ไม่ว่าจะเป็นเพราะเห็นแก่หน้าหยางอ๋อง หรือเพราะซาบซึ้งในความกตัญญูของอวี้หลง วันนี้นางก็ต้องยื่นมือช่วยเหลือให้ได้!“ครั้งก่อนข้าเห็นจุดอิ้นถังของท่านมืดคล้ำ ยังคิดว่าเกิดเรื่องกับตัวท่านเองเสียอีก ท่านไม่พูดกับข้าให้ชัดเจนว่าแท้จริงแล้วทั้งจวนมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นไม่หยุด”“ท่านควรบอกข้าให้ละเอียดตั้งแต่ตอนนั้น วันนี้ท่านก็คงไม่ต้องบาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้” ซ่งรั่วเจินเอ่ยขึ้นอวี้หลงรู้สึกซาบซึ้งอยู่ในใจ “ข้าคิดว่าปัญหาในจวนยุ่งยากเกินไป จึงไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากที่ใดดี”เดิมทีแค่ไปขอให้หยางอ๋องช่วยแนะนำให้รู้จักก็นับเป็นบุญคุณยิ่งใหญ่แล้ว ตอนนั้นเขาก็เคยคิดจะเล่าออกมา แต่กลับถูกรายงานที่ส่งมาขัดจังหวะเสียก่อน จึงไม่ได้พูดต่อ“แม้แต่ข้าเจ้าก็ไม่พูดให้ชัดเจน หากรู้ว่าเรื่องจะร้ายแรงเพียงนี้ หลายวันก่อนไม่ว่าอย่างไรก็จะถามให้ชัดเจน”หยางอ๋องเผยสีหน้าเอือมระอา ครั้งนี้เขาเกือบจะไม่ได้เห็นหน้าสหายคนนี้แล้ว แต่ก่อนก็รู้ว่าอวี้หลงมักชอบเก็บหลายเรื่องไว้ในใจ กระทั่งครั้งนี้ถึงได้เข้าใจอย่างแท้จริง“เสด็จพี่กับพี่สะใภ้ล้วนเป็นคนดีอย่างมาก วันนี้ข้าได้ยินว่าเจ้าเกิดเรื่องก็รีบไปหา พวกเขา
เมื่อได้ฟังคำพูดของหมอ ทุกคนก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ขอเพียงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตก็ถือว่าดีแล้ว“ท่านหมอ ช่วงนี้ร่างกายของอวี้หลงไม่สู้ดีนัก ครั้งก่อนที่ให้เขากินยาตามตำรับของท่านอยู่เป็นเวลานาน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นอาการดีขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด?”ฮูสีหน้าฮูหยินใหญ่เปี่ยมความกังวล ก่อนหน้านี้เมื่อนางพบว่าร่างกายของอวี้หลงย่ำแย่ลงทุกวัน ก็ได้เชิญหมอมาตรวจดูไม่เพียงแต่อวี้หลง แม้แต่ท่านโหวผู้เฒ่าก็เช่นกัน ยาต้มกินกันทุกวันไม่เคยขาด แต่ผ่านมานานถึงเพียงนี้ อาการกลับไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย นี่จึงร้อนใจมากหมอส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ฮูหยิน ข้าเองก็ไม่รู้สาเหตุ น่ากลัวว่าฝีมือแพทย์ของข้ายังดีไม่พอ”“อิงตามหลักการแล้ว หากกินยาตามตำรับนี้ ร่างกายย่อมจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ข้ากลับไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดท่านโหวผู้เฒ่าและท่านโหวกินยาแล้วถึงไม่เห็นผลเลย”“อิงตามการมองของข้า ไม่สู้เชิญหมอหลวงมาดู บางทีอาจจะมีวิธีรักษา”เหออวี้เฉิงขมวดคิ้วแน่น “หมอหลวงพวกเราก็เคยเชิญมาแล้ว ตำรับยาที่ให้มาก็คล้ายกับของท่าน แต่ก็ยังไม่เห็นว่าพวกเขาจะมีอาการดีขึ้นเลย”เมื่อซ่งรั่วเจินกับคณะเดินทางมาถึงก็ได้เห็นภ
หยางอ๋องเบิกตากว้าง “ร้ายแรงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”“ที่สถานการณ์ที่นี่มีปัญหาหนักหนากว่าที่พวกเจ้าบอกก่อนหน้านี้มาก หากยังไม่รีบแก้ไข พวกเขาทั้งตระกูลคงไม่มีทางพบจุดจบที่ดี” ซ่งรั่วเจินเอ่ยตรงไปตรงมาหยางอ๋องกลืนน้ำลาย นี่เป็นครั้งแรกที่รับรู้ว่าชัดว่าความน่ากลัวของเรื่องนี้มีมากเพียงใด!“เช่น...เช่นนั้นตอนนี้จะทำอย่างไร? ยังสามารถแก้ไขได้อยู่หรือไม่?”ฉู่จวินถิงหัวเราะเบา ๆ “เจ้าไม่ดูหรือว่าพี่สะใภ้เจ้าเป็นคนเช่นไร จวนซ่งเมื่อก่อนเจ้าก็รู้ดี แล้วตอนนี้เป็นเช่นไร?”แววตาของหยางอ๋องทอประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง ตอนนั้นจวนสกุลซ่งทั้งบาดเจ็บ ทั้งตาบอด แม้แต่แม่ทัพซ่งเองก็ไม่รู้เป็นตายร้ายดี บัดนี้ตระกูลซ่งในเมืองหลวงกลับรุ่งเรืองยิ่งนัก ไม่เพียงคนในตระกูลจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ละคนยังประสบความสำเร็จอีกด้วยเมื่อแรกตอนที่เขาได้ยินเรื่องของตระกูลซ่ง ก็รู้สึกว่ามันช่างเป็นกระดานหมากที่พังพินาศสิ้นหนทางแก้ไขเสียแล้วใครคิดเล่าว่าสุดท้ายไม่เพียงสถานการณ์เปลี่ยนไป ยังน่าตกตะลึงถึงเพียงนี้“หยางอ๋อง ท่านมาแล้วหรือ”เห็นว่าหยางอ๋องพาฉู่อ๋องและพระชายาฉู่อ๋องมาด้วย พ่อบ้านรีบทำความเคารพด้
หลังหยางอ๋องเร่งเดินทางมาแล้วก็พูดว่า “เสด็จพี่ พี่สะใภ้ วันนี้ขออภัยจริงๆ ที่มารบกวนพวกท่าน”“อย่าได้พูดเกรงใจกันอีกเลย เจ้ารีบพูดเถอะว่าตกลงเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?” ฉู่จวินถิงยกมือขึ้นแล้วพูด“เกิดเรื่องกับเหออวี้หลงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หยางอ๋องพูดเพียงเอ่ยถ้อยคำนี้ออกไป ซ่งรั่วเจินและฉู่จวินถิงสบตากันแวบหนึ่ง ภายในสายตาสะท้อนแววแปลกใจ“เป็นไปได้อย่างไร?”“ข้ามอบหยกให้แล้ว จะต้องช่วยเขาให้พ้นเคราะห์ไปได้แน่ ไม่มีวันเกิดเรื่องขึ้น” สายตาซ่งรั่วเจินสะท้อนแววสงสัย นี่เป็นไปไม่ได้หยางอ๋องถอนหายใจอย่างระอา “หยกชิ้นนั้นใช้ได้ผลจริง เพียงแต่สถานการณ์ตอนนั้นคับขันยิ่งนัก ตอนของตกลงมา เหออวี้หลงหลบได้ แต่เพื่อช่วยแม่ของตน เขาจึงรับเคราะห์แทนนาง”ได้ยินดังนั้น สีหน้าซ่งรั่วเจินค่อยๆ เปลี่ยนไป “ครั้งก่อนพวกท่านไม่ได้พูดให้ชัดเจนใช่หรือไม่? ปัญหาของจวนจิ้งเป่ยโหวไม่ใช่เกิดกับเขาเพียงคนเดียว แต่คนทั้งจวนล้วนมีปัญหา?”“ข้าเองก็ไม่คิดว่าสถานการณ์จะร้ายแรงถึงเพียงนี้ แต่ก่อนก็แค่รู้สึกว่าอวี้หลงดวงซวย แต่ตอนนี้เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่แค่เขา แม้แต่คนทั้งจวนของพวกเขาก็ต่างดวงซวยกันถ้วนหน้า!”“ไม่เพียงแค
เพียงฮูหยินผู้เฒ่าได้ยิน ความปวดใจแผ่ซ่านอยู่ภายในสายตานางรู้ว่าอวี้หลงกตัญญูมาโดยตลอด อุปนิสัยยิ่งไม่ต้องพูดมาก ได้เห็นสองพี่น้องขัดแย้งกันจนคุ้นชิน ตอนนี้รู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก“เป็นพ่อแม่ทำผิดต่อเจ้า”จนกระทั่งเหออวี้หลงออกไปแล้ว เหออวี้เฉิงจึงค่อยเข้ามาเยี่ยมมารดาตอนที่ทั้งสองเดินสวนกัน ต่างมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ สบถเสียงเย็นชาใส่แล้วเดินผ่านไป“ท่านแม่ ท่านรู้สึกเช่นไรขอรับ?”เหออวี้เฉิงมองมารดาของตนด้วยความเป็นห่วง “ระยะนี้ในบ้านไม่ค่อยสงบ ท่านต้องระวังตัวให้มาก เพิ่มคนติดตามไว้ข้างกายสักสองสามคน”“แม่ไม่เป็นไร วันนี้ก็เป็นเพราะแม่เองที่ไม่ระวัง ตอนนี้ในจวนก็ไม่ค่อยสงบจริงนั่นล่ะ แม่เป็นห่วงที่สุดก็คือพวกเจ้าสองพี่น้อง” “แม่รู้ว่าตั้งแต่เล็กเจ้ากับพี่ชายก็ไม่ค่อยลงรอยกัน แม่เองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด บ้านคนอื่นพี่น้องล้วนรักใคร่กลมเกลียวกัน แต่ทำไมพวกเจ้าสองคนเพียงแค่เจอกันก็ต้องมีเรื่องทะเลาะ”“ตอนนี้พวกเจ้าก็โตกันหมดแล้ว สภาพพี่ใหญ่เจ้ากลายเป็นเช่นนี้ เจ้าก็เห็นเองกับตา อย่าได้ทะเลาะกับพี่ใหญ่เจ้าอีกเลย”ฮูหยินใหญ่ถอนหายใจยาว “เรื่องตำแหน่
เหออวี้หลงตอบโต้กลับไป “เจ้าคิดว่าข้าไม่มีสมองเหมือนเจ้าหรือ? ข้าได้พบพระชายาฉู่อ๋องเองกับตา นี่ถึงขอของล้ำค่ามาได้!”ได้ยินดังนั้น เหออวี้หลงชะงักไป ภายในสายตาสะท้อนแววเหลือจะเชื่อวูบหนึ่งนี่คือหยกที่พระชายาฉู่อ๋องมอบให้จริงหรือ?หากไม่เห็นเองกับตา ก็ยากจะทำใจเชื่อได้จริงๆ หรือว่าสมบัติล้ำค่าล้วนเป็นเช่นนี้?เห็นว่าเหออวี้เฉิงหุบปากแล้ว เหออวี้หลงไม่เสียเวลาอีก สาวเท้าฉับไวเข้าไปในห้อง มองเห็นสีหน้าเผือดซีดของมารดาตนที่กำลังนอนบนเตียง“หมอมาแล้วหรือ?” เหออวี้หลงเอ่ยถามแม่นมที่ปรนนิบัติอยู่ข้างกาย“ท่านโหว หมอมาตรวจอาการก่อนแล้ว พูดว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่เป็นไร เพียงได้รับความตกใจเท่านั้น กอปรกับความหนาวเย็น น่ากลัวว่าเป็นหวัดไปแล้ว สองวันนี้จะต้องพักผ่อนในจวนดีๆ เจ้าค่ะ”เหออวี้หลงวางใจลงแล้ว “เช่นนั้นก็ดี เดิมทีร่างกายท่านแม่ก็อ่อนแออยู่แล้ว วันนี้ยังเกิดเรื่องเช่นนี้อีก พวกเจ้าจะต้องใส่ใจปรนนิบัติให้ดี”“เจ้าค่ะ ท่านโหว”ตอนนี้เอง ฮูหยินใหญ่เองก็ฟื้นแล้ว มองเห็นใบหน้าอิดโรยเผือดซีดของลูกชายตน ตาแดงขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ปวดใจอย่างสุดระงับ“อวี้หลง ลำบากเจ้าจริงๆ จะต้องเป็นข้าและ