LOGIN150 2-2
ตอนที่ 299 พ่อแม่จ้าวลี่เข้าข่มขู่
อาจารย์ที่ปรึกษานั่งก้มศรีษะกุมหน้าผากด้วยความสิ้นหวังอยู่หน้าสถานีตำรวจ ทันทีที่เห็นหลินจิงซูเดินออกมาจากห้องสอบสวน เขาก็รีบลุกขึ้นไปถามทันที
“ประธานนักศึกษา เรื่องจ้าวลี่ว่ายังไงเหรอ? ไม่ใช่ว่าจะไม่ยอมให้อภัยนะ?”
อาจารย์ที่ปรึกษาขมวดคิ้วด้วยความวิตกกังวล
“ไม่แน่นอนค่ะ”
หลินจิงซูหรี่ตามองจ้องหน้าอีกฝ่ายเล็กน้อย พร้อมเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที
“อาจารย์คะ นี่ตลอดที่ผ่านมา จ้าวลี่คงจะเป่าหูแล้วก็กุเรื่องเสียๆหายๆเกี่ยวกับหนูให้อาจารย์ฟังมาตลอดสินะคะ?”
ได้ฟังประโยคจี้ใจดำนี้เข้าไป อาจารย์ที่ปรึกษาถึงกับผงะ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับความผิดไปตามตรง
“จ้าวลี่เอาแต่มาหาอาจารย์ แล้วก็กุเรื่องใส่ร้ายเธอให้ฟังอยู่บ่อยๆ ที่ผ่านมา อาจารย์ก็ต้องขอโทษเธอจริงๆนะ ที่ไม่เคยเชื่อใจเธอบ้างเลย…”
หลินจิงซูนิ่งเงียบไม่ตอบ
“ตอนแรกอาจารย์ก็คิดว่าเธอ…”
อาจารย์ที่ปรึกษาหยุดคำเว้นช่องไฟกะทันหัน แล้วรีบเปลี่ยนคำพูดฉับพลัน
“สำหรับเรื่องการประชุมคณะกรรมการนักศึกษาเย็นวันนี้ อาจารย์จะอนุมัติให้เธอดำรงตำแหน่งประธานนักศึกษาต่อไป แล้วนับจากนี้ ไม่ว่าผลงานของเธอจะเป็นยังไง อาจารย์ก็รับปากว่าจะคอยสนับสนุน และให้คำแนะนำกับเธออย่างดีแน่นอน!”
ใช่ว่าหลินจิงซูจะไม่รู้ หากเธอไม่ได้ลงมือหลอกล่อให้จ้าวลี่เผยธาตุแท้ออกมาทันการณ์ เย็นวันนี้ อาจารย์ที่ปรึกษาย่อมต้องเสนอชื่อจ้าวลี่ให้ขึ้นเสียบตำแหน่งประธานนักศึกษาแทนเธออย่างไม่ต้องสงสัย เพราะหากพูดกันตามจริง อาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้ค่อนข้างหูเบาพอควร…
ภายหลังนิ่งเงียบไปกว่าหลายอึดใจ เธอก็ยิ้มและตอบกลับอย่างช้าๆว่า
“หลังจากนี้ต่อไป หนูจะพยายามทำหน้าที่ประธานนักศึกษาอย่างเต็มที่ค่ะ!”
ในเวลาต่อมา พ่อแม่ของจ้าวลี่ก็เดินทางมาถึงมหาวิทยาลัย เพื่อพบเจอหลินจิงซูอยู่หลายต่อหลายครั้ง และทุกครั้งที่เผชิญหน้ากัน ทั้งสองก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ และแทบจะกราบกรานขอให้หลินจิงซูยอมอภัยให้กับลูกสาวของตน แต่ไม่ว่าจะมาไม้ไหน พ่อแม่คู่นั้นก็มักต้องผิดหวังกลับไปเสมอ
“แกน่ะ! หัดมีความเป็นคนบ้างเถอะ! ทำกับลูกสาวของพวกเราขนาดนี้ อย่าหวังว่าจะรอดไปได้เลย! พรุ่งนี้พวกเราก็จะมาใหม่! จะตามจองล้างจองผลาญแกให้ถึงที่สุดเลยคอยดู!!”
วันนี้พ่อแม่ของจ้าวลี่สุดที่จะเหลือทนแล้วจริงๆ ภาพลักษณ์ความน่าสงสารเห็นใจที่เคยมีได้อันตรธานหายไปจนสิ้น กลายมาเป็นศัตรูที่เอาแต่ก่นด่าสาปแช่งหลินจิงซูแทน นิสัยช่างแสแสร้งเปลี่ยนสีเก่งแบบนี้ ดูท่าจ้าวลี่จะได้มาจากพ่อแม่ของเธอเต็มๆสินะ!
ทว่าหลินจิงซูก็หาใช่คนจำพวกชนชั้นกินเจที่ไหนกันเล่า? ทั้งคำขู่ฆ่าอาฆาตแค้นสารพัดชนิด หรือกระทั่งการกระทำที่เลวร้ายและดำมืดที่สุด หลินจิงซูล้วนแต่เคยประสบพบเจอมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะในชีวิตนี้หรือชีวิตก่อนหน้า
กับแค่คนแก่สองคน คิดเหรอว่าเธอจะหวาดกลัว?
“เก่งจริงก็มาได้เลย! หรือจะรุมก็ได้นะ!! ฉัน หลินจิงซูไม่เคยกลัวใครหน้าไหนอยู่แล้ว!!!”
หลินจิงซูถีบประตูเสียงดังปัง! ยืนกอดอกมองพ่อแม่คู่นั้นด้วยสายตาดูถูก มุมปากกระตุกยิ้มเยาะพร้อมกับพูดออกไปว่า
“ยังยืนเฉยอยู่ทำไมกันล่ะ? เมื่อครู่ยังปากเก่งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? เข้ามาสิวะ!!”
“แกนะแก…”
พ่อแม่ของจ้าวลี่ยืนนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อน ทั้งสองรู้สึกไม่พอใจกับพฤติกรรมต่ำทรามของหลินจิงซูเป็นอย่างมาก แต่ท้ายที่สุดก็ได้แต่กัดฟันด้วยเจ็บแค้นแล้วจากไป ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายทิ้งท้ายข่มขู่ว่า
“ฝากไว้ก่อนเถอะ!!”
พ่อแม่ของจ้าวลี่เดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัยไปพร้อมความโกรธเคือง
“แล้วนี่ฉันจะทำยังไงดี! ลูกรักที่น่าสงสารของแม่…ทำไมจะต้องมาติดคุกติดตารางแบบนี้ด้วยนะ? พวกเราสู้อุตส่าห์ประหยัดมัธยัสถ์กันมา เห็นลูกสอบติดมหาวิทยาลัยได้ก็ดีใจ พยายามส่งเงินให้ไม่ขาดมือ แต่นี่เพิ่งจะเปิดภาคเรียนเองไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึง…”
แม่ของจ้าวลี่ปิดหน้าร้องห่มร้องไห้ด้วยความขมขื่นใจ สุดท้ายก็ไม่ลืมที่จะก่นด่าสาปแช่งนังหลินจิงซูตัวดีด้วย!
“ทำไมนังเด็กแซ่หลินคนนั้นถึงได้ใจร้ายแบบนี้นะ! ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าทำแบบนี้ลูกสาวของเราถึงขั้นต้องติดคุกติดตาราง แต่มันก็ยังยืนกรานที่จะ…ดับอนาคตลูกสาวของเรา!!”
ผู้เป็นพ่อของจ้าวลี่ขมวดคิ้วสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน จ้าวลี่เป็นลูกสาวที่เชิดหน้าชูตาเพียงคนเดียวของพวกเขาอย่างแท้จริง หลังจากความพยายามนานนับปี ในที่สุดเธอก็สอบติดมหาวิทยาลัยได้ดั่งที่ใฝ่ฝัน และกำลังจะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่รอเธออยู่…
ครอบครัวของจ้าวลี่นั้นแท้จริงแล้วเป็นคนชนชั้นแรงงานธรรมดาทั่วไป ย่อมไม่มีเงินถุงเงินถังมาประกันตัวลูกสาวออกจากคุกอย่างแน่นอน เพราะเหตุนี้ จึงได้พยายามตามตื้อขอขมาหลินจิงซูอย่างไม่ละลดถึงเพียงนี้ เดิมที ทั้งคู่คิดว่าวิธีแก้ไขปัญหาไม่น่าใช่เรื่องยากอะไร เพราะคู่กรณีก็เป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้น ย่อมต้องใสซื่อบริสุทธิ์ไม่เคยผ่านโลกมาก่อน…
แต่ที่ไหนได้! นอกจากนังเด็กแซ่หลินจะใจแข็งแล้ว ยังไม่หวาดกลัวต่อคำข่มขู่ของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังทำตัวกร้านโลกราวกับพร้อมปะทะชนได้ทุกเมื่อด้วย!
ช่างหน้าด้านหน้าทนไร้ยางอายสิ้นดี!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล