เข้าสู่ระบบลูเซียโน่กลับมาที่ห้องทำงานของตัวเองด้วยอาการหัวเสียเล็กน้อย เพราะหลังจากที่เขาเอาโทรศัพท์ไปตั้งไว้ให้ตามที่ราฟาเอลต้องการเรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง ราฟาเอลก็โทรมาหาเขาและพูดว่า ‘ปล่อยเธอไป’ ลูเซียโน่จึงไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนตัวเองจึงสั่งการมาเช่นนั้น คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขา อยู่ดีๆ ก็มาบอกให้เขาปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป เขายังเล่นสนุกกับเธอไม่เต็มที่เลย พอเขากดโทรออกหาราฟาเอลอีกครั้ง ปลายสายก็ไม่ยอมรับสายของเขาแล้ว
มือสากยกขึ้นมาเสยผมตัวเองด้วยท่าทางหัวเสียสุดๆ ก่อนที่เขาโยนโทรศัพท์ลงไปบนโซฟาอย่างไม่ไยดีสักเท่าไหร่นัก มาเฟียหนุ่มเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์จนคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นรอยย่น
ริคิเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หน้าขาวตามสไตล์คนญี่ปุ่นย่างกรายมาหยุดอยู่ตรงหน้าของลูเซียโน่ จากนั้นเขาก็เอ่ยรายงานเจ้านายทันที
“นายครับ ท่านราฟาเอลพาผู้หญิงอีกคนกลับไปที่คฤหาสน์แล้วครับ”
“อือ…มึงเอาโทรศัพท์ของมึงมาสิ” เสียงทุ้มของลูเซียโน่บอกกล่าวลูกน้อง
“ของนายท่านพังเหรอครับ” ริคิเอ่ยถามอย่างไม่รู้ประสีประสา เพราะปกติลูเซียโน่จะไม่ค่อยยุ่งกับของส่วนตัวของลูกน้องสักเท่าไหร่
“ไม่ได้พัง แต่ไอ้ราฟาเอลมันไม่ยอมรับสายกู” มาเฟียร่างใหญ่ตอบกลับอย่างหงุดหงิด
“อ๋อ ครับนาย…นี่ครับ” ริคิเอ่ยพร้อมกับล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมายื่นให้กับเจ้านาย
ลูเซียโน่คว้าโทรศัพท์เครื่องสีดำสนิทจากมือลูกน้องมาและกดโทรออกหาราฟาเอลทันที ในตอนแรกราฟาเอลยังไม่ยอมรับสาย ลูเซียโน่จึงต่อสายหาคนสนิทของราฟาเอลต่อ
‘ครับท่านลูเซียน’ ปลายสายพูดผ่านโทรศัพท์มา
“กูจะคุยกับราฟาเอล” เสียงทุ้มของลูเซียโน่เอ่ย
‘สักครู่นะครับ’ บอดี้การ์ดบอกกล่าว ลูเซียโน่จึงนั่งรออยู่ชั่วครู่
‘มีอะไร’ ราฟาเอลถามด้วยน้ำเสียงดุดันเล็กน้อย
“ทำไมถึงให้กูปล่อยเธอไป”
‘แล้วผู้หญิงคนนั้นยอมบอกอะไรมึงบ้างไหมล่ะ’
“ไม่” ลูเซียนตอบกลับสั้นๆ
‘กูก็แค่เอาผู้หญิงคนนั้นมาต่อรองกับเธอนิดหน่อย’
“หมายความว่าไงวะ”
‘พรุ่งนี้ไปกาสิโน เดี๋ยวก็รู้เอง’
ลูเซียโน่ถอนหายใจออกด้วยความเบื่อหน่ายเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรไป ราฟาเอลจึงเว้นจังหวะชั่วครู่ ก่อนที่ราฟาเอลจะพูดต่อ
‘มึงเอาผู้หญิงคนนั้นไว้ที่คฤหาสน์ของมึงก่อน อีกอาทิตย์ค่อยปล่อยตัวเธอไป’
“เออ” สิ้นเสียงลูเซียโน่ ราฟาเอลก็กดวางสายไป
ก็แค่นี้แหละที่เขาต้องการ
ลูเซียโน่ยื่นโทรศัพท์คืนให้กับลูกน้อง ริคิจึงรับโทรศัพท์ไปถือเอาไว้ ก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะลุกขึ้นยืนพลางพูดกับบอดี้การ์ดด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงขึ้นมาเล็กน้อย
“ไปเถอะ! พวกเรามีเรื่องต้องทำเยอะแยะเลย” มือแกร่งล้วงกระเป๋ากางเกงเดินนำลูกน้องออกจากห้องไป ริคิจึงเดินตามเจ้านายออกมาช้าๆ
ลูเซียโน่เข้ามาในห้องที่จับหญิงสาวเอาไว้พร้อมกับลูกน้องที่เดินตามเข้ามาสี่คน ใบหน้าของเธอดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งรอยจ้ำแดงตรงคอลากลงมาจนถึงไหล่ที่มาจากฝีมือของมาเฟียหนุ่มอีก เธอหุบขาเข้าหากันแน่นเพราะความเปียกจากน้ำรักและเลือดสาวที่ไหลเยิ้มออกมาอยู่ตลอดเวลา หญิงสาวจ้องมองหน้าลูเซียโน่ตาเขม็ง ชายหนุ่มหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องเล็กน้อย ก่อนที่บอดี้การ์ดคนหนึ่งจะเดินไปหาหญิงสาวและฉีดบางอย่างที่ต้นแขนเล็ก
“ทำอะไรของพวกแก!!” อัญญาเริ่มดีดดิ้นและร้องขึ้นมาเสียงดัง ถึงแม้ว่าเธอจะกระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้เลยก็ตาม ลูเซียโน่ยกยิ้มอย่างชั่วร้ายอยู่ตรงหน้าหญิงสาว สติของอัญญาค่อยๆ ดับวูบลงไปอย่างช้าๆ ภาพตรงหน้าเบลอลงจนมืดสนิท
“เอาเธอไปขึ้นเครื่อง กูจะกลับคฤหาสน์” เสียงทุ้มทรงพลังของลูเซียโน่บอกกล่าวกับลูกน้อง
อัญญาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในหัว ภาพตรงหน้ายังคงเบลอ เธอกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับแสง เธอมองดูชุดบนร่างกายของตัวเองที่เป็นชุดนอนสุดเซ็กซี่ กระโปรงสั้นผ้าบางเบาสายเดี่ยวสีดำ ไม่รู้เลยว่าตัวเองหมดสติไปนานเท่าไหร่ เมื่อเริ่มปรับแสงสายตาได้แล้ว อัญญาจึงกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องสีดำต่อ ซึ่งมันไม่ใช่ห้องเดิมที่เธอถูกจับขังเอาไว้ เครื่องปรับอากาศภายในห้องเย็นเฉียบมากกว่าห้องเดิมที่เธอเคยอยู่
ร่างอรชรถูกใส่กุญแจมือจับมัดอยู่ด้านหน้า อีกทั้งยังมีโซ่ล่ามเอาไว้อีกชั้น เธอค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งช้าๆ หญิงสาวนั่งอยู่บนเตียงนุ่มกลางห้องที่เธอคาดว่ามันเป็นห้องนอน แต่ทำไมผู้ชายคนนั้นต้องเอาเธอมาไว้ที่ห้องนอนหรูหราแบบนี้ด้วยล่ะ
ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไร ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ร่างกำยำของลูเซียโน่ล้วงกระเป๋ากางเกงเดินเข้ามาหยุดอยู่ปลายเตียงพลางมองสำรวจร่างอรชรในชุดนอนสุดเซ็กซี่ที่เขาให้สาวใช้จัดการอาบน้ำเปลี่ยนชุดให้เธอ เขาไปอาบน้ำและลงไปทำงานข้างล่างมานิดหน่อยเพราะเธอหลับไปเกือบสามชั่วโมง
“ตื่นแล้วเหรอคนสวย?” เสียงทุ้มถามอย่างยียวน
“นี่ชุดบ้าอะไร!” อัญญาถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“ทำไมล่ะ…เหมาะกับเธอดีออก” ไม่พูดเปล่า นัยน์ตาคมกริบมองเธออย่างจาบจ้วง
“แกเป็นโรคจิตหรือไง”
“ใช่” เขาตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา
“ที่นี่คือที่ไหน”
“คฤหาสน์ของฉัน”
“พาฉันมาทำไม”
“ใครจ้างเธอมา แล้วเธอต้องการอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถามในสิ่งที่เขาอยากรู้ แต่หญิงสาวก็ไม่อ้าปากตอบกลับเขาเลยสักคำ
“คิดไว้อยู่แล้วล่ะว่าเธอต้องไม่ตอบแน่ๆ” สิ้นเสียงชายหนุ่ม ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ริคิเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่องสี่เหลี่ยมสีดำในมือ
ลูเซียโน่ยืนล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางนิ่งเรียบ เขายักคิ้วให้คนสนิทครั้งหนึ่ง ก่อนที่ริคิจะหยิบเข็มฉีดยาออกมาจากกล่องสีดำ บอดี้การ์ดอีกสองคนเดินตามเข้ามาและปรี่เข้าไปจับล็อกหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงเอาไว้ เพื่อไม่ให้เธอดีดดิ้น จากนั้นริคิก็เดินไปใกล้หญิงสาวและจัดการใช้เข็มฉีดยาฉีดตรงต้นแขนของเธออีกครั้ง
ลูเซียโน่ยืนยิ้มอย่างชอบใจ และแน่นอนว่าวิธีนี้พวกเขาทำบ่อย แต่ปกติพวกเขาก็แค่ไม่เอาตัวเองลงมาเปลืองตัวแบบนี้ แต่กับเธอมันต่างออกไป เขารู้สึกถูกใจเธอ ถ้าเป็นปกติเขาก็คงให้เหล่าบรรดาลูกน้องเขาทำ หากเป็นผู้ชายก็จะโดนทรมานก่อน หากเป็นผู้หญิงก็ใช้วิธีเช่นนี้ วงการมาเฟียมันก็แบบนี้แหละ
“ฉีดอะไรให้ฉัน” หญิงสาวพยายามดีด แต่ก็สู้แรงพวกผู้ชายไม่ได้
“สิ่งที่จะทำให้เธอยอมปริปากพูดไง…ออกไปกันได้แล้ว” ลูเซียโน่ตอบกลับ ก่อนที่เขาจะบอกกล่าวลูกน้องต่อ
บอดี้การ์ดร่างกำยำจึงปล่อยมือออกจากหญิงสาวและพากันเดินออกไปจากห้องนอนของเจ้านาย ริคิไม่ลืมที่จะกดล็อกประตูให้เจ้านาย คนสนิทรู้สึกว่าลูเซียโน่จะดูถูกใจผู้หญิงคนนี้เป็นพิเศษ
หญิงสาวยังคงมึนงงจากฤทธิ์ยาสลบอยู่นิดๆ แต่เธอก็สามารถที่จะฝืนมันได้ ร่องสวาทยังคงรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอยู่เป็นระยะ
“เธอชื่ออะไร” เสียงทุ้มเอ่ยถามต่อ แต่คำตอบที่เขาได้กลับไปก็ยังคงมีเพียงความเงียบเท่านั้น
“มันไม่สนุกนะที่เธอเอาแต่เงียบแบบนี้”
หญิงสาวเริ่มรู้สึกใจสั่นขึ้นมาพร้อมกับความร้อนรุ่มที่ทวีคูณขึ้นมาเรื่อยๆ ภายในท้องน้อยรู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก เธอพอจะรู้แล้วล่ะว่าคนพวกนี้ฉีดอะไรให้เธอ เรียวปากสีชมพูระเรื่อเม้มเข้าหากันแน่น
“รู้สึกยังไงบ้าง” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ก้าวขาไต่ขึ้นมาบนเตียงนุ่ม
“ผู้ชายดีๆ เขาไม่ทำแบบนี้กันหรอกนะ” เธอเอ่ยลอดผ่านไรฟัน
“ใช่…ฉันไม่ใช่คนดี เธอจะมาคาดหวังอะไรกับคนเลวๆ แบบฉันกันล่ะ”
ชายหนุ่มคลานเข่าเข้าไปใกล้หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางที่เย้ายวน ชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินมันช่างเข้ากับผิวขาวเนียนของเธอเหลือเกิน
หญิงสาวถอยหลังหนีไปชนร่างอรชรติดกับหัวเตียง เมื่อชายหนุ่มใกล้จะเข้าไปประชิดตัวเธอ หญิงสาวยกขาขึ้นมาเพื่อที่จะถีบใส่เขา แต่มือแกร่งก็จับเรียวขาสวยเอาไว้ได้ทัน แล้วเขาก็ดึงรั้งเรียวขาสวยเข้ามาหาตัวเขาเหมือนพวกฆาตกรโรคจิต
“มาดูกันว่าเธอจะปากแข็งได้นานแค่ไหน”
สองเดือนต่อมาลูเซียโน่อุ้มเด็กชายที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเขาเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องน้ำภายในห้องนอนของเขา อาร์โนด์สวมชุดเด็กสีฟ้าดูตัวใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับสองเดือนที่แล้ว ลูเซียโน่จึงไม่ให้อัญญาอุ้มลูกเองเลยสักครั้ง เพราะเขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อย ร่างกำยำเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องน้ำสักพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเคาะประตูน้ำพร้อมกับส่งเสียงเรียกหญิงสาว“ที่รัก…เป็นไงบ้าง” แต่ทว่าก็ไร้เสียงตอบกลับจากคนในห้องน้ำ ชายหนุ่มเคาะประตูห้องน้ำอีกครั้งและเอ่ยเรียกภรรยาต่อ“เอเลน่า”ทันใดนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ร่างผอมบางเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้านิ่งเรียบจนชายหนุ่มไม่สามารถเดาออก“เป็นไงบ้าง” เขาถามอัญญาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและดูมีความหวังอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวจึงค่อยๆ ยื่นที่ตรวจครรภ์ที่เธอเพิ่งตรวจในห้องน้ำเมื่อสักครู่นี้ไปให้ชายหนุ่มดู ใบหน้าหล่อเข้มปรากฏรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นขีดสีแดงสองขีดขึ้นบนที่ตรวจ“น้ำเชื้อพ่อมันดีจริงๆ เลย อาร์โนด์จะมีน้องแล้วนะลูก” ลูเซียโน่อุ้มเด็กน้อยเขย่าเบาๆ พลางบอกกล่าวกับลูกชายด้วยท่าทางดีอกดีใจ และเหมือนว่าเด็กทารกตัวน้อยเหมือนจะ
ในวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่คฤหาสน์ของมาเฟียหนุ่ม ร่างกำยำสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินโอบไหล่ภรรยาคนสวยที่สวมชุดเดรสสีขาวดูอ่อนโยนและน่าทะนุถนอม ตั้งแต่หลังวันที่แต่งงานกัน ชายหนุ่มก็ขอให้อัญญาแต่งตัวแบบนี้ เพราะเขาบอกว่าเธอสวยและดูน่ารักมากกว่าเวลาที่สวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงคู่กันมาและก้าวขึ้นไปยังบันไดหินอ่อนก่อนถึงหน้าประตูของคฤหาสน์ มือแกร่งโอบไหล่หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าสาวใช้ พ่อบ้าน หัวหน้าแม่บ้านที่ยืนรอรับมาดามอย่างเป็นระเบียบ และต้อนรับมาดามอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็มีโคลอี้ยืนอยู่ข้างหัวหน้าแม่บ้านด้วย“กลับมาแล้วเหรอคะมาดาม…นายท่าน” พ่อบ้านเอ่ยทักทายขึ้นมา “ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการนะคะมาดาม” หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยต่อ“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการค่ะมาดาม” เสียงของสาวใช้คนอื่นพูดต่ออย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณทุกคนมากนะ” อัญญาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีและอบอุ่นเช่นนี้จากคนอื่นมาก่อน เมื่อทุกคนพร้อมใจกันต้อนรับเธอด้วยใบหน้าที่สดใสและจริงใจเช่นนี้ มันทำให้อัญญารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกลูเซียโน่ลอ
เช้าวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญามาว่ายน้ำกันบนสระว่ายน้ำของโรงแรมหรูที่มองเห็นวิวทะเลได้รอบทิศทาง มาเฟียหนุ่มยังไม่ได้กลับไปทำงาน เพราะอยากดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุดอัญญาสวมชุดบิกินีสีดำผูกคอและหลัง ส่วนช่วงล่างก็สวมเพียงบิกินีตัวจิ๋วที่ผูกด้านข้างสะโพกกลมกลึงเอาไว้ทั้งสองข้าง แค่กระตุกปมทีเดียวก็หลุดออกหมดแล้ว เป็นครั้งแรกที่อัญญาสวมชุดว่ายน้ำให้ชายหนุ่มเห็น ลูเซียโน่จึงตาลุกวาวเป็นพิเศษ ชายหนุ่มท่อนบนเปลือยเปล่าเผยอกแกร่งกำยำ ท่อนล่างของชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำขาสั้นเท่านั้น เขานอนกอดร่างผอมบางที่เกยอยู่บนตัวของเขา พวกเขานอนมองสระว่ายน้ำที่มีพื้นหลังเป็นทะเลอยู่บนที่นอนข้างสระ “ไปว่ายน้ำกันไหม” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมา “อือ” หญิงสาวจึงพยักหน้าให้เขาเบาๆจากนั้นทั้งสองคนก็ค่อยๆ เดินลงมายังสระว่ายน้ำพร้อมกัน จนกระทั่งตัวของชายหญิงทั้งสองคนลงไปในน้ำอย่างช้าๆ ลูเซียโน่ไม่อยากให้ใครเห็นเรือนร่างของภรรยา เขาจึงเหมาสระว่ายน้ำแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งวัน และแน่นอนว่าแม้กระทั่งพนักงาน เขาก็ไม่ยอมให้เขามาเลยสักคนลูเซียโน่เลื่อนตัวมามองอัญญาในชุดบิกินีสุดเซ็กซี่ แค่ชายหนุ่มมองหญิงเพียงเ
เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น งานแต่งที่แสนเรียบง่ายของมาเฟียหนุ่มกับอดีตสปายสาวถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายริมหาดทรายสีขาว ที่มีพื้นหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามสะท้อนกับแสงพระอาทิตย์ที่อยู่เหนือทะเลสะท้อนพื้นน้ำ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวโปร่งบางตั้งอยู่ตรงจุดที่ทะเลกับท้องฟ้าบรรจบกันพอดี เจ้าบ่าวสุดหล่อสวมชุดสูทดูสง่างามยืนจับมือกับหญิงสาวที่สวมชุดเจ้าสาวสีขาวสายเดี่ยวและเป็นกระโปรงผ้าสั้นเหนือเข่าที่มีบางเบาสบายสยายลงไปจนถึงพื้น คู่บ่าวสาวยืนจับมือกันอยู่ตรงกลางซุ้มดอกไม้โดยมีบาทหลวงที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขา เสียงคลื่นซัดเบาๆ กระทบฝั่งดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกำลังปรบมือให้กับช่วงเวลาสำคัญ เจ้าบ่าวโน้มใบหน้าไปจูบเจ้าสาวอย่างอ่อนโยนเท่าที่เจ้าบ่าวจะทำได้ทันทีที่พวกเขาแลกแหวนแทนใจให้กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ามือแกร่งของมาเฟียหนุ่มก็แอบบีบเคล้นก้มงอนงามของเจ้าสาวอยู่ดีพิธีแต่งงานของลูเซียโน่กับอัญญาผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นและเรียบง่าย แขกเหรื่อในงานมีเพียงแค่คนที่รู้จักกันเท่านั้น อีกทั้งยังมีบอดี้การ์ดร่างกำยำหลายสิบชีวิตที่ยืนหน้าตานิ่งเรียบอยู่รอบๆ งานแต่งของมาเฟียลูเซียโน่จูบหญิงสาวอ
“กลับมาแล้วเหรอครับ นายท่าน…มาดาม” เสียงของเอเตียนเอ่ยทักทาย เมื่อเจ้านายกับมาดามเดินเคียงข้างกันเข้ามาในคฤหาสน์“กลับมาแล้ว” ลูเซียโน่โอบไหล่แบบบางของอัญญาเอาไว้พลางตอบกลับพ่อบ้าน “นายท่านครับ…สาวใช้คนหนึ่งทำความสะอาดห้องเก็บสะสมของเก่าแก่ แล้วเผลอทำแจกันตกแตกครับ” พ่อบ้านบอกกล่าวกับเจ้านายต่อทันที“ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง ใครทำงานพลาดก็ไล่ออกไปสิ” “ถึงขั้นไล่ออกเลยเหรอ” เสียงของอัญญาแทรกขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าสวยคมที่ขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าสาวใช้จะมีความผิดจริง แต่เธอคิดว่าการที่ถึงขึ้นไล่ออกมันรุนแรงเกินไป เธอเองก็เคยใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก เธอถึงรู้สึกเข้าอกเข้าใจคนที่ลำบากเหมือนกัน“เอ่อออ” ชายหนุ่มตะกุกตะกักเล็กน้อย เขาไม่รู้จะตอบกลับอัญญาอย่างไรดี เพราะที่ผ่านมาเขาทำเช่นนี้มาตลอด“ฉันว่ามันเกินไปนะ คนเราก็มีผิดพลาดกันได้” เสียงแข็งกระด้างของอัญญาบอกกล่าวชายหนุ่มต่อ“งั้นที่รักคิดว่าเราควรจัดการยังไงดีล่ะ” มือแกร่งลูบไล้ไหล่แบบบางเบาๆ “ก็แค่หักเงินเดือนหรืออะไรก็ได้”“เอ่ออ…ถ้างั้นก็หักเงินเดือนเธอไปก่อน แล้วถ้าทำผิดอีกครั้งก็ค่อยไล่ออก” “ครับนายท่าน” พ่อบ้านก้มศีรษะเล็กน้อยเป็น
ลูเซียโน่กับอัญญาอยู่กินข้าวเย็นกับโลล่าที่ฟาร์ม ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาที่คฤหาสน์ อาร์โนด์หลับคาอกอัญญาไปตั้งแต่ตอนที่พวกเขากำลังขับรถออกมาจากฟาร์ม ลูเซียโน่ไม่ได้พาหญิงสาวค้างคืนที่บ้านไม้ เนื่องจากพรุ่งนี้เขามีประชุมกับกลุ่มเพื่อนต่อเมื่อกลับถึงคฤหาสน์ พี่เลี้ยงพาเด็กชายไปที่ห้องนอนของตัวเอง ส่วนลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่ห้องนอนของมาเฟียหนุ่ม พวกเขารีบอาบน้ำและเข้านอนกันทันที และในวันต่อมาพวกเขาก็ต้องรีบตื่น เพราะชายหนุ่มต้องไปทำงานที่กาสิโนก่อนในช่วงเช้า“ทำไมคุณถึงไม่ให้ฉันอยู่คฤหาสน์” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งรถคันหรูมุ่งตรงไปยังกาสิโน“ก็อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา” ลูเซียโน่หันมามองหน้าหญิงสาวพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่อยากอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว “แล้วก็ลากฉันไปนั้นไปนี้ตลอดแบบนี้เนี่ยนะ” “ผัวเมียก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาสิ” ชายหนุ่มตอบกลับ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นมา “ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ” เสียงทุ้มบอกกล่าวหญิงสาว จากนั้นมือแกร่งล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับสายทันทีลูเซียโน่รับโทรศัพท์และคุยงานด้วยใบหน้านิ่งเรียบอยู่ตลอดทาง ม







