ ด้วย บังอรเลยเป็นที่รักของน้อง ๆ ในแผนก ซึ่งกาญจนาเองก็ไปงานนี้ด้วยในตอนแรกต้อมปฏิเสธที่จะไม่ไปงานเลี้ยง เพราะตัวเองอยู่ไกล กว่าจะเลิกก็น่าจะดึกมาก แต่พอมีพี่ในแผนกที่อยู่บ้านไกลเหมือนกันขับรถมาเอง และอาสาไปส่งต้อมตอนกลับ ต้อมจึงยอมที่จะไปงานเลี้ยงด้วย“กินกันเต็มที่เลยนะ วันนี้พี่เลี้ยงน้อง ๆ เอง” บังอรบอก จากที่น้อง ๆ จะพารุ่นพี่มาเลี้ยงวันเกิด กลับกลายเป็นเจ้าของวันเก
더 보기
บทที่7
“ไม่คิดว่าจะได้เจออิงค์ที่นี่” เสียงของแสนเอ่ยขึ้น แสนมาเที่ยวที่นี่กับบรรดาเพื่อน ๆ ในแผนกเหมือนกัน และพอเห็นว่าที่แผนกของอิศรามาดื่มที่นี่ แสนก็เลยเดินมาเพราะคิดว่าจะได้เจอกับอิศรา และก็ได้เจอจริง ๆ ทั้งที่กาญจนาก็นั่งอยู่อีกโต๊ะที่ไม่ไกลกัน แต่แสนกลับไม่คิดที่จะเข้าไปทักทายเธอ จนคนที่ถูกเมินได้แต่มองมาที่คนทั้งคู่อย่างไม่พอใจ“มาเลี้ยงวันเกิดพี่อรน่ะครับ” อิศราตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ไม่ได้อยากจะเจอกันแท้ ๆ แต่แสนก็ตามตอแยไม่เลิกรา“ถ้าอย่างนั้นดื่มกับพี่สักแก้วนะอิงค์” แสนบอก ก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มที่คิดว่าแรงที่สุดในร้านจากบาร์เทนเดอร์แล้วส่งให้อิศราอิศรามองแก้วเหล้าที่แสนยื่นให้ตรงหน้าอย่างลังเล ถึงจะรู้ว่ามันก็แค่เหล้าไม่ได้มีการใส่อะไรนอกเหนือจากนั้นลงไป แต่เขาก็ไม่อยากที่จะรับน้ำใจอะไรจากแสนทั้งนั้น“เอาน่าไม่เมาหรอกอิงค์ หรือถ้าเมาพี่ไปส่งที่ห้องก็ได้” แสนยังคงคะยั้นคะยอ แต่อิศราไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะเมาสักหน่อย เพราะเหล้าแค่แก้วเดียวมันทำอะไรเขาได้อยู่แล้ว แต่ในเมื่อแสนอยากให้ดื่มเขาก็จะดื่ม แสนจะได้ไปจากโต๊ะของตัวเองสักทีอิศรารับแก้วเหล้ามาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ก่อน
더 보기
บทที่8
“แต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับพี่ครับ” พูดจบก็สะบัดมือออกจากมือของแสน แล้วรีบเดินออกมาจากในห้องน้ำทันที แต่แสนก็ยังไม่ละความพยายามที่จะตามตื๊อ เดินเข้ามากอดเอวของอิศราจากทางด้านหลังทันที“พี่แสนปล่อยผม พี่เมาแล้วเนี่ย!” อิศราพยายามแกะมือที่กอดรอบตัวออกจากแสน แต่ยิ่งแกะก็เหมือนแสนจะยิ่งรัดมือแน่นขึ้นกว่าเดิม“อิงค์เป็นแฟนกับพี่เถอะนะ”“ไม่ ปล่อยผมสิ! ถ้าพี่ไม่ปล่อยผมจะตะโกนให้คนช่วยนะ” อิศราขู่ แต่แสนกลับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิดเดียว อาจจะเป็นเพราะเริ่มจะเมาแล้วด้วย จึงทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา“มีอะไรกัน?” เสียงของคนมาใหม่เอ่ยขึ้น ทำให้อิศราที่กำลังพยายามแกะมือของแสนออกจากเอวของตัวเองรีบเงยหน้าขึ้นมามอง“ผู้จัดการ!” แสนเองก็ตกใจเหมือนกันที่เห็นรชานนท์มายืนอยู่ตรงหน้า และเพราะความกลัวว่าจะเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต จึงยอมปล่อยอิศราให้เป็นอิสระแต่โดยดี“คุณสองคนอีกแล้วเหรอ?” รชานนท์มองคนทั้งคู่ที่เพิ่งจะก่อเรื่องเอาไว้ที่โรงงานอย่างไม่พอใจ ถึงตรงนี้มันจะไม่ใช่ที่โรงงาน แต่มันก็อาจจะทำให้เรื่องมันไม่จบตามที่เคยให้คำสัญญาเอาไว้กับเขาเมื่อหลายวันก่อนก็ได้“ตกลงพวกคุณคบกันใช่มั้ย?”“ไม่ใช่ค
더 보기
บทที่9
รชานนท์พาคนเมากลับมาที่อพาร์ตเมนต์ในเวลาไม่กี่นาที แต่พอรถขับมาจอดที่หน้าอพาร์ตเมนต์อิศราก็หลับคอพับไปแล้ว เรียกเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกตัว จนเดือดร้อนให้เขาต้องแบกอิศราขึ้นหลังแล้วพามาที่ห้องของตัวเองแทน เพราะรชานนท์ก็ไม่รู้ว่าห้องของอิศราอยู่ชั้นไหน เอาไว้รอให้เจ้าตัวสร่างเมาแล้วค่อยให้กลับไปที่ห้องของตัวเองก็แล้วกันรชานนท์พาอิศราเข้ามานอนที่โซฟารับแขก หาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ หวังว่าคนเมาจะได้สติตื่นขึ้นมา แต่คนที่แกล้งเมากลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมตื่นขึ้นมาง่าย ๆ ปล่อยให้ผู้จัดการหนุ่มเช็ดหน้าเช็ดตัวให้อย่างสบายใจเฉิบเสียอย่างนั้น“นอนไปก่อนก็แล้วกัน ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ค่อยกลับห้อง” รชานนท์พูดกับร่างที่หลับไม่รู้เรื่อง ก่อนที่ตัวเขาเองจะหันไปหยิบผ้าขนหนูแล้วก็ชุดนอนของตัวเองหายเข้าไปในห้องน้ำคนที่แกล้งหลับพอเห็นว่าเจ้าของห้องเข้าห้องน้ำไปแล้ว เลยถือโอกาสลุกขึ้นมาสำรวจห้องของเขาสักหน่อย วีรภัทรบอกว่ารชานนท์มีครอบครัวแล้ว แต่พอมองไปรอบ ๆ ห้องกลับไม่เห็นรูปถ่ายของรชานนท์กับผู้หญิงที่ไหนเลยสักรูปเดียว มีแค่รูปเดี่ยวของเขาที่ใส่กรอบตั้งเอาไว้ที่โต๊ะหัวเตียงเท่านั้น แถมมองไปรอบ ๆ ก็แทบจ
더 보기
บทที่10
อิศรากลับมาที่ห้องตัวเองที่อยู่ชั้นถัดลงมาจากห้องของรชานนท์ พร้อมกับความสงสัยมากมาย ที่แกล้งเมาแล้วให้เขาพาไปที่ห้องก็เพราะอยากจะรู้ว่ารชานนท์มีครอบครัวจริงๆ ตามที่พี่ชายบอกมาหรือเปล่า แต่กลับไม่เห็นจะมีอะไรบ่งบอกสักอย่างว่ารชานนท์แต่งงานแล้ว และความสงสัยนี้เขาก็ต้องได้รับคำตอบจากพี่ชายในตอนนี้ด้วยอิศราต่อสายโทรหาวีรภัทรทันที ไม่สนด้วยซ้ำว่าเวลานี้มันเที่ยงคืนกว่าแล้ว และไม่สนด้วยว่าคนพี่จะหลับไปแล้วหรือยัง“พี่วี! ทำไมรับสายช้าขนาดนี้เนี่ย?” คนน้องโวยวายใส่ปลายสายทันที ที่ปล่อยให้ตัวเองถือสายรออยู่หลายนาที“นี่มันกี่โมงแล้วอิงค์! ดูเวลาด้วย” วีรภัทรตอบอย่างขัดใจ ที่ถูกน้องชายปลุกขึ้นมาทั้งที่ตัวเองเพิ่งจะหลับไปได้ไม่นานเพราะต้องเคลียร์งานจนดึก“ไหนพี่วีบอกว่าผู้จัดการมีครอบครัวแล้วไง” อิศราเข้าประเด็นทันที ไม่คิดที่จะขอโทษคนพี่ด้วยซ้ำที่โทรมาปลุกพี่ชายดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้“ผู้จัดการไหน?”“ก็คุณรชานนท์ไง พี่วีบอกว่าเขามีครอบครัวแล้ว แต่วันนี้อิงค์ไปที่ห้องเขามา เห็นเขาอยู่คนเดียวไม่เห็นจะเจอภรรยาของเขาเลย”“พี่บอกว่าเขามีครอบครัว ไม่ได้บอกว่ามีภรรยาสักหน่อย”“แล้วมันต่างกันตรงไหน?”“ก
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status