LOGINตอนที่ 7 รอ
แสงแดดสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า ๆ ของเรือนครัวเล็ก ๆ เกล็ดแสงตกกระทบใบหน้างดงามของหลิงอัน ขณะนางยืนหั่นผักอยู่เบื้องหน้าเขียง ภายในเรือนครัวเงียบสงบมีเพียงเสียงน้ำเดือดแผ่วเบา ไอร้อนจากหม้อเดือดลอยละอองเล็ก ๆ เคล้ากลิ่นสมุนไพรเบา ๆ ด้านนอกลานบ้าน เหอหยางผ่าฟืนอยู่ พลันเงยหน้าขึ้น สายตาคมจับจ้องไปยังดวงหน้างามนั้น ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง แววตาอ่อนโยน หลิงอันหยุดมือเล็กชั่วครู่ ยกสายตาขึ้นสบตากับดวงตาคมที่กำลังจับจ้องนางอยู่ ริมฝีปากเล็กเผยรอยยิ้มหวานอย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มหน้าลงหั่นผักต่อด้วยความตั้งใจ เหอหยางวางขวานลง ขยับยกท่อนฟืนที่ผ่าแล้วขึ้นในอ้อมแขน ก่อนก้าวเข้าสู่ห้องครัว เมื่อถึงห้องครัวเก่า ๆ เหอหยางก็ก้าวตรงไปวางท่อนฟืนลงข้างเตาไฟ ก่อนก้าวเข้ามาใกล้หลิงอันภรรยาตัวน้อยของตนเองที่กำลังเคียวน้ำแกงอยู่ หลิงอันยกมือเล็กคนตักน้ำแกงในหม้อ น้ำแกงเดือดปลายควันฟุ้ง ริมฝีปากโค้งขึ้นเมื่อเห็นเหอหยางผู้เป็นสามีก้าวเข้ามาใกล้ “ท่านจะชิมดูหรือไม่” นางเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส ดวงตากลมเปล่งประกายอย่างน่าเอ็นดู “อืม” เหอหยางพยักหน้าตอบช้า ๆ หลิงอันยิ้มหวานพลางโน้มตัวตักน้ำแกงปลาด้วยช้อนไม้ขึ้นมา ไอร้อนลอยระอุ นางก้มลงเปาน้ำนั้นเบา ๆ อย่างใส่ใจ สายตาของเขายังคงจับจ้องนางอย่างเอ็นดู หลิงอันยื่นช้อนที่มีน้ำแกงให้เขาอย่างใส่ใจ เหอหยางก้มลงริมรสน้ำแกงอย่างตั้งใจ รสชาติของน้ำแกงทำให้ริมฝีปากเขาโค้งเป็นรอยยิ้มพอใจ คิ้วเขาขมวดเล็กน้อย เอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา “รสชาติช่างแปลกนัก แต่กลับอร่อยมาก” หลิงอันเผยรอยยิ้มหวานก่อนจะพยักหน้าด้วยใบหน้าสดใสแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อาหารที่ข้าทำย่อมไม่เหมือนผู้ใดอยู่แล้ว… ท่านไปรอข้าที่โต๊ะอาหารอีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้วล่ะ” “อืม” เหอหยางเอ่ยก่อนจะหมุนกายก้าวออกไปด้านนอก หลิงอันมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยแววตาสับสนเล็กน้อยเอ่ยพึมพำขึ้นแผ่วเบา “อีกไม่นานท่านก็คงจะจำทุกสิ่งได้แล้ว วันนี้ข้าเพียงอยากใช้ชีวิตอยู่กับท่านอย่างมีความสุข เมื่อเวลานั้นมาถึงหากท่านไร้เยื่อใย ข้าก็จะตัดท่านทิ้งจากใจทันที…” สายลมเย็นพัดโชยเข้ามากระทบใบหน้านางจนเส้นผมสีดำสนิทปลิวไหวเบา ๆ ดวงตากลมโตนั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อย ….. ค่ำคืนสงัด เงาสายลมหนาวเย็นพัดผ่านหน้าต่างไม้เก่าของห้องที่เงียบเชียบ หลิงอันนั่งอยู่ ณ โต๊ะริมหน้าต่าง มือเรียวลูบไล้ผมยาวสลวยของตน ดวงตานางทอดมองออกไปยังเงาไม้พลิ้วไหวตามแรงลม ก่อนจะหยิบกล่องบรรจุยาบำรุงผิวที่นางปรุงขึ้นด้วยตนเอง ทาลงบนผิวนุ่มอย่างช้า ๆ กลิ่นหอมละมุนลอยฟุ้ง เสียงฝีเท้าดังขึ้นหน้าห้อง ร่างสูงของเหอหยางก้าวเข้ามาอย่างช้า ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ด้านหลังของนาง มือใหญ่แตะลงเบา ๆ บนไหล่บางของนาง หลิงอันเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาอ่อนหวาน ริมฝีปากเผยรอยยิ้มละไม มือใหญ่ของเขาเอื้อมไปหยิบหวีบนโต๊ะ ช้า ๆ ก่อนจะหวีผมยาวสลวยของภรรยาตนเองอย่างใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ “วันนี้ข้าไปที่ตลาดมา เห็นปิ่นอันหนึ่งเหมาะกับเจ้ามากเลยซื้อมา” เอ่ยจบเขาก็วางหวีลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหยิบปิ่นทองที่ประดับดอกโบตั๋นสีแดงสด ก่อนจะยื่นออกมาให้นาง หลิงอันเบิกตาเล็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “สามี นี่ท่านซื้อมาได้อย่างไรนี่ไม่ใช่ของราคาถูกเลยนะ นี่มัน—” “เป็นเพียงของลอกเลียนแบบราคาไม่เท่าไร แต่เหมือนจริงมากเลยใช่ไหมล่ะ” “เอ่อ… อืม ๆ” หลิงอันพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะรับมาแล้วกวาดสายตามองอย่างสนใจ เอ่ยขึ้นพึมพำ “สวยมากเลย หากเป็นของแท้คงแพงน่าดู” เหอหยางพยักหน้าช้า ๆ มือใหญ่ลูบไล้ไหล่บางก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ “ดึกมากแล้ว ไปพักเถอะ” “อืม… ” หลิงอันตอบ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วก้าวหมายจะออกจากเก้าอี้ แต่เท้ากับสะดุดกับขาโต๊ะจนเสียหลักเซลงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว มือใหญ่ของเขายื่นไปโอบเอวบางเอาไว้อย่างรวดเร็วแล้วดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมแขนแกร่งของตน หลิงอันเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตานางยังคงหลงเหลือความตกใจอยู่เล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นยั่วยวน เหอหยางยิ้มมุมปาก โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยเสียงแหบพร่า “เจ้าล่อลวงข้าอีกแล้ว” หลิงอันหน้าแดง เผลอยิ้มเขิน กำลังจะถอยออกจากอ้อมกอดของเขา แต่ร่างสูงกลับช้อนนางขึ้นแนบอก ใบหน้าคมก้มลงจ้องนางดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนา แล้วอุ้มร่างบางนั้นก้าวตรงไปยังเตียงนอน เหอหยางอุ้มร่างบางของหลิงอันแนบอกก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเตียงไม้ เขาโน้มกายค่อย ๆ วางนางลงบนเตียงนอน มือเล็กของนางยกขึ้นพันคอเขาแน่น ไม่ยอมปล่อย ริมฝีปากแดงระเรื่อเผยรอยยิ้มเย้ายวน เหอหยางจับจ้องดวงหน้าหวานตรงหน้าดวงตาฉายประกายหลงใหล ก่อนโน้มใบหน้าลงจูบริมฝีปากนุ่มของนางอย่างดูดดื่มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย หลิงอันเผยรอยยิ้มเย้ายวน ดวงตาเปล่งประกาย นางยันกายลุกขึ้นนั่ง แล้วค่อย ๆ ดันร่างใหญ่ของเหอหยางให้เอนลงนอนบนเตียง แล้วนางก็ขึ้นคร่อมร่างใหญ่ของเขา มือเรียวเล็กของนางลูบไล้แผ่นอกกว้างของเขา ก่อนจะค่อย ๆ ยกขึ้นถอดอาภรณ์ของตนเองออกจากกายเผยผิวขาวผ่องดุจหยก ไม่นาน มือเล็กทั้งสองเลื่อนลงไปปลดเสื้อของเจาออกอย่าง่ายดาย แล้วโน้มใบหน้าลง ริมฝีปากอวบอิ่มจูบลงบนแผงอกกว้างแผ่วเบา ร่างเขาสะท้านจนครางเสียงต่ำพร่า “อืม… ” เหอหยางยกมือใหญ่ขึ้นลูบไล้สะโพกนางอย่างต้องการ ดวงตาทั้งคู่สบกัน เสียงครางพร่าและแรงสัมผัสสอดประสานกัน จนห้องที่เงียบสงบนั้นกลับมีเสียงเล็ดลอดอย่างต่อเนื่องตอนที่ 33 จบราชโองการจากวังหลวงมาถึงจวนเจ้าเมืองโดยขันทีคนสนิทของ ฮ่องเต้ ข่าวอภิเษกถูกประกาศทั่วเมืองในสามวันถัดมา จวน อวิ๋นหวังอ๋องจวนใหญ่โออ่าถูกตกแต่งประดับด้วยโคมแดงนับร้อยแขวนเรียงรายตลอดแนวเรือน สายลมพัดให้ริบบิ้นแพรสีชาดปลิวไหว เสียงฆ้องกลองดังเป็นจังหวะมงคลก้องไปทั่วอวิ๋นหวังอ๋องยืนอยู่กลางลานพิธีในฉลองพระองค์สีแดงเข้ม ปักลายมังกรเมฆทอง ใบหน้าคมสงบนิ่ง ทว่าดวงตาลึกนั้นมีแววอ่อนโยนที่ไม่เคยปรากฏต่อผู้ใดเมื่อเสียงขันทีร้องประกาศดังขึ้น“เจ้าสาวมาแล้ว”ทุกสายตาหันไปยังปลายลานหลิงอันก้าวเข้ามาช้า ๆ ในชุดหงเฟิ่งสีแดงสดปักลายหงส์คู่ด้วยไหมทอง ผ้าคลุมหน้าโปร่งไหวตามย่างก้าว นางก้มหน้าอย่างสงบ มือเล็กประคองพานผ้าแดงแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินอวิ๋นหวังอ๋องมองนางไม่วางตา ทั้งสองยืนเคียงข้างกันหน้าแท่นบูชา แล้วเริ่มพิธีแต่งงานกันอย่างสมบูรณ์เมื่อพิธีสิ้นสุด เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังก้อง อวิ๋นหวังอ๋องประคองนางเข้าสู่เรือนหอ…..ยามราตรีแผ่ม่านคลุมเรือนหอแสงเทียนคู่สาดส่องเป็นประกายอ่อนนวล กลิ่นดอกเหมยจาง ๆ ลอยอบอวลประสานกับกลิ่นไม้หอม ผ้าม่านสีชาดพลิ้วไหวเบา ๆ ตามแรงลมหลิงอ
ตอนที่ 32 ราชโองการสามวันถัดมา ข่าวจากวังหลวงแพร่ออกมาอย่างหนาหู… เมื่อหยางกุ้ยเฟยถูกปลดออกจากตำแหน่ง และถูกกักขังในตำหนักเย็น โทษฐาน ลอบทำร้ายเชื้อพระวงศ์…..วังหลวงตำหนัก อวิ๋นหวังอ๋องแสงโคมส่องสลัวภายในตำหนักที่แทบไร้ผู้คน อวิ๋นหวังอ๋อง ยืนอยู่เบื้องหน้าภาพวาดหญิงงามในฉลองพระองค์เรียบสง่า ใบหน้านั้นอ่อนโยนแววตาเมตตา ดุจยังเฝ้ามองเขาอยู่จากอีกฝากหนึ่งของกาลเวลาเขายืนนิ่งอยู่นาน ก่อนจะยกมือขึ้นแตะกรอบภาพเบา ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เสด็จแม่… ลูกคิดว่าตลอดชีวิตนี้คงไม่พบคนที่ทำให้หัวใจลูกอุ่นขึ้นมาอีกแล้ว”เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น ดวงตาคมฉายแววอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน“แต่บัดนี้… ลูกพบคนผู้หนึ่ง”แสงคมสั่นไหว เงาภาพวาดไหวตามราวกับกำลังรับฟังถ้อยคำของเขา“นางไม่อ่อนแออย่างที่ภายนอกเห็น นางเจ้าเล่ห์ กล้าหาญ และไม่ยอมผู้ใดกำหนดชะตานาง”ริมฝีปากเขายกยิ้มบางอย่างไม่รู้ตัว“อยู่ใกล้นางแล้ว ลูกกลับรู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่หนาวเหน็บนัก”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม“อีกไม่นานลูกจะไปรับนางมาอยู่ที่นี่เป็นพระชายาของลูก เมื่อท่านเห็นนาง แน่นอนท่านต้อง
ตอนที่ 31 วังหลวงวังหลวงระเบียงยาวในวังหลวง เสาหงส์เรียงราย เงาเมฆเคลื่อนช้าเหนือกระเบื้องเคลือบสีคราม บรรยากาศสงบนิ่ง ทว่ากลับซ่อนแรงอึดอัดเอาไว้ใต้ความโอ่อ่าอวิ๋นหวังอ๋องก้าวเดินมาอย่างมั่นคง อาภรณ์สีดำเข้มสะบัดตามจังหวะฝีเท้า ใบหน้าคมสงบนิ่งดวงตาลึกล้ำไร้คลื่นอารมณ์ ไม่ไกลนัก ขบวนหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนมา ม่านแพรสีแดงเข้มไหวเบา ๆ ตามแรงลมและแรงเคลื่อนตัว กลิ่นกำยานหอมหวานลอยมาตามสายลมแผ่วเบาหยางกุ้ยเฟยประทับนั่งในเกี้ยว นางสวมอาภรณ์งดงามดุจดอกโบตั๋นแรกแย้ม พระพักตร์ประดับรอยยิ้มอ่อนหวาน ทว่าดวงตากลับเย็นเฉียบเมื่อทั้งสองสวนกัน เกี้ยวหยุดลงทันทีพร้อมกับ อวิ๋นหวังอ๋องที่หยุดฝีเท้าลงเช่นกันหยางกุ้ยเฟยเปิดม่านออกเล็กน้อย ทอดพระเนตรลงมา ก่อนจะเอ่ยด้วยสุรเสียงนุ่มนวล“อวิ๋นหวังอ๋อง… ได้ข่าวว่าถูกลอบทำร้ายได้รับบาดเจ็บหรือไม่”น้ำเสียงแฝงความห่วงใย แต่ปลายถ้อยคำกลับคมกริบอวิ๋นหวังอ๋องหยุดยืน ประสานมือคำนับตามธรรมเนียมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ“บาดเจ็บเล็กน้อยขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วง”หยางกุ้ยเฟยยิ้มบาง รอยยิ้มนั้นงดงามไร้ที่ติแต่น้ำเสียงกลับเรียบเย็น“โชคชะตาช่างปราณีท่านนัก หวังว่าครั
ตอนที่ 30 มือสังหารจวนเจ้าเมืองภายในจวนใหญ่ของเจ้าเมือง ไป๋สืออู่ ยามนี้ปั่นป่วนดุจรังมดถูกราดน้ำ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังสลับกันเสียงเรียกหากันไม่ขาดสาย บ่าวรับใช้และทหารติดตามเดินสวนกันวุ่นวาย ใบหน้าทุกคนล้วนเคร่งเครียด ด้วยข่าวการหายตัวไปของ อวิ๋นหวังอ๋องและ หลิงอันเจ้าเมืองไป๋สืออู่เดินวนอยู่ที่ลานกว้าง สีหน้าเคร่งขรึม ข้างกายเขาคือ ท่านหญิงใหญ่ผู้เป็นพี่สาว นางดวงตาแดงก่ำด้วยความกังวล มือกำผ้าเช็ดหน้าแน่นริมฝีปากพึมพำภาวนาไม่ขาดทันใดนั้นเอง เสียงล้อมาดังกุกกักจากนอกประตูจวน ทุกคนชะงักพร้อมกัน ก่อนเสียงฝีเท้าหนักแน่นของเหล่าทหารติดตามและรถม้าคันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่หน้าจวน พร้อมขบวนทหารติดตามที่ยืนเรียงอย่างเป็นระเบียบองครักษ์ฉู่อันก้าวเข้ามาเปิดม่านรถม้าออกอย่างระมัดระวัง ร่างสูงของ อวิ๋นหวังอ๋องก้าวลงมา ในอ้อมแขนเขาคือร่างบางของหลิงอันที่ซบแนบอกเขา ใบหน้างามซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง เขาอุ้มนางไว้แน่นโดยไม่สนใจสายตาของผู้ใดแม้แต่น้อย ก้าวเท้ายาวตรงเข้าสู่จวนอย่างไม่ลังเลเจ้าเมืองไป๋สืออู่และท่านหญิงใหญ่รีบวิ่งออกมาจากเรือนหลัก ใอเหภาพตรงหน้า ทั้งสองก็ชะงักยืนอยู่กลางลาน ดวงตา
ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ใต้แสงจันทร์ที่สองสว่างในยามค่ำคืน สายลมหนาวพัดโชยอย่างแผ่วเบา ใต้ร่มไม้ใหญ่ริมลำธาร สายน้ำเอื่อยไหล ขับกล่อมราตรีให้สงัดงันอวิ๋นหวังอ๋อง นั่งพิงลำต้น โอบประคองร่างบางของหลิงอัน ไว้แนบอกด้วยความระมัดระวังยิ่ง แสงจันทร์ทอดต้องไหล่ด้านหลังของนาง เห็นลูกธนูปักฝัง เลือดซึมเปื้อนอาภรณ์สีอ่อนของนาง เขาสูดลมหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ จับก้านธนูนั้นด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขาที่ไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดกลับกลัวว่าจะทำให้นางนั้นเจ็บ มือใหญ่ดึงออกอย่างมั่นคง“โอ้ย-”เสียงนางสั่นพร่า ใบหน้างามซีดเผือด ซบลงบนอกเขา หอบหายใจแผ่วมือใหญ่รีบหยิบผ้าเช็ดหน้ากดปิดบาดแผลอย่างเบามือ ใบหน้าคมก้มมองดวงหน้าที่ไร้สีเลือด ความปวดร้าวพลันแล่นขึ้นในใจเขาราวถูกคมมีดกรีดเขาใช้มืออีกข้างค่อย ๆ ปลดสาบเสื้อนางอย่างสำรวม ยกกระบอกไม้ไผ่รินน้ำสะอาดล้างคราบเลือด ก่อนจะหยิบยาสมานแผลขวดสีขาวออกจากอกเสื้อ แล้วเทลงบนบาดแผลด้วยความระมัดระวังหลิงอันครางแผ่ว มือเล็กกำอาภรณ์เขาแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน อดกลั้นความเจ็บปวดไว้สุดกำลังเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็พลันถอนหายใจแผ่วเบา สายตาอ่อนลงขณะมอง
ตอนที่ 28 เดินทางจวนเจ้าเมือง อวิ๋นไห่นานแสงตะวันสาดต้องกระเบื้อง เสียงเกือกม้าและล้อรถดังประสาน ขบวนรถม้าของ อวิ๋นหวังอ๋อง เรียงรายยาวเหยียดอยู่หน้าประตูจวนเจ้าเมือง องครักษ์และเหล่าทหารยืนประจำตำแหน่งอย่างเคร่งครัด บรรยากาศที่สงบแต่แฝงไปด้วยอำนาจครู่หนึ่ง หลิงอัน ก้าวออกมาจากจวน พร้อม เสี่ยวฮวาและ ซู่ซู่ สองสาวใช้ผู้ติดตาม นางสวมอาภรณ์สีเขียวอ่อน เรือนผมดำขลับถูกจัดแต่งอย่างเรียบงาม ใบหน้าขาวผ่องต้องแสงตะวันงามละมุนจนผู้พบเห็นต้องเหลียวมองอวิ๋นหวังอ๋องซึ่งยืนอยู่หน้าขบวนรถม้า หันมาทอดสายตาไปทางนั้น ครั้นเห็นร่างบางของหลิงอันก็ชะงักเพียงชั่วลมหายใจ แววตาคมสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม“ฉู่อัน ให้นางมานั่งกับข้า”องครักษ์ฉู่อันรีบก้มศีรษะรับบัญชา“พ่ะย่ะค่ะ”แล้วหมุนกายก้าตรงไปยัง หลิงอันที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูจวนกับสาวใช้ทั้งสอง ก่อนจะหยุดตรงเบื้องหน้านางแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อม“แม่นางหลิง เชิญทางนี้ ขอรับ”หลิงอันพยักหน้าแผ่วเบาก่อนจะหันไปทางที่ องครักษ์ฉู่อันบอกสายตาก็พลันสบเข้ากับ ดวงตาคมที่กำลังทอดมองนางอย่างสงบนิ่ง ก่อนที่ อวิ๋นหวังอ๋องจะหมุนกา
ตอนที่ 27 หายแล้วจวนเจ้าเมือง อวิ๋นไห่นานภายใน ห้องโถงใหญ่ที่บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดอันมองไม่เห็นอวิ๋นหวังอ๋องนั่งประทับอยู่เบื้องบน ชายเสื้อคลุมยาวสีดำสนิททิ้งตัวลงอย่างสง่างาม แผ่นหลังตั้งตรง สีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมลึกนั้นทอดไปยังประตูอยู่เป็นระยะ มือใหญ่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบอย่
ตอนที่ 12 ช่วยชีวิตเมืองอวิ๋นไห่นานหลังจากหลิงอันจัดการหาที่พักในโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว จึงพาซู่ซู่เดินย้อนกลับไปยังเรือนของนาง เพื่อซื้ออิสระให้สาวน้อยผู้น่าสงสารตรอกทางใต้ของเมืองนั้นแคบและคดยิ่งนัก แสงแดดทาบเส้นทางดินแดงเป็นประกายหม่นหลุมบ่อมากมายทำให้ฝีเท้าของทั้งคู่ต้องก้าวอย่างระมัดระวัง ก
ตอนที่ 9 ชีวิตใหม่วังหลวงตำหนักองค์ชายสามในห้องหนังสือ กลิ่นหมึกอ่อนลอยอบอวล หลี่หานเซียนประทับนั่งเบื้องหน้ากองฎีกา มือหนึ่งพลิกกระดาษทีล่ะแผ่นด้วยท่วงท่าสงบเยือกเย็น อีกมือยกถ้วยชาใบเล็กที่มีน้ำชาอุ่น ๆ อยู่ขึ้นจิบอย่างไม่ช้า ๆ แสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างต้องสันกรามคมของเขาให้ดูดุดันเคร่งขรึมไม
ตอนที่ 8 เสียใจภายในห้องที่เงียบสงัด สายลมเย็นพัดลอดบานหน้าต่างเข้ามากระทบใบหน้างามที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงไม้ ผ้าม่านปลิวไหวตามแรงลมอย่างแผ่วเบาภายใต้แสงจันทร์หลิงอันค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความเย็นจากสายลม แต่สายตานางกลับไม่พบร่างของเหอหยางผู้เป็นสามี หัวใจนางพลันเต้นแรงขึ้นมาทันที ร่างบางล







