FAZER LOGIN173 2-2
ตอนที่ 345 เปิดคาเฟ่
เห็นทีท่าตื่นตูมอยู่ไม่เป็นสุขของติงเสวี่ยเหม่ย หลินจิงซูได้แต่ยิ้มพร้อมกับอธิบายให้คลายกังวล
“แม่อย่ากังวลใจไปเลยค่ะ หนูไม่ใช่สาวน้อยใสซื่อไร้เดียงสาอย่างที่แม่คิดซะหน่อย ประธานหลิวแค่อยากให้หนูไปรับตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัวขนมหวานในโรงแรมของเขาก็เท่านั้นเอง แต่หนูตอบไปแล้วว่าไม่สะดวก แต่จะขายสูตรและสอนวิธีทำให้ก็เท่านั้น”
เฉินเฉวียนเย่ที่ได้ฟังถึงกับขมวดคิ้วแน่น
“เจ้าเด็กคนนี้ นับวันยิ่งทำตัวแปลกมากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ รู้ตัวบ้างรึเปล่า? ตอนนั้นที่ชวนฉันให้ลงทุนในธุรกิจชานมไข่มุก ฉันก็ยังพอจะเชื่อบ้าง แต่นี่มันอะไรกัน? ขนมหวานงั้นเหรอ? เธอไปร่ำเรียนอะไรแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอสาวน้อย?”
ได้ยินคำถามประโยคนี้เข้าไป ติงเสวี่ยเหม่ยเองก็ถึงกับสะดุดใจเช่นกัน
“นั่นสิซูซู ครอบครัวเราไม่ยักจะเคยมีเตาอบสักเครื่องในบ้าน แล้วนี่ลูกสามารถเขียนสูตรการทำขนมพร้อมวิธีทำอย่างละเอียดแบบนี้ได้ยังไง? ระบุได้กระทั่งอุณหภูมิที่ต้องใช้อบในแต่ละอย่าง?”
เผชิญพบกับคำถามสารพัดจากคนทั้งคู่ เป็นอีกครั้งที่หลินจิงซูเริ่มแสดงอาการประหม่าออกมาให้เห็น
“ก็หนู…หนูเคยอ่านมาจากตำราทำขนมหวานของต่างประเทศน่ะค่ะแม่! หนูเองก็เคยหมายมั่นตั้งใจว่า อยากจะลองทำดูสักครั้ง แล้วพอมีโอกาสได้ลองจริงๆ หนูเองก็ไม่คิดว่ามันจะสำเร็จถึงขั้นนี้ ถึงขนาดที่ประธานใหญ่โรงแรมจะมองเห็นแววจนเอ่ยปากชักชวนให้ไปทำงานด้วยแบบนี้”
เฉินเฉวียนเย่และติงเสวี่ยเหม่ยหันขวับไปมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างแสดงร่องรอยงุนงงสับสนผ่านใบหน้าอย่างชัดเจน คล้ายว่ายากจะทำใจให้เชื่อได้
“แล้วเจ้าของโรงแรมคนนั้นให้เงินเธอเท่าไหร่ล่ะสาวน้อย?”
ได้ฟังคำถามนี้ หลินจิงซูจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“ถึงจะบอกว่าขายสูตรกับวิธีการทำ แต่สิ่งที่หนูต้องการแน่นอนว่าไม่ใช่เงินทอง ขอเพียงฝ่ายนั้นยอมยกพื้นที่ด้านหน้าโรงแรมส่วนหนึ่งให้ หนูเองก็เต็มใจสละเวลาไปสอนให้เช่นกัน”
“ซูซู ทำไมถึงเลือกแบบนั้นล่ะ? เอาเงินมาก่อนไม่ดีกว่าเหรอ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยยังคงกังวลใจไม่หาย เฉินเฉวียนเย่ตบไหล่ปลอบประโลม แล้วจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูโล่งใจมากกว่าเดิม
“จิงซูน่าจะมีแผนการตระเตรียมไว้ภายในใจแล้วล่ะ ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองของเธอ แทนที่จะมานั่งบั่นทอนกำลังใจกัน ควรช่วยส่งเสริมไม่ดีกว่าเหรอ?”
สิ้นคำพูดประโยคนี้ เฉินเฉวียนเย่ก็แอบยกแขนขึ้นโอบเอวติงเสวี่ยเหม่ยแบบเนียนๆ
แอบเห็นคนตีเนียนฉวยโอกาส หลินจิงซูถึงกับหันขวับจ้องมองไปที่มือข้างนั้นของเฉินเฉวียนเย่ พร้อมส่งสายตาจับผิด
“รู้แล้ว รู้แล้ว่ารักกัน ทั้งสองคนน่ะช่วยเลิกหวานสักวินาทีเถอะค่ะ! เมตตาคนโสดอย่างหนูบ้าง! ดูท่าวันข้างหน้าทะเลาะกันขึ้นมา หนูคงได้กินอาหารหมาแน่นอน!”
ติงเสวี่ยเหม่ยจ้องมองท่าทียักไหล่ของหลินจิงซู และอดที่จะขมวดคิ้วถามเสียงดุไม่ได้
“พูดจาอะไรแบบนั้นล่ะซูซู! ทำไมแม่จะต้องปล่อยให้ลูกกินอาหารหมาด้วย?”
ดูท่าศัพท์วัยรุ่นที่แปลกใหม่เกินไป ผู้คนในยุคนี้คงจะไม่เข้าใจจริงๆ
“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะแม่ คือหนูแค่อยากจะบอกว่า ทั้งสองคนดูรักใคร่กันมากจริงๆ”
ได้ฟังประโยคท้ายหลังจากปากของหลินจิงซู ทั้งติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ต่างก็เขินจนตัวบิดเลยทีเดียว
อายุของสองคนนี้รวมกันก็เกือบครึ่งร้อยแล้ว แต่ยังหน้าแดงทำตัวสะดีดสะดิ้งตีแขนกันไปมาราวกับคู่รักวัยรุ่นไปได้
เห็นเช่นนั้น หลินจิงซูก็ได้แต่ถอนหายใจ ปรากฏว่าความรักของชายหญิงในวัยกลางคนยังคงสวยงามและสดใสเสมอสินะ
“สาวน้อย ล้อแม่ของเธออยู่ได้!”
เห็นโลกใบกลมเต็มไปด้วยสีชมพูของทั้งคู่ก่อกำเนิด หลินจิงซูเองก็ไม่คิดเป็นก้างขวางคอเช่นกัน เธอจึงรีบขอตัวไปนอนทันที
ถึงแม้ในตอนนี้จะยังไม่แน่ใจว่า หลิวหมิงจะยอมรับข้อเสนอของเธอหรือไม่ แต่หนึ่งสิ่งที่เธอมั่นใจอย่างยิ่งก็คือ ตัวเธอในเวลานี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะเปิดร้านขายขนมหวานตะวันตกเพื่อหาเงินแล้ว!
สุดท้ายนี้ หลินจิงซูตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า จะนำเงิน 8,000 หยวนในมือไปซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำขนมเค้กก่อน เธอต้องการจะทดลองทำขายควบคู่ไปกับร้านชานมไข่มุกเพื่อลองตลาดสักระยะก่อน
ส่วนเรื่องค่าตกแต่งร้านใหม่นั้น หลังจากคำนวณการทุกอย่างแล้ว ปรากฏว่างบในส่วนนี้ไม่น่าบานปลายอย่างที่คิดไว้
โครงสร้างธุรกิจที่ขายทั้งเครื่องดื่มและขนมหวานคู่เคียงกันเช่นนี้ กำลังเป็นกระแสนิยมอย่างมากในชาติก่อนหน้าของเธอ ทุกคนต่างเรียกร้านค้าประเภทนี้ว่า ‘คาเฟ่’
และหลินจิงซูเองก็ค่อนข้างมั่นใจ ‘คาเฟ่’ จะต้องกลายมาเป็นที่นิยมเป็นพลุแตกในยุคสมัยนี้เช่นกัน!
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากพื้นที่หน้าโรงแรมแล้ว ยังจะมีสถานที่ไหนเหมาะสมไปกว่านั้นอีกนะ?
“โอ้? ประธาน มาทำอะไรแถวนี้เหรอ?”
หลินจิงซูที่กำลังเดินไร้จุดหมายอยู่บนถนนท่ามกลางผู้คน อึดใจเดียวกันก็ได้ยินเสียงร้องทักทายดังขึ้น เธอจึงเงยหน้ามองและพบว่าเป็นหวู่ฮ่าวชิงนั่นเอง
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







