FAZER LOGIN180 2-2
ตอนที่ 359 เหนือตำรวจยังมีหวู่ฮ่าวชิง
ได้เห็นพฤติกรรมโผงผางและได้ยินคำพูดใส่ร้ายน่ารังเกียจของจวิ๋นเฉียน เพื่อนนักศึกษาต่างก็หันขวับจับจ้องไปทางเธอด้วยความตกใจ
หากพวกเขาถูกตำรวจจับโยนเข้าตารางขึ้นมาจริงๆ มีหวังเรื่องได้ถึงหูผู้ปกครองของทุกคนอย่างแน่นอน ครอบครัวไหนแค่ด่าว่าตักเตือนก็นับว่าโชคดีไป แต่ยังมีอีกหลายคนที่อาจจะโดนหนักถึงขั้นถูกคนในครอบครัวทุบตีสั่นสอนจนตายไปข้าง!
หลินจิงซูเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยคู่คิ้วที่ขมวดแน่น
นั่นมันเพื่อนนักศึกษาที่ชื่อจวิ๋นเฉียน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับเธอสักเท่าไหร่ หลินจิงซูคิดไม่ถึงเช่นกันว่า เห็นเงียบๆแบบนี้ แท้จริงแล้วกลับร้ายกาจยิ่งกว่าศัตรูทุกคนที่เธอเคยพบเจอมาเสียอีก!
มองปราดเดียวเธอก็สามารถอ่านแผนการของจวิ๋นเฉียนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ผู้หญิงคนนี้วางแผนไว้สองชั้น หากแผนการตลาดเมื่อครู่ของหลินจิงซูล้มเหลว ผู้หญิงคนนี้ก็จะปล่อยให้เธอจมอยู่กับความผิดพลาดและเสียงครหาจากผู้คนรอบด้าน ตรงกันข้าม หากทุกอย่างประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ผู้หญิงคนนี้ก็จะเทียบเชิญตำรวจให้บุกเข้ามาทำลายงานเลี้ยงในคืนนี้ ทั้งหมดก็เพื่อขัดขวางทำลายธุรกิจของเธอให้พังยับเยินอย่างไม่เป็นท่านั่นเอง
“เข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะคุณตำรวจ ทางโรงแรมของเราไม่อนุญาตให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 20 ปีดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่นี้ได้อยู่แล้ว พวกเขาเป็นแค่เพื่อนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่มาช่วยงานหนูเท่านั้น หนูก็เลยพาพวกเขามาทานอาหารที่นี่เป็นการตอบแทน โดยอาหารและเครื่องดื่มที่จัดให้ ไม่มีแอลกอฮอลเป็นส่วนผสมเลยแม้แต่น้อย คุณตำรวจสามารถนำตัวพวกเขาไปเป่าวัดระดับค่าแอลกอฮออล์ได้เลยค่ะ”
นับว่าโชคยังดี ที่วาทศิลป์คำพูดของหลินจิงซูยังพอน่าเชื่อถือได้บ้าง ไม่เช่นนั้นแล้ว เพื่อนนักศึกษาของเธอสักกี่คนจะสามารถทนต่อแรงกดดันภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ได้ไหว?
แต่ทางด้านจวิ๋นเฉียนเอง ก็ไม่คิดที่จะปล่อยเธอให้ลอยนวลไปได้โดยง่ายเช่นกัน
“คุณลุงคะอย่าไปฟังคำแก้ตัวของเธอ! ผู้หญิงคนนี้กำลังโกหกค่ะ!”
หวู่ฮ่าวชิงที่เห็นว่าท่าไม่ดี เขาจึงรีบวิ่งปรี่ลงมาจากเวทีและตรงเข้าแทรกกลาง ใช้ตัวเองเข้าปกป้องหลินจิงซูอย่างองอาจห้าวหาญ
แต่ไม่ทราบเช่นกันว่าเพราะเหตุใด เมื่อตำรวจกลุ่มนี้เห็นหวู่ฮ่าวชิงเข้า แต่ละคนต่างก็ถึงกับหน้าถอดสีซีดเซียวลงอย่างมาก
“อ้าว พวกคุณเองหรอกเหรอ? นี่ล้อเล่นกันหรือเปล่าครับ? ทุกคนก็น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าครอบครัวของผมรับราชการตำรวจกันทั้งบ้าน ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆอย่างผู้กำกับไปจนไปถึงผู้บัญชาการภาค คนที่ต้องเป็นแบบอย่างให้กับประชาชนอย่างผม จะมาทำตัวผิดกฎหมายซะเองได้ยังไงกัน จริงมั้ยล่ะครับ? ถ้ามีการมั่วสุมกันขึ้นที่นี่จริงๆ ผมนี่ล่ะที่จะแจ้งความจับเอง พวกคุณกลับไปเถอะครับ”
“นะ-นั่นสินะครับ เพราะเท่าที่ดู…พวกเราก็ไม่เห็นว่าจะมีการมั่วสุมของหนุ่มสาววัยรุ่นเลย…. ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับ!”
สิ้นเสียงพูดเท่านั้น เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายต่างก็ยืนตรงทำความเคารพให้หวู่ฮ่าวชิงอย่างพร้อมเพียงกัน แล้วเร่งเดินแถวออกไปอย่างรวดเร็ว
จวิ๋นเฉียนเองก็รู้ดีตั้งแต่แรกแล้วว่า ครอบครัวของหวู่ฮ่าวชิงรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกันแทบทุกคน แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือ อีกฝ่ายจะถึงกับออกหน้าปกป้องหลินจิงซูแบบนี้! และสำหรับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อครู่ กระทั่งเธอเองก็ยังไม่มั่นใจเช่นกันว่า…เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อเส้นทางอาชีพของลุงเธอหรือไม่…
ทันทีที่เห็นสถานการณ์พลิกผันกลับตาลปัตรเช่นนี้ จวิ๋นเฉียนก็ได้แต่ยืนกำมือแน่นท่ามกลางความอัปยศอดสูที่พรั่งพรูอยู่ภายในใจ! แต่ถึงอย่างนั้น ตัวเธอเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากต้องเก็บงำความอาฆาตแค้นไว้ข้างในแบบนั้น!
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจากไปแล้ว แขกภายในโรงแรมต่างก็เริ่มหน้าเสีย สีหน้าบ่งบอกถึงความกังวลใจอยู่ลึกๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนต่างก็ทยอยหนีออกไปทางประตูด้านขาง ธุรกิจที่ควรจะดำเนินไปได้อย่างสวยงามกลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า!
หลินจิงซูในตอนนี้ใช่ว่าจะอารมณ์ดีนัก เธอจ้องหน้าจวิ๋นเฉียนด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาทั้งคู่ราวกับมีเปลวไฟลุกโชน
“ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง? พวกเราต่างก็เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ? กะจะเล่นงานกันให้ตายเลยรึไง?”
เวลานี้ จวิ๋นเฉียนได้ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนโดยสมบูรณ์
“นั่นสิ! จวิ๋นเฉียน จิตใจของเธอทำด้วยอะไร? ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย?! ยังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่า??”
“นิสัยใจคอชั่วช้าแบบนี้ นี่มันไม่ใช่คนแล้ว!”
“เหอะ เหอะ น่าสมเพชชะมัด! ผู้หญิงจิตใจสกปรกโสมมอย่างเธอ ผู้ชายคนไหนได้ไปเป็นเมียคงซวยไปทั้งชาติ! ขนาดเพื่อนฝูงกันแท้ๆ ยังทำกันได้ขนาดนี้ ทำไมไม่ลองไปกระโดดน้ำตายดูบ้างล่ะ? เผื่อว่าแผ่นดินจะได้สูงขึ้นมาบ้าง!”
ภายใต้เสียงก่นด่าสาปแช่งจากเพื่อนนักศึกษารอบข้างที่ดังขึ้นไม่หยุดหย่อน จวิ๋นเฉียนได้แต่กรีดร้องดังลั่นเพราะโกรธจนแทบเป็นบ้า! เธอยกมือขึ้นชี้หน้าหลินจิงซูพร้อมตวาดลั่นด้วยวความโกรธแค้นว่า
“นี่ฉันกำลังทำเพื่อพวกแกอยู่นะ ไอ้พวกหน้าโง่! จะดวงตามืดบอดกันไปถึงไหนกันห๊ะ? นังนี่แค่แจกชานมไข่มุกให้กินฟรีไม่กี่แก้ว ก็สามารถซื้อใจพวกแกได้แล้วเหรอ? แต่ช่างเถอะ! ฉันไม่อยากจะเปลืองน้ำลายพูดกับพวกปัญญาอ่อนแล้ว!”
จวิ๋นเฉียนโกรธจัดจนลืมตัว เที่ยวพ่นน้ำลายชี้หน้าก่นด่าคนไปทั่วราวกับหญิงเสียสติ ภาพลักษณ์สาวงามอันดับสองของคณะที่ผู้คนต่างเคยวาดฝันถึงในอดีต ยามนี้กลับถูกทำลายย่อยยับลงจนไม่เหลือชิ้นดี
และนี่ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า คิดจะเล่นงานหลินจิงซูนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด
เพราะนอกเหนือจากทักษะความสามารถเฉพาะตัวของเธอแล้ว ผู้คนรอบตัวที่คอยปกป้องเธอก็หาใช่ชนชั้นกินเจทั่วไป!
“รปภ.อยู่ไหนคะ? ใครก็ได้ช่วยเรียก รปภ. มาลากตัวผู้หญิงคนนี้ออกไปที! และนับจากนี้ไป ชื่อของเธอจะถูกบันทึกไว้ในบัญชีดำของโรงแรมหลี่เจี่ย เธอจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะย่างเท้าเข้ามาเหยียบที่นี่อีกต่อไป!”
คำประกาศกร้าวดุดันที่หลุดออกมาจากปากของหลินจิงซูนี้ ทำเอาเลขาสาวฟ่านชิงถึงกับต้องก้มศีรษะหลบตาด้วยความอับอายทันที
ต่อให้หลินจิงซูจะพิสูจน์ตัวเองแล้วว่า เธอมีศักยภาพมากเพียงพอที่จะนำพาธุรกิจนี้ไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งความสำเร็จได้ แต่ทางโรงแรมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องสร้างความบาดหมางกับลูกค้าเช่นกัน
แม้ว่าจวิ๋นเฉียนจะจงใจก่อปัญหาขึ้นจริงๆ แต่พนักงานทุกคนในโรงแรมก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปไล่แขกเช่นกัน ดังคติที่ว่า ต้องให้ความสำคัญกับลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เห็นชัดว่าสิ่งที่หลินจิงซูกำลังกระทำอยู่ในขณะนี้ กำลังขัดต่อกฎเกณฑ์ของทางโรงแรมอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่มีทีท่าที่จะเคลื่อนไหวใดๆ หลินจิงซูจึงจำต้องออกหน้าดำเนินการด้วยตัวเอง
“ได้! ถ้าไม่มีใครทำ งั้นฉันทำเอง!”
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบดี พลันปรากฏเสียงคำรามทายทักดังลั่นมาจากด้านนอกประตู และกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“ไอ้บัดซบที่ไหนมันกล้ามาสร้างปัญหาที่นี่! พวกแกอยากจะแขนขาพิการกันนักรึไง?!!”
เฉินเฉวียนเย่มาแล้ว!
เหลียวหลังกลับไปมอง พบว่าเป็นพ่อทูนหัวของเธอที่เพิ่งมาถึงนั่นเอง!
“พ่อเฉิน! มาทันเวลาพอดี!”
ต้องเผชิญหน้ากับชายฉกรรจ์ร่างใหญ่น่าสะพรึงเช่นนี้ จวิ๋นเฉียนและเพื่อนๆของเธอถึงกับแข้งขาสั่นพั่บๆราวกับลูกนกแรกเกิด ด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด ต่างคนต่างก็ขวัญผวาจนต้องวิ่งหายหัวกันไปคนละทิศละทาง!
“ไสหัวไปเดี๋ยวนี้! ลุง…ลุงของฉันเป็นตำรวจนะ!!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







