Masuk147 1-2
ตอนที่ 292 ติงเสวี่ยเหม่ยถูกรถชน
“แม่ไม่เป็นอะไรแล้ว อย่าร้องสิ อย่าร้อง…ภายนออกดูเหมือนสาหัสก็จริง แต่แม่ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเท่าไหร่เลย บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้นเองจ้ะ”
ติงเสวี่ยเหม่ยปลอบประโลมใจบุตรสาวที่กำลังเป็นทุกข์
ดูท่าวันนี้เธอคงใส่เสื้อผ้าสีไม่เป็นมงคลออกมาทำงาน ก็เลยต้องพบเจอเคราะห์ร้ายอย่างไม่คาดคิด
วันนี้ร้านชานมไข่มุกได้รับคำสั่งซื้อจำวนมากตั้งแต่เช้าตรู่ ติงเสวี่ยเหม่ยเองก็ไม่รอช้า รีบเร่งปั่นสามล้อไปส่งของโดยเร็วทันที แต่ระหว่างทางกลับประสานงากับรถเก๋งสีดำเข้าโดยบังเอิญ
พาหนะประเภทจักรยานยนต์ถูกเรียกอีกชื่อว่า รถเนื้อหุ้มเหล็กที่ปราศจากเครื่องปกป้องร่างกายใดๆอย่างสิ้นเชิง และด้วยแรงปะทะชน ส่งผลให้ร่างของติงเสวี่ยเหม่ยกระเด็นตกถนนในทันที
รถสามล้อมอเตอร์พังเสียหายยับเยินหนัก
แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ คนขับที่เป็นผู้ก่อเหตุกลับรีบขับรถหลบหนีไปอย่างไร้จิตสำนึก
ด้วยความช่วยเหลือจากพลเมืองดีในบริเวณนั้น เธอจึงถูกนำตัวไปส่งโรงพยาบาลพร้อมแจ้งตำรวจ
กระดูกาขวาของติงเสวี่ยเหม่ยหัก ส่วนบาดแผลต่างๆตามร่างกาย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นรอยฟกช้ำ และรอยที่เกิดจากการเสียดสีไปตามพื้นถนน ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรมากมาย
เมื่อได้ยินว่าคนก่อเหตุขับรถหลบหนีไปโดยไม่แม้แต่จะลงมาช่วยเหลือ หลินจิงซูก็เดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง
“แล้วแม่จำเลขทะเบียนของคนก่อเหตุได้มั้ยคะ? หรือว่าเห็นหน้าคนขับรางๆบ้างมั้ย?”
วินาทีหลังเกิดเหตุขึ้น ติงเสวี่ยเหม่ยได้ท่องจำป้ายทะเบียนรถคันนั้นไว้จนขึ้นใจ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอาการข้างเคียงจากการที่สมองถูกกระทบกระเทือนหรือไม่ เพราะตอนนี้ เธอกลับหลงลืมมันไปแล้ว และไม่ว่าจะพยายามจะนึกเท่าไหร่ กลับมีเพียงตัวเลขเลือนรางผุดปรากฏขึ้นภายในใจเท่านั้น
“ตอนแรกแม่จำได้แม่นเลยนะจ๊ะ แต่พอมาถึงที่โรงพยาบาลกลับลืมไปหมดแล้ว…”
ติงเสวี่ยเหม่ยสารภาพไปตามตรง ได้แต่สบถกล่าวโทษในความขี้หลงขี้ลืมของตนเองอยู่อย่างนั้น ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญเพียงนี้แท้ๆ แต่กลับหลงลืมไปได้หน้าตาเฉย!
หลินจิงซูนิ่งเงียบไปไม่ตอบ
นี่ก็เป็นเวลาหนึ่งปีเศษแล้วนับตั้งแต่ที่เธอได้เกิดใหม่ หลินจิงซูสัมผัสได้ว่า การใช้ชีวิตในยุคสมัยนี้ จะทำอะไรก็ดูลำบากไปเสียหมด
ในยุค 90 แบบนี้ เรื่องกล้องวงจรปิดตามท้องถนนในชนบทอย่างนี้น่ะเหรอ พูดได้คำเดียวว่าฝันไปเถอะ หากแม้แต่เลขทะเนียนรถของผู้ก่อเหตุยังไม่สามารถจดจำได้ ก็แทบจะตามจับตัวคนกระทำผิดมารับโทษไม่ได้เช่นกัน
เพราะเหตุนี้เอง ฝ่ายนั้นถึงกล้าเหยียบคันเร่งฝ่าหนีไปอย่างไม่เกรงกลัว!
“ไม่เป็นไรหรอกซูซู แม่ไม่ได้เป็นอะไรมากจริงๆ ก็แค่ขาหักข้างเดียวเท่านั้นเอง ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกจ้ะ”
พบเห็นร่องรอยความเศร้าโศกฉาบทั่วทั้งใบหน้าของหลินจิงซู ติงเสวี่ยเหม่ยจึงพยายามปลอบโยนสาวน้อยให้คลายกังวลต่อไป
เวลานี้ ไม่มีกระทั่งเบาะแสของผู้กระทำผิดด้วยซ้ำ ต่อให้หลินจิงซูจะโมโหโทโสไป ก็เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เช่นกัน สิ่งสำคัญจริงๆในตอนนี้ ก็คือการดูแลติงเสวี่ยเหม่ยที่อยู่ตรงหน้าให้ดีต่างหาก
ไม่ว่าจะดูยังไง สภาพของติงเสวี่ยเหม่ยตอนนี้ก็นับว่าค่อนข้างสาหัสอย่างมาก โดยหลักแล้ว สมควรจ้างใครสักคนมาดูแลเฝ้าไข้ชั่วคราวเสียด้วยซ้ำ
เนื่องด้วยกระดูกขาขวาของเธอหักถึงขั้นต้องเข้าเฝือก ติงเสวี่ยเหม่ยไม่มีทางฟื้นตัวได้ภายในเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน หากป่วยเป็นโรคอย่างอื่นยังพอทำเนา หลินจิงซูยังสามารถพากลับไปดูแลต่อที่บ้านได้ แต่สถานการณ์ในตอนนี้กลับตรงข้ามกัน
เธอจำเป็นต้องจ้างคนมาดูแล
“แม่คะ เดี๋ยวหนูจะจ้างพยาบาลส่วนตัวให้มาดูแลแม่นะคะ”
หลินจิงซูเอ่ยบอก
ทว่าติงเสวี่ยดหม่ยยังไม่ทันจะได้ปริปากตอบอะไร กลับเป็นเฉินเฉวียนเย่ที่ปั้นสีหน้าท่าทางจริงจัง ชิงตอบสวนกลับไปในทันที
“สาวน้อยไม่ต้องห่วง! ฉันจะเป็นคนดูแลคุณแม่เธอให้เอง!”
สองแม่ลูกหันขวับไปจ้องเฉินเฉวียนเย่ด้วยความตะลึงงันอย่างพร้อมเพรียงกัน
“พ่อเฉินเป็นผู้ชายนะคะ จะมาดูแลแม่ของหนูได้ยังไงกันล่ะ?”
ประกายตาแห่งความตะลึงยังคงไม่จางหายไปจากดวงตาของหลินจิงซู
“เป็นผู้ชายยิ่งดีไม่ใช่เหรอ? จะได้มีแรงจับคนไข้พลิกตัว แล้วก็อุ้มไปทำโน่นทำนี่ได้สะดวก!”
เฉินเฉวียนเย่ที่ยังคงไม่เข้าใจ โต้แย้งกลับไปด้วยเหตุผล
“แต่การดูแลผู้ป่วยลักษณะนี้ มันไม่ใช่แค่ป้อนข้าวป้อนน้ำเหมือนคนป่วยทั่วไปนะคะ อีกอย่าง…แม่ของหนูก็ขยับเนื้อขยับตัวแทบไม่ได้เลย การทำธุระส่วนตัวควรให้ผู้หญิงด้วยกันดูแลน่าจะเหมาะกว่านะคะ”
หลินจิงซูพยายามอดทนอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ
ได้ยินประโยคท้ายหลัง เฉินเฉวียนเย่เป็นอันกระจ่างแจ้ง เขาตระหนักได้ในทันทีว่า…
เวรเอ๊ย! ขายหน้าชะมัดเลยเรา! นี่เราลนลานจนถึงขั้นมองข้ามเรื่องพื้นฐานพวกนี้ไปได้ยังไงนะ!
เมื่อครู่ เขาลืมคิดถึงเรื่องการทำธุระส่วนตัวของผู้หญิงไปเสียสนิท ถึงได้กล้าพูดโพล่งออกไปแบบนั้น
เห็นท่าทางเก้ๆกังๆระคนประหม่าของเฉินเฉวียนเย่ ติงเสวี่ยเหม่ยก็เผยรอยยิ้มสดใสขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะ
“ก็ได้จ้ะ แต่อย่าให้แพงมากนักล่ะ แม่เองก็ไม่ได้ถึงกับเป็นง่อยจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย”
กระทั่งภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ติงเสวี่ยเหม่ยก็ยังคงห่วงเรื่องเงินทองเป็นหลัก
หลังจากนั่งเฝ้าและพูดคุยกับติงเสวี่ยเหม่ยอยู่ภายในห้องพักผู้ป่วยนานกว่าสองชั่วโมง ในที่สุด ก็ได้เวลาอันควร หลินจิงซูจึงลุกออกจากห้องไปเสาะหาพยาบาลที่จะมาดูแลแม่ของเธอ
ส่วนใหญ่แล้ว นางพยาบาลภายในโรงพยาบาลรัฐเช่นนี้ พวกเธอมักจะรับงานพิเศษเฝ้าไข้นอกเวลางานเป็นปกติ
เธอเดินออกไปหาพยาบาลที่ห้องโถงด้านหน้า และสอบถามทีละคนถึงความสะดวกในการรับงานนี้
และในที่สุด หลินจิงซูก็เลือกมาได้หนึ่งคน เธอเป็นพยาบาลอายุราวสี่สิบเศษ คุณลักษณะพิเศษของเธอก็คือ เป็นหญิงวัยกลางคนที่ดูใจเย็น อีกทั้งยังมีท่าทีเป็นมิตรอย่างมากด้วย
“ต้องขอรบกวนด้วยนะคะ แล้วถ้าระหว่างนี้มีอะไรเกิดขึ้น สามารถติดต่อหนูได้ตลอดเวลาเลยนะคะ นี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของหนูเองค่ะ”
หลินจิงซูพาพยาบาลคนนั้นย้อนกลับไปที่ห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง และได้แนะนำเธอให้ติงเสวี่ยเหม่ยกับเฉินเฉวียนเย่รู้จัก
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







