FAZER LOGIN173 1-2
ตอนที่ 344 เข้าโรมแรมไปหาผู้ชาย?!
สำหรับเรื่องวาทศิลป์คำพูดคำจาที่หลินจิงซูแสดงออกมานั้น หลิวหมิงรู้สึกชื่นชมอย่างออกหน้าออกตา
และทันทีที่หลินจิงซูขอตัวลากลับไป เลขาสาวข้างกายเขาก็รีบก้าวฉับเดินออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยอย่างรวดเร็ว
“ท่านประธานคะ บริเวณโถงล็อบบี้นับว่าเป็นหน้าตาของโรงแรมเรา! จะปล่อยให้เด็กผู้หญิงคนนั้นมาทำอะไรตามใจชอบได้ยังไงกันคะ? เจ้าของธุรกิจเล็กๆแบบนั้น ไม่มีค่าพอให้เราต้องแยแสใส่ใจด้วยซ้ำ!”
ได้ยินเช่นนั้น หลิวหมิงกลับรู้สึกไม่เห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของเลขาสาวอย่างมาก จริงอยู่ที่ร้านชานมไข่มุกเป็นเพียงธุรกิจเล็กๆในฝูงปลาใหญ่ แต่สาวน้อยที่ชื่อหลินจิงซูนั่น กลับสามารถปั้นธุรกิจเล็กๆที่ว่าให้ทะยานสู่ความสำเร็จได้ และยิ่งตอกย้ำความสำเร็จไปอีกขั้นด้วยการขยายสาขาถึงห้าแห่งได้ภายในระยะเวลาอันสั้น!
เท่านี้ก็นับเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีแล้วว่า ฝีไม้ลายมือทางด้านธุรกิจของเธอนั้นสูงส่งเพียงใด!
และที่่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เพียงแค่เธอย่างเท้าเข้ามาที่นี่ครั้งแรก เธอกลับมั่นใจอย่างยิ่งว่า จะสามารถพลิกโฉมยกระดับพื้นที่จัดเลี้ยงของทางโรงแรมให้สูงขึ้นไปอีกขั้นได้! จากนี้ไปไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น หลิวหมิงก็ได้ปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้วว่า เขาจะไม่ยอมปล่อยสาวน้อยที่มากพรสวรรค์คนนี้ให้หลุดมือไปได้อย่างเด็ดขาด!
หลินจิงซูกลับไปถึงบ้าน ก็เริ่มจับปากกาพร้อมกระดาษขึ้นมาเขียนสูตรทำเค้กชิฟฟ่อน และขนมตะวันตกอื่นๆอีกหลากหลายชนิดพร้อมวิธีการทำอย่างละเอียดทันที
ดั่งสุภาษิตที่ว่า ความรู้เปลี่ยนโชคชะตา เวลานี้ เธอจำต้องพึ่งพาทักษะความโดดเด่นในด้านนี้เพื่อยกระดับตัวเอง เพราะนี่คือบันไดขั้นแรกสู่การเป็นผู้ประกอบการที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต
เมื่อติงเสวี่ยเหม่ยกลับถึงบ้าน เธอก็กวาดสายตามองมองแผ่นกระดาษหลายสิบใบที่วางกระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งสี่มุมห้อง เธอสุ่มหยิบหนึ่งใบขึ้นมาอ่านด้วยสีหน้างุนงงและใคร่รู้
“ซูซู นี่ลูกกำลังเขียนอะไรอยู่เหรอจ๊ะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยกวาดสายตาอ่านเนื้อหาแล้ว พลันขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
เดิมทีเธอคิดไปว่า หลินจิงซูน่าจะกำลังทำการบ้าน หรือไม่ก็พัฒนาสูตรชานมไข่มุกชนิดใหม่อยู่
แต่ที่ไหนได้ ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในกระดาษ ล้วนแต่เป็นสูตรการอบขนมเค้กทั้งสิ้น แม้เธอจะไม่เคยเห็นสูตรหรือวิธีการทำขนมแบบนี้มาก่อน แต่ด้วยสัญชาตญาณของแม่ครัวที่มากประสบการณ์นานนับสิบปี ย่อมสามารถตอบได้ทันทีว่า ทั้งหมดคือขั้นตอนการทำขนมเค้กที่แสนอร่อยไม่ผิดแน่
ติงเสวี่ยเหม่ยย่อมรู้ดีว่า ในวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์นั้น ลูกสาวของเธอที่นอกจากจะต้องเรียนแล้ว ยังต้องดูแลร้านทั้งห้าสาขาด้วยนั้น จะต้องเหน็ดเหนื่อยเพียงใด
เหตุนี้เองเมื่อถึงวันหยุดพักผ่อน ติงเสวี่ยเหม่ยจึงไม่ต้องการรบกวนลูกสาวของเธอเท่าไหร่นัก
ทางด้านหลินจิงซูเองก็ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคนเป็นแม่ด้วยซ้ำ เธอเอ่ยตอบทั้งที่ยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนกระดาษตรงหน้า
“แม่คะ ไม่ต้องเป็นห่วงไปค่ะ นี่เป็นแผ่นกระดาษแห่งโชคชะตาของหนูเองค่ะ”
ได้ยินลูกสาวตัวน้อยพูดจาติดตลก ติงเสวี่ยเหม่ยก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“อย่าโหมงานหนักเกินตัวนะลูก ธุรกิจชานมไข่มุกตอนนี้ก็กำลังไปได้สวย ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันก็ดีมากแล้ว”
นี่ล่ะคือกรอบความคิดของคนเฒ่าคนแก่ในยุคก่อนๆ ที่หวังเพียงชามข้าวเหล็กมั่นคงซึ่งสามารถเกาะกินไปจนกระทั่งวันตาย
แต่หลินจิงซูผู้มีหัวคิดอย่างคนรุ่นใหม่ ย่อมไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
มีคำกล่าวว่า ให้สร้างเขื่อนกั้นก่อนน้ำมา หากคนเราไม่รู้จักพัฒนาตัวเองขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่ง ตัวเราเองก็จะถูกคลื่นแห่งกาลเวลากลืนหายไปจากโลกใบนี้โดยธรรมชาติ
ตราบใดที่หลินจิงซูสามารถก้าวขึ้นไปเป็นเจ้าอุตสาหกรรมในโลกธุรกิจได้ เมื่อถึงวันนั้น จึงค่อยเป็นเวลาพักผ่อนของเธอ
หลินจิงซูจดบันทึกสูตรและส่วนผสมนานาชนิดต่อไป ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มมีความสุขอย่างมาก อาจเป็นเพราะนี่คือครั้งแรกที่เธอได้ร่วมงานกับนักธุรกิจใหญ่อย่างหลิวหมิงก็เป็นได้
หากเธอสามารถช่วงชิงพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงแรมมาได้ สิ่งนี้ก็จะกลายมาเป็นจุดแข็งที่สุดของธุรกิจชานมไข่มุกของเธอ ขายสินค้าให้เหล่าคนร่ำรวยที่มาใช้บริการในโรงแรม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เงินทองจะไหลมาเทมาขนาดไหน!
เป็นเวลาเดียวกันกับที่เฉินเฉวียนเย่กลับถึงบ้านเช่นกัน ทันทีที่เห็นหลินจิงซูอยู่ด้วยกันตรงนี้พอดิบพอดี เขาจึงเร่งเดินขึ้นหน้าพร้อมกับร้องถามอย่างเป็นกังวล
“สาวน้อย ฉันไปถามพนักงานในร้านมาหมดแล้วนะ วันนี้เธอเข้าโรมแรมไปหาผู้ชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าของโรงแรมหลี่เจี่ยใช่มั้ย? เธออย่าถูกมันหลอกเด็ดขาดเชียวนะ!”
เรื่องที่เฉินเฉวียนเย่กังวลเกี่ยวกับสาวน้อยในวัยสาวสะพรั่งคนนี้มากที่สุดก็คือ การเข้าสังคมในอนาคต เพราะด้วยหน้าตาที่สะสวยมีเสน่ห์เฉพาะตัวของเธอ อาจตกเป็นเป้าของพวกนักต้มตุ๋นชั่วช้าได้ เขาเองก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน มีหรือจะมองไม่ออกว่าคนพวกนั้นกำลังคิดหรือหวังอะไรในตัวผู้หญิง?
“เข้าโรงแรมอะไร? ซูซู นี่ลูกไปสถานที่แบบนั้นได้ยังไงกัน? แล้วผู้ชายที่ว่านั่นเป็นใครกัน?”
“แฟนของลูกเหรอ? นี่ลูกมีแฟนแล้วเหรอ??”
ติงเสวี่ยเหม่ยร้อนรุ่มใจวิตกจริตขึ้นทันใด ข่าวเรื่องลูกสาวที่รักของเธอแอบเข้าโรงแรมกับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้ จะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตได้ยังไง?
หลินจิงซูรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธทันควัน เพื่อยับยั้งไม่ให้ติงเสวี่ยเหม่ยคิดเตลิดไปไกลมากกว่านี้
“เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยว อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปค่ะ อย่างแรกเลย ผู้ชายคนนั้นเป็นเจ้าของโรงแรมหลี่เจี่ยจริงๆ แล้วหนูก็ไม่ได้เข้าโรมแรมไปหาเขาเพราะเรื่องอย่างว่าด้วย แต่หนูเข้าไปเจรจาหารือเรื่องการร่วมมือทางธุรกิจต่างหากล่ะ”
การร่วมมือทางธุรกิจ?
นี่หมายความว่ายังไง?
เจ้าของโรมแรมระดับยักษ์ใหญ่แบบนั้น อยากจะร่วมมือทางธุรกิจกับเด็กสาวตัวเล็กๆอย่างลูกสาวของเธอนี่นะ?
มันจะเป็นไปได้ยังไง?
ยิ่งไปกว่านั้น ระดับชั้นธุรกิจระหว่างร้านชานมไข่มุกกับโรงแรมห้าดาว มันแตกต่างกันลิบลับราวฟ้ากับเหว และด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้เอง จึงไม่แปลกที่ติงเสวี่ยเหม่ยจะรู้สึกตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ยินว่า ตนกำลังถูกลูกสาวหลอก
“ซูซู ลูกน่ะไร้เดียงสาเกินไป! สังคมสมัยนี้มีคนไม่ดีอยู่ถมเถ ยิ่งเป็นสาวๆสวยๆอย่างลูกด้วยแล้ว ยิ่งตกเป็นเป้าสายตาของคนชั่วพวกนี้!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







