Masuk150 1-2
ตอนที่ 298 ก็พวกเราเป็นเพื่อนรักกันนี่นา!
ตลอดช่วงบ่ายของวันเดียวกัน หลินจิงซูและอาจารย์ที่ปรึกษาเดินทางไปที่สถานีตำรวจเพื่อติดตามผลหลังจากนั้น
ภายในห้องสอบสวน ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดของเหล่าตำรวจ จ้าวลี่ยังคงเอาแต่ปฏิเสธไม่ยอมรับผิดในครั้งนี้ โดยอ้างว่าที่ทำไปแค่ต้องการหยอกล้อเพื่อนเล่นเท่านั้น
“คุณลุงตำรวจคะ หนูไม่ได้ต้องการจะขโมยของไปจริงๆนะคะ! ก็แค่หยอกล้อเพื่อนร่วมห้องให้ตกใจเล่นเฉยๆเท่านั้นเอง! เห็นมั้ยคะว่าหนูไม่ได้เอาของไปซ่อนที่ไหนไกลเลย! ถ้าหนูมีเจตนาจะขโมยไปจริงๆ ป่านนี้หนูคงเอาไปขายเป็นเงินแล้วไม่ดีกว่าเหรอคะ? ความจริงหนูตั้งใจจะซ่อนไว้สักวันสองวัน แล้วก็จะคืนให้ค่ะ! เชื่อคำพูดของหนูได้เลย!”
จ้าวลี่อธิบายทั้งน้ำตา ทำตัวเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาผู้น่าสงสาร
“ฟังนะ คิดว่าผมจะเชื่อที่พูดจริงๆเหรอครับ?”
นายตำรวจในเครื่องแบบที่รับผิดชอบเค้นให้คนร้ายยอมรับผิดนั้น ตอนนี้กำลังจ้องเขม็งใส่จ้าวลี่อย่างเย็นชาปราศจากเมตตา หนึ่งสิ่งที่ตำรวจอย่างพวกเขารังเกียจที่สุดก็คือ การที่คนร้ายทำราวกับพวกเขาเป็นคนโง่!
กระทั่งท้ายที่สุด ตำรวจถึงกับต้องเชิญตัวหลินจิงซูให้เข้าไปพูดคุยกับจ้าวลี่ภายในห้องสอบสวนตามลำพังคนเดียว
จ้าวลี่ทั้งตื่นเต้นและมีความหวังขึ้นทันทีที่ได้พบกับหลินจิงซูในครั้งนี้ หากไม่ติดเรื่องกุญแจมือที่ใส่อยู่ เธอคงจะโยนตัวเองโผเข้าสวมกอดหลินจิงซูอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแล้ว เธอพูดออกไปด้วยน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มว่า
“ประธาน! ฉันขอร้องล่ะนะ! เห็นแก่มิตรภาพความเป็นเพื่อนระหว่างเราด้วยเถอะนะ! ได้โปรดช่วยให้ฉันได้ออกไปจากที่นี่ที! ใช่..ใช่แล้ว…เธอรีบบอกคุณลุงตำรวจสิว่า พวกเราก็แค่หยอกล้อกันเล่นเท่านั้น! พวกเราแค่ล้อกันเล่นตามประสาเพื่อนเอง จริงมั้ยล่ะ?? จริงมั้ย??”
จ้าวลี่มั่นใจยิ่งกว่าอะไรดี ขอเพียงเธอทำตัวดีกับหลินจิงซูสักเล็กน้อย อีกฝ่ายจะต้องใจอ่อนและยอมให้อภัยกันอย่างแน่นอน! ที่ผ่านมาทั้งคู่ก็เคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ใจคอเธอจะเลือดเย็นไม่ช่วยเพื่อนได้อย่างไร!
เธอเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า หลินจิงซูไม่มีทางทนเห็นอดีตเพื่อนรักคนนี้ ต้องติดคุกติดตารางได้อย่างแน่นอน!
จริงมั้ยล่ะ?!
โทษฐานความผิดของเธอนั้นนับว่าค่อนข้างรุนแรง เพราะถึงขั้นที่ลักขโมยสิ่งของซึ่งมีค่ามูลค่าสูงนับหลายพันหยวน อีกทั้งยังเคยกระทำการมาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้ง และที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือ อายุของจ้าวลี่ได้เกินเกณฑ์การเป็นเยาวชนมาแล้วเช่นกัน พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ หากหลินจิงซูไม่ยอมความ ตัวเธอจะต้องได้รับโทษสถานหนักดั่งเช่นผู้ใหญ่ทั่วไป!
จากอยู่หอพักเกรงว่าคงต้องย้ายมาอยู่คุกแทน!
ปีทองของจ้าวลี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง และเธอก็ไม่อยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในคุกเน่าๆไร้อนาคตแบบนี้! อาศัยความผิดเพียงแค่สองกระทงนี้ มันก็มากพอที่จะดับอนาคตที่เหลือของเธอแล้ว!
ฉะนั้นแล้ว จ้าวลี่จะไม่มีวันปล่อยฟางเส้นสุดท้ายนี้ให้หลุดจากมืออย่างเด็ดขาด! ต่อให้ต้องเปลื้องผ้าต่อหน้าหลินจิงซูเธอก็ยินดีทำ! ชีวิตของเธอจะต้องไม่จบลงที่คุกโดยเด็ดขาด!
ในสภาพที่ถูกใส่กุญแจมือ จ้าวลี่ค่อยๆลุกขึ้นยืน ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นอย่างทุลักทุเล แล้วค่อยๆพนมมือโขกศรีษะลงแทบเท้าหลินจิงซู เพื่อทำการขอขมาอีกฝ่าย
หลินจิงซูช้อนสายตามองต่ำจับจ้องไปทางจ้าวลี่ ที่ตอนนี้ทำตัวประหนึ่งขอทานที่พร้อมจะเลียกระทั่งเท้าของเธอ แล้วก็เสียงร้องไห้คร่ำครวญนั่นอีก มันทำให้หลินจิงซูรู้สึกหนวกหูจนต้องยกมือขึ้นปิดป้องด้วยความรำคาญ
“ฮืออ..ฮือออ…จิงซูขอร้องล่ะนะ! ได้โปรดปล่อยฉันไปด้วยเถิด! ฉันกราบล่ะ!! ฮืออ…นับจากนี้ไป ฉันจะขอปรนนิบัติรับใช้เธอ จะเป็นดั่งม้าดั่งวัวให้กับเธอชั่วชีวิตเลย!! ฮือออ….”
จ้าวลี่ไม่เพียงคุกเข่าพนมมือไหว้เท่านั้น แต่ยังโขกศีรษะอัดกระแทกลงกับพื้นอย่างบ้าคลั่งจนเลือดไหลซิบอีกด้วย ทั้งหมดเพื่อหวังให้หลินจิงซูเมตตาอภัยให้แก่เธอ
“ได้โปรดเถอะนะ! ได้โปรด! ฮือ..ฮืออ..ฮือออๆๆ….”
หลินจิงซูไม่แม้แต่จะแยแสหรือเมตตาปราณีต่อหญิงสาวที่อยู่บนพื้นเลยสักนิด เธอกลับแสยะยิ้มที่ไม่ใช่ยิ้มออกมา พร้อมเปล่งเสียงเอ่ยถามเพียงสั้นๆว่า
“อยากรู้รึเปล่าล่ะ ทำไมฉันถึงรู้ว่าเธอซ่อนของพวกนั้นไว้ใต้บันไดหนีไฟข้างหน้าต่าง?”
“…ระ-รู้ได้ยังไงเหรอ?”
จ้าวลี่กลั้นน้ำตา แหงนหน้าขึ้นมอง
“ก็เพราะฉันได้ยินทุกอย่างที่เธอพูดตอนอยู่ในคณะละครสัตว์น่ะสิ”
ทั่วทั้งใบหน้าของหลินจิงซูยังคงฉาบด้วยรอยยิ้มที่แสนเป็นมิตร ทว่าสิ่งที่จ้าวลี่สัมผัสได้ กลับตรงข้ามกับสิ่งที่ตาเห็น…
“จงจำไว้ให้ดี… ถ้าเริ่มคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดเมื่อไหร่ล่ะก็ นั่นหมายความว่าตัวเธอเองนั่นล่ะที่กำลังเป็นรองอยู่! ยังอ่อนหัดไปนะสาวน้อย…”
แทบจะในทันใด ดวงตาของจ้าวลี่ก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง สายตาที่จดจ้องมองอีกฝ่าย ล้วนเปี่ยมไปด้วยความสั่นกลัว
“ทะ-ทำไม..ทำไมถึง…”
จบสิ้นแล้ว! หลินจิงซูได้ยินทุกอย่างที่เธอพูดไปในวันนั้นหมดแล้ว!
ทันใดนั้นเอง จ้าวลี่ก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ฉับพลัน เธอเร่งยกมือชี้นิ้วที่สั่นเทาใส่หน้าหลินจิงซูด้วยความโกรธแค้นสุดขั้วหัวใจ
“แก! หรือว่า..หรือว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นแผนของแก!! นี่แกจงใจวางสร้อยทองเส้นนั้นไว้บนโต๊ะ เพื่อล่อให้ฉันมาติดกับงั้นเหรอ?! แก…แก…ทำไมแกถึงเลือดเย็นได้ขนาดนี้!!?”
ขณะที่พูดออกไปนั้น สีหน้าท่าทางของจ้าวลี่ก็เริ่มเผยความดุร้ายคลุ้มคลั่งดุจสัตว์ป่าออกมา เธอพยายามพุ่งทะยานเข้าตะครุบจู่โจมใส่หลินจิงซูอย่างสุดชีวิต แต่ทว่าความยาวของโซ่ตรวจกลับไม่อำนวย มันกระชากร่างของจ้าวลี่กลับอย่างแรงจนกระเด็นล้ม ไม่นานนัก เธอก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกุมตัวออกไป และเตรียมย้ายออกไปขังเดี่ยวต่อไป
จ้าวลี่ถูกหิ้วปีกทั้งซ้ายทั้งขวา ตำรวจได้ออกแรงจับตัวเธอไว้แน่นโดยไม่มีการออมแรงแต่อย่างใด เธอถึงกับกรีดร้องดังลั่น เพราะทั้งรู้สึกเจ็บปวดกายและเจ็บแค้นใจอย่างที่สุด
หลินจิงซูเดินตรงเข้าไปใกล้ พร้อมกับเอื้อมมือออกไปช่วยทัดผมที่กระเซอะกระเซิงให้กับจ้าวลี่ด้วยอย่างรักใคร่ แล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอันเป็นมิตรว่า
“ล่อให้ติดกับงั้นเหรอ? อย่าพูดเหมือนกับว่าตัวเองเป็นเหยื่อสิ พูดจาให้ร้ายกันแบบนี้ ฉันเองก็เสียใจเป็นเหมือนกันนะจ๊ะ เอาล่ะ อยู่ในคุกก็ทำตัวให้ดีๆด้วยล่ะ อย่าไปเที่ยวขโมยของใครในนั้นอีก เข้าใจมั้ย? แล้วถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ ฉันก็จะแวะมาเยี่ยม! เพราะไม่ว่ายังไง พวกเรา…ก็เป็นเพื่อนรักกันนี่นา!”
สิ้นคำพูดประโยคนั้น หลินจิงซูก็เดินหมุนตัวออกจากห้องสอบสวนไป โดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามอง
เสียงตะโกนกรีดร้องอย่างไร้สติของจ้าวลี่ยังคงดังไล่หลังเธออย่างบ้าคลั่ง
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







