Share

ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

Author: Chawin
last update Last Updated: 2026-02-12 15:34:47

262 2-2

ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…

ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด

“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”

จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า

“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”

พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ค่อยๆเดินลงบันไดไปอย่างระมัดระวัง

“จู้เอ๋อร์ ตอนนี้ยังมีโอกาส! รีบหนีไปซะ! แกเพิ่งจะฆ่าคนตายทั้งคนนะ!! เหตุการณ์อุกอาจต่อหน้าผู้คนมากมายแบบนี้ ตำรวจไม่ปล่อยแกเอาไว้แน่ ฉันยังพอมีเส้นสายจะช่วยแกหนี…”

“เด็กสาวคนนั้นยังไม่ตายครับแม่ แม่หนูหลินจิงซูกับเพื่อนของเธอช่วยเอาไว้ได้ทัน ผมไม่ได้ฆ่าใครตายทั้งนั้น”

ระหว่างที่เอ่ยตอบ เขาก็แบกร่างคนเป็นแม่มาส่งถึงพื้นดินได้โดยสวัสดิภาพ นับว่าโชคยังดี ที่ก่อนหน้านี้หลินจิงซูและหลิวหมิงได้ช่วยกันกางชูชีพนิรภัยขนาดใหญ่ทันเวลา อาศัยสิ่งนี้ก็สามารถช่วยดูดซับแรงกระแทกไว้ได้ค่อนข้างมาก จึงส่งผลให้อุบัติเหตุครั้งนี้จางซีซีไม่ได้ถึงแก่ชีวิต

            เวลาเดียวกันนั้นเอง ก็มีตำรวจกลุ่มหนึ่งนำโดยท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัย นำกำลังบุกเข้ามาจับกุมตัวจางซีซีใส่กุญแจมือไว้ได้อย่างว่องไว ท่ามกลางความงุนงงและฉงนสงสัยของทุกคนในที่นั้น ท่านอธิการบดีหรือก็คือจ้าวหยางอี้จึงได้พูดแถลงคลายข้อสงสัยขึ้นว่า

            “กว่าจะจับเธอโยนเข้าตารางได้นะสาวน้อย! กล้าดียังไงถึงได้วางยาหยวนหยวนตอนอยู่อังกฤษ! รู้บ้างรึเปล่าว่า ถ้าวันนั้นเพื่อนของหยวนหยวนพาไปล้างท้องไม่ทัน ตอนนี้หลานสาวของฉันจะเป็นยังไงบ้าง!? ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ ชั่วช้ากันทั้งตระกูล! เธอเตรียมตัวไปอยู่กับพ่อแม่ของเธอในคุกได้เลย! เพราะตอนนี้เสี่ยวมี่กับจ้าวกั๋วผิงกำลังพาตำรวจไปตามล่าจับพ่อแม่ของเธออยู่ คงหนีไปได้อีกไม่นานนักหรอก!”

            แม้แต่หญิงชราเองที่ได้ฟังคำพูดเหล่านั้น ก็ถึงกับงุนงงสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก นับประสาอะไรกับหนุ่มสาวอย่างจู้หยานและหลินจิงซู ทั้งคู่ต่างงุนงงสงสัยเป็นไก่ตาแตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจู้หยาน ที่ดูประหลาดใจมากเป็นพิเศษเมื่อได้ยินชื่อคุ้นหูทั้งสองชื่อ จ้าวกั๋วผิงคือพ่อของจ้าวหยวน หญิงสาวผู้คลั่งรักและเคยตามตื๊อเขาก่อนหน้านี้ ส่วนเสี่ยวมี่นั้น…ก็คือหญิงชู้ของพ่อเขานั่นเอง!

            “ท่านอธิการบดี นี่หมายความว่ายังไงกันครับ? แล้วคุณ…คุณรู้จักกับจ้าวหยวนและจ้าวกั๋วผิงได้ยังไง? แล้วยังมีผู้หญิงคนนั้นอีก…”

ท่านอธิการบดีหันไปยิ้มให้จู้หยานพร้อมเอ่ยตอบอย่างเป็นมิตร

“ทำไมฉันถึงจะไม่รู้จักล่ะ ในเมื่อจ้าวกั๋วผิงมันเป็นน้องชายของฉันเอง! คงไม่ต้องอธิบายแล้วนะว่าฉันเป็นอะไรกับจ้าวหยวน? น้องชายของฉันกับพ่อของเธอได้ตามสืบเรื่องตระกูลจางมาตั้งนานแล้ว พวกมันไม่เพียงแค่แอบยักยอกเงินจากธุรกิจของพวกเขาทั้งสองคนเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อของเธอต้องแตกหักกับผู้เฒ่าหญิงสกุลจู้ด้วย!”

รับฟังมาถึงตรงนี้ จู้หยานกลับยิ่งสับสนไม่เข้าใจมากกว่าเดิม แต่ก่อนที่จะทันได้เอ่ยปากสอบถามอะไรไปมากกว่านั้น กลับเป็นจู้เอ๋อร์พ่อของเขาที่พูดแทรกขัดขึ้นมาเสียก่อน พ่อของเขาได้หันไปบอกกับหญิงชราว่า

“คุณแม่ครับ ไม่คิดว่ามันบังเอิญไปหน่อยเหรอครับ? ที่จู่ๆยาพิษในอาหารของจ้าวหยวนตอนอยู่อังกฤษ กลับเป็นชนิดเดียวกันกับที่จู้หยานเคยถูกวางยาในอดีต! ตอนนั้น คนร้ายที่วางยาจู้หยานแท้ที่จริงแล้วก็เป็นคนรับใช้ที่พวกตระกูลจางส่งมา!”

“ตอนนั้นเสี่ยวมี่กับลูกๆอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุมากที่สุด พอได้ยินเสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทรมานของจู้หยาน ทั้งสามคนก็ได้รีบเข้าไปช่วย แต่กลับเป็นจังหวะที่ทุกคนมาเห็นเข้าพอดี เรื่องเลยกลับกลายเป็นว่า ภรรยากับลูกๆของผมต้องตกเป็นแพะรับบาปไปในทันที”

หญิงชรานิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง กำลังนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีตครั้งนั้นพร้อมกับไตร่ตรองอย่างละเอียด แต่ถึงอย่างไร ก็ยังมีจุดหนึ่งที่เธอรู้สึกไม่เข้าใจอยู่ดี จึงได้เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยว่า

“แล้วพวกตระกูลจางจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกัน? ถ้าจู้หยานตายไป พวกมันจะได้ประโยชน์อะไร? แล้วเสี่ยวมี่กับลูกๆจะไปถึงที่เกิดเหตุก่อนเหมือนที่แกบอกได้ยังไง? ในเมื่อจู้ฉงเหว่ยเป็นคนบอกเองว่า เห็นสามแม่ลูกนั่นวางยากับตาตัวเอง… เดี๋ยวก่อนนะ? หรือแกจะบอกว่า…”

“แม่ลองทบทวนดูให้ดีๆนะ ลองนึกย้อนกลับไปในตอนนั้น ถ้าจู้หยานซึ่งเป็นหลานรักของผู้เฒ่าหญิงแห่งสกุลจู้ตายไป แล้วผมกับครอบครัวก็ถูกขับไล่ออกจากตระกูล ใครกันล่ะที่จะได้รับสืบทอดมรดกทั้งหมดของตระกูลไป?”

พูดมาถึงตรงนี้ จู้เอ๋อร์ก็ค่อยๆสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะระบายออกมาอย่างแช่มช้า ความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมาตรงหน้านี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อยากจะทำใจให้เชื่อได้ลงเช่นกัน

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา จู้ฉงเหว่ยแอบร่วมมือกับตระกูลจางมาโดยตลอด เท่าที่ได้ยินมาจากพนักงานสืบสวน ตอนนี้จู้ฉงเหว่ยยอมสารภาพออกมาส่วนหนึ่งแล้วว่า เหตุที่ทำไปเพราะรู้สึกว่าแม่รักลูกรักหลานไม่เท่ากัน จึงเกิดความอิจฉาริษยาที่แม่ได้ทำพินัยกรรมยกมรดกให้จู้หยานเกือบทั้งหมด โดยไม่คิดที่จะแบ่งให้ลูกหลานคนอื่นๆบ้างเลย ยังไงก็ต้องขอบคุณแม่มากนะครับ ที่มัวแต่วุ่นอยู่กับเรื่องของจู้หยานจวบจนวินาทีสุดท้าย มันเลยทำให้ผมทางสะดวกสามารถนำกำลังตำรวจเข้าไปจับกุมพี่ชายตัวเองได้ไม่ยาก”

หลังจากบอกเล่าเรื่องราวแล้ว จู้เอ๋อร์ก็หันไปจ้องหน้าสบตาลูกชายตัวเอง แต่สิ่งเดียวที่เขาสัมผัสได้กลับมีเพียงความเย็นชาเหินห่างดั่งคนไม่รู้จักกัน และแม้ตัวเขาเองจะได้เตรียมใจมาเผชิญกับสิ่งนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อต้องพบเจอเข้าจริงๆ ตัวเขาเองกลับยังไม่รู้สึกชินเสียที

“จู้หยาน แกพาแม่หนูจิงซูออกไปก่อนเถอะ ยังต้องไปให้ปากคำกับทางตำรวจอีกไม่ใช่เหรอ?”

จู้หยานกัดฟันกรอด ก่นเสียเย็นยะเยือกผ่านลำคอด้วยความไม่พอใจ

“คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งผม? คิดจะมาก็มา คิดจะสั่งให้ใครออกไปก็ทำได้ตามใจงั้นเหรอ?”

แต่ถึงอย่างนั้น ทางด้านหลินจิงซูที่ตระหนักดีว่าในเวลาเช่นนี้ควรต้องทำตัวเช่นไร เธอจึงได้โค้งศีรษะเล็กน้อยพร้อมบอกกับจู้เอ๋อร์ไปว่า

“เข้าใจแล้วค่ะ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ จู้หยานไปกันเถอะ ดูเหมือนตำรวจตรงนั้นจะเรียกเราสองคนแล้ว!”

            เฝ้ามองแผ่นหลังของหนุ่มสาวทั้งสองที่พากันจูงมือเดินออกไป จู้เอ๋อร์ก็ได้แอบระบายยิ้มเล็กน้อย และหวนนึกถึงวันวานในอดีตที่เคยสวยงามของตน

            “คุณแม่ครับ อยากจะเห็นจู้หยานต้องกลายมาเป็นอย่างผมจริงๆเหรอครับ? เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้…มันช่างเหมือนกับเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิดจริงๆ นี่แม่ยังชอบยัดเหยียดความชอบส่วนตัวให้คนอื่นไม่เปลี่ยนเลยนะครับ แม้วันเวลาจะล่วงเลยมานับสิบปีแล้ว แต่ผมก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่า เสี่ยวมี่ไม่ได้เป็นผู้หญิงเลวร้ายอย่างที่แม่คิดเลย เหมือนกับแม่สาวน้อยหลินจิงซูคนนั้น กว่าจะมีวันนี้ได้ เธอต้องต่อสู้และทำทุกอย่างด้วยลำแข้งของตัวเองจริงๆครับ”

            ย้อนกลับไปก่อนหน้า ระหว่างที่เขากับเสี่ยวมี่กำลังกลบดานเพื่อตามสืบข้อมูลของสองสามีภรรยาตระกูลจางอยู่นั้น จู่ๆเขาก็ได้รับแจ้งจากน้องชายร่วมสาบานอย่างจ้าวกั๋วผิงว่า ลูกชายของเขากำลังติดพันอยู่กับสาวชนบทในระหว่างที่พักรักษาอาการทางจิตอยู่ และยังบอกอีกว่า เด็กสาวคนนั้นกำลังอาศัยโอกาสนี้ปลอกลอกลูกชายของเขาอยู่ เพราะเหตุนั้นเอง เขาจึงได้ส่งจ้าวกั๋วผิงไปก่อกวนสร้างปัญหาให้เธอเป็นระยะๆ

จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาได้เห็นสาวน้อยคนนั้นออกข่าวตามหน้าทีวีและในหน้าหนังสือพิมพ์ สิ่งนี้จึงได้กระตุ้นให้เขาลงมือสืบหาข้อมูลของสาวน้อยที่ชื่อหลินจิงซูละเอียดมากขึ้น ตอนนั้น ต้องยอมรับตามตรงว่า ยิ่งได้รู้จักสาวน้อยคนนี้มากขึ้นเท่าไหร่ ทั้งเขาและเสี่ยวมี่ก็ยิ่งตกตะลึงในความสามารถของอีกฝ่ายมากขึ้นเท่านั้น ไม่เพียงความเฉลียวฉลาดและกึ๋นด้านธุรกิจในระดับที่หาตัวจับได้ยาก แต่ราวกับว่า สาวน้อยคนนี้เกิดมาพร้อมทักษะพิเศษสามารถล่วงรู้อนาคตได้! เพราะที่ดินแต่ละแห่งที่เธอลงทุนกว้านซื้อเอาไว้นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ที่ทางภาครัฐต้องการจะบูรณะก่อสร้างเป็นแหล่งศูนย์รวมธุรกิจขนาดใหญ่ระดับประเทศทั้งสิ้น! เรื่องเหล่านี้มีเฉพาะคนวงในระดับประเทศเท่านั้นจริงๆที่จะมีโอกาสรู้ได้ และไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เด็กสาวชนบทอย่างหลินจิงซูจะล่วงรู้ได้!

หากเธอคนนี้ไม่เกิดมาพร้อมกับดวงนิ้วทองคำ ก็คงต้องเป็นบุคคลที่กลับชาติมาเกิดใหม่อย่างแน่นอน!

ในฐานะคนเป็นพ่อ จู้เอ๋อร์แทบจะไฟเขียวอนุญาตให้ทั้งคู่แต่งงานกันได้ทันที!

ลูกสะใภ้ที่มากไปด้วยพรสวรรค์และความสามารถอันน่าทึ่งเช่นนี้ ใครไม่ต้องการก็โง่แล้ว!

และที่สำคัญที่สุด ผู้หญิงคนนี้คือคนที่ลูกชายของเขารักมากด้วย…

            เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างมาถึงจุดที่ไม่คาดฝันเช่นนี้ หญิงชราก็ได้แต่นั่งเศร้าพร้อมตัดพ้อกับตัวเองว่า

            “ไม่ว่าจะในฐานะคนเป็นย่าหรือเป็นแม่ ฉันก็แค่อยากให้พวกแกสองคนมีอนาคตที่สดใส กลับจากทำงานเหนื่อยๆ จะได้มีครอบครัวอบอุ่นคอยต้อนรับเป็นกำลังใจให้ เพราะรู้ว่าสักวันหนึ่งตัวฉันเองก็ต้องตาย คงไม่สามารถอยู่ดูแลพวกแกไปได้ตลอด ฉันก็เลยอยากจะให้ใครสักคนที่ไว้ใจได้ มารับไม้ทำหน้าที่นี้แทนฉันต่อก็เท่านั้นเอง…”

            “แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่า…คนร้ายที่บ่อนทำลายชีวิตพวกแกสองคนพ่อลูกก็คือตัวฉันเอง เพราะฉัน ผู้หญิงที่มีจิตใจบริสุทธิ์คนหนึ่งจึงต้องเจ็บช้ำน้ำใจจนฆ่าตัวตาย… ทำให้หลานชายต้องมีปมในใจติดตัวไปตลอดชีวิตที่เหลือ”

            หญิงชราเล่าระบายความในใจไปพลาง พลันนึกย้อนไปถึงภาพเหตุการณ์ครั้งอดีตเมื่อสิบกว่าปีก่อนไปพลาง หากไม่ใช่เพราะเธอคอยยุยงกดดันแม่ของจู้หยานแล้วล่ะก็ เชื่อเถิดว่า ตอนนั้นลูกสะใภ้ของเธอคงจะไม่ต้องป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจนถึงขั้นฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน

            ปรากฏว่า คนที่ชั่วร้ายที่สุดกลับไม่ใช่ทั้งนักร้องสาวในผับอย่างเสี่ยวมี่ ที่เธอเคยมองว่าเป็นโสเภณีขายตัวหากินกับผู้ชาย และไม่ใช่ทั้งสาวน้อยบ้านนอกอย่างหลินจิงซู ที่ในสายตาของเธอมองว่าต้องการมาเกาะหลานชายของเธอกิน

            สรุปแล้ว คนที่ร้ายกาจที่สุดกลับเป็นตัวเธอเอง!

            หญิงชราได้แต่คร่ำครวญ เธอรู้สึกผิดและเป็นทุกข์กับบาปมหันต์ที่เคยทำไว้กับจู้เอ๋อร์ ที่ตอนนี้คอยอยู่เคียงข้างเธอไม่ห่าง และยังปลอบใจเธอด้วยว่า

            “แม่ครับ เรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้ว ตอนนี้คงทำได้แค่ปล่อยวาง แล้วก็เอามันมาเป็นบทเรียนเท่านั้น อย่างน้อยในปัจจุบันแม่ก็สามารถแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆให้ดีขึ้นได้ แม่สาวน้อยหลินจิงซูคนนั้น เท่าที่ผมตามสืบประวัติมา เธอไม่เพียงแค่มีพรสวรรค์โดดเด่นเรื่องธุรกิจเท่านั้น แต่ราวกับว่าเธอมองเห็นอนาคตเลยล่ะ! ที่ดินส่วนหนึ่งที่ภาครัฐต้องการจะนำเข้าไปอยู่ในแผนพัฒนาเมืองใหม่ ล้วนมีชื่อสาวน้อยคนนี้เป็นเจ้าของแทบทั้งหมด เชื่อเถอะครับว่า วันข้างหน้าเธอจะกว้านซื้อที่ทางเหล่านั้นไว้ทั้งหมดแน่ ในอีกยี่สิบปี…ไม่สิ…อีกสิบปีข้างหน้า เธอจะมีรายชื่อติดหนึ่งในสิบอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศอย่างแน่นอน ดีไม่ดีถ้าถึงตอนนั้น มูลค่าสินทรัพย์รวมของเธออาจสูงแซงหน้าตระกูลจู้ของเราไปแล้วก็ได้! น่าเสียดาย ถ้าเราสิบตระกูลใหญ่ไม่ไม่ติดสัญญาที่เคยทำไว้กับทางรัฐบาล คงต้องซื้อเกร็งกำไรไปนานแล้วเหมือนกัน!”

            ทันทีที่หญิงชราได้ยินเช่นนั้น ก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง หลังจากลองพินิจใคร่ครวญอย่างละเอียดอีกครั้ง หากไม่นับครั้งที่เธอพูดจาดูถูกเหยียดหยามเด็กสาวคนนั้นก่อน หลินจิงซูก็นับเป็นสาวน้อยที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมทั้งในด้านความสามารถและมารยาทคนหนึ่งทีเดียว อีกทั้งยังมีสติในการรับมือกับปัญหาต่างๆได้ดีกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก!

            ขอเพียงสามารถมองข้ามเรื่องชาติตระกูลไปได้ แทบไม่มีเหตุอะไรเลย ที่หญิงชราจะต้องปฏิเสธไม่ยอมให้หลินจิงซูก้าวขึ้นมาเป็นหลานสะใภ้สกุลกูลจู้ได้!

            หลังจากสองแม่ลูกเปิดใจพูดคุยกันจนกระอาทิตย์ตกดิน คงถึงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างต้องร่ำลากัน ฝ่ายหญิงชราผู้เป็นแม่โอบกอดลูกชายด้วยความคิดถึงพร้อมกับยื้ออีกฝ่ายว่า

            “ไม่อยู่ด้วยกันก่อนจริงๆเหรอ? นานๆทีจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าลูกชายหลานชายแบบนี้ หรือจะเข้าไปกินข้าวเย็นที่บ้านด้วยกันสักมื้อดีล่ะ?”

            จู้เอ๋อร์โบกมือปฏิเสธ ยิ้มตอบกลับไปว่า

            “ผมยังมีเรื่องของสามีภรรยาแซ่จางต้องจัดการครับ ไม่รู้ว่าตอนนี้เสี่ยวมี่กับจ้าวกั๋วผิงจัดการกันไปถึงไหนแล้ว ไว้ว่างแล้วผมจะมาหาแม่ใหม่นะครับ แล้วเจอกันครับ”

            สิ้นเสียงพูดของจู้เอ๋อร์ เจ้าตัวก็หันหลังเดินจากออกไปทันที

            เห็นลูกชายค่อยๆก้าวห่างออกไปเช่นนั้น จู่ๆหญิงชราก็ส่งเสียงตะโกนไล่หลังไปพร้อมด้วยรอยยิ้ม

            “คราวหน้าคราวหลังก็ชวนเสี่ยวมี่กับลูกๆมาด้วยสิ! ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว เด็กสองคนนั่นคงโตขึ้นมาทีเดียว!”

            ไม่ทราบเพราะเหตุใด เสมือนหินก้อนยักษ์ดุจดั่งภูเขาทั้งลูกที่เคยทับถมอยู่กลางอก บัดนี้ได้อันตรธานหายไปสิ้น จู้เอ๋อร์หันมายิ้มพร้อมกับร้องตอบไปว่า

            “ทั้งเสี่ยวมี่ ทั้งเด็กๆเองก็บ่นคิดถึงคุณย่าเหมือนกันครับ ไว้ว่างเมื่อไหร่พวกเราค่อยนัดเจอกัน!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status