LOGIN45 2-2
ตอนที่ 89 คิดจะข่มเหงคนอื่น ก็ควรเตรียมใจรับการถูกข่มเหงไว้ด้วย!
แรกเริ่มเดิมที สีหน้าท่าทางของหลินจิงซูยังคงสงบนิ่งไม่มีสะทกสะท้านใดๆ ต่อให้หลินเสวี่ยจะสรรหาคำพูดหยาบคายมาพ่นด่าแค่ไหนก็ตาม เธอก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เรียกได้ว่าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
จนกระทั่งหลินเสวี่ยดันพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา ไม่เพียงเธอจะพาดพิงถึงติงเสวี่ยเหม่ย แต่ยังมาพร้อมกับคำก่นด่าสาปแช่งอีกสารพัด ซึ่งนี่ก็ไม่ต่างอะไรจากการกระตุกหนวดเสืออย่างหลินจิงซูเลย!
ปราศจากคำพูดคำจาใดๆ หลินจิงซูใช้เปลือกไม้แข็งในมือที่ได้จากเฒ่าหลี่ หวดฟาดเข้าใส่ใบหน้าของหลินเสวี่ยโดยตรงอย่างไร้ปราณี ด้วยน้ำหนักและความรุนแรงที่โถมปะทะ ทำเอาร่างทั้งร่างของหลินเสวี่ยถึงกับเสียศูนย์เดินไม่ตรงทาง แทบเซล้มคว่ำหน้าคะมำไปกับพื้น
หลินเสวี่ยป้องปิดใบหน้าบวมเป่งของตนเอง กรีดร้องเสียงสั่นด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
“นังสัตว์นรก! แกกล้าตีฉัน! กรี๊ดดด…ฉันจะฆ่าแก!!”
หลินเสวี่ยฮึดสู้อีกครั้ง กัดฟันรีดเร้นพละกำลังทั้งหมดออกมา แล้วพุ่งกระโจนเข้าใส่หลินจิงซูอย่างบ้าดีเดือด แต่มีเหรอที่สาวน้อยวัยแรกรุ่นอย่างเธอ จะใช่คู่ต่อสู้ของหลินจิงซูผู้มีวิญญาณหญิงแก่ในวัยสี่สิบปีอยู่ในตัวได้?
ในชีวิตก่อนหน้า เห็นหลินจิงซูเป็นคนเงียบๆชอบเก็บเนื้อเก็บตัวแบบนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทักษะการต่อสู้ติดตัวเอาเสียเลย ประวัติความสู้ชีวิตในโรงงานอาหารกระป๋องแมวของเธอนั้น กล่าวได้ว่าเป็นเส้นทางที่อาบไปด้วยเลือดก็ไม่ผิดนัก เธอเปิดฉากทะเลาะวิวาทกับพวกมนุษย์ป้าในโรงงานนับครั้งไม่ถ้วน จะใช้มือเปล่าก็ดี หยิบใช้อาวุธก็ถนัดช่ำชองพอตัว
พริบตาที่หลินเสวี่ยวิ่งทะยานเข้าจู่โจม หลินจิงซูก็เหยียดกางกรงเล็บห้านิ้วสุดอันตรายของตนเองออกมา จิกกระชากผมอีกฝ่ายไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็ชูกำปั้นกระชับหนัก กระหน่ำชกใส่ใบหน้าของหลินเสวี่ยเน้นๆอีกหลายหมัด
แค่ผู้หญิงตบตีกันมันเบามือไปหน่อย
หลินเสวี่ยถูกหลินจิงซูประเคนกำปั้นยัดเข้าใส่ใบหน้าอย่างต่อเนื่อง ทำเอาถึงกับเลือดตกยางออก ทั้งน้ำหูน้ำตาและเลือดกำเดาไหลมาสุมกองกันอยู่ท่วมปาก ใบหน้าของเธอปูดโปนช้ำเลือดช้ำหนองดูอัปลักษณ์ขึ้นทันควัน ใครเห็นสภาพของเธอในตอนนี้ คงต้องรู้สึกเวทนาอย่างมาก
“กรี๊ดดด!! หลินจิงซู! แกตายแน่…!!!”
“ถ้ายังไม่หุบปากอีก ฉันจะไล่ถอนฟันของแกออกมาทีละซี่เลยคอยดู!”
ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหลุดมือไป หลินจิงซูจึงบีบมือกระชากผมของหลินเสวี่ยขึ้นมาอีกระรอก โน้มตัวเข้าใกล้พลางกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบาว่า
“พี่เสวี่ยฟังฉันให้ดีนะ วันหน้าวันหลัง พี่ควรหมั่นรักษาช่องปากตัวเองไว้ให้ดี อะไรที่ไม่ควรพูดก็หุบปากไว้ให้สนิท ไม่อย่างนั้นครั้งหน้า พี่ถูกฉันกระทืบเลือดกลบปากยิ่งกว่านี้แน่นอน”
“แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะ ทั้งฉันทั้งแม่ไม่คิดที่จะกลับมาเหยียบที่นี่เป็นครั้งที่สองแน่ หลินชิงอี้ก็แค่โถส้วมเน่าๆอันหนึ่ง ส่วนอู๋ซิ่วเหลียนก็เป็นก้อนขี้เหม็นๆที่ลอยอยู่ในนั้น ไม่มีคนปกติที่ไหนอยากจะอยู่ใกล้สิ่งปฏิกูลพวกนี้หรอกนะ โสโครกจะตาย! หรือพี่เสวี่ยคิดว่าคนอื่นจะชอบกินขี้แบบพี่รึไง?”
ทันทีที่พูดจบประโยค เธอก็คลายฝ่ามือที่กุมจับผมของหลินเสวี่ยออก ก่อนจะยกสองมือตบปัดเศษผมสกปรกที่ขาดรุ่ยติดมาด้วยอย่างรังเกียจ
หลินเสวี่ยรีบยกมือขึ้นกุมศีรษะแล้ววิ่งร้องไห้ฟูมฟายเข้าไปในบ้านตระกูลหลินอย่างรวดเร็ว แม้แต่จะต่อปากต่อคำกับหลินจิงซูในเวลานี้ เธอก็ยังไม่มีความกล้าเพียงพอ
หลินจิงซูตะคอกส่งท้ายไล่หลังอีกฝ่ายตามไปติดๆ
“คิดจะข่มเหงคนอื่น ก็ควรเตรียมใจรับการถูกข่มเหงไว้ด้วย! รีบกลับบ้านไปฟ้องแม่ไป๊! นังเด็กเมื่อวานซืน!”
ในด้านมุมหนึ่ง บ้านของศาสตราจารย์หวังนับว่าอยู่ค่อนข้างใกล้กับบ้านตระกูลหลินมาก เรียกได้ว่า หากต้องเดินผ่านหน้าบ้านตระกูลหลิน ก็ต้องเดินผ่านหน้าบ้านศาสตราจารย์หวังด้วยเช่นกัน แล้วเมื่อสักครู่ เธอเพิ่งเปิดศึกทะเลาะวิวาทกับหลินเสวี่ยไปสดๆร้อนๆ ไม่รู้ว่ามีใครแถวนี้แอบได้ยินบ้างหรือไม่ และด้วยทักษะการต่อสู้และฝีปากอันเผ็ดร้อนของเธอเมื่อสักครู่ ก็อาจทำให้หลายคนเข้าใจในตัวเธอผิดได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนในบ้านศาสตราจารย์หวัง เธอไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์ของตนเองในสายตาของพวกเขาต้องเสียไป
“เมี้ยววว~”
เสียงแมวร้องได้เรียกสติของหลินจิงซูให้ตื่นจากภวังค์ความคิด และจู่ๆก็มีบางสิ่งที่ผิวสัมผัสนุ่มลื่นกำลังถูไถไปมาที่หว่างขาของเธอ ทันทีที่ก้มศีรษะมองลงไปก็พบว่าเป็นเจ้าสาหร่ายน้อยนี่เอง
ข้อสงสัยแรกที่แวบขึ้นมาในหัวของเธอก็คือ ทำไมเจ้าสาหร่ายน้อยถึงมาอยู่ตรงนี้ได้? คิดไม่ทันจบดี หลินจิงซูก็บังเอิญหันไปเห็นชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกำลังเดินตรงเข้ามาหา ใบหน้าของเขาขาวผ่องสว่างไสวราวกับหยกบริสุทธิ์
วินาทีนั้นหลินจิงซูรู้สึกหน้าชาไปชั่วขณะเมื่อนึกถึงสิ่งที่เพิ่งกระทำลงไปเมื่อครู่ ริมฝีปากแห้งผากไม่รู้จะเริ่มปริปากอธิบายจากตรงไหนก่อนดี
ภายใต้สถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ เธอก้มลงไปอุ้มเจ้าสาหร่ายขึ้นมา แล้วจึงเอ่ยทักทายจู้หยานตามประสา
จู้หยานเค้นเสียงเย็นชาตอบกลับเบาๆเพียงแค่ ‘อืม’ โดยไม่รู้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยหาจุดจับสังเกตไม่ถูก
หลินจิงซูยืนนิ่งและกำลังรอให้เขาพูดอะไรสักอย่าง แต่ปรากฏว่า ผ่านไปนานสองนานก็ไม่ได้ยินเสียงใดๆหลุดรอดออกมาจากปากของเขาเลย เธอจึงเป็นฝ่ายเริ่มปริปากพูดขึ้นก่อนว่า
“ฉันมีธุระต้องทำที่บ้าน ฉันขอตัวกลับก่อนนะ”
วางเจ้าสาหร่ายที่อยู่ในอ้อมกอดลงสู่พื้นดิน จากนั้น เธอก็หมุนตัวเตรียมจะกลับบ้านทันที แต่ยังไม่ทันได้จากไปไหน จู้หยานก็พูดขึ้นว่า
“เดี๋ยวก่อน”
“ห๊ะ?”
หลินจิงซูเหลียวหลังส่งสายตามองกลับไป
จู้หยานหยิบหลอดครีมสำหรับทาแผลจากในกระเป๋ายื่นส่งให้พร้อมกับบอกว่า
“นี่เป็นยาสำหรับใช้ทาบาดแผลภายนอก ใบหน้าของคุณมีแผลอยู่น่ะ”
เขาชี้นิ้วไปที่ใบหน้าของเธอ
เมื่อลองลูบสัมผัสที่ใบหน้าของตนเองดูเบาๆ หลินจิงซูพลันรู้สึกปวดแสบขึ้นมาเล็กน้อย
ปรากฏว่ามีรอยขีดข่วนอยู่บนใบหน้าของเธอ น่าจะเป็นรอยเล็บของหลินเสวี่ยที่เกิดขึ้นระหว่างที่ต่อสู้ชุลมุนกันอยู่ ถ้าจู้หยานไม่ทักท้วงเรื่องนี้ ตัวเธอเองก็ไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำไป
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล