Beranda / โรแมนติก / ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 / ตอนที่ 291 เปิดศึกอย่างเป็นทางการ

Share

ตอนที่ 291 เปิดศึกอย่างเป็นทางการ

Penulis: Chawin
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-12 15:10:39

            146 2-2

            ตอนที่ 291 เปิดศึกอย่างเป็นทางการ

            หลินจิงซูถึงกับแอบหัวเราะเย้ยหยันอยู่ในใจหลังจากได้ฟัง จ้าวลี่คนนี้ช่างไร้ยางอายกว่าที่คิดไว้มาก ถึงกับกล้าหลับหูหลับตาพูดจาโกหกออกมาอย่างหน้าด้านๆ เธอเอ่ยตอบอาจารย์ที่ปรึกษาไปตามตรงว่า

            “อาจารย์คะ จ้าวลี่ไม่ได้แจ้งเรื่องนี้ให้หนูทราบจริงๆ ชัดเจนแล้วว่าเธอบกพร่องในหน้าที่ มิหนำซ้ำยังโกหกเพื่อโยนความผิดให้หนูอีก”          

            สถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า ประธานและหนึ่งในกรรมการนักศึกษามีข้อขัดแย้งกันอย่างเห็นได้ชัด ต่างฝ่ายต่างโทษกันไปโทษกันมา เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาได้ฟังเช่นนั้น เขาก็นั่งเงียบอยู่นานสองนาน ท้ายที่สุดจึงได้พูดขึ้นว่า

            “แต่จ้าวลี่บอกกับอาจารย์ว่า ประธานนักศึกษาเอาแต่ให้ท้ายพวกนิสิตชาย ขนาดพวกเขาพากันโดดเรียน เธอก็ยังช่วยเช็คชื่อให้เป็นการขอลาเฉพาะกิจแทนไม่ใช่เหรอ? แต่พอเป็นนิสิตหญิงด้วยกันกลับเช็คว่าขาดเรียนไม่ใช่เหรอ?”

            “ระยะหลังๆมานี้ จ้าวลี่อาสาขอทำหน้าที่เช็คชื่อแทนหนูค่ะ แต่หนูขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า หนูปฏิบัติต่อเพื่อนๆทุกคนอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ส่วนเรื่องที่พวกผู้ชายโดดเรียน น่าจะเป็นจ้าวลี่ที่จงใจปล่อยไปเพื่อให้ร้ายหนู”

            หลินจิงซูถึงกับสะอึกจนแทบพูดไม่ออก เห็นได้ชัดว่า จ้าวลี่อยู่เบื้องหลังความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแทบจะทุกเรื่อง ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังกล้าใส่ร้ายคนอื่นหน้าตาเฉยแบบนี้เชียวเหรอ?

            ยังมีหนึ่งเรื่องที่หลินจิงซูไม่รู้ก็คือ จ้าวลี่คนนี้มีความถนัดช่ำชองในเรื่องเป่าหูใส่ไฟผู้คนเป็นที่สุด เพราะแม้แต่อาจารย์ที่ปรึกษาตรงหน้า ก็ยังถูกผู้หญิงคนนี้ซื้อใจไปเรียบร้อยแล้ว จนทำให้หมู่นี้ อาจารย์ที่ปรึกษาคนดังกล่าวเลือกที่จะไม่เชื่อใจหลินจิงซูอีกต่อไป

            ไม่ว่าเธอจะพยายามหยิบยกข้อเท็จจริงมาอธิบายเพียงใด แต่ในสายตาของอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้ กลับเห็นเธอเป็นเพียงคนขี้โกหกเท่านั้น

            “ประธานนักศึกษา รู้ใช่มั้ยว่า กฎเหล็กสำคัญที่สุดในชั้นเรียนก็คือห้ามทะเลาะเบาะแว้งกัน ถ้าทุกคนเอาอย่างเธอกันหมด เลือกที่จะใช้อารมณ์แก้ไขปัญหา และปฏิเสธความผิดที่ตนก่อขึ้น ในห้องเรียนคงจะมีแต่เรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน เธอควรปรับปรุงพฤติกรรมของตัวเองบ้างนะ!”

            พูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าท่าทางของอาจารย์ที่ปรึกษาก็เริ่มขุ่นมัวอย่างเห็นได้ชัด

            แต่ด้วยประสบการณ์ในตำแหน่งอาจารย์ที่ปรึกษามานานกว่าหลายปี เขาย่อมไม่นำความรู้สึกส่วนตัวมาเจือปนกับภาระหน้าที่ ในฐานะผู้ที่เป็นพ่อพิมพ์ของชาติ เขาเองยังกล่าวตักเตือนหลินจิงซูอย่างจริงใจว่า

            “ประธานนักศึกษา จากที่ได้ฟังอาจารย์ท่านอื่นๆมา ต่างก็บอกว่าเธอเป็นคนเรียนเก่งหัวไวมาก แต่อย่าให้มาตกม้าตายเพราะเรื่องพฤติกรรมพวกนี้เลย อาจารย์เชื่อนะว่า การที่เธอทำพฤติกรรมแบบนี้ เธออาจจะมีเหตุผลของเธอ แต่เมื่ออยู่ในสังคมที่ใหญ่ขึ้น ก็ควรคำนึงถึงภาพรวมด้วย เอาล่ะ อย่าให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีกล่ะ กลับไปพักผ่อนเถอะไป”

            ภายหลังที่ถูกอาจารย์ที่ปรึกษาขับไล่ออกไป หลินจิงซูก็เพียงแค่พยักหน้ารับทราบเล็กน้อย และไม่คิดที่จะอธิบายอะไรอีก

            ท่ามกลางสมรภูมิรบที่เสียเปรียบเช่นนี้ หลินจิงซูเลือกที่จะถอย ดีกว่าจะเดินหน้าสู้ต่ออย่างสิ้นหวัง

            จากสีหน้าน้ำเสียงของอาจารย์ที่ปรึกษาในตอนนี้ ต่อให้เธอจะอธิบายอะไรไปมากเท่าไหร่ เขาก็ไม่เลือกที่จะเชื่อเธออยู่แล้ว!

            เธอเองก็ไม่ได้โง่เขลาเกินกว่าจะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังประสบอยู่ในตอนนี้ เห็นชัดแล้วว่า จ้าวลี่คนนี้เจ้าเล่ห์เพอุบายกว่าที่คิดไว้มาก ทำเอาเธออดรู้สึกตะขิดตะขวางใจไม่ได้ว่า อีกฝ่ายได้พูดจาให้ร้ายอะไรเธอกับอาจารย์ที่ปรึกษาลับหลังเธออีกบ้าง?

            มิน่าล่ะ ทำไมระยะหลังจึงเห็นจ้าวลี่เดินเข้าออกฝ่ายทะเบียนมากกว่าเธอซึ่งเป็นประธานกรรมการนักศึกษาซะอีก!

            เมื่อกลับมาถึงหอพัก หลินจิงซูก็ได้พกเอาความเดือดดาลกลับมาเต็มหัวใจ และเตรียมเป็นฝ่ายเปิดศึกวิวาทก่อนทันที การกระทำเหล่านี้ของเธอล้วนไม่ได้เกิดจากความใจร้อน แต่เพราะเธอตระหนักดีต่างหากว่า คนอย่างจ้าวลี่นั้นเป็นพวกรับมือกับความเครียดไม่เก่ง ยิ่งตกอยู่ภายใต้สภาวะกดดันมากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งเผยธาตุแท้ออกมาเร็วขึ้นเท่านั้น

            ใช่แล้ว จุดประสงค์หลักของหลินจิงซูในเวลานี้ก็คือ เปิดเผยธาตุแท้ของผู้หญิงคนนี้ออกมา ย้อนกลับไปในชีวิตก่อนหน้า ไม่มีใครในโรงงานอาหารกระป๋องแมวที่กล้าหือกับหลินจิงซูแม้แต่คนเดียว ไม่ใช่เพราะเธอแข็งแกร่งที่สุด ไม่ใช่เพราะเธอมีอำนาจมากที่สุด แต่เป็นเพราะเธอรู้จักวิธีขยี้จุดอ่อนของทุกคนได้ดีที่สุดต่างหาก

            “จ้าวลี่ นี่เธอยังมียางอายอยู่รึเปล่า? ถึงได้กล้าพูดจาให้ร้ายคนอื่นแล้วก็เอาความดีเข้าตัวแบบนี้! ครั้งนี้แอบไปเป่าหูอะไรอาจารย์ที่ปรึกษาไว้อีกล่ะ? คงจะโยนความผิดทั้งหมดให้ฉันอีกสินะ? คนนิสัยเลวทรามต่ำช้าอย่างเธอ หมามันยังรู้จักซื่อสัตย์มากกว่าคนอย่างเธอซะอีก!”

            ภาพลักษณ์สาวใสไร้เดียงสาเหมือนตอนอยู่ในห้องเรียนก่อนหน้าของจ้าวลี่ ได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ตอนนี้ เธอเข้าสู่โหมดต่อสู้อย่างเต็มตัวแล้วเช่นกัน และพร้อมตอบโต้กลับอย่างไม่ยอมคน

            “หลินจิงซู! เธอถูกอาจารย์ที่ปรึกษาตำหนิ ก็เพราะเธอทำพฤติกรรมแย่ๆเองต่างหาก! อย่ามาฟาดงวงฟาดงาใส่ฉันนะ! เห็นฉันเป็นคนข่มเหงรังแกได้ง่ายๆแบบนั้นเชียวเหรอ? หึหึ เธอน่ะเล่นผิดคนซะแล้ว! สักวันเธอจะต้องเสียใจที่มารังแกฉัน! คอยดูเถอะ!!”

            พบเห็นสถานการณ์ระหว่างคนทั้งสองเริ่มคุกรุ่นดูไม่สู้ดีนัก หลี่ผางตี้ที่นั่งหลบมุมอ่านหนังสืออยู่ข้างกำแพงมาโดยตลอด ถึงกับรีบพุ่งเข้าไปคั่นกลางเพื่อห้ามปรามศึกใหญ่ทันที และพยายามฉุดลากจ้าวลี่ให้ออกห่างพร้อมกับพูดเกลี้ยกล่อมว่า

            “อย่าทะเลาะกันเลยนะ! พวกเราต่างก็เป็นเพื่อนร่วมห้องกัน มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรก็ใจเย็นๆค่อยๆพูดคุยกันเถอะนะ! จิงซู จ้าวลี่ อย่าโกรธกันเลยนะ อย่าโมโห…”

            ทว่าหลี่ผางตี้ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคดี กลับถูกจ้าวลี่ผลักไสอย่างแรงไม่มีปราณี จนร่างของเธอล้มลงกระแทกกับพื้น ในสายตาของจ้าวลี่ เธอมักจะมองหญิงสาวบ้านนอกอย่างหลี่ผางตี้ว่า มีศักดิ์ความเป็นมนุษย์อยู่ต่ำกว่าตนเสมอ

            อย่างไรก็ตาม ศึกการต่อสู้ครั้งนี้กลับไม่ได้เกิดขึ้นจริง เนื่องด้วยหลินจิงซูมีความสูงถึง 170 เซนติเมตร ในขณะที่จ้าวลี่สูงเพียงแค่ 160 เศษเท่านั้น ทำให้ท้ายที่สุด ฝ่ายหลังก็ใจฝ่อไม่กล้าลงมือเคลื่อนไหวใดๆเช่นกัน

            เบื้องลึกภายในใจของจ้าวลี่นั้น มีความหวั่นเกรงฉาบคลุมไว้ทั่ว อีกทั้งยังตระหนักดีว่า หากต่างฝ่ายต่างลงมือใส่กันเมื่อไหร่ กลับเป็นเธอที่จะต้องปราชัยอย่างแน่นอน

            วันพระไม่ได้มีหนเดียว ฝากไว้ก่อนเถอะนังหลินจิงซูคนสารเลว! สักวันฉันจะต้องเอาคืนอย่างสาสมแน่!

           

            ……..

           

            ชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น วันศุกร์ก็มาเยี่ยมเยือนอีกครั้ง และตอนนี้ หลินจิงซูก็กำลังกลับไปช่วยงานที่ร้านชานมไข่มุกตามปกติ

                  แต่เมื่อไปถึงร้าน ทันทีที่พนักงานเห็นเธอปรากฏตัวขึ้น ก็รีบวิ่งแจ้นเข้ามาแจ้งข่าวร้ายด้วยสีหน้าร้อนอกร้อนใจสุดขีดว่า

                  “แย่แล้วค่ะ! คุณนาย…คุณนายประสบอุบัติเหตุ ถูกรถชนระหว่างไปส่งของ!”

                  หลินจิงซูใจสั่นตื่นตระหนกไปหมด ข้าวของทุกชิ้นในมือเธอร่วงกราว ใบหน้าถอดสีซีดเผือดขึ้นฉับพลัน

                  “อะไรนะ?!!”

                  ที่โรงพยาบาลรองในตัวเมือง

                  เท้าข้างหนึ่งของติงเสวี่ยเหม่ยถูกโบกทับไว้ด้วยปูนแข็ง และแขวนห้อยอยู่กลางอากาศที่ปลายเตียง

                  บริเวณใบหน้ามีรอยขีดข่วนและแผลถลอกปรากฏให้เห็นค่อนข้างชัดเจน ส่วนศีรษะก็มีผ้าก็อซสีขาวพันล้อมรอบไว้ พร้อมกับรอยเลือดสีแดงจางๆปรากฏอยู่ดวงหนึ่ง

                  เฉินเฉวียนเย่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง

                  “แม่!!”

                  เสียงกรีดร้องด้วยความเป็นกังวลสุดหัวใจของหลินจิงซูดังมาจากหน้าประตู

                  ทั้งสองต่างเคลื่อนสายตาหันมองเป็นทางเดียว

                  สาวน้อยวิ่งตรงปรี่เข้ามาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนเป็นกังวลสุดขีด ยิ่งเมื่อได้พบเห็นติงเสวี่ยเหม่ยอยู่ในอาการสาหัสเช่นนี้ น้ำตาสองสายพลันไหลรินจากดวงตาทั้งคู่ของเธออย่างไม่รู้ตัว

            “ทำไมถึงถูกชนหนักขนาดนี้ล่ะคะ?”

            วินาทีนั้นเอง หลินจิงซูอยากจะพุ่งเข้าไปกอดสัมผัสผู้เป็นแม่เสียเหลือเกิน แต่เพราะบาดแผลเต็มตัวเหล่านั้น ทำให้กลัวว่าติงเสวี่ยเหม่ยจะต้องเจ็บแทนเสียมากกว่า

            เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้ ที่เห็นผู้เป็นแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ ยิ่งได้มาเห็นกับตาตัวเอง เธอก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดทรมานใจเสียยิ่งกว่าได้รับบาดเจ็บเองซะอีก!

           

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status