Home / โรแมนติก / ทัณฑ์รักนางบำเรอ / ความจริงที่จริงที่สุด

Share

ความจริงที่จริงที่สุด

last update publish date: 2026-03-30 19:05:04

“แม่ใจดำ”

“คิดอย่างไรก็ช่าง ฉันจะหาเมียให้แกผสมพันธุ์”

“เอาน้ำเชื้อของผมไปใช้ใช่ไหม อย่างนั้นก็ได้ ผมตกลง แม่จะให้ไปผสมเทียมกันที่ไหน โรงพยาบาลไหนได้ทั้งนั้น”

“แกจะยอมเสียเงินเสียทองอีกอย่างนั้นเหรอ เห่อ ๆ กับเมียแก เราสูญเสียเงินมาตั้งเท่าไหร่ ไม่เห็นจะได้ผลอะไรเลย มันต้องมีวิธีอะไรที่ดีกว่าผสมเทียม ฉันจะลองคิดดูก่อน” แม่หัวเราะเสียงเย็น

“ใครจะอุตริมาเป็นแม่พันธุ์ นอกจากคนที่เคยเป็นหม้าย หรือว่ามีผัวมาแล้ว แม่อุ้มบุญ”

“ฉันจะหาของฉันเอง” ดวงตาแข็ง กลับตัวหันหน้าไปทางพระพุทธรูป แล้วควานหาหนังสือสวดมนต์

“ได้ครับแม่ ผมตามใจแม่เลย แต่ผมขอร้องเรื่องหนึ่ง”

“อะไร”

“ผู้หญิงคนไหนก็ได้ทั้งโลก แต่ต้องไม่ใช่คีรยา”

“อะไรนะ นี่แกจงเกลียดจงชังอะไรแม่หนูแยมนักหนา”

ไพรภูมิถึงกับฝืนน้ำลายเอื๊อก ๆ หรือว่าที่ไพรภูมิเอาความเกลียดโกรธคีรยา เป็นเพราะความรู้สึกอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจที่ตราตรึงใจของเขามันยากที่จะลบเลือนตั้งแต่คืนวันนั้นกันแน่

“ผมแค่บอกความต้องการของผมเท่านั้น ผู้หญิงคนไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่คีรยา”

“อย่าทำตัวเกลียดปลาไหล แต่กินน้ำแกงก็แล้วกัน”

“แม่ครับ ผมขอกลับไปคิดดูก่อน”

“ตามใจ ฉันจะบังคับบังเขแกได้หรือ”

“อีกอย่างผมก็ต้องปรึกษากับปันว่าเธอคิดยังไง และจะเอายังไง ปันจะยอมรับได้หรือเปล่า ผมไม่อยากให้ปันเสียใจ แค่เท่าที่เป็นอยู่ ผมก็รู้ว่าปันหนักใจและไม่มีความสุข”

“ตามใจเรื่องของเมียแก ฉันขอไม่ยุ่ง แต่เรื่องลูกของแก ในฐานะที่เป็นแม่ของแก ฉันก็อยากให้แกมีลูก และได้ทำหน้าที่ของพ่อ”

“แม่ เมื่อก่อนแม่ก็เคยเป็นลูกสะใภ้ ผมอยากให้แม่มีความเห็นใจปัน และให้ความเอ็นดูกับปันสักหน่อย อย่างน้อยปันก็เสียสละมาอยู่กับผม ดูแลผม”

“สุดท้ายแกก็หลอกด่าแม่อยู่ดี”

“คุณแม่ ผมอยากให้คุณแม่เห็นใจก็เท่านั้นเอง”

“พอ ๆ แกจะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันเริ่มรู้สึกร้อน” นางหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดแอร์ให้เย็นขึ้นกว่าเดิม หันหน้าไปสนใจกับกิจกรรมตรงหน้า หยิบหนังสือสวดมนต์ขึ้นมากาง

“ไปสิ หรือว่าแกจะอยู่สวดมนต์กับแม่”

“ไม่ดีกว่าครับ”

“คงจะร้อนมากสินะ” ไพรภูมิไม่ตอบ เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า

เขารีบเดินลงมา ด้วยความไม่สบายอกสบายใจ เขาเจอกับเผ็ดที่ข้างล่าง

“คุณนายนอนแล้วเหรอคะ”

“เปล่า แม่ยังสวดมนต์อยู่”

“ค่ะ”

“นี่เผ็ด”

“ขา”

“นางผู้หญิงคนนั้นมาที่นี่บ่อยไหม”

“ใครเหรอคะ นางผู้หญิงคนนั้น”

“ที่มาทำอะไรกินกันกับคุณแม่”

“อ๋อ คุณแยม คุณนายเรียกมาประจำค่ะ คุณนายชอบเธอมาก มาทีก็ให้บีบและนวด บางทีก็ให้ทำอาหารให้กิน บอกว่ารสมือของเธออร่อยมาก บางครั้งก็ช่วยกันทำอย่างกับแม่กับลูกค่ะ คุณนายคงอยากจะมีลูกสาว”

“โธ่! หวังจะมาครองหัวใจของแม่ฉันอีกคนหรือว่ายังไง”

“อะไรนะคะคุณเชน”

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”

เผ็ดมองเขาด้วยสีหน้างง ๆ

“วันหลังถ้าแม่ผู้หญิงคนนี้มาอีก ให้เผ็ดรายงานฉันด้วยก็แล้วกัน”

“รายงาน รายงานทำไมคะ” ทำเสียงสูง

“อ๋อ” พอเห็นสีหน้าไม่พอใจของไพรภูมิ เผ็ดถึงกับร้องอ๋อออกมา

“ได้ค่ะ ได้ ส่งให้ทางไลน์นะคะ”

ไพรภูมิเดินหุนหันออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยสีหน้าและแววตาไม่สบอารมณ์ อารมณ์บ่จอย

เมื่อไปถึงบริเวณบ้านของตัวเอง เขาก็เดินหมุนเตร็ดเตร่อยู่แถวหน้าบ้าน เพื่อรอภรรยา

ไพรภูมิยกนาฬิกาขึ้นมาดูตั้ง ปันฐิตาไปตั้งหลายชั่วโมงแล้ว เขาจึงกดโทรศัพท์หาเธอ แต่ปันฐิตาปิดเครื่อง

ตั้งแต่เกิดเรื่องการผิดหวังเรื่องการทำกิฟต์ ลูกหลุดไปทุกครั้ง ทำให้ทั้งคู่ระหองระแหง ปันฐิตาเองพยายามประคับประคองครอบครัวให้อยู่ไปแบบตลอดรอดฝั่ง แต่ไม่รู้จะทำได้อีกนานสักเท่าไร ช่องว่างและความห่างกันของเขาและปันฐิตามันห่างออกไปเรื่อย ๆ

นั่นก็แม่ นี่ก็เมีย

ไพรภูมิส่งข้อความไปถึงภรรยาอีกครั้ง

(ปันจะกลับบ้านกี่โมง พี่รออยู่นะ)

ที่บ้านพักของคีรยา ในบ้านหลังนั้น

เสียงชายหญิงสองคนกำลังหยอกเย้ากัน ส่งเสียงหัวเราะต่อกระซิกอย่างมีความสุข หลังจากนั้นผ่านไปไม่นาน หญิงสาวคนนั้นก็ได้ครางระงม ผสานผสมกับเสียงของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความกำหนัดกระเส่า หลังบานประตูและฝาผนังห้องนอนนั้น ไม่อาจรู้ได้เลยว่าทั้งสองคนนั้นเป็นใคร

คีรยาซื้อไส้กรอกในเซเว่นออกมานั่งอยู่ที่ด้านหน้าร้านสามสี่ห่อ เธอเริ่มจ่ายแจกให้กับหมาจรจัดที่อยู่แถว ๆ นั้น บางตัวก็มีปลอกคอ บางตัวก็ไม่มี พวกมันต่างมะรุมมะตุ้มหญิงสาว แต่พอพวกมันได้ไส้กรอกไปแล้ว ต่างก็คาบหายไปจากตรงที่เธอนั่ง คีรยาได้แต่มองตาม ‘บางครั้งคนเราก็เหมือนหมาพวกนี้เหมือนกัน บางตัวที่มีเจ้าของก็กินอิ่มนอนหลับ บางตัวที่ไร้บ้าน ขาดคนเลี้ยงดู พวกมันต่างดิ้นรนหากินกันไปตามแต่ที่จะหาได้’

คีรยาตกอยู่ในสภาพตกงานมาได้หกเดือนกว่า ๆ แล้ว บริษัทที่เธอทำงานปิดกิจการ และเลิกจ้างพนักงานทุกคน ดีว่าคีรยายังได้เงินจากการปิดกิจการนี้มาได้ถึงหกเดือน ซึ่งเดือนนี้ก็เป็นเดือนที่หกพอดี เงินที่จะกินจะใช้ในแต่ละเดือนก็เริ่มร่อยหรอไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   หน้าที่ของเมีย

    ไพรภูมิรีบยกเมียรักขึ้นไปนั่งที่ขอบอ่าง จากนั้นเขาก็เริ่มต้นจัดการเธอจากตรงนั้น ใบหน้าของไพรภูมิคลุกลงไปในทันที สองมือจับขาของเมียให้มาเหยียบที่หัวไหล่ทั้งสองข้างคีรยาร้องอู้พ่นลมออกมาจากปากยาว ๆ ต่อจากนั้นเธอก็สูดปากเหมือนกินของแซบ ๆ แบบไม่หยุด การกระทำของไพรภูมิเรียกให้ร่องสาวส่งสายธารใส ๆ ออกมาอย่างพรั่งพรู“พอเถอะค่ะพี่เชน ให้แยมได้มอบความสุขให้กับพี่บ้าง”ไพรภูมิรอคอยเวลานี้มาแสนนาน ภรรยาที่มุ่งแต่ทำงาน เลี้ยงลูกแฝด เธอที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตรงนั้น ทำให้ห่างเหินเรื่องอย่างว่ากับสามี แค่หัวถึงหมอน คีรยาก็หลับเป็นตาย ปล่อยให้ไพรภูมินอนเหี่ยวมาหลายวันคีรยาผละลงไปนั่ง และส่งสัญญานให้ไพรภูมิขึ้นไปนั่งที่ขอบอ่าง เขากำลังจัดท่า เมียรักก็คว้าหมับท่อนบุรุษอุดเข้าไปในโพรงปากของเธอในทันที“โอ้ว... ใจร้อนจัง” คีรยาไม่รอช้า ทั้งดูด ทั้งเม้ม และกำรูดขยับขึ้นลง ไพรภูมิได้แต่แอ่นเด้งขมิบและเกร็งจนสะโพกตอบ“โอ้ว... แยม อย่าแรงนักสิ เสียวมาก พี่จะไม่ไหวนะ”“ทำไมคะ” ถามทั้งที่ยังมีท่อนเขื่องโตค้างอยู่ในปาก“พี่จะแตกใส่ปากของแยมนะสิ”“ก็เอาสิคะ”“ไม่ พี่จะแตกในตัวแยม”ไม่ต้องรอให้เขาบอกอีกเป็นครั้

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   Happy

    ดินเนอร์ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ทุกคนที่รักกันกลับมาเจอะเจอกันอีกครั้ง ต่างอิ่มสุขและปลื้มปริ่มในหัวใจ“ดูจะเข้ากันได้ง่ายนะ เด็กสามคนเนี่ย”“อย่าไว้ใจซีรีนนะ นั่นแหละหัวโปกดี ๆ เลย”“เหมือนเธอมากเลยนะ ทั้งนิสัยใจคอ ฉันเหมือนเห็นแก่ตอนสมัยนั้น”“ซีรีนอย่านำน้องทำอะไรไม่ดีนะ” ผู้เป็นแม่ตะโกนไป“ค่ะ” ลูกสาวตะโกนกลับซีรีนนำน้องกระโดดบนแทมโพลีนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ โดยมีคริสโตเฟอร์ และไพรภูมิดูแลอยู่“เห็นแบบนี้แล้ว แม่ก็คงนอนตายตาหลับ”“เอาอีกแล้วค่ะคุณแม่ แม่ชอบพูดแบบนี้ทุกที”“ก็จะให้แม่พูดคำไหนล่ะ ดูสิ พี่น้องสนิทสนมกัน แม่ปันพาลูกกลับมาบ่อย ๆ นะ”“จะเป็นไปได้ยังไงคะคุณแม่”“หึ... ไม่อย่างนั้น ถ้าซีรีนโตกว่านี้อีกสักหน่อย ให้ส่งมาซัมเมอร์ที่เมืองไทยก็แล้วกัน แม่จะดูแลเป็นอย่างดี”“ได้สิคะคุณแม่ ท่าทางจะถูกใจน้อง ๆ เสียแล้ว”ชินน์รีบวิ่งมาฟ้องแม่ “แชมป์ขี้โกงครับ”“อ้าวทำไมชินน์ไม่ฟ้องพ่อ พ่อเชนก็อยู่ตรงนั้น”คุณนายกระซิบที่ข้างหูของปันฐิตา “แชมป์อะลูกพ่อ ชินน์นะลูกแม่ ขานี้มีอะไรฟ้องแม่ตลอด แต่ดูนั้น...”“ก็อปปี้พี่เชนเปี๊ยบใช่ไหมคะ”“ใช่ ไร้ความละมุนเลย”“ฮา...” ปันฐิตาหัวเราะนึกภาพอ

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   ย่าครับ

    (“คุณแม่ถามแยมก่อนสิคะ นางบอกว่าห้องเต็ม หนูก็เลยไปอยู่ที่ภูเก็ตมาสามคืนค่ะ แต่หัวใจมันเรียกร้อง ต้องตีตั๋วมาที่นี่ ก่อนจะลงแดงเพราะความคิดถึงทุกคนเสียก่อน”)(“จะเอายังไง แยมเธอจะมาหาฉันไหม วิลล่าที่ฉันจองเอาไว้ มีตั้งห้าห้องนอน คุณแม่มาด้วยนะคะ”)“จะไปได้อย่างไรล่ะ เชนไม่ได้อยู่บ้าน หอบลูกหายไปไหนก็ไม่รู้ โกรธเคืองกับแยมนิดหน่อย”คีรยาหน้าเจื่อนลงไป ทั้งห่วงลูกน้อยและสามี(“พี่เชนหายไปหรือคะ”) ปันฐิตาทำเสียงตกใจ“ใช่ แถมยังปิดมือถืออีก ติดต่อก็ไม่ได้”(“พี่เชนหน้าตาเป็นยังไงนะ แบบนี้หรือเปล่า”) ปันฐิตาหมุนกล้องไปยังสามหนุ่มที่ห้อมล้อมลูกสาวของปันฐิตาเอาไว้“พี่เชน”“เจ้าเชนนี่ดูมันทำสิ ไม่บอกแม่ด้วย”(“เห็นว่าจะให้แม่กับแยมตามมาทีหลังนะคะ”)“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปหาแม่ปันกัน แม่อยากเจอสาวน้อยน่ารักคนนั้นแล้ว”(“รีบมาเลยนะคะคุณแม่ พาเสื้อผ้ามานอนที่นี่ด้วยนะ”)สองแม่ลูกมองหน้ากัน “ตกลง เดี๋ยวเจอกันนะปัน”(“รีบมานะคะคุณแม่ พวกเรารอกินข้าวเย็นด้วย”)“มันจะดึกไปไหม”(“ไม่ดึกค่ะคุณแม่ หนูจะหิ้วท้องรอ”)เมื่อเห็นความตั้งใจของปันฐิตาอย่างนั้น สองสาวต่างวัยก็ไม่อาจปฏิเสธ เผ็ดช่วยจัดกระเป๋า คุณน

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   ได้มาพบเจอกันอีกครั้ง

    “พี่ชินน์” แชมป์ชี้หน้าพี่ชาย“พี่ไม่ได้ร้อง ไม่เห็นมีน้ำตาสักนิด”“ก็พี่ชินน์เพิ่งเช็ดไปนี่น่า” ต่างไม่ยอมกันเถียงกันท่าเดียว“เอาล่ะ ๆ เลยเสียงดังกันได้แล้ว และไปนั่งประจำที่ คาดซิทเบลล์ด้วย”“คุณพ่อจะพาไปหาใครนะครับ”“น้าปัน”“คุณย่าไปด้วยไหม”“ใช่ ป้าเผ็ดไปไหม”“ไม่มีใครไปกับเราทั้งนั้นครับ เราจะไปกันสามคน พ่อ ชินน์ และแชมป์”“ทำไมไม่ให้ทุกคนไปด้วยครับ” ชินน์เริ่มตั้งแง่อีกครั้งหนึ่ง หน้าตาเริ่มเบ้ เด็กชายผู้อ่อนไหวและอยู่ติดบ้าน“ร้องไห้อีกล่ะ เซ็ง...”ไพรภูมิถึงกับอ้าปาก “ใครสอนให้พูดคำว่าเซ็ง”“ป้าเผ็ดชอบพูด ครูอ๋าที่โรงเรียนก็ชอบพูด” เด็กพอเข้าสังคมก็หันจำอะไรแบบนี้ ไพรภูมิคิดว่าจะต้องกำชับกับเผ็ดแล้วให้ระวังคำพูดไพรภูมิขับรถไปได้ครึ่งทาง คีรยาถึงได้โทรเข้ามาในมือถือของเขา(“พี่เชนพาลูกไปไหนคะ แยมกลับมาถึงบ้านแล้วเนี่ย”)“แยมก็อยู่กับงานไปสิ พี่พาลูก ๆ มาพักผ่อนสมอง”(“หา! พักสมอง พี่จะพาแกไปไหนคะ”)“ไม่บอกหรอก”(“อ้าว... พี่เชนทำไมทำอย่างนี้ล่ะคะ แยมไปทำอะไรให้พี่งอน”)“แยมไม่ทำการบ้านกับพี่มานานเท่าไรแล้ว”สิ่งที่เขาพูดออกไป ทำให้เด็กสองคนก็ได้ยินด้วย“แม่ไม่ทำการบ้าน ครูก็

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   ใครงอแง

    เขื่อนและเผ็ดพนมมือ ก่อนจะก้มลงไปกราบคุณนาย“ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะ เผ็ดก็เพลา ๆ ปากลงบ้าง อย่าปากมาก ปากแรงให้เกิดความขุ่นใจกัน เข้าใจไหม”“ค่ะ”“อยู่ด้วยกัน ก็หัดถนอมน้ำใจกัน พูดจากันดี ๆ”“ค่ะ”“แบบนี้ทั้งสองคนก็ไม่ไปไหนล่ะสิคะ”“เผ็ดก็บอกคุณแยมแล้วไงค่ะว่า เผ็ดจะอยู่กับคุณยายจนแก่เลย”“ผมก็เหมือนกันครับ”“ฉันขออวยพรให้ทั้งคู่มีความสุข หาความสุขกันให้เจอ และอยู่กับมัน เหมือนตอนนี้ที่ฉันเจอแล้ว” ไพรภูมิหันไปยิ้มกับภรรยา“แยมก็ขอให้ทั้งคู่ผาสุกนะคะ” คีรยาอวยพรอีกครั้ง“วันนี้ไปบอกม่วงกับสุภาพไปมาทำอะไรกินกันตอนเย็น ถือเป็นการเฉลิมฉลองงานแต่งของเธอสองคน กินกันแค่นี้พอแหละ ฉันถือว่าพวกเธอเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา”เขื่อนและเผ็ดก้มกราบลงแทบเท้าของคุณนายอีกครั้ง“พี่เขื่อนหอมพี่เผ็ดให้ดูหน่อยสิคะ”“อุ้ย! ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะคุณแยม พี่เขินนะ”ยังไม่ทันที่เผ็ดจะระวังตัว เขื่อนก็ก้มลงไปหอมฟอดใหญ่ เผ็ดยิ่งเขินม้วนอายอยู่ตรงนั้น“ฉันอายนะ” เผ็ดยิ้มแก้มแทบแตก“แหม... พูดเล่นกันไม่กี่วัน ดันมาได้กันเอง ฉันก็นึกว่าจะได้คนไกลซะอีก ใกล้กันเอื้อม”“เมื่อก่อนผมไม่ได้คิดอะไร เพิ่งมาเมื่อ

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   ครับผม

    “คุณแม่สังเกตดี ๆ สิครับ จับมือกันทำกระหนุงกระหนิงเชียว”คุณนายถึงกับขยับแว่น มองลอดไปทางทั้งสองคน แต่ก็เห็นไม่ถนัด ท่านจึงตะโกนถาม“เผ็ดเอ้ย เผ็ด”“คะ”“เอ็งไม่ไปช่วยคุณแยมดูชินกับแชมป์เหรอ ตื่นหรือยัง”เผ็ดรีบหันมาพูดหันมาตอบ “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณนาย อาบน้ำแต่งตัวแล้วค่ะ”หันไปเห็นคีรยาเข็นลูกชายของเธอทั้งสองคน ที่นอนอยู่บนรถเข็นฝาแฝดตรงมาที่ทั้งคู่นั่งอยู่“อ้าวนั่นไงคะ มาแล้วค่ะ”คีรยาเปิดยิ้ม พอเดินเข้ามาใกล้ก็รีบปรึกษาคุณนาย“แยม มีเรื่องจะปรึกษาค่ะ แยมเพิ่งรับผู้จัดการมาหนึ่งคนค่ะ จะเริ่มงานในอีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเข้าที่พร้อมจะเปิดแล้ว แต่แยมอยากให้เธอคนนี้มาจัดการวางระบบต่าง ๆ ก่อนที่เราจะเปิดเต็มตัว”“แล้วมีปัญหาตรงไหน”“เราจะให้เธอพักที่ไหนคะ บ้านพักที่เราสร้างเอาไว้ตรงโน้น ใกล้กับโรงเก็บของ ก็ทำสำหรับคนงานทั่วไป แต่หัวหน้าแผนก แยมอยากให้เธอได้อยู่ดีกว่าคนอื่นสักนิดนึงนะคะ เพื่อความสะดวกสบาย และเป็นส่วนตัว จะได้ไม่ปะปนกับพนักงานทั่วไป”เขื่อนกับเผ็ดมองหน้ากัน ก่อนจะจูงมือกันเดินเข้ามาหาทั้งสามคนหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เพราะท่าทีไม่เหมือนก่อน เผ็ดและเขื่อนจับม

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   แม่ผัวตัวร้าย

    “นี่ แม่รู้ไหมครับ คำว่าโอเคของผู้หญิงนั้น มันไม่โอเคเลยนะครับ ไม่มีใครโอเคกับเรื่องแบบนี้หรอก สมมุติถ้าตอนนั้นคุณพ่อเดินมาบอกคุณแม่ว่า อยากจะเอาเมียใหม่มาทำลูกเพิ่ม อะไรก็แล้วแต่ คุณแม่จะพูดว่ายังไงครับ” ไพรภูมิพ่นหายใจออกดังเฮือก“ฉันไม่ได้ให้แกเอาเมียใหม่ เมียแกก็ยังตั้งโด่ โดยอยู่ตรงนั้น ฉันไม่

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   จะรักหรือจะร้าง

    “สุดแท้แต่คุณแม่ค่ะ คุณแม่คิดจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ใครจะไปบังคับคุณแม่ได้ล่ะคะ อ้อ... คุณแม่ขา คุณแม่เคยได้ยินสุภาษิตนี้ไหมคะ”(“สุภาษิตอะไรยะ”)“วัวใครเข้าคอกคนนั้นค่ะ กรรมที่มีผู้ใดทำไว้ย่อมส่งผลให้แก่ผู้นั้น ดูอย่างพวกวัวที่จะกลับเข้าคอกของมันเอง&rdq

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   กรรม

    ไพรภูมิได้แต่ถอนใจ ชายหนุ่มถึงกับยกมือขึ้นลูบใบหน้า สักวันมันก็ต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่ดี แม่ไม่มีวันยอม ก็ทำตามที่แม่ขอร้องก็แล้วกัน ส่วนเรื่องปันฐิตา เขาต้องใช้เวลาในการปรับความเข้าใจกับเธอ ไพรภูมิได้แต่บอกตัวเองว่าเขารักเธอ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงในสักวัน ปันฐิตาจะต้องเข้าใจแม่ของ

  • ทัณฑ์รักนางบำเรอ   แม่ผัว ลูกสะใภ้

    ส่วนคีรยา เธอพยายามเดินให้ช้าๆ เพื่อจะให้ถึงบ้านช้าที่สุด แต่ในระหว่างเดินเข้าซอย หญิงสาวก็เห็นรถของใครบางคนขับออกมาจากบ้านแล้ว เธอถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งๆ ก่อนจะรีบก้าวเท้าเร็วๆ เพื่อถึงบ้านให้เร็วขึ้น22.18 น.คีรยา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status