Share

ตอนที่ 7 ข้าคิดน้อยเกินไป

last update Last Updated: 2025-12-16 10:31:34

ภายในเรือนดอกเหมยหลังจากบ่าวรับใช้มารายงานว่าหลิวหนิงเจียวฟื้นแล้วฮูหยินผู้เฒ่าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาสายหนึ่ง นางกำลังเป็นห่วงหลานชาย อย่างไรเขาก็มีความผิดที่ไม่ยอมเข้าหอในวันแต่งงาน ทั้งภรรยายังคิดฆ่าตัวตายในวันแต่งงานอีก หากหลิวหนิงเจียวไม่ฟื้นเกรงว่าชีวิตของหลานชายคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว

            “นางไม่น่าทำอย่างนี้เลย ใจเสาะเช่นนี้จะอยู่กับบุตรชายข้าได้กี่วันกันเชียว” ลู่ซื่อเอ่ยออกอย่างเหนื่อยหน่ายใจ แรกเริ่มนางยังดีใจที่ลูกชายจะมีภรรยา แต่ภรรยาที่ไม่เต็มใจแต่งให้บุตรชายซ้ำยังคิดทำลายชีวิตตนเช่นนี้ ดูแล้วคงไม่เหมาะที่จะเป็นฮูหยินของเขาเท่าไรนัก

            ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจอีกครั้ง “เป็นใครก็คงคิดทำเช่นนั้น นางรอดชีวิตมาได้ก็ดีมากแล้ว ชื่อเสียงของหยางเอ๋อร์ก็ใช่ว่าจะดี” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยกับลูกสะใภ้ นางทราบดีว่าผู้คนนอกจวนพูดถึงหลานชายของนางว่าอย่างไรบ้าง “ข้าจะไปเยี่ยมนางสักหน่อย เจ้าจะไปหรือไม่”

            “ไปเจ้าค่ะ” ถึงแม้ลูกสะใภ้ทำไม่ถูกใจนางแต่เมื่อหลิวหนิงเจียวเข้ามาอยู่ในจวนสกุลหานแล้ว คนผ่านความเป็นความตายมา หากไม่หยิบยื่นไมตรีให้สักหน่อยจะไม่ใจจืดใจดำเกินไปหรือ ก่อนหน้าลู่ซื่อกับฮูหยินผู้เฒ่าดีใจหนักหนาที่หานตงหยางจะได้แต่งภรรยา แต่ตอนนี้ทั้งสองเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการแต่งงานครั้งนี้ผลดีจะมีมากกว่าผลเสีย

            แม่สามีกับลูกสะใภ้เงียบไปครู่หนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้าให้คนส่งข่าวไปที่ค่ายหวงซานแล้ว อีกไม่เกินสี่วันหยางเอ๋อร์ก็คงมาถึง” หลานชายคนนี้ทำอะไรผลีผลามไม่เกรงกลัวผู้ใดเลยสักนิด เรื่องอื่นหานตงหยางเชื่อฟังท่านย่าเสมอ แต่เรื่องออกเรือนเขาเปรียบเสมือนม้าพยศก็ไม่ปาน แม้แต่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้เขายังหาทางหลีกเลี่ยงที่จะเข้าหอ

            “เจ้าค่ะ” ลู่จินเยว่รับคำแม่สามีเสียงเบา และเดินตามอย่างเงียบ ๆ เรื่องทุกอย่างในจวนฮูหยินผู้เฒ่าย่อมจัดการได้ดีกว่านาง

           

            หลิวหนิงเจียวเพิ่งนอนพักไปได้หนึ่งชั่วยามนางก็ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว ก่อนหน้ารู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนไม่มีอารมณ์แม้กระทั่งจะล้างหน้าหรือผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ แต่พอได้งีบหลับไปพักหนึ่ง พอตื่นขึ้นมาก็ไม่ได้รู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียเท่าไรนัก

            บ่าวรับใช้เข้ามารายงานว่าฮูหยินผู้เฒ่ากับลู่ซื่อมาเยี่ยม นางจึงลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง

            “ช่วยพยุงข้าออกไปที” ตอนนี้นางนั่งอยู่บนเตียงนอน ถ้าให้มารดาสามีกับฮูหยินผู้เฒ่าเข้ามาในห้องนอนคงไม่สมควรเท่าไรนัก

            “คุณหนูเจ้าคะ…” ซินอี๋เอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง

            “ข้ายังไหว”

            ซินอี๋กับไฉ่หงหญิงรับใช้อีกคนจึงพยุงนางลุกขึ้นเดินออกมาด้านนอกที่มีม่านแพรกั้นไว้ ฮูหยินผู้เฒ่ากับลู่ซื่อเดินเข้ามาหลิวหนิงเจียวจึงกล่าวออกเสียงนุ่มนวลพร้อมกับพนมมือไหว้

            “ท่านย่า ท่านแม่สวัสดีค่ะ” หลิวหนิงเจียวพูดออกมาเป็นภาษาไทย

            “หือ?” ฮูหยินผู้เฒ่า

            “…” ลู่ซื่อ

            ทั้งฮูหยินผู้เฒ่าและลู่ซื่อต่างทำหน้างุนงง ทำท่าอะไรของนาง! ซ้ำยังพูดภาษาประหลาด หรือเป็นเพราะนางเพิ่งฟื้นจึงทำให้ไม่ได้สติสมประดี

            ซินอี๋เห็นท่าไม่ดีจึงเอ่ยเตือนสตินายหญิง “คุณหนูใหญ่กล่าวสิ่งใดออกมาเจ้าคะ อีกทั้งท่านยังทำท่า…” พูดพลางบุ้ยปากให้นางดูมือตัวเองที่ยกค้างไว้

            หลิวหนิงเจียวเพิ่งรู้ตัวว่าผิดท่าแล้ว นางทำท่าปั้นยิ้มแก้เก้อคราหนึ่ง ค่อย ๆ ลดมือลงข้างตัวแล้วยอบกายอย่างอ่อนช้อยเอ่ยออกอีกครั้ง “ท่านย่า ท่านแม่” นางตื่นเต้นจนลืมตัวทักทายแบบคนไทยแท้ออกไป

            ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมืออย่างไม่ใส่ใจกับท่าทางแปลก ๆ ของนาง “นั่งเถอะ ๆ เจ้าไม่สบายอยู่ ไม่ต้องมากพิธี” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ไม่ได้ติดใจการกระทำที่ไม่เหมาะสมของนางเมื่อคืน และท่าทีพิลึกพิลั่นของนางตอนนี้ ยิ่งทำให้หลิวหนิงเจียวรู้สึกผิดมากขึ้น ดูไปแล้วฮูหยินผู้เฒ่ากับมารดาสามีก็ไม่มีท่าทีรังเกียจนางเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ท่านทั้งสองเบิกตาโตด้วยความตกใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นหน้านาง

ทำไมต้องตกใจ?

            สาวใช้พยุงให้หลิวหนิงเจียวนั่งลงบนเก้าอี้

            “เจ้าไม่เต็มใจแต่งงานกับหยางเอ๋อร์ก็ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ คนเราไม่รักชีวิตตัวเองแล้วจะไปรักคนอื่นได้อย่างไร” คนอื่นที่ลู่ซื่อหมายถึงก็คือบุตรชายของนางเอง

            “ข้าคิดน้อยเกินไป ท่านแม่โปรดลงโทษข้าด้วยเจ้าค่ะ” พูดพลางก้มหน้าอย่างสำนึกผิด หลิวหนิงเจียวใจเด็ดจริง ๆ ถึงจิตสุดท้ายนางยังอยากจะมีชีวิตต่อ แต่นั่นก็คงไม่มีโอกาสแล้ว

            “เอาละ ๆ ถ้าเจ้าคิดได้แล้วก็ช่างเถิด ข้าย่อมเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี แต่เจ้าก็ควรเห็นใจหยางเอ๋อร์บ้าง เขาเองก็คงไม่อยากเป็นเช่นนี้” ฮูหยินผู้เฒ่าไม่อยากให้ลู่ซื่อตำหนิหลิวหนิงเจียวมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้นางคิดสั้นขึ้นมาอีก แล้วหลานชายของนางจะมีความผิด

            “ขอบคุณท่านย่าเจ้าค่ะ ข้าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก” เรื่องหน้าตาของเขามันเป็นอุบัติเหตุจากศึกสงคราม นางย่อมไม่โทษเขาอยู่แล้ว

            “ถ้าเจ้าไม่อยากร่วมห้องกับหยางเอ๋อร์ เจ้าก็แค่แยกห้องนอนกับเขา ข้าจะคุยกับเขาให้เจ้าเอง” ลู่ซื่อออกความเห็น นางคิดว่าเรื่องนี้น่าจะพอมีทางออกโดยที่ไม่ต้องมีใครต้องแลกด้วยชีวิต

            “เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหลอีก แต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้วไม่ร่วมห้องได้อย่างไร” ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปตำหนิลูกสะใภ้ตาเขียว อย่างไรนางก็ยังหวังให้หลานชายเพียงคนเดียวมีทายาท ถึงแม้สตรีตรงหน้าจะทาแป้งหนา ทาชาดสีเข้มจัดแม้ยามหลับนอนก็ตาม ดูแล้วน่าจะเป็นไปตามคำเล่าลือกระมัง ว่าหญิงงามชนเผ่านางนี้ชอบแต่งตัวให้สวยผุดผาดอยู่ตลอดเวลา

            ลู่ซื่อก้มหน้าหลบสายตามารดาสามีเมื่อโดนตำหนิ นางแค่หาทางออกให้กับทั้งสองเท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 4

    วันรุ่งขึ้นเขาจึงพูดกับพอใจว่า “พี่อยากไปเที่ยวบ้านพอใจโฮมสเตย์น่ะ ใจพาพี่ไปได้ไหม” “ได้ค่ะ เพราะฉันต้องไปทำงานอยู่แล้ว” “จะไม่พักบ้างเลยเหรอ” “ไม่ค่ะ อยากทำงานมากกว่า” เพราะการทำงานของเธอก็เหมือนได้ไปพัก “งั้นพี่ขอไปทำงานด้วยนะ เดี๋ยวพี่ขับรถให้เอง” กิตติ์ณัฏฐกรอาสาเพราะเขาชอบบรรยากาศที่มีป่าเขามาก ๆ อยู่แล้ว อีกทั้งช่วงนี้ยังเป็นฤดูฝน พืชพรรณบนภูเขาคงเขียวขจีไปหมด เขาพูดแค่นั้นเธอก็โยนกุญแจรถให้แล้ว อยากขับก็ตามใจ ถ้าเหนื่อยอย่ามาบ่นก็แล้วกัน วันนั้นทั้งวันกิตติ์ณัฏฐกรจึงต้องขับรถให้พอใจอย่างเดียว เพราะเธอต้องคอยไปต้อนรับลูกค้าที่มาพักที่บ้านพอใจโฮมสเตย์ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังจัดแจงเรื่องอาหารและเครื่องดื่มกับคนงานอีกด้วย แต่เขาก็ยินดีที่ได้ขับรถเที่ยวทั้งวัน กิตติ์ณัฏฐกรทำอาชีพอิสระรับงานเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผน ออกแบบ ควบคุม และตรวจสอบการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน สะพาน อาคาร ระบบขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เขาจึงสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ โดยพื้นฐานครอบครัวของเขาท

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 3

    คนที่ทำหน้าที่โปรยทานก็โปรยอย่างต่อเนื่องราวกับสายฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เหรียญโปรยทานครั้งนี้มีมูลค่ากว่าสองแสนบาท แก่นคูณกับละอองไม่ได้อยากอวดร่ำอวดรวย แต่อยากให้ทุกคนคิดว่านี่คือการทำบุญมากกว่า ได้ช่วยเหลือชาวบ้านในรูปแบบของเหรียญโปรยทานพวกเขาก็มีความสุขแล้ว นาคภาคภูมินั่งขัดสมาธิพนมมืออยู่บนรถกระบะด้วยท่วงท่าน่าเคารพนับถือ ชาวบ้านต่างกล่าวชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน “ลูกคนรวยก็อย่างนี้ละนะ ทำอะไรก็ดูดีไปหมด” เลื่อม ชาวบ้านบ้านผักหนามพูดขึ้น “นั่นน่ะสิ ตอนลูกชายฉันบวชฉันก็อยากจัดงานใหญ่โตแบบนี้บ้าง” จำเนียรว่าเสริมอดปลื้มใจแทนพ่อกับแม่ของนาคภาคภูมิไม่ได้ พรรณวรจที่เดินอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเข้าจึงถือโอกาสนี้สอบถามเสียเลย “เจ้าภาพเขารวยมากเหรอคะป้า” งานวันนี้มีคนมาร่วมทำบุญกันอย่างล้นหลาม พรรณวรจกับสามีจึงทำได้เพียงเข้าไปทักทายกับเจ้าภาพในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ต้องปลีกตัวออกมาแล้ว “รวยมากค่ะ เป็นทั้งเจ้าของร้านนาดูนซาลาเปา มีตึกพาณิชย์ให้คนเช่าตั้งหลายสิบห้อง เห็นว่าตอนนี้ให้นาคภูมิดูแลทั้งหมดเลยนะคะ” เลื่อมกล่าวอย่างออกรส

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 2

    “ลูกตั้งใจจะทำกี่เหรียญ” “พันเหรียญค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้ครบตามที่ได้ตั้งใจไว้เถอะ เพราะพ่อกับแม่จะไปงานบวชกับลูกด้วย” ปัณณพรเงยหน้ามองแม่ด้วยแววตาสงสัย “แม่พูดจริงเหรอคะ” “จริงสิ ความจริงที่พ่อพูดอย่างนั้นไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ลูกไป แต่เพราะพ่อเขากลัวว่าปัณจะถูกผู้ชายคนนั้นหลอกต่างหากล่ะ” พรรณวรจกล่าวต่อ “คบกับพี่เขามานานแล้วเหรอ” “แม่” ปัณณพรไม่คิดว่าแม่จะจับได้ว่าตนแอบมีแฟน “ไม่ต้องอายแม่หรอก บอกแม่มาตามตรงก็พอ” “แต่พ่อเคยบอกว่า…” “พ่อเขาก็รู้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โกรธขนาดนี้” พูดพลางเช็ดน้ำตาให้ลูก “คบมาประมาณหนึ่งปีแล้วค่ะ” “เจอกันได้ยังไง” “หนูไปกินขนมจีบที่ร้านนาดูนซาลาเปาค่ะ เขาไปขายของช่วยพ่อกับแม่ก็เลยเจอกัน” จากนั้นพรรณวรจก็หลอกถามลูกสาวอีกหลายอย่าง จนรู้ว่าลูกสาวกับภาคภูมิไม่ได้ทำอะไรเสียหาย “แล้วเขารู้ไหมว่าลูกเป็นใคร” “รู้ค่ะ” “พ่อแม่เขาล่ะ” “เรื่องนี้หนูไม่เคยถามเขาค่ะ แต่หนูคิ

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากเรียนจบปริญญาโทภาคภูมิก็กลับมาขายขนมจีบช่วยพ่อกับแม่ เขาคิดเล่น ๆ ว่าจะทำเพียงสามสี่เดือนเท่านั้นแต่ไป ๆ มา ๆ นี่ก็ขายมาได้หนึ่งปีเต็มแล้ว และอีกไม่ถึงสิบวันเขาก็จะบวชพระเพื่อทดแทนบุญคุณของพ่อกับแม่ตามความเชื่อของบรรพบุรุษที่เคยสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พ่อกับแม่ปลีกตัวไปเตรียมงานบวชลูกชาย เขาจึงได้มาเฝ้าร้านขายขนมจีบเพียงคนเดียว กับพนักงานอีกสิบห้าคน ถึงลูกค้าจะมากแค่ไหน แต่พ่อก็บแม่ก็ไม่ยอมเปิดสาขาเพิ่ม เพียงแต่พ่อกับแม่สร้างตึกใหม่เป็นสองห้องเพื่อขายขนมจีบและซาลาเปาเท่านั้น อีกทั้งชั้นสองชั้นสามของตึกพาณิชย์ยังสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย พนักงานบางคนที่บ้านอยู่ไกล พ่อกับแม่ก็ให้พักที่นี่ ตัวเขาเองถ้าวันไหนขี้เกียจเดินทางก็พักอยู่ที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน ทางด้านของปัณณพรก็อยากไปงานบวชของภาคภูมิเช่นกัน ถึงในใจจะกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่ให้ไป แต่เธอก็รวบรวมความกล้าพูดออกไปขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน “พ่อคะ แม่คะ หนูขออนุญาตไปงานบวชรุ่นพี่ได้ไหมคะ” “รุ่นพี่ที่ไหน” ปฐวีเอ่ยถามลูกสาว เพราะตั้งแต่ลูกเข้าเรีย

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนที่ 78 เปิดกิจการ (จบ)

    หลายวันต่อมาเมื่อรจนาทราบข่าวการกลับมาของละออง เธอก็นั่งร้องไห้โฮจนตาบวมไม่ยอมขายของให้แม่ทั้งวัน ลำพังแก่นคูณปฏิเสธการแต่งงานกับเธอเพราะเขาไม่รัก เธอก็เสียใจมากพอแล้ว แต่นี่เขายังกลับไปจดทะเบียนสมรสใหม่กับเมียเก่าอีก “ฮือ ๆ ๆ” รจนาร้องไห้เสียงดังนั่งกินเหล้าอยู่บนแคร่ข้างโอ่งน้ำดื่มบ้านตัวเองเพียงลำพัง โยที่กำลังเก็บเกวียนอยู่ได้ยินเสียงคนร้องไห้อยู่ข้างรั้วจึงเดินมาดู เขาหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นรจนานั่งร้องไห้ทำปากบาน เขาจึงก้าวขาก้มศีรษะลอดรั้วไม้ไผ่มาหารจนา “ใครตายถึงได้ร้องไห้เสียงดังหนวกหูขนาดนี้” ความจริงโยทราบอยู่แล้วว่ารจนาร้องไห้ด้วยเหตุใด เพราะเขาเองก็รู้เรื่องที่รจนาโดนแก่นคูณปฏิเสธการแต่งงานเช่นกัน “ไม่ต้องมาซ้ำเติม” รจนาตวาดออก “ซ้ำเติมอะไร นี่ฉันแค่ถามว่าใครตายเท่านั้น” พูดแล้วก็หัวเราะตามหลัง “ฉันนี่แหละกำลังจะตาย พี่ไม่รู้หรือไงว่าพี่คูณจดทะเบียนสมรสใหม่กับยัยพี่อองนั่นแล้ว ฮือ ๆ” คิดมาแล้วมันช้ำใจนัก โยหัวเราะขึ้นเสียงดังกว่าเก่า ตอบออกมาเสียงเรียบว่า “รู้แล้ว” “รู้แล้วยัง

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนที่ 77 คืนรัง

    สายมากแล้วแต่แก่นคูณก็ยังไม่กลับมา น้อยนั่งรอด้วยความร้อนใจ เพราะลูกชายบอกว่าจะไปแล้วกลับภายในวันเดียว แต่ตอนนี้ก็เก้าโมงเช้าของวันใหม่แล้ว แต่ก็ยังไร้แววลูกชาย ภาคภูมิกับพอใจร้องไห้แล้วร้องไห้อีก เพราะกลัวว่าพ่อจะหนีไปอีกคน “พ่อกับแม่กลับมาแล้วค่ะพี่ภูมิ” เสียงเล็กแหลมบอกพี่ชายเสียงดัง “ไหน” “นั่นไงคะ” นิ้วป้อมน้อย ๆ ชี้ไปยังเนินเขาตรงทางขึ้นบ้าน จากนั้นทั้งสองก็วิ่งเร็วจนผมหน้าผากตั้งตรงไปยังพ่อกับแม่ “พ่อครับ” “แม่อองกลับมาแล้ว” พูดได้เท่านั้นพอใจก็เบะปากร้องไห้ พลางวิ่งไปหาแม่ ทั้งสองย่อตัวลง ละอองอุ้มพอใจ แก่นคูณอุ้มภาคภูมิเดินเข้าไปหาน้อยที่นั่งยิ้มอยู่ที่แคร่ข้างบ้าน ดีใจที่ลูกชายสามารถเอาลูกสะใภ้กลับมาฝากได้ เมื่อมีทั้งพ่อทั้งแม่ปลอบลูกทั้งสองก็หยุดร้องไห้แล้ว น้อยลุกขึ้นเดินไปรับของในมือลูกชาย ละอองเห็นแม่สามีเดินไม่ปกติจึงถามขึ้น “แม่ปวดขาอีกแล้วเหรอคะ” “อืม ปวดไม่มากหรอก แต่ก็ทำให้รำคาญก็เลยให้คูณซื้อยาที่อองเคยซื้อให้มาให้กิน” “แต่ฉันว่าแม่ควร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status