Se connecterความรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือซ้ายแล่นเข้าสู่โสตประสาทอย่างรุนแรงจนต้องนิ่วหน้า
เมื่อลืมตาขึ้นมาได้ในที่สุด สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เพดานห้องนอนหรูของตัวเอง แต่เป็นฝ้าเพดานสีขาวสะอาดตาของโรงพยาบาล และกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่เตะจมูกอย่างแรง
“คุณฟื้นแล้วเหรอ?”
เสียงทุ้มนั้นดังขึ้นอีกครั้ง กอหญ้าค่อย ๆ ปรับโฟกัสสายตา จนกระทั่งสบเข้ากับดวงตาคมกริบสีนิลที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว
เจ้าของดวงตาคู่นั้นคือชายหนุ่มรูปงามที่มีใบหน้าราวกับรูปสลัก จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักลึกได้รูป และนัยน์ตาที่ดูเคร่งขรึม เย็นชาจนคนมองต้องรู้สึกหนาวสั่น
ชายคนนี้สูงสง่าในชุดสูทสีเข้ม ตัดเย็บอย่างประณีตที่ดูออกทันทีว่าเป็นของสั่งตัดระดับพรีเมียม กลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์อ่อน ๆ จากตัวเขาทำให้กอหญ้ารู้สึกมึนงง
‘เขาเป็นใคร? แล้วฉันอยู่ที่ไหน?’
หญิงสาวพยายามจะอ้าปากถาม แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน ชายตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้
แววตาแข็งกระด้างที่เคยมองหญิงตรงหน้าอย่างไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับฉายแวววูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม
“อย่าเพิ่งพูดอะไร”
ดีเซลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ใบหน้าไม่มีรอยยิ้มแม้เพียงนิด
“การที่ต้องเลื่อนไฟลต์บินเพราะเรื่องไร้สาระของคุณ มันทำให้ผมเสียงานแค่ไหนคุณรู้ไหมทอฝัน?”
‘ทอฝัน? ใครคือทอฝัน?’
กอหญ้าทวนคำในใจด้วยความสับสน
เธอมองลงไปที่ร่างกายของตัวเอง มือที่เคยจับปากกาดีไซเนอร์อย่างแม่นยำ บัดนี้กลับเรียวบางและดูอ่อนแอ
ข้อมือซ้ายมีผ้าพันแผลสีขาวบริสุทธิ์พันไว้หนาเตอะ พร้อมกับคราบเลือดที่ซึมออกมาเล็กน้อย
“ถ้าอยากตายนัก คราวหน้าก็ทำให้มันสำเร็จ อย่ามาใช้วิธีเรียกร้องความสนใจแบบนี้อีก เพราะมันน่ารำคาญ”
ดีเซลกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอือมระอา นัยน์ตาของเขาที่มองมายังเธอไม่มีความรักอยู่เลย มีเพียงความห่างเหินและชิงชังที่ปิดไม่มิด
กอหญ้าที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง สมองที่ชาญฉลาดเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความทรงจำที่แปลกแยกเริ่มไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับทำนบแตก
ภาพของหญิงสาวที่ชื่อ ‘ทอฝัน’ ลูกสาวเศรษฐีผู้เอาแต่ใจ วีรกรรมการอาละวาด และความรักที่บ้าคลั่งที่มีต่อสามีที่ชื่อ ดีเซลคนนี้...
มองดีเซลด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาที่เต็มไปด้วยความรักโหยหาอย่างที่ทอฝันคนเดิมเคยทำ แต่เป็นสายตาที่สงบนิ่ง เย็นชา และสำรวจตรวจสอบ ราวกับเธอกำลังประเมินอัญมณีชิ้นหนึ่ง
ดีเซลชะงักไปเมื่อเห็นสายตานั้น นัยน์ตาคู่สวยของภรรยาที่ปกติจะมองตนเองด้วยความเทิดทูนและร้องไห้ฟูมฟาย บัดนี้กลับดูว่างเปล่าและห่างเหินแบบที่ไม่เคยพานพบมาก่อน
“มองผมแบบนั้นหมายความว่ายังไง?” ดีเซลถาม เสียงของเขาดูจะเข้มขึ้นด้วยความสงสัย
กอหญ้าไม่ตอบ เธอเพียงแต่พยุงตัวลุกขึ้นนั่งช้า ๆ แม้จะยังเจ็บแผลที่ข้อมือ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการสำออยใด ๆ ออกมา
รอยยิ้มที่เคยหยันตัวเองในเพนต์เฮาส์ บัดนี้กลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทอฝันคนใหม่ เป็นรอยยิ้มที่ดูสง่างามและทรงอำนาจ
“คุณดีเซลใช่ไหมคะ?” กอหญ้าถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่านิ่งลึก
ดีเซลขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงนใจ
“คุณเรียกชื่อผมแบบนี้ประชดเหรอ? หรือสมองกระทบกระเทือนจนลืมชื่อสามีตัวเองไปแล้ว?”
กอหญ้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้ม มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อยแต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มตาม
“เปล่าค่ะ ฉันแค่กำลังปรับจูนอะไรบางอย่าง และขอบคุณนะคะที่เตือนเรื่อง ‘ความรำคาญ’ ของคุณ”
เธอขยับผ้าห่มออกอย่างช้า ๆ แล้วมองหน้าดีเซลตรง ๆ ด้วยสายตาที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าด้วยปัญญา
“หลังจากนี้คุณจะไม่ต้องรำคาญฉันอีกต่อไป เพราะ ‘ทอฝัน’ คนเดิมที่คอยวิ่งตามคุณ เธอตายไปตั้งแต่วันที่กรีดข้อมือแล้วล่ะค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้อากาศในห้องพักของโรงพยาบาลดูจะเย็นเยียบขึ้นมาทันที
ดีเซลจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่วางตา ค้นหาความจริงว่านี่คือแผนการใหม่ของเธอหรือเปล่า แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความเด็ดเดี่ยวและมั่นใจที่เขาไม่เคยเห็นจากทอฝันมาก่อนในชีวิต
“ผมจะรอดูว่าคุณจะเก่งได้กี่น้ำ”
ดีเซลทิ้งคำพูดนั้นไว้พร้อมกับรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจไยดี ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ
และกอหญ้าในร่างทอฝันที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่เธอเป็นผู้กำหนดเส้นทางของตัวเอง!
บ่ายวันศุกร์ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนก้อนโตตั้งเค้ามาแต่ไกลพร้อมกับลมกระโชกแรงที่พัดพาเอาความชุ่มฉ่ำของหยาดฝนโปรยปรายลงมาสู่พื้นดินณ. ประตูรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง บรรยากาศการจราจรหลังเลิกเรียนเต็มไปด้วยความคึกคักของรถยนต์หรูหลากยี่ห้อที่จอดเรียงรายทว่าไม่มีรถคันไหนจะโดดเด่นและสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณได้เท่ากับขบวนรถโรลส์รอยซ์ สีดำสนิทที่เคลื่อนเข้ามาจอดนิ่งสนิทขนาบข้างด้วยรถเอสยูวีของผู้ติดตามอีกสองคันบานประตูรถเปิดออกอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งทรงอำนาจของผู้กุมบังเหียนธุรกิจหมื่นล้านและกาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในแทบเอเชียร่างสูงก้าวลงจากรถท่ามกลางสายตาของบรรดาผู้ปกครองและคุณครูที่พากันจดจ้องด้วยความเกรงขาม เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำสนิทพับแขนขึ้นจนเห็นรอยสักมังกรที่ขัดกับร่มคันโตในมือหนานัยน์ตาคมกริบสีนิลฉายแววความว้าวุ่นใจเล็กน้อยขณะชะเง้อมองหายอดดวงใจทั้งสอง“คุณพ่อขาทางนี้ค่ะ”เสียงหวานใสราวกังวานแก้วดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝนน้องฟ้าวิ่งออกมาจากอาคารเรียนพร้อมกับโบกมือหยอย ๆ ชุดนักเรียนตัวจ้อยพลิ้วไหวตามแรงวิ่ง ดวงตากล
ท่ามกลางแสงแดดจ้าในยามสายของวันพฤหัสบดี ณ. สนามหญ้าสีเขียวขจีที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีตของโรงเรียนนานาชาติชั้นนำระดับประเทศบรรยากาศแห่งความสนุกสนานและเสียงดนตรีมาร์ชดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ วันนี้คือวันกีฬาสีประจำปีที่รวบรวมเหล่าบรรดาผู้ปกครองระดับมหาเศรษฐีและเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยมารวมตัวกันทว่าความวุ่นวายและเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วกลับเงียบลงชั่วขณะ เมื่อขบวนรถลีมูซีนสีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่หน้าประตูทางเข้าสนามกีฬาบอดี้การ์ดในชุดสูทสีเข้มสวมแว่นดำก้าวลงจากรถเป็นแถวขนาน ก่อนจะเปิดประตูต้อนรับครอบครัวที่ทรงอิทธิพลที่สุดดีเซลก้าวลงจากรถในลุคที่แปลกตาไปจากเดิม ในชุดวอร์มแบรนด์หรูสีดำขลับที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อและรูปร่างที่สมบูรณ์แบบดุจรูปสลักข้างกายของเขาคือภรรยาที่ดูสง่างามในชุดสปอร์ตเกิร์ลสีขาวสะอาดตา รอยยิ้มทรงเสน่ห์ของเธอดึงดูดสายตาคนทั้งสนามได้ไม่ยาก จูงมือน้องฟ้าสวมชุดเชียร์ลีดเดอร์ตัวน้อยสีแดงเพลิงพลิ้วไหวส่วนสามีนั้นเดินขนาบข้างด้วยน้องดินลูกชายคนโตที่ทำหน้านิ่งขรึมและสวมหมวกแก๊ปสีแดงเลียนแบบผู้เป็นพ่อราวกับถอดแบบกันมา“พ่อครับ วันนี้ดินต้องได้เหรียญทองเท่านั้
หนึ่งปีต่อมา...ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครยามเช้าถูกอาบด้วยแสงสีทองอ่อนแรง ทว่าภายในอาณาจักร The Diamond Throne กาสิโนระดับเจ็ดดาวของตระกูลอัครไพศาลโชติบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตื่นตัวและระเบียบวินัยที่เคร่งครัด บรรดาบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตยืนเรียงแถวขนาบข้างทางเดินหินอ่อนขัดเงานัยน์ตาของพวกเขามั่นคงทว่าแฝงไปด้วยความประหม่า เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่วันจันทร์ที่ท่านประธานใหญ่จะเข้ามาตรวจงานตามปกติ หากแต่เป็นวันที่ ‘ยอดดวงใจ’ ทั้งสามของท่านเจ้าพ่อจะมาเยือนอาณาจักรแห่งนี้พร้อมกันเสียงลิฟต์แก้วส่วนตัวดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่บานประตูสีทองจะเลื่อนเปิดออกอย่างนุ่มนวล ปรากฏร่างสูงสง่าโดดเด่นของ ดีเซลชายหนุ่มผู้กุมบังเหียนธุรกิจสีเทาและอสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาล เขาอยู่ในชุดทักซิโด้สีดำสั่งตัดพิเศษที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างและส่วนสูงยิ่งดูทรงอำนาจ นัยน์ตาคมกริบสีนิลที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับฉายแววความละมุนตาและพราวระยับด้วยความสุขที่ไม่อาจปิดบังอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้บอดี้การ์ดทุกคนต้องแอบกลั้นหายใจไม่ใช่รังสีอำมหิตที่เคยคุ้นตา แต่เป็นร่างเล็ก ๆ สอ
ห้าเดือนต่อมาเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอสอดประสานกับสายลมเอื่อยที่หอบเอาความชุ่มฉ่ำของไอทะเลเข้ามาภายในวิลล่าหรูหลังงามแสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดทอสีส้มทองผ่านผนังกระจกใส เผยให้เห็นร่างเพรียวระหงยืนทอดสายตาคู่สวยมองขอบฟ้าอยู่บนระเบียงไม้สักทองกอหญ้าอยู่ในชุดแม็กซี่เดรสผ้าไหมซาตินสีแชมเปญที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม เน้นให้เห็นส่วนเว้าโค้งของสตรีวัยสามสิบที่ดูเพียบพร้อมและสง่างามกว่าครั้งใดพลันสัมผัสอุ่นร้อนก็ทาบทับลงบนแผ่นหลังพร้อมกับวงแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลังของเธอเบียดชิดกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคย“หนีลูก ๆ มาอยู่กันสองคนแบบนี้ ฝันคิดถึงเจ้าแฝดไหมครับ?”เธอเอียงใบหน้าไปสบตากับสามี รอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนใบหน้าสวยคมช่างดูเย้ายวนใจ“คิดถึงสิคะ แต่ฝันก็คิดถึงเวลาส่วนตัวของเราเหมือนกัน พี่เล่นทำตัวเป็นคุณพ่อบ้างานและคุณพ่อติดลูกขนาดนั้น ฝันแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าเราคุยกันเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องโรงเรียนของลูกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”ดีเซลกระตุกยิ้มอ่อนโยน หมุนร่างบางให้กลับมาเผชิญหน้ากันคนทั้งสองสอดประสานสายตากันท่ามกลางแสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า“ถ้
สายหมอกยามเช้าที่โอบล้อมคฤหาสน์ตระกูลอัครไพศาลโชติยังไม่ทันมลายหายไปตามแสงตะวันทว่าภายในห้องรับรองขนาดใหญ่กลับมีรังสีแห่งสงครามขนาดย่อมแผ่กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้าเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ สองคู่ที่วิ่งสลับกันไปมาบนพรมขนแกะราคาแพง ดังสะท้อนแข่งกับเสียงทุ้มต่ำที่พยายามจะควบคุมสถานการณ์ของชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้เป็นเจ้าของบ้านดีเซลยืนเท้าเอว ขมวดคิ้วมุ่นให้กับความวุ่นวายขณะจ้องมอง เจ้าแฝดตัวแสบที่กำลังปฏิบัติการป่วนบ้านในเช้าวันที่ ภรรยาสุดที่รักต้องเข้าประชุมด่วนกับบอร์ดบริหารแต่เช้าตรู่“น้องดินครับ อย่าเอารถสปอร์ตบังคับวิทยุไปจอดบนโซฟาแบบนั้นสิลูก เดี๋ยวคุณแม่กลับมาเห็นจะดุเอาได้นะ” พยายามจะรักษาความเคร่งขรึม แต่แววตากลับเคลือบไปด้วยความอ่อนโยนน้องดินเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพ่อ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“พ่อบอกว่าเราเป็นลูกผู้ชายต้องกล้าหาญนี่ครับ ดินแค่กำลังทดสอบสมรรถนะรถในสนามแข่ง โซฟาแรลลี่เฉย ๆ เอง”ในขณะที่พี่ชายกำลังซิ่งรถ น้องฟ้าลูกสาวคนเล็กที่สวยสะพรั่งดุจตุ๊กตากระเบื้อง กลับนั่งนิ่งอยู่กลางกองเพชรปลอมและอัญมณีของเล่นที่เธอขนออกมาจากห้องนอน“พ่อขา ช่วยน้องฟ้าเลือกสร้อยเส้นนี้หน่อยสิคะ น้องฟ
สามเดือนต่อมากลิ่นอายของความตึงเครียดแผ่กระจายไปทั่วโถงทางเดินหน้าห้องคลอดวีไอพี แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนกับร่างสูงใหญ่กำยำเขาเดินกลับไปกลับมาด้วยจังหวะถี่รัว ความกังวลและห่วงใยจนแทบจะคลุ้มคลั่ง มือหนาที่ประสานกันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนทุกครั้งที่ได้ยินเสียงครางแผ่วด้วยความเจ็บปวด หัวใจของชายหนุ่มร่างยักษ์แทบจะขาดรอนตามไปด้วย“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ คุณหมอบอกว่าฝันปลอดภัยดีค่ะ”พยายามปลอบสามีที่ร้อนใจให้มั่นคงที่สุด แม้ใบหน้าสวยคมจะซีดเซียวและมีหยาดเหงื่อผุดพรายตามไรผมจากการปวดท้องคลอดที่ยาวนานหลายชั่วโมง เธอกุมมือสามีไว้แน่น“ฝันไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดเดียวเราจะได้เห็นหน้าลูกแล้วนะคะ”ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าเตียงเข็นที่กำลังจะเคลื่อนเข้าสู่ห้องคลอด ประทับจูบหนัก ๆ ลงบนหลังมือเรียวของภรรยา“พี่อยู่ตรงนี้... พี่จะอยู่ข้างฝันตลอดเวลา อย่าทิ้งพี่ไปไหนนะยอดดวงใจของพี่ ถ้าฝันเป็นอะไรไป พี่คงมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้จริง ๆ”เขาแสดงถึงความอ่อนแอที่สุดในชีวิตออกมา ทั้งที่เคยเผชิญความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เวลานี้กลับหวาดกลัวการสูญเสียผู้หญิงตรงหน้ายิ่งกว่าสิ่งใดในโลก“ไม่พูดแบบนี้สิคะ ลูกเราเก่
อาทิตย์ต่อมาบรรยากาศภายในกาสิโนระดับห้าดาว The Diamond Throne ยังคงคึกคักไปด้วยเหล่านักพนันกระเป๋าหนักและเสียงกรีดกรายของไพ่ที่ถูกสับด้วยความชำนาญทว่าภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำและทองหรูหรา กลับเต็มไปด้วยความกดดันที่แผ่ซ่านมาจากสตรีผู้หนึ่งที่กำลังยืนจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตด้วยแววตาที
ลีโอชะงัก ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ“ไม่ใช่ของจริงเหรอครับ? นี่คือไพลินน้ำงามจากมาดากัสการ์เลยนะครับคุณดีเซล”“อ้อเหรอ... สงสัยสายตาผมจะเสีย เพราะพักนี้เห็นอะไรที่มันดูปรุงแต่งเยอะเกินไป” พูดพลางกระชับอ้อมกอดที่ไหล่ภรรยา อีกทั้งฉายแววท้าทายขึ้นมาอย่างถือดีกอหญ้าถอนหายใจออกมาอย่างแรง แก
เสียงประตูปิดลงเบา ๆ พร้อมกับการจากไปของร่างสูงสง่าที่ทิ้งรอยแผลทางวาจาไว้จนบรรยากาศในห้องเย็นเยียบกอหญ้ายังคงนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ นัยน์ตาคู่สวยที่เคยแฝงไปด้วยความอ่อนล้าของคนวัยยี่สิบเจ็ด บัดนี้กลับฉายแววพินิจพิเคราะห์และนิ่งสงบผิดกับวิสัยเดิมของเจ้าของร่างยกมือข้างที่ไม่ได้ถูกพันแผลขึ้นลูบไล้ไป
ภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงที่เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงเดินของเข็มนาฬิกาเรือนทอง‘กอหญ้า’ ดีไซเนอร์อัญมณีสาวผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการวัย 27 ปี กำลังนั่งหลังตรง ดวงตาเรียวสวยดุจเหยี่ยวแต่แฝงไปด้วยความอ่อนล้าจับจ้องอยู่ที่แบบร่างคอลเลกชัน ‘The Eternal Soul’ ซึ่งเธอกำลังจะใช้เปิดตัวในงานประมูลระดั







