FAZER LOGIN160 2-2
ตอนที่ 319 พบเจอหลินชิงอี้โดยบังเอิญ
หลินจิงซูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบไปว่า
“เอารุ่นถูกที่สุดดีกว่าค่ะ ราคาประมาณ 7,000 หยวนปลายๆเท่านั้นเอง”
“ทีวีจอแก้วมีราคาถูกกว่าก็จริง แต่คุณภาพความคมชัดกลับไม่ดีเท่ารุ่นพลาสม่า นั่นเท่ากับว่า ประสบการณ์การรับชมที่ลูกค้าจะได้รับ ก็จะต้องถูกลดทอนลงไปด้วย รวมไปถึงอรรถรสของความสนุกในการดูด้วยเช่นกัน เดี๋ยวเราจะสาธิตให้ได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างทีวีทั้งสองรุ่น ทั้งภาพและเสียงเรียกได้ว่าห่างชั้นกันราวฟ้ากับดินเลยทีเดียว!”
ทางด้านเจ้าของร้านก็ช่างขายเก่งเสียเหลือเกิน ทำเอาเฉินเฉวียนเย่ถึงกับพยักหน้าคล้อยตามอย่างเต็มที่
หลินจิงซูเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า เหตุผลที่ราคาทั้งสองรุ่นแตกต่างกันมากขนาดนี้ ก็เพราะคุณภาพของภาพและเสียงที่ห่างชั้นกันราวกับมาจากคนละโลกนี่ล่ะ!
ความแตกต่างย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นหากปราศจากการเปรียบเทียบ แต่เมื่อเกิดการเปรียบเทียบขึ้น ความห่างชั้นจึงปรากฏให้เห็น!
ทีวีจอแก้วแทบจะเรียกได้ว่าแพ้หลุดลุ่ย เมื่อต้องประชันกับทีวี Sony พลาสม่าสุดไฉไล!
“นี่เถ้าแก่ ราคาทีวีพลาสม่ารุ่นนี้น่ะ…พอจะลดอีกหน่อยได้มั้ย?”
เฉินเฉวียนเย่ตั้งมั่นว่าจะเอาได้ให้!
หลินจิงซูได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับสะดุ้ง รีบกระตุกแขนเรียกสติเขาอย่างรวดเร็ว
“พ่อเฉินคะ! ไม่เห็นจะต้องซื้อทีวีราคาแพงขนาดนี้เลย มันจะเป็นการฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุเปล่าๆ! อีกอย่าง เครื่องราคา 7,000หยวนนั่นก็ดูได้เหมือนกัน…”
ทว่าคนอย่างเฉินเฉวียนเย่มีหรือจะฟังคำทักท้วง? เขายังคงยืนประจันหน้าต่อรองราคากับเจ้าของร้านอย่างไม่มีลดละ
ระหว่างเจรจาต่อรองราคากันอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุด ต่างฝ่ายต่างก็พึงพอใจที่ 27,000 หยวน
เฉินเฉวียนเย่ไม่รอช้า รีบควักเงินจ่ายเพื่อซื้อในทันที
“ทั้งภาพทั้งเสียงของเจ้าเครื่องนี้ เหนือชั้นกว่าเจ้าเศษกระป๋องนั่นอย่างเห็นได้ชัด! เชื่อเถอะว่า ถ้าได้ทีวีเครื่องนี้ไป แม่ของเธอจะไม่รู้สึกเบื่ออีกอย่างแน่นอน!”
เฉินเฉวียนเย่เดินแบกทีวีรุ่นพลาสม่าใหม่เอี่ยมกลับบ้านไปด้วยความสุขใจ ขณะเดินอุ้มไปก็ยังสาธยายถึงความดีงามของมันให้หลินจิงซูฟังไม่หยุดปากด้วย
ปรากฏว่า ที่เฉินเฉวียนเย่ทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อความสุขของแม่เธอ หลังจากได้ฟังเหตุผลเหล่านั้น หลินจิงซูจึงค่อยรู้สึกว่าคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายไปหน่อย เพราะจะมีสักกี่ครั้งในชีวิต ที่เราจะสามารถซื้ออะไรดีๆมอบให้แก่คนที่เรารักได้? มัวแต่ประหยัดอดออมจนตายจากกันไป ถึงตอนนั้น มานึกเสียใจทีหลังก็สายเกินไปแล้ว…
ต่อให้คุณสามารถซื้อโลกทั้งใบมาให้ได้ แต่ทว่าคนๆนั้นที่คุณรัก ก็มิอาจหวนคืน…
ฉะนั้น กับเพียงแค่ทีวีเครื่องละ27,000หยวน ทำไมหลินจิงซูจะซื้อให้แม่ไม่ได้เล่า?
ทั้งสองเดินมาถึงที่รถสามล้อมอเตอร์ซึ่งจอดอยู่หน้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ระหว่างที่เฉินเฉวียนเย่กำลังจัดวางทีวีไว้ที่ท้ายหลังอย่างเบามือ ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจ้องมองมาทางหลินจิงซู
ชายคนนั้นก็คือหลินชิงอี้
พวกเขาทั้งคู่ยืนจ้องหน้าอยู่อย่างนั้น ต่างฝ่ายต่างไม่มีท่าทีว่าจะขยับเคลื่อนไหวใดๆเลย
หลินจิงซูที่รอนานจนผิดสังเกต จึงเหลียวหลังกลับไปดู อึดใจเดียวกันนั้น ก็ได้เผชิญพบกันหลินชิงอี้ที่ไม่ได้พบเจอหน้ากันมาพักใหญ่แล้ว แต่มันเป็นเวลานานถึงเพียงนั้นเชียวเหรอ? ทำไมหลินชิงอี้ในตอนนี้ถึงได้ดูแก่ขึ้นเป็นสิบปีแบบนี้? ผมหงอกไล่ลามจนเกือบทั่วทั้งหัว ใบหน้าปรากฏริ้วรอยเหี่ยวย่นอย่างชัดเจน
ทั้งสีหน้าและลักษณะท่าทางโดยรวม ดูราวกับชายที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและความหวังอีกต่อไป สภาพของดูทรุดโทรมไม่ต่างจากคนไร้บ้านเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน หลินชิงอี้ที่มองมายังหลินจิงซู เขาสังเกตเห็นว่าในตอนนี้ สาวน้อยได้สวมเสื้อคลุมหนังสัตว์ทันสมัยอย่างคนเมือง ผมเผ้าถูกหวีไว้อย่างเรียบร้อยสวยงาม รังสีที่แผ่ซ่านออกมาดูประดุจคุณหนูจากตระกูลร่ำรวยก็ไม่ปาน
“จิงซูลูกพ่อ…”
หลินชิงอี้เป็นฝ่ายปริปากเรียกก่อน
สายตาที่หลินจิงซูจ้องมองอีกฝ่ายนั้น ล้วนเต็มไปด้วยความเหยียดหยามดูแคลน ปราศจากความเมตตาหรือเห็นใจใดๆแม้แต่น้อย ได้ยินหลินชิงอี้ใช้คำพูดเช่นนั้นเรียกขานกัน เธอก็เกือบหลุดหัวเราะออกมา และอดที่จะพูดจาถากถางกลับไปไม่ได้
“อ้าว? นี่พ่อยังจำหนูได้อีกเหรอ? นึกว่าจะเห็นหนูเป็นคนแปลกหน้าไปแล้วซะอีก!”
เมื่อเฉินเฉวียนเย่ได้ยินหลินจิงซูเรียกขานอีกฝ่ายว่า ‘พ่อ’ สีหน้าของเขาก็ผันเปลี่ยนไปในทันที
“จิงซูลูกพ่อ…พูดอะไรแบบนั้นล่ะ?”
เผชิญกับคำเสียดสีถากถางของหลินจิงซูเข้า หลินชิงอี้ได้แต่ต้องพยายามอย่างที่สุด เพื่อระงับเก็บอารมณ์ความรู้สึกอัปยศขมขื่นต่างๆไว้ภายในใจ
มีอยู่วันหนึ่งที่เขาได้กลับไปยังชนบทในผิงเฉิง และบังเอิญได้พบกับจางหลานเข้า ทันทีที่พบหน้ากัน เธอก็เอาแต่พูดจาโอ้อวดให้เขาฟังอย่างภูมิอกภูมิใจว่า
“นี่รู้บ้างรึเปล่า? ลูกสาวกับอดีตภรรยาของเธอตอนนี้ร่ำรวยขนาดไหนแล้ว? ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน ทั้งสองคนก็สามารถขยายกิจการไปทั่วทั้งตัวเมืองหลักได้มากถึงห้าสาขาแล้ว!”
หลินชิงอี้ยอมรับว่า ในเวลานั้น เขาทั้งตื่นตระหนกและประหลาดใจสุดขีดประหนึ่งว่าฟ้าถล่ม คาดไม่ถึงแม้แต่น้อยว่า สองแม่ลูกจะสามารถมีชีวิตที่ดีเลิศโดยไม่มีเขาได้ถึงเพียงนี้จริงๆ!
ส่วนตัวเขาตอนนี้น่ะเหรอ? เหตุเพราะรับสินบนในที่ทำงาน และมีหนอนบ่อนไส้บางคนที่จ้องจะหักหลังกันตั้งแต่แรก เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา เขาจึงถูกไล่ออกทันที!
หลินชิงอี้รู้สึกอับอายเกินกว่าจะแบกหน้ากลับไปพบหน้าแม่ที่บ้านนอกอีก เพราะเหตุนี้ เขาจึงต้องย้ายมาอยู่ในตัวเมืองหลัก และรับจ้างทำงานพิเศษหาเลี้ยงชีวิตไปวันๆ
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







