FAZER LOGIN181 1-2
ตอนที่ 360 อีกหนึ่งแง่มุมของชนชั้นพนักงาน
หลังจากพูดจบ จวิ๋นเฉียนก็วิ่งป่าราบเป็นหนูหนีแมวเช่นกัน ระหว่างทางได้วิ่งสะดุดขาตัวเองจนล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายรอบ เรียกว่าพ่ายแพ้อย่างหมดสภาพเลยทีเดีว
ทุกคนเฝ้ามองแผ่นหลังของจวิ๋นเฉียนที่วิ่งหนีตายออกไปจนลับสายตา และนั่นทำให้พวกเขาอดที่จะหัวเราะเย้ยหยันออกมาไม่ได้
“เหมือนที่โบราณว่าไว้จริงๆ ชั้นนอกห่อทองชั้นในห่อขี้ชัดๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่า จิตใจของชั่วช้าได้ขนาดนี้!”
“ต่อให้จะโกรธจะเกลียดกันยังไง พวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกันแท้ๆ อีกอย่าง พวกเราก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวกับเธอมาก่อนด้วย แต่กลับเล่นงานลับหลังพวกเราแบบนี้ นี่มันน่าขยะแขยงจริงๆ!”
“เอาล่ะ เอาล่ะ ตัวทำลายบรรยากาศก็หายหัวไปแล้ว ส่วนพวกเราก็นับว่าโชคดีที่ไม่ถูกจับโยนเข้ากรงขัง สนใจเรื่องตรงหน้านี้ก่อนดีกว่า แล้วนี่จะทำยังไงต่อดีล่ะ?”
หลินจิงซูพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบห้องจัดเลี้ยง ที่เวลานี้เหลือเพียงความว่างเปล่า ไม่มีแขกหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่คนเดียว เธอมุ่นคิ้วขมวดเป็นปมราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
หวู่ฮ่าวชิงตบเท้าก้าวขึ้นหน้าอย่างว่องไว เอ่ยถามแสดงความเป็นห่วงกังวล
“ประธาน จะทำยังไงต่อกันดีล่ะ? แขกก็พากันหนีไปหมดแล้ว”
ในเมื่อสถานการณ์ดำเนินมาถึงจุดนี้ หลินจิงซูทำได้เพียงแค่ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ พร้อมเอ่ยตอบคล้ายไม่แยแสใส่ใจ
“ช่างมันเถอะ คำนวณจากยอดสมัครสมาชิกที่ได้ในวันนี้ ก็ถือว่าคุ้มทุนที่จ่ายไปพอดี”
ทุกคนต่างยืนอึ้งกับคำตอบที่ได้ฟังจากปากหลินจิงซู ถึงแม้จะได้ค่าสมัครสมาชิกก็ตามทีเถิด แต่เห็นได้ชัดว่า จากนี้ต่อไปคงไม่มีใครกล้าเหยียบเข้ามาที่นี่อีกแล้ว
แม้ตอนนี้จะได้เงิน แต่ต่อไปกลับไม่มีใครกล้ามาใช้บริการอีก นี่ไม่เท่ากับขาดทุนระยะยาวหรอกเหรอ?
เพื่อนๆรอบตัวต่างไม่อาจคาดเดาได้จริงๆว่า หลินจิงซูกำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงขั้นพูดจาไม่รู้เรื่อง หรือว่าเธอนั้นโง่จริงๆกันแน่
“ไม่ได้สิประธาน แล้วถ้าไม่มีแขกกล้ามาที่นี่อีก นี่ไม่เท่ากับว่าร้านต้องขาดทุนครั้งใหญ่หรอกเหรอ?”
“นั่นสิประธาน เพราะต่อให้วันหน้ามีคนกล้ามาใช้บริการจริงๆ อย่างมากพวกเขาก็แค่ถือบัตรสมาชิกเข้ามาเอาเครื่องดื่มไปฟรีๆแล้วก็จากไป นี่จะไม่ใช่แค่ประธานต้องเสียเงินทุนในวันนี้ไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างเดียว แต่ยังต้องจ่ายค่าเครื่องดื่มให้สมาชิกฟรีทุกครั้งในอนาคตด้วย!”
“ทั้งหมดเป็นความผิดของจวิ๋นเฉียน เราควรลากเธอออกมารับผิดชอบในเรื่องนี้! อย่างน้อยที่สุดก็ควรให้เธอจ่ายเงินที่ประธานลงทุนไปทั้งหมดคืนมา!”
ได้ฟังความคิดเห็นที่ใส่ซื่อบริสุทธิ์ของเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน หลินจิงซูแทบอยากจะหัวเราะออกมา
“ทุกคนใจเย็นก่อนนะ ธุรกิจมันไม่ใช่เรื่องตายตัวเหมือนสูตรคณิตศาสตร์ในตำราเรียน ของแบบนี้ไม่ใช่จะวัดกันด้วยเหตุและผลเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องอารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเจือผสมอยู่ด้วย ที่สำคัญที่สุด ธรรมชาติของมนุษย์เราน่ะเป็นพวกลืมง่าย ถึงตอนนี้ยังไม่กล้ามา แต่อีกไม่กี่วันเดี๋ยวก็ต้องรู้สึกเสียดายค่าสมาชิก แล้วก็กลับมากันเองนั่นล่ะ ส่วนเรื่องจะเอาแต่ของฟรียิ่งไม่จำเป็นต้องกลัว เปิดเพลงเพราะๆสร้างบรรยากาศให้ชวนฝันซะหน่อย ขี้คร้านจะพากันเคลิบเคลิ้มตาม!”
แม้หลินจิงซูจะให้คำตอบได้ฉะฉานชัดเจน แต่บรรดาเพื่อนๆต่างก็ยังคงปั้นสีหน้าไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดเธอจึงได้มั่นอกมั่นใจถึงเพียงนั้น?
ทางด้านหลิวหมิงที่ในเวลานี้เพิ่งปรากฏตัว หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว เขาก็เดินเข้ามาพร้อมกับเสียงปรบมือด้วยความชื่นชม
“คุณจิงซู ไม่คิดเลยว่าผลงานของคุณในคืนนี้ จะทำได้เหนือความคาดหมายของผมไปมาก!”
เห็นทุกอย่างพังลงอย่างไม่เป็นท่า แต่ประธานใหญ่กลับยังยิ้มแย้มและปรบมือให้ หลินจิงซูได้แต่ส่งยิ้มเศร้าสร้อยกลับไป
“ถ้าไม่ใช่เพราะตำรวจพวกนั้น หนูคงทำยอดรวมทั้งไตรมาสได้เกินสองเท่าภายในค่ำคืนเดียวแล้วล่ะ”
คำพูดคำจาที่หลุดออกจากปากหลินจิงซูนั้น ฟังดูไม่ต่างอะไรจากคนขี้โม้โอ้อวด แม้แต่เลขาสาวฟ่านชิง พ่อครัว และพนักงานคนอื่นๆ ต่างพากันเบะปากคว่ำส่งสายตาค้อนใส่ แต่ทว่าหลิวหมิงกลับเป็นคนเดียวที่พยักหน้าเห็นพ้องตรงกัน
“คุณจิงซูพูดได้ถูกต้อง แต่ก็อย่าลืมว่าพวกเราทำธุรกิจระยะยาว มีวันนี้ย่อมต้องมีวันพรุ่งนี้ เริ่มต้นใหม่ก็ยังไม่สาย”
คำกล่าวที่ว่าตกปลาใหญ่ต้องใจเย็นนั้น ใช่ว่าคนอย่างหลิวหมิงจะไม่รู้ หลังเกิดเหตุการณ์โกลาหลครั้งนี้ เขาไม่เพียงแต่เห็นแววความสามารถด้านธุรกิจในตัวของหลินจิงซูที่นับวันก็ยิ่งเจิดจรัสมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเห็นถึงจิตใจแข็งแกร่งของเธอที่สามารถทนต่อแรงกดดันรอบตัวได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย!
เธอนับว่าเป็นเพชรน้ำหนึ่งแห่งวงการธุรกิจอย่างแท้จริง!
ขอเพียงสามารถเก็บเธอไว้ข้างกายให้ได้ยาวนานที่สุด ไม่ว่าราคาที่ต้องจ่ายจะเป็นสิ่งใด เขาก็พร้อมยอมแลกทั้งนั้น!
หลินจิงซูพยักหน้ารับคำเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปยืนมองอาหารเลิศรสมากมายที่ยังไม่ได้เสิร์ฟให้กับแขก รวมไปถึงเครื่องดื่มอีกหลายแก้วที่ยังไม่มีใครกิน
“ในเมื่ออาหารเหลือตั้งมากมายขนาดนี้ ทำไมเราไม่แจกจ่ายให้พนักงานทุกคนนำกลับไปกินต่อที่บ้านล่ะคะประธานหลิว?”
ได้ยินหลินจิงซูออกปากเช่นนั้น ดวงตาของบรรดาพนักงานและพ่อครัวต่างเป็นประกายระยิบระยับขึ้นมาทันที!
จากประสบการณ์การทำงานมาหลายสิบปีของทุกคน ต่างก็รู้ดีว่าวัตถุดิบหรืออาหารที่เหลือภายในโรงแรมนั้น ไม่สามารถนำกลับไปทานส่วนตัวได้ นี่ถือเป็นกฎเหล็กที่หัวเรือใหญ่อย่างหลิวหมิงตั้งเอาไว้
เพราะเขากลัวว่า จะมีพนักงานหัวใสบางคน นำสิ่งเหล่านี้ออกไปขายต่อและตัดราคากัน จนทำให้เกิดความเสียหายกับทางโรงแรมได้
ส่วนอาหารบุปเฟ่ต์ภายในพื้นที่จัดเลี้ยงแห่งนี้ จะเน้นหนักไปทางอาหารทะเลเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นล็อบสเตอร์หรือหอยเป๋าฮื้อ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบล้ำค่าดั่งทองคำที่ชนชั้นสามัญทั่วไปไม่มีปัญญาจะเอื้อมถึง!
หลินจิงซูออกหน้าเสนอเองเช่นนี้ ต่อให้เป็นหลิวหมิงก็ยังไม่กล้าปฏิเสธทันที เขายืนกอดอกครุ่นคิดอยู่นานสองนาน
“ที่พูดมาก็มีเหตุผลอยู่นะ โรงแรมของเราถือคติว่า อาหารจะต้องสดใหม่ทำแบบวันต่อวัน เพื่อรสชาติที่ดีและความปลอดภัยของแขกทุกคน จะให้เก็บวัตถุดิบที่เหลือกลับคืนก็คงทำไม่ได้ แถมกว่าครึ่งก็ถูกปรุงเสร็จแล้วด้วยสิ ทิ้งไปทั้งแบบนี้ก็มีแต่จะสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ถ้าอย่างนั้น…วันนี้ผมจะอนุญาตให้พนักงานทุกคนนำกลับบ้านไปทานได้เป็นกรณีพิเศษ”
หลังจากลุ้นจนตัวโก่งกันอยู่นาน ทันทีที่พนักงานได้ยินคำตอบเช่นนั้น ทุกคนต่างก็พากันเฮลั่นและรีบวิ่งกรูกันเข้าไปในพื้นที่จัดเลี้ยงทันที ต่างฝ่ายต่างฟาดฟันแย่งชิงอาหารและขนมเค้กที่ตัวเองต้องการ
ถึงคำที่ใช้จะดูรุนแรงไปหน่อย แต่ทุกคนที่หอบข้าวของกลับออกมา ล้วนแต่เผยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขกันทั้งนั้น
“ว้าว! ดูนี่สิดูนี่! ล็อบสเตอร์ย่างตัวโต! ขอบคุณประธานหลิวกับหัวหน้าหลินมากเลยนะครับ ที่อนุเคราะห์พวกเราถึงขนาดนี้ ผมอยากนำอาหารทะเลพวกนี้กลับไปให้ลูกๆกับภรรยาที่บ้านได้ลิ้มลองสักครั้งในชีวิตน่ะครับ!”
พ่อครัวหนึ่งในนั้นตรงเข้ามาโค้งคำนับต่อหน้าหลิวหมิงและหลินจิงซู เขารู้สึกดีใจอย่างสุดซึ้งที่ได้รับโอกาสดีๆเช่นนี้
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







