LOGINเธอสาวเท้าไวตามพร้อมกับห้ามปรามด้วยน้ำเสียงไม่ดังนัก
“ถ้าคุณขัดขืนโวยวาย ผมจะจูบและลากเข้าห้องน้ำ”
คำขู่อย่างไม่สบอารมณ์ทำให้บุษรินทร์ปิดปากสนิทจนถูกพามาที่ห้องทำงานส่วนตัวและล็อกประตูทันที ห้องทำงานกว้างมีโซฟารับแขก โต๊ะเก้าอี้และห้องน้ำส่วนตัว เขาคงเข้ามาก่อนนี้แล้ว เพราะมีการเปิดแอร์เอาไว้
“ผมให้คุณขึ้นฝั่ง แต่ไม่คิดเลยว่าที่อยากมาเพราะนัดกับธนาเอาไว้” “ฉันไม่ได้นัดสักหน่อย แต่เจอเขาโดยบังเอิญต่างหากล่ะ”
“ปกติแล้วถ้าไม่อยู่ที่นี่ เจ้านั่นก็ต้องอยู่ร้านขายยา คงตั้งใจไปหาที่ร้านล่ะสิ”
“เขาอาจมาดักรอเพราะหลงเสน่ห์ฉันก็ได้” เธอวางท่ายิ้มน้อยๆ ในเวลานี้มันเป็นรอยยิ้มยั่วโมโหชัดๆ
“เจอกันกี่ครั้งถึงได้ดักรอ อ้อ! ผมลืมไปคุณเป็นคนมีเสน่ห์ โดยเฉพาะเวลาที่คุณร้องเรียกผม” เขารวบแขนทั้งสองเธอไพล่หลังราวกับตำรวจจับผู้ร้าย โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เบียดคนตัวเล็กเข้ากับผนังห้องทำงาน
“คุณจะทำอะไร? อย่านะ!”เธอตกใจเพราะชายหนุ่มซุกใบหน้าเข้าที่ซอกคอ เขาปล่อยมือเป็นอิสระเมื่อใช้ร่างกายกำยำเบียดคนตัวเล็กเอาไว้ ล้วงมือใหญ่ลงไปกุมที่ซิปกางเกงหญิงสาว พยายามปลดตะขอและรูดมันออก
“ไม่! อ๊ะ หยุด เอามือออกจากฉัน ยะ อย่า…” น้ำเสียงช่วงหลังสั่นเครือ เพราะถูกปลายนิ้วอวบบดบี้เข้ากับปุ่มหฤหรรษ์
“ร้องดังๆ เลย ให้ธนามันเดินตามมาเห็นว่าผมทำอะไรคุณอยู่ สามวันมานี้รู้ไหมว่าผมอยากมากแค่ไหน หรือคุณไม่คิดถึงมันเลยหืม?”
“คนบ้า! ปล่อยฉัน อา...”
สิ่งที่แทนทำตอบได้ดีที่สุด คือความเปียกลื่นที่มือของเขาสัมผัส ชายหนุ่มพรมจูบข้างแก้ม สูดดมกลิ่นหอมที่สุดแสนจะคิดถึง มันกระตุ้นให้เขาแข็งตัว
“คุณมาร์ก...พอได้แล้ว”
“ไม่พอ ผมจะทำยิ่งกว่านี้อีก”
กางเกงหญิงสาวถูกร่นลงไปที่เข่า ก่อนที่เขาจะปลดตะขอตัวเองอย่างเร่งรีบ ในนาทีนั้นบุษรินทร์ก็รู้สึกถึงเอ็นอุ่นที่กำลังเสียดสีกับสะโพก อันเดอร์แวร์ตัวน้อยถูกจับเบี่ยงเพียงพ้นทาง เมธาวีจับยึดสะโพกกลมกลึง ย่อเข่าและแทรกความใหญ่โตเข้าสู่เธออย่างไม่อาจขัดขืน ด้วยยังใหม่หญิงสาวจึงทั้งเจ็บแสบเสียวและจุกเมื่อเขาเข้าสุด แต่พยายามกลั้นเสียงครางเอาไว้
“อึก!” / “อ่า บุษรินทร์คุณรัดผมมาก”
เขากระซิบบอกด้วยน้ำเสียงพร่า ขยับความแข็งขึงเข้าออกเนิบนาบ เพราะเข้าทางด้านหลัง ซ้ำยังมีกางเกงยึดข้อเท้าหญิงสาวไม่ให้ห่างกันอีก ทั้งฟิตและหนีบแน่นจนเขาอยากสัมผัสรสของการถูกบีบอัดนานๆ แต่บุษรินทร์กลับไม่ต้องการแบบนั้น เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกทรมานอย่างช้าๆ
“พอเถอะค่ะ ฉันจะออกไปแล้ว ธนารอฉันอยู่ เอ๊ะ!”
“อย่าเอ่ยชื่อผู้ชายอื่นขณะที่ผมอยู่ในตัวคุณอีก”
เขาขยับโยกหนักหน่วงเข้าใส่เพื่อบอกว่าไม่ชอบใจ ทุกจังหวะเน้นหนักและลึกมากจนหญิงสาวแทบจะหวีดร้อง บั้นท้ายแอ่นถูกทะลวงไม่ยั้ง จนเธอต้องควานมือเกาะผนังห้องราวกับตุ๊กแก ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินด้านนอก แสดงว่าห้องนี้ไม่ได้เก็บเสียงอะไรเลย แล้วแรงกระแทกตุบตับที่เขากระทำนี้ละ จะมีใครได้ยินไหมนะ
“ค คุณมาร์ก มีคนอยู่ข้างนอก” เธอบอกขณะที่เกร็งตัวทำท่าจะถอยห่าง แต่มือหนายึดก้นงอนไว้และยังโถมเข้าใส่ไม่หยุด
“อยู่แล้วทำไมก็ผมล็อกห้องแล้ว”
“เขา จะ อ่า ดะ ได้ยินเสียงเราไหม? ”
ถามละล่ำละลักเพราะที่ถูกกระทำอยู่นี้เหมือนมันจะแรงขึ้นอีก และเขาไม่สนใจในสิ่งที่เธอบอกสักนิด
“ได้ยินเดี๋ยวมันก็เดินหนีเองแหละ”
“คุณใกล้ เสร็จ หรือยัง? ”
“อีกครึ่งชั่วโมงผมจะเร่งให้นะ”
“เร็วกว่านั้นได้ไหม รีบๆ เถอะค่ะ อ๊ะ” เธอวอนขอเพราะกลัวว่าคนข้างนอกจะเป็นธนา
“พูดใหม่อ้อนวอนหวานๆ คะ ขากับผม แล้วผมจะเร่งให้”
“ไม่” ปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะอายที่จะทำอย่างนั้น
“งั้นผมจะซอยช้าๆ ค่อยๆ ปั่น แบบนี้ โอว ตอนคุณกลัวคนรู้ว่าเราทำอะไรกัน คุณตอด อ่าส์ ผมเสียวดีจัง”
เขาลดจังหวะลงตามที่บอกและมันยิ่งทำให้เธอปั่นป่วน วาบหวามทรมาน ซาบซ่านแต่ไม่สุด เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นคนชอบความดิบเถื่อนก็ตอนนี้
“ลามก อะ อา เร็วๆ ” “อ้อนวอนผม บุษรินทร์ขอหวานๆ ”
“คุณมาร์กขา เร็วๆ เถอะค่ะ”
เขาเอาแต่ใจถ้าเธอไม่ตามใจคงไม่ยอม ถึงไม่ชอบเลยกับการตกเป็นรองให้เขาเอาเปรียบ มันคงไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ ออดอ้อนหวานจ๋อยจนได้ดังที่ขอ จุดความสาวของร้อนระอุราวกับไฟเผา เพราะจังหวะเสียดสีถี่รัว ภายในยิ่งกว่านั้น คิดถูกแล้วหรือที่เร่งเขา เพราะความเสียวซ่านเวลานี้กำลังทำให้เธอกลั้นเสียงครางเอาไม่ไหวแล้ว
“อา คุณมาร์ก ฉันไม่ไหว อืม...”
บุษรินทร์ปิดปากห้ามเสียงตัวเอง หว่างขาเธอแฉะมากกว่าเดิมเพราะถึงฝั่งสุขแล้ว ชายหนุ่มละตัวออกก่อนอุ้มคนตัวเล็กขึ้นไปวางบนโต๊ะทำงาน ลงมือถอดกางเกงทุกชิ้นของทั้งของเธอและเขาออกอย่างไม่ไยดี จับเอวคอดแล้วแทรกตัวเข้าสู่หญิงสาวออกแรงตะบันเข้าใส่แบบแทบลืมหายใจ
แรงส่งทำให้แผ่นหลังขาวเนียนไถลไปกับโต๊ะแข็งๆ เกิดรอยแดงช้ำ หญิงสาวยกเรียวแขนทั้งสองโอบกอดรอบคอเขาแน่น นานเกินสิบนาทีแล้วที่เขาทำในท่านี้ อยากให้มันจบเสียที เพราะตอนนี้ได้ยินเสียงธนา เอ่ยถามหาเธอกับคนที่เดินผ่าน แว่วๆ ว่ารอหน้าห้องน้ำจนคนที่เดินออกมาล่าสุดบอกไม่มีใครอยู่แล้ว
ความตื่นเต้นทำให้ภายในบีบรัดท่อนแข็งแรงแน่น จนชายหนุ่มครางเสียงดัง และต่อสู้เธอด้วยการขยับถี่รัว บุษรินทร์เองก็กลั้นเสียงหวีดร้องแทบจะไม่ไหว จึงประกบจูบปากเมธาวี ดูดกลืนเสียงของกันและกันเอาไว้ จนรู้สึกว่าเขาคำรามดังขึ้น และถอนจูบจากเธอ
“คุณกินยาหรือยัง อ่า ผมไม่ไหวแล้ว”
เขากระซิบถามเสียแหบห้าว
“กะ กินแล้ว ค่ะ อ๊า...”
บุษรินทร์กดเสียงหวีดอย่างสุขสมตามเขา เธอหูอื้อตาลายไม่สนใจเสียงนอกห้องอีกแล้ว กระแสน้ำอุ่นมวลใหญ่พ่นเข้าสู่ภายในถ้ำรักจนรู้สึกได้ว่าแม้น้ำจะมากเพียงใดก็ไม่เหลือช่องให้ไหลย้อยออกมาได้ เพราะเขากดลึกและยังใหญ่โตเต็มช่องทางรัก
เมธาวีเคลื่อนใบหน้าชุ่มเหงื่อเข้ากับซอกคอหญิงสาวแล้วจึงเปลี่ยนมาคลอเคลียกับใบหน้าเธอ หายใจหอบรินรดกัน เมื่อผ่อนคลายแล้ว คนตัวใหญ่คลายน้ำหนักตัวจากเธอ พลางมองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาประกายเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข หัวใจของเธอพองโต ที่ได้เห็นเขาทำหน้าแบบนั้น ทำไมถึงได้สุขใจเมื่อเห็นเขามีความสุข
“ความรัก คือการทำให้คนที่เรารักมีความสุข”
ประโยคหนึ่งที่บิดาของเขาบอกเธอในวันที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอ’ รัก’ เมธาวีหรือ? เมื่อไหร่กัน? คงไม่ใช่แน่ๆ มันเป็นเพียงความหวั่นไหวเพราะเขาคือผู้ชายคนแรกต่างหาก เป็นเพราะกำลังมีความสุขติดอกติดใจในกิจกรรมรักร่วมกับเขา เธอมันใจแตกไปแล้ว
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







