LOGINไม่รู้ว่าพายเรืออกมานานแค่ไหนแล้ว เพราะตอนนี้แม้จะเมื่อยจนสายตัวแทบขาดก็ยังคงต้องพายต่อไป
ใบหน้าที่มอมแมมของฟู่จิ่งฮวาหันมามองเด็กสองคนด้วยแววตาอ่อนแสง พี่ใหญ่ทำหน้าที่นอนกอดน้องน้อยพร้อมห่มผ้าให้หนาแน่น “จะเลี้ยงยังไงให้เติบโตและไม่อาฆาตแค้นดี” แม้จะรู้ว่าการกระทำแสนป่าเถื่อนที่สกุลฟู่ได้รับมันเกินกว่าจะยอมปล่อยวาง แต่เธออยากให้เด็กๆสองคนนี้เติบโตไปยิ่งใหญ่จนไม่มีใครกล้ารังแก มากกว่าให้ใช้ชีวิตเพื่อเอาคืน และความปราถนาสุดท้ายของมารดาเด็กเอ่ยไว้เพียงให้เลี้ยงชีพตนเองได้ นั่นเท่ากับว่าคนบ้านนั้นจิตใจบริสุทธิ์ทุกคน!! “ท่านอาขอรับ” นานนับหลายชั่วโมงตามที่เธอคาดคะเน ตอนนี้เส้นขอบฟ้าเริ่มมีสีส้มจางๆ ส่วนเรือไม่ได้หยุดนิ่ง เพราะถือว่าที่นี่อาจจะปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยก็ได้จึงยังฝืนไปต่อ “หิวหรือยัง” เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีจนอุดมสมบูรณ์มีความสูงเพียงสะโพกนางเท่านั้น “หิวขอรับ” แม้ท้องฟ้ายังไม่สว่างดีแต่ตอนนี้ฟู่จิ้งฮวามองทุกอย่างได้ชัดเจน จากที่คิดว่าตามตัวเด็กอาจมีเสื้อผ้าเปอะเปื้อนเลือดบ้าง ตามที่นางมองจุดดำๆและกลิ่นคาว ตอนนี้พอได้เห็นเต็มตา ทั้งเสื้อผ้านางและเด็กชายเต็มไปด้วยเลือดจนชุ่ม “หยิบถ้วยมาตักน้ำล้างหน้าล้างตา เดี๋ยวข้าจะหาที่หยุดเรือสักหน่อย หากชาวบ้านมาเห็นสภาพเราสองคนคงวิ่งไปแจ้งตำรวจก่อน” นางพูดไปตามความคิด แต่เด็กชายยังทำหน้าสงสัย “ตำรวจคือสิ่งใดขอรับ!!” อ่าาา คงต้องใช้เวลาอีกมากในการปรับตัว “ก็คนที่มีอำนาจทางกฏหมายละมั้ง ช่างเถอะ ตอนนี้ยังไม่สว่างมาก รีบล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้า” นางเองตั้งใจก้มลงไปตักน้ำในลำธารจึงได้เห็นหน้าสตรีเจ้าของร่างที่ฟู่จิ่งฮวามาอยู่ด้วย มือเล็กรีบกวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตาให้เอี่ยมอ่องก่อนจะพบความจริงที่ว่า… “เหมือนเหลือเกิน เหมือนขนาดนี้ไม่น่าจะใช่มาแค่วิญญาณละมั้ง” ใบหน้าของสตรีผู้นี้ คือใบหน้าเดียวกับนางในโลกก่อน “นี่ เจ้าเด็ก ข้ามีชื่อว่าอะไร” แม้จะงงแต่ก็ยังเข้าใจว่าอาหญิงของเขาหัวกระทบกระเทือนของจริง “จิ่งฮวา ฟู่จิ่งฮวาขอรับ” เหมือนกระทั่งชื่อ!! “อืม รีบอาบน้ำเถอะ ข้าจะไปดูน้องเจ้าหน่อย” บริเวณนี้ยังเป็นป่า คาดว่าข้างหน้าอาจจะเป็นหมู่บ้าน เพราะจากที่มองไกลๆ มีท่าน้ำยื่นออกมาด้วยจึงต้องจัดการตัวเองตั้งแต่นี้ “เสื้อผ้าชุดเดิม เอามานี่อย่าทิ้งหลักฐาน” ดีที่เรือนี้มีหลังคาจึงอาจจะใช้เป็นที่พำนักได้ ไว้ค่อยหาทางพูดคุยกับชาวบ้านไปอีกที ว่า…เมืองจี้โจวต้องไปอย่างไร!! มือเล็กนำหินข้างตะลิ่งมาผูกกับเสื้อผ้าเพื่อเป็นการถ่วงน้ำหนัก ก่อนจะทิ้งเสื้อผ้าเปื้อนเลือดมัดหินลงแม่น้ำไป ไม่ให้ใครตามเจอ มือเล็กดึงผ้าม่านเรือลงก่อนจะหยิบผ้าผืนใหญ่มากั้นสายตาเด็กน้อยและใช้ผ้าชุปน้ำเช็ดตัวเองก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อมองดูชุดที่มีนั้นดูดีเกินไป นางจำเป็นต้องหาบางสิ่งมาตัดให้ขาดบ้างเพื่อความกลมกลืน ของเด็กน้อยเองก็เช่นกัน จากนั้นจึงลองยกนมแพะมาชิมพบว่ายังกินได้อยู่อาจจะเพราะอากาศเย็นจัดจึงรักษาความสดไว้ได้ “เจ้าเอานี่ไปนั่งกินก่อน ข้าจัดการเจ้าตัวเล็กหน่อย” นางอุ้มเด็กเล็กขึ้นมา ก่อนจะเทนมใส่จอกเล็กๆและจ่อที่ปากน้อย เด็กน้อยที่แม้จะลืมตาแต่คงยังำม่ค่อยเห็นเท่าไกร่ดูดนมก่อนอย่างหิวกระหาย “อย่าพึ่งถามหาอนามัยหล่ะ สถานการเช่นนี้ข้าแค่ต้องการให้เจ้าอิ่มท้อง เอาไว้เข้าไปในที่มีโรงหมอเมื่อไหร่จะลองให้หมอตรวจ” เด็กชายส่ายหน้า “ข้าตรวจน้องได้ขอรับ” นางเลิกคิ้วก่อนจะคิดได้ว่าเด็กตัวแค่นี้บิดาสอนอะไรให้บ้างนะ? “เช่นนั้นก็ลองดูสิน้องเจ้าเป็นอย่างไร ข้าเองไม่รู้ว่าเด็กเล็กเช่นนี้ต้องตรวจอะไรบ้าง” เด็กชายยังคงส่ายหน้าเพราะเขาเองทำการตรวจไปตั้งแต่เมื่อคืน!! “น้องหญิงปกติดีขอรับ จับเส้นลมปรานแล้วไหลเวียนดี แต่ท่านแม่คลอดก่อนกำหนด จึงเอาแต่นอน ท่านอาต้องป้อนนมทุก2ยาม อาหารยังกินไม่ได้ ห่อผ้าไว้ตลอดน้องจะหลับสนิท นมแพะนี่ย่อยง่ายน้องกินได้ขอรับ” คำพูดของเด็กน้อยที่เมื่ออาบน้ำแต่งตัวใหม่น่าตาน่าเอ็นดูไม่น้อยทีเดียว ทำนางอมยิ้ม รู้สึกชอบเด็กขึ้นมาบ้างแล้ว… “เก่งมาก เช่นนั้นบอกข้ามาหน่อยตอนนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว” “4หนาวขอรับ อีกเพียง3วันข้าจะครบ5หนาว” “แล้วเจ้าชื่ออะไร น้องเจ้าหล่ะมีชื่อหรือยัง?“ ”ข้าชื่อฟู่มู่หลงขอรับ น้องหญิงชื่อฟู่ซินเซีย“ นางพยักหน้าพร้อมยิ้ม ”มู่หลง…ทีนี้เรามาทำความเข้าใจกันใหม่นะ ตอนนี้สถานะของเราไม่เหมือนเดิม การเดินทางนี้อาจจะเจอท่านอาเขยของเจ้าก็ได้ หรือ…อาจจะไม่เจอก็ได้ แต่ข้าจะพาพวกเรารอดแน่นอน หมายถึงว่า…ข้าจะพยายามหน่ะนะ“ มือบอบบางลูกแก้มเด็กน้อยที่เริ่มน้ำตาคลออีกครั้ง ”ตอนนี้บิดามารดาเจ้าไปสบายแล้ว ข้าเชื่อว่าชาวบ้านที่รักสกุลฟู่จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้พวกเขา และสักวันข้าจะพาเจ้าสองพี่น้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง ในวันที่เรามีกำลังมากพอ“ ”ท่านอา แล้วตอนนี้มีคนดูแลบิดามารดาข้าและคนในจวนฟู่หรือไม่ขอรับ“ นางพยักหน้าทั้งน้ำตา เด็กน้อยคงหมายถึงเรื่องจัดงานศพ ”แน่นอนว่ามี พ่อเจ้าทำความดีไว้มาก รักษาชาวบ้านฟรีๆใครบ้างจะใจดำทิ้งให้เดียวดายใช่หรือไม่“ ใบหน้ากลมเล็กพยักขึ้นลง ”ต่อจากนี้ จะไม่มีคุณหนูสกุลฟู่ หากใครถามให้บอกว่าเราถูกไล่ออกจากตระกูลจะไปตามหาญาติที่จี้โจว และ…เจ้าสองคนเป็นลูกข้า เข้าใจหรือไม่ เราเดินทางมาจากชายแดน ไม่รู้เรื่องยา รักษาใครไม่ได้เจ้าจำให้ขึ้นใจ ข้าขอเท่านี้หลงเอ๋อร์คนเก่งของอา เจ้าทำได้ใช่ไหม?“ ฟู่มู่หลงพยักหน้าพร้อมยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตา ”ขอรับท่านอา ข้าจะไม่เพ่งพายเรื่องตำหรับยาให้ใครฟัง“ นางยกยิ้มก่อนส่ายหัว ”ท่านแม่…ขอรับท่านแม่“ ตอนนี้นางทำได้แค่ดึงเด็กน้อยเข้ามากอดให้ความอบอุ่น ชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้แต่แน่นอนว่าจะใช้ชีวิตบนเรือต่อไปไม่ได้ หากออกแม่น้ำใหญ่อาจเจอพายุ หรือบางทีอาจโดนปล้น ต้องรีบออกไปให้ไกลที่สุดและสละเรือ“ชีวิตนี้ข้าอุทิศตนให้แผ่นดินมาตลอดจนถูกมองข้ามและละเลยเป็นเพียงเกาะกำบังให้คนในใต้หล้า ต่อจากนี้…ขอเพียงเจ้ามอบความรักให้ข้าก็พอ เพราะมือที่จับดาบของข้า จะมีไว้เพียงปกป้องเจ้าเท่านั้น” ร่างสูงใหญ่ที่กอดนางเอาไว้แนบอก ดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมสตรีอันเป็นที่รัก ก่อนมองแสงของวันใหม่ที่โพล่ขึ้นที่ขอบฟ้าอย่างอิ่มเอมในหัวใจ“วันแรกที่ข้าเห็นท่านที่อารามสงฆ์ในใจสงสัยเหลือเกินบุรุษหน้าตาหล่อเหล่าเช่นนี้มีเจ้าของหรือยัง พึ่งรู้ว่า…เจ้าของท่านก็คือตัวข้าเอง” จากที่เขาจะปล่อยให้นางพักกลับพลิกตัวนางให้ขึ้นมาอยู่บนตัว แท่งเอ็นอุ่นร้อนที่พร้อมรบถูกดันเข้าช่องทางคับแคบจนนางมีใบหน้าเหยเก“เช่นนั้น…พิสูจน์ให้ข้าเห็นที ว่าเจ้า…หลงไหลข้าเข้าแล้ว!!” 5ปีต่อมา“เสิ่น ซือ เฉิง!!“ เสียงเรียกลั่นจวนนี้ไม่ใช่ใครแต่เป็นฟู่จิ่งฮวาที่อุ้มท้องบุตรคนที่สาม หลังให้กำเนิดบุตรชายและบุตรสาวปีเว้นปี บุตรชายคนโตอย่างเสิ่นซือเฉิงได้นิสัยบิดามาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เมื่อบัดนี้เขาสั่งให้ทหารมายืนเป็นเป้าล่อ ให้ตนเองฝึกยิงธนูใส่ผลแอปเปิ้ลบนหัวทหาร นางแทบวิ่งออกมาจากห้องสกัดยาทันทีเมื่อสาวใช้ไปตาม”ท่านแม่!!“ คนที่ตกใจรีบวิ่งไปหล
จาก1จอกเพิ่มขึ้นเป็น2-3-4-5-6 และตอนนี้นางเริ่มมึนหัวจนลุกไม่ไหว“ดูท่าแล้วนายหญิงจะแย่แล้วนะขอรับ” หย่งเล่อที่ยืนดูเหล่าลูกน้องและเหล่าแม่บ้าน ยื่นสุราหลากหลายขนานให้ฮูหยินท่านแม่ทัพไม่หยุดชักเริ่มหวั่นใจ เพราะเห็นแม่ทัพยืนมองนิ่งๆมานานนับ1ชั่วยามเห็นจะได้“พรุ่งนี้เจ้าคุมคนไปก่อสร้าง พามู่หลงกับซินเซียไปตัดชุด กลับมาสัก…บ่ายๆ ไม่ต้องตามหาตัวข้า ต่อให้จะมีใครตายก็ปล่อยให้ตายไปเลย พรุ่งนี้ข้าไม่ว่าง!!” คนที่ยืนกอดอกมองเมียมานานจัดการสั่งคนสนิทก่อนก้าวอาดๆเข้าไปกลางวงสุรา ปล่อยให้หย่งเล่อยืนคิดทบทวนอยู่กับที่ จนกระทั่งเห็นถุงเงินถุงนึงยื่นให้ซีเหมินเขาถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง ยังไม่รวมกับที่ตกลงอะไรบางอย่างกับคุณชายน้อยฟู่ ก่อนจะยื่นธนูคันเล็กให้ จากนั้นจึงอุ้มฮูหยินที่ทรงตัวไม่อยู่ขึ้นแนบอก“ท่านแม่ทัพ ท่านเป็นคนชอบติดสินบนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!” ในจังหว่ะที่เสิ่นอู๋หลัวกำลังจะอุ้มภรรยาเดินผ่านหย่งเล่อรีบถามทันที!!“พึ่งทำ ต่อจากนี้หากเป็นเรื่องนาง ข้าติดสินบนไม่ถือว่าผิด คืนนี้ข้าจะเข้าหอ อย่าได้…เสนอหน้าไปใกล้จวนข้าเชียว!!”“ให้ตายเถอะ คนอื่นติดสินบน ส่วนข้าถูกข่มขู่งั้นหรือ!!”
คำพูดหเหล่านั้นสร้างความตรึงเครียดพอสมควร“ท่านแม่ทัพขอรับ” หย่งเล่อที่เห็นเสิ่นอู๋หลัวเงียบไปจึงเรียกเบาๆ“เปิดศาลากลางหมู่บ้าน ใครอยากร้องทุกข์อะไรให้ไปที่นั่น ตามผู้นำหมู่บ้าน นายอำเภอ และคนของทางการไปด้วย” เขาตอบคนสนิทนิ่งๆก่อนหันมาทางนาง“เจ้าอยากไปหรือไม่” จากที่คราแรกอยากรู้ว่าเขาจะทำเช่นไร แต่นางเลือกจะเปลี่ยนความคิดใหม่ หน้าที่นั้นปล่อยให้เขาจัดการได้เต็มที่“ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะทำอาหารรอท่าน จะพาเด็กไปเดินตลาด และกลับมาเตรียมดูแลจวนเจ้าค่ะ” เพราะที่ๆสร้างขึ้นมาพร้อมกันคือป้อมปราการและจวนท่านแม่ทัพ ด้วยเขาเกรงว่านางจะอึดอัดหากพักในที่ที่มีทหารเดินขวักไขว่ ซึ่งวันนี้ก็เข้าอยู่ได้พอดี“ข้าจะรีบกลับมา” นางพยักหน้าให้เขาก่อนฝากซินเซียไว้กับสาวใช้ส่วนนางพาฟู่มู่หลงไปเดินซื้อของที่ตลาดนัดแทน“คนนี้นี่แหละฮูหยินท่านแม่ทัพ ที่เมื่อหลายวันก่อนมาเหมาเนื้อไก่ เนื้อหมู่ไปทำอาหาร”“ใช่ๆ ทั้งยังไม่ต่อราคาสักนิด ได้ข่าวว่าลงมือทำครัวเองด้วย”“น่าขื่นชมจริงๆ ฮูหยินเชิญทางนี้เจ้าค่ะ” นางเดินตามเสียงเรียกของเหล่าแม่ค้าพ่อค้าเข้าไปถึงกับแปลกใจ“ท่านป้า ท่านน้า มีอะไรหรือเจ้าคะ” นางถามอย่างสงสัยแต่เ
หลังจากความวุ่นวายในวังหลวงจบลง เสิ่นอู๋หลัวพาฟู่จิ่งฮวาและเด็กๆไปเคารพป้ายวิญญานของสกุลฟู่ก่อนจะนำป้ายวิญญาณกลับมาที่โถงพรรพชนเพื่อจะได้ทำพิธีกราบไหว้ทุกปีตามธรรมเนียม“มู่หลงเจ้าอยาก อยู่ที่สกุลฟู่หรือไม่” หากหลานชายบอกนางว่าต้องการอยู่นางยินดีอยู่ดูแลเด็กๆที่นี่ เปิดหอโอสถและส่งยาให้กองทัพแทนเหมือนที่หมอฟู่เคยทำ“ไม่ขอรับ ข้า…ไม่อยากเดินผ่านที่นี่ทุกวัน ไม่อยากมองเห็นที่ที่บิดามารดาข้าทรมานขอรับ” นางเข้าใจความรู้สึกนี้ดีที่นี่มีคนตายเยอะเกินไปและทุกคนล้วนเป็นคนในครอบครัว“เช่นนั้นข้าจะจ้างคนมาทำความสะอาด ปัดกวาดและดูแลจวน ส่วนเราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป่ยอวี๋เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร“ นางไม่เร่งรัดเอาความอยากให้ไปพร้อมความสมัครใจล้วนๆ”ข้าอยากไปเป่ยอวี๋ขอรับ!!“ ดวงตาเป็นประกายเพราะรู้ดีว่าหากไปอยู่ที่นั่นนอกจากอาหญิงของเขาจะเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพใหญ่แล้ว ยังควบตำแหน่งหมอยาด้วย เขาจะได้ศึกษาตำรายาจากสมุดเล่มนั้นจนจบ ไม่ต้องอยู่ในวังวนเดิมกับความเสียใจ“แอ๊” หลังพี่ชายพูดจบหนูน้อยในอ้อมกอดที่ตัวโตขึ้นทุกวันก็ส่งเสียงเช่นกัน“ฮ่าๆ ฮ่าๆน้องเจ้าก็ออกความคิดเห็นด้วย” “น้องต้องคิดเห็นเช่นเดียว
“ปลด!! ปลดกระหม่อมเช่นนั้นหรือ” องค์รัชทายาทรับไม่ได้กับสิ่งที่ฝ่าบาทพูด ถึงกับทรุดลงพื้น ส่วนฮองเฮานั้นรีบปิดปากกลั้นสะอื้น“ราชองการออกไปแล้ว ทั่วแผ่นดินใต้หล้ารับทราบทั้งหมด คงเพราะองค์ชายใหญ่ถูกกักบริเวณห้ามคนสนิทเข้าไปในตำหนังฉิงชือ จึงไม่รู้ว่า…ตอนนี้ตำแหน่งรัชทายาทจะว่างเปล่าจนกว่า…จะเสร็จสิ้นคดีฉ้อโกง!” คำพูดฝ่าบาทศักดิ์สิทธิ์ที่สุด “กระหม่อมน้อมรับพระบัญชาฝ่าบาท” เหล่าเสนาและใต้เท้าที่มารวมกันกล่าวโดยพร้อมเพียง“เช่นนั้นข้าขอโต้แย้งต่อหน้ากรมอาญา เดิมทีแม้ข้าเป็นรัชทายาท แต่ข้าก็ไม่ได้ตัดสินใจทุกอย่างคนเดียว ข้ามีคนสนิทคือแม่ทัพน้อยเซี่ยเป็นคนให้คำปรึกษา มีใต้เท้าเซี่ยผู้เป็นลุงคอยชี้แนะ แล้ววันนี้ในขณะที่ข้าถูกสายตาเคลือบแคลงจากชาวบ้าน เหตุใด…พวกเขายังลอยนวล!!“ เสิ่นอู๋หลัวก้มหน้าลงเพียงนิด นี่คงจะเป็น…ทางลงที่พระองค์คิดเอาไว้แล้ว ”ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่มีมูล ไม่ใช่พระองค์ที่โดนปรักปรำ ในยามที่กระหม่อมออกรบแย่งชิงเป่ยอวี๋คืน แม่ทัพน้อยเซี่ยต้องคลังแสงตาย จนไม่อาจลากตัวมารับผิด ความผิดของเขาแน่นอนว่ามี เรื่องนี้กรมอาญาจะเป็นตัดสิน ข้าเองไม่มีอะไรจะพูด หากองค์ชายคิดว่านี่ไม่ใ
“ใบปรุงยานี้เป็นยาวิเศษที่ได้มาจากนักพรตผู้เฒ่าที่เทือกเขามู่หลงขอรับ บิดาข้าได้รับมอบมา และนำมาช่วยชาวบ้านที่ทุกข์ยากฟรีๆ ยาวิเศษนี้ถูกเล่ากันปากต่อปาก จนกระทั่ง…คนพวกนั้นอยากได้ไปครอบครองเอง เพื่อทำการค้า แต่บิดาข้าไม่ยอมเพราะนักพรตให้มารักษาคนฟรีๆ แรกกับสมุนไพรหายากในตำรา พร้อมกับบอกทางที่มีสมุนไพรขอรับ” ใต้เท้าผู้พิพากษานำมันไปตรวจสอบ”ศิษย์ของบิดาข้าที่ทำงานใกล้ชิดคนสกุลฟู่ เป็นคนมาสารภาพกับบิดาข้าเอง เขาพูดเพียงว่าขอชดใช้ให้เพราะรู้สึกผิด ก่อนจะหายตัวไป เขามอบสิ่งนี้ให้ข้าขอรับ!“ หยกแผ่นป้ายประจำตัวสกุลหวงพร้อมตั๋วเงินที่ลงตราประทับว่าเป็นของหวงอันโหลวถูกเด็กชายหยิบมันออกมาทั้งหมด”ตอนที่ข้าถูกมารดาดันเข้ามาในห้องเก็บของที่มีชั้นใต้ดิน ระหว่างรออาหญิงข้าตื่นจากพิษไข้ ข้ามองดูพวกเขา!!“ นิ้วเล็กชี้ไปที่บุรุษสกุลหวงนิ่งๆ”ลงมือฆ่าปาดคอคนในจวนข้าทีละคน สมุนไพรทั้งหมดถูกขนออกไป!! บางส่วนถูกเผาทำลาย ตำรามีกี่เล่มเขาเปิดหามันจนทั่ว แต่เล่มที่สำคัญมันอยู่กับข้า และสุดท้าย ระหว่างที่ข้าหลบหนี…พวกเขา…กลับมาทำร้ายแม่ข้าอีกรอบ คนพวกนี้ควรมีชีวิตที่ดีขึ้นหรือขอรับ!!“ ชาวบ้านที่มาดูการตัดสินค
หลังจากแน่ใจแล้วว่าทุกคนแยกย้าย นางจึงปลดผ้าคลุมออก ก่อนจะเดินมาตามหาเจ้าของเรือที่นางคิดว่าเขาคงมีเรื่องอยากจะถาม พร้อมฟู่มู่หลงและฟู่ซินเซีย“แม่นางคนพวกนี้เป็นคนของหวงอันโหลว เจ้ากำลังจะบอกว่าหนีตายมาจากสกุลหวงงั้นหรือ” คิดไว้แล้วไม่มีผิด ชายชราผู้นี้ค้าขายไปทั่วมีหรือจะไม่รู้จักคนของหวงอันโหลว
จบคำพูดนั้นนางถึงจับยืดตัวตรง ดึงฟู่มูหลงมายืนแนบข้าง ก่อนจะกลั้นหายใจ มองทางหนีเอาไว้และภาวนาว่าให้คนพวกนั้นผ่านไปโดยเร็ว ชื่อหอโอสถหวงอันโหลวคล้ายเป็นคำต้องห้าม ตั้งแต่ที่รู้ว่าใครฆ่าสกุลฟู่!!“เด็กน้อย เจ้าเดินไปที่ร้านเครื่องประดับก่อนแม่จะบังให้เจ้าเอง” นางพยักหน้าเมื่อมองไปยังเหล่าสตรีที่กำลั
เสบียงที่มีในถุงย่ามถืิอว่าช่วยได้มาก เพราะนางไม่ต้องกังวลเรื่องเสบียงเด็กๆ แต่อาจจะต้องซื้อของติดมือกลับมาบ้างหากต้องการไปต่อได้ไกลกว่านี้“อ่าว ตื่นแล้วหรือเจ้าสนใจจะไปซื้อเสบียงหรือไม่พวกเราจะไปเดินตลาดเสียหน่อย” บุตรสาวเจ้าของเรือสินค้าที่อุ้มลูกน้อยวัยแบบเบาะแนบอกอยู่ถามนาง“พอดีข้ามีเสบียงที่
หลังจากหลับตาลงจู่ๆก็รู้สึกเย็นที่แขนจนต้องรีบลืมตามาอีกครั้ง เด็กน้อยในห่อผ้าที่แม้จะหลับสนิทแต่นิ้วมือเกี่ยวบางอย่างเอาไว้“มาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” นางมองดูแหวนหยกสำหรับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวอยู่ในนิ้วเล็กๆของฟู่ซินเซียอย่างสงสัย ก่อนจะนึกได้ว่าเมื่อคืนตอนฮูหยินฟู่มอบของให้อาจจะตกลงไปจึงหยิบออกมา เพ







