LOGIN259
ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก
ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21
โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้!
ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ!
หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงอย่างมากในภายภาคหน้า!
อย่างไรก็ตาม แม้หลินจิงซูจะรู้ว่าแผนการในครั้งนี้เป็นไปได้และทำได้จริง แต่หลังจากกวาดสายตามองดูสภาพแวดล้อมรอบข้างในตอนนี้ เธอก็พลันเกิดคำถามมากมายภายขึ้นในหัวตามมาทันที
สังเกตเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความลำบากใจลึกๆของหลินจิงซู จู้หยานก็คลี่ยิ้มพร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า
“จิงซู ถึงแม้จะฟังดูเพ้อฝันคล้ายจะเป็นไปไม่ได้ก็จริง แต่อย่าลืมว่าธุรกิจประเภทนี้ยังไม่เคยมีใครกล้าลงมือทำมาก่อนนะ! ตอนนี้ทั้งผมและคุณก็มีทั้งสถานที่และเงินทุนในระดับหนึ่งแล้ว ถ้าไม่กล้าเสี่ยง พวกเราก็คงไม่มีวันประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน!”
“ธุรกิจประเภทสวนสนุกนั้น ถึงแม้จะมีต้นทุนที่สูง แต่ในระยะยาวก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก รายได้หลักกลับไม่ใช่ค่าตั๋วเข้าใช้บริการ แต่ส่วนใหญ่ล้วนมาจากการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มหรืออาหารที่ขายอยู่ด้านใน! พูดง่ายๆก็คือ ทันทีที่ทุกอย่างพร้อม เราก็จะสามารถทำกำไรได้อย่างมากมายมหาศาล! นอกเหนือจากธุรกิจโรงแรมแล้ว สวนสนุกนี่ล่ะที่จะเป็นเหมืองทองคำแห่งที่สองของเรา!”
“และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ สวนสนุกที่เรากำลังจะเปิดนี้ ยังสามารถสร้างอาชีพให้กับคนท้องถิ่นได้อีกมากมาย! มิหนำซ้ำยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้อีกด้วย! นี่มันดีกว่าการแจกทุนการศึกษาช่วยนิสิตยากไร้อีกไม่ใช่เหรอ? ทั้งทั่วถึงและยั่งยืนกว่า!”
เวลานี้ แม้แต่หลินจิงซูยังรู้สึกตกตะลึง และทึ่งกับความทะเยอทะยานอันสูงส่งเพียงนี้ของจู้หยาน ใครจะคิดฝันเล่าว่า อีกฝ่ายจะคิดไกลไปถึงเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น นี่ก็เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น
รายละเอียดต่างๆยังต้องมีการศึกษาให้ดีเสียก่อน เพราะยังไม่สามารถประเมินได้ว่า ต้องใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่จึงจะถึงจุดคุ้มทุนและเริ่มสร้างกำไรได้ แม้ทั้งคู่จะมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจนี้ แต่เม็ดเงินที่จะนำมาอัดฉีดหมุนเวียนให้ธุรกิจเดินต่อจากนั้นกลับไม่เพียงพอ
คงเป็นการดีกว่าหากสามารถชักชวนนายทุนใหญ่ๆให้เข้าร่วมโครงการนี้ได้
แน่นอน คนแรกที่หลินจิงซูนึกถึงย่อมเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากหลิวหมิง หัวเรือใหญ่แห่งเครือโรงแรมหลี่เจี่ย
ที่สำคัญ เธอยังจำเป็นต้องขอใช้พื้นที่ว่างของโรงแรมอีกด้วย แต่หลินจิงซูเองก็ทำใจไว้แล้วว่า โอกาสที่สวนสนุกจะเกิดขึ้นจริงนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากมาก
ความสนใจของหลิวหมิงในตอนนี้เป็นที่ชัดเจนว่า มุ่งเน้นไปในด้านอุตสาหกรรมการโรงแรมเป็นหลัก
เขาไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงกับธุรกิจใหม่ๆเช่นนี้เลย
“จู้หยาน สิ่งที่นายคิดมันสามารถเป็นไปได้ก็จริง แต่ความเสี่ยงโดยรวมยังคงสูงเกินไป ใช่ว่านายจะไม่รู้ถึงสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้ดี ฉันว่าเราสองคนยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ได้ไหวนะ”
แต่จู้หยานกลับส่ายหัว
“ถึงแม้ตอนนี้พวกเราจะยังไม่พร้อมในหลายๆด้านก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสที่มีจะเท่ากับศูนย์นี่ โลกหมุนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าที่เราคิดมาก ตอนที่ผมอยู่ประเทศอังกฤษ ก็เห็นร้านอาหารต่างๆ เริ่มสร้างสนามเด็กเล่นในร่มเพื่อใช้ดึงดูดลูกค้าที่มีลูกเล็กกันแล้ว”
“นี่สะท้อนให้เห็นอะไรบ้างล่ะ? โมเดลธุรกิจเล็กๆพวกนี้ กำลังจะถูกนำไปปรับใช้ในธุรกิจขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้นในอนาคตยังไงล่ะ! ถ้าเราไม่รีบคว้าโอกาสนี้ที่จะเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจนี้ในจีน และเอาแต่รอให้ถึงวันที่พร้อมไปซะทุกอย่างแล้วล่ะก็ ถึงตอนนั้นมันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้”
หลินจิงซูครุ่นคิดไตร่ตรองอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา
“ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ถ้าเราเริ่มจากสวนสนุกขนาดเล็กไปก่อนก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะฉันยังพอจะเอาทรัพย์สินและโฉนดที่ดินต่างๆไปจำนอง เพื่อกู้เงินมาสร้างเครื่องเล่นจำนวนหนึ่งในสวนสนุกได้ ถ้าสามารถขอใช้พื้นที่ว่างในนี้ได้ ฉันก็มั่นใจไม่น้อยเหมือนกันว่า จะมีลูกค้ามาเที่ยวสวนสนุกจำนวนไม่น้อยเลยล่ะ!”
“ส่วนค่าบริการ ฉันว่าให้ลูกค้าจ่ายเป็นรายเครื่องเล่นดีกว่า จะได้ง่ายต่อการปรับแก้ไขเพื่อความลงตัวในอนาคต ส่วนเครื่องเล่นชุดแรกที่ตั้งใจจะเอามาลงก่อนคงจะเป็นพวกม้าหมุน ชิงช้าสวรรค์กับรถบั๊ม หรือถ้านายอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็ลองเสนอมาได้นะ ฉันจะลองเอาไปคำนวณเปรียบเทียบกับเงินทุนที่มีอยู่ตอนนี้”
ทั้งหมดเป็นเพราะหลินจิงซูเคยพบเห็นตัวอย่างความสำเร็จมากมายของโมเดลธุรกิจที่ว่านี้จากชาติก่อนหน้าแล้ว ด้วยเหตุนี้เอง เธอจึงเห็นด้วยกับแผนการครั้งนี้ของจู้หยาน แม้ว่าสวนสนุกขนาดเล็กจะไม่สามารถสร้างผลกำไรได้มากเท่าที่ควร แต่อย่างลืมว่า เวลานี้ธุรกิจหลักคือโรงแรม นั่นหมายความว่า ยิ่งมีลูกมาเที่ยวสวนสนุกมากเท่าไหร่ โอกาสที่ยอดการจองห้องพักจะเพิ่มสูงขึ้นก็มีมากเท่านั้น
ปล่อยให้ธุรกิจทั้งสองผลักดันส่งเสริมซึ่งกันและกันไปตามกลไกช่วงหนึ่ง เมื่อถึงเวลาอันควรที่สามารถขยับขยายปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นสวนสนุกขนาดกลางได้เมื่อไหร่ วันนั้นล่ะ สวนสนุกแห่งนี้จะเริ่มเดินหน้าทำกำไรได้อย่างเต็มตัว! ดีไม่ดีรายได้จากสวนสนุกอาจเท่าๆกับของโรงแรมก็เป็นได้!
ทันทีที่ทั้งโรงแรมและสวนสนุกพัฒนากลายเป็นจุดท่องเที่ยวหลักประจำท้องถิ่น ด้วยชื่อเสียงของมัน ย่อมช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวมณฑลข้างเคียงได้อีกเป็นจำนวนนับมหาศาล!
โดยไม่มีรอช้าอีกต่อไป หลินจิงซูเปิดประตูสู่ห้องทำงานของหลิวหมิงทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ทุกอย่างเป็นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้จริงๆ ทันทีที่เธอนำเสนอเรื่องดังกล่าวออกไป กลับถูกอีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธแทบจะในทันที
“คุณจิงซู นี่กำลังล้อผมเล่นรึเปล่า? อยู่ดีไม่ว่าดีจะเปิดสวนสนุกในโรงแรมนี่นะ?”
ด้วยทัศนคติของหลิวหมิงเวลานี้ ลืมเรื่องขอเงินทุนสนับสนุนไปได้เลย สิ่งเดียวที่หลินจิงซูต้องการคือขอสิทธิ์การใช้พื้นที่ว่างข้างโรงแรมเท่านั้น
“ฉันขอเวลา 6 เดือนเท่านั้น กรุณามอบสิทธิ์การบริหารจัดการพื้นที่ตรงนั้นให้ฉันเถอะนะคะ รับรองว่าสวนสนุกขนาดเล็กที่ว่านี่ จะช่วยกระตุ้นยอดการจองห้องพักให้กับทางโรงแรมได้อย่างแน่นอน!”
“ปัจจุบัน ถึงแม้ผลประกอบการของโรงแรมเราจะเพิ่มสูงขึ้นก็จริง แต่รายได้ส่วนใหญ่ล้วนมาจากแผนกพื้นจัดเลี้ยง อัตราการจองห้องพักอยู่ในสภาวะแช่แข็ง แทบจะไม่สามารถผลักดันให้ยอดพุ่งสูงไปได้มากกว่านี้แล้ว หลังจากที่ฉันนำปัญหานี้มาวิเคราะห์อย่างจริงจัง จึงได้ค้นพบว่า แขกที่มาพักส่วนใหญ่เป็นคนในท้องถิ่น ยอดการจองห้องพักจึงถูกจำกัดอยู่เพียงแค่นี้ แต่ถ้าเราสามารถดึงดูดแขกจากท้องที่อื่นๆมาได้ ลองคิดดูสิคะว่า ยอดการจองห้องพักจะเพิ่มขึ้นมากขนาดไหน?”
ตราบใดที่โรงแรมหลี่เจี่ยมีชื่อเสียงในระดับประเทศ และกลายเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญประจำมณฑลผิงเฉิงแล้วล่ะก็ ถึงเวลานั้น ทุกคนล้วนยินดีขับรถมาที่นี่เพื่อสัมผัสเสน่ห์แห่งสวรรค์บนดิน โรงแรมหลี่เจี่ยสถานที่ที่ให้ความบันเทิงรื่นรมย์
“แต่นี่มันเสี่ยงเกินไปสำหรับเธอในตอนนี้นะ รู้รึเปล่าว่าที่ดินของโรงแรมมีมูลค่ามากเท่าไหร่? เธอจะใช้พื้นที่ทำเลทองเพื่อสร้างธุรกิจที่ทำกำไรได้ต่ำนี่นะ? มิหนำซ้ำยังไม่มีอะไรรับรองได้ว่า สวนสนุกจะช่วยกระตุ้นยอดการจองห้องพักได้จริงๆ?”
ในทัศนคติมุมมองของหลิวหมิงนั้น เขาค่อนข้างดูแคลนธุรกิจประเภทนี้ด้วยซ้ำ ลองคิดตามดูสิ ค่าบริการนั่งม้าหมุนต่อรอบเพียงแค่ 1ถึง2 หยวนไม่เกินกว่านี้ ไหนยังต้องหักต้นทุน และค่าซ่อมบำรุงอีกล่ะ? ไม่ว่าจะลองคำนวณอย่างไร ก็เห็นแต่คำว่าขาดทุนและขาดทุน!
แล้วหลินจิงซูจะใช้ธุรกิจที่ทำกำไรไม่ได้นี้มาดึงดูดแขกเข้าพักได้อย่างไร? ธุรกิจใดที่มีโอกาสขาดทุนมากกว่าทำกำไร นักธุรกิจอย่างหลิวหมิงย่อมไม่เสี่ยงอย่างแน่นอน!
เห็นว่าหลิวหมิงยืนกรานปฏิเสธและไม่สนับสนุนชนิดหัวชนฝา หลินจิงซูก็ได้แต่พยักหน้าด้วยความเข้าใจ และได้เปลี่ยนแผนมายื่นข้อเสนอขอซื้อที่ดินข้างโรงแรมจากอีกฝ่ายแทน เท่ากับว่าความเสี่ยงทั้งหมดจะถูกโอนถ่ายมาที่เธอเพียงผู้เดียว
ต้องยอมรับตามตรงว่า เมื่อเห็นท่าทีดื้อรั้นไม่ยอมแพ้เช่นนี้ของหลินจิงซู ก็ทำเอาหลิวหมิงถึงกับสับสนจนพูดอะไรไม่ออกไปครู่ใหญ่ แม้เหตุผลของเขาเป็นเพราะมองไม่เห็นวี่แววของกำไรในธุรกิจประเภทนี้ แต่อีกเหตุผลสำคัญที่เขาปฏิเสธก็คือ เพื่อหยุดยั้งไม่สาวน้อยไม่ให้เผชิญกับความล้มเหลวจากความคิดบ้าๆเช่นนี้
ในฐานะนักธุรกิจรุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์กว่า เขาเองก็หวังดีไม่อยากให้หลินจิงซูตัดสินใจผิดพลาดจนนำพาชีวิตไปสู่ความล้มเหลว
จากสถานการณ์ตรงหน้า เมื่อเห็นว่าหลินจิงซูยังเจรจากับหลิวหมิงไม่ลงตัวเสียที จู้หยานที่นั่งเงียบอยู่ข้างกันมานาน จึงถือโอกาสแสดงวิสัยทัศน์ของตนเองชี้แจ้งให้อีกฝ่ายได้ฟัง และสิ่งที่เขาพูดไปก็คือเนื้อหาสำคัญในเรื่องที่ว่า ธุรกิจนี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของตนเองเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่นอีกด้วย
ตราบใดที่ได้ชื่อว่าเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่นได้ รวมไปถึงเรื่องที่พัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำมณฑลด้วย หลิวหมิงก็จะสามารถยื่นขอเงินสนับสนุนจากภาครัฐในฐานะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้
หลิวหมิงถึงกับดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ อย่ามองจู้หยานและหลินจิงซูเป็นเพียงแค่นักศึกษาธรรมดาทั่วไป เพราะแท้ที่จริงแล้ว มันสมองของทั้งคู่นั้นก้าวล้ำคิดอ่านได้ไกลเสียยิ่งกว่านักธุรกิจอย่างเขาเสียอีก!
หลิวหมิงนั่งเท้าคางอยู่หน้าโต๊ะทำงานพร้อมครุ่นคิดอย่างหนัก สิ่งที่เขารู้สึกประทับใจที่สุดคงหนีไม่พ้นความกล้าเสี่ยงของหนุ่มสาวทั้งสอง ผนวกกับฝีมือและความสามารถที่ได้เคยพิสูจน์ให้เห็นมาแล้ว จึงทำให้เขายอมพยักหน้าตกลงด้วยในที่สุด
“ตกลง ผมจะอนุญาตให้พวกคุณใช้ที่ดินผืนนั้นได้โดยไม่คิดเงิน แต่ผมขอใช้เงื่อนไขเดียวที่เคยใช้กับโรงแรมครั้งนั้น ถ้าสวนสนุกที่ว่าไม่สามารถกระตุ้นยอดการจองห้องพักของโรงแรมได้ตามเวลาที่กำหนด สวนสนุกนี้จะถูกปิดตัวทันที ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ผมจะช่วยรับผิดชอบครึ่งหนึ่ง แต่ที่เหลือต้องเป็นหน้าที่ของพวกคุณทั้งสองคน ตกลงมั้ย?”
ได้ยินคำตอบของหลิวหมิง หลินจิงซูก็พยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เธอยืนหยัดให้คำสัตย์ต่อหน้าเขาเช่นกันว่า
“ไม่ต้องห่วงค่ะประธานหลิว! ฉันเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการสวนสนุกนี้จะไม่เพียงช่วยกระตุ้นยอดการจองห้องพักของโรงแรมเท่านั้น แต่ในอนาคต ฉันจะปั้นมันให้กลายเป็นแหล่งทำเงินหลักแห่งที่สองให้กับเครือโรงแรมหลี่เจี่ยของเราค่ะ!”
หลินจิงซูมั่นใจอย่างมากกับโครงการสวนสนุกในโรงแรมแห่งแรกของประเทศจีน!
เมื่อได้ไฟเขียวจากประธานใหญ่แล้ว ทั้งสองคนจึงได้เดินหน้าแผนการครั้งนี้ทันที
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







