LOGINในระหว่างสับสนเสียงโทรศัพท์มือถือเขาดังจากกระเป๋ากางเกงที่กองอยู่ที่พื้น จึงยอมปล่อยร่างเล็กเป็นอิสระเพื่อหยิบมันขึ้นมา เป็นสายวิลเลียมเพื่อนรุ่นพี่ของเขาที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย เมธาวีให้เพื่อนเลือกห้องตามชอบ ดันไปเลือกห้องประจำของเบลล่า พอเห็นน้องสาวเขาเข้าห้องไปก็นึกว่าผู้หญิงที่เพื่อนจัดหาให้ซะอีก
“ว่าไงวิลเลียม นายมาถึงแล้วเหรอ? ...อะไรนะ! อย่าบอกนะว่านายปล้ำเบลล่าไปแล้ว...เกือบยังไงขั้ถึงนไหน? ...”
[ฉันไม่เจอน้องสาวนายนานเลยจำเธอไม่ได้ ถ้าเธอไม่ร้องด่าฉันว่าไอ้พี่วิลเลียมจอมลามก ก็คงไม่เชื่อว่าเบลล่าตัวจริง]
“สรุปนายเป็นฝ่ายย้ายออกจากวิลล่าหลังนั้นไหม? ”
[ไม่ว่ะ แปลกมากน้องสาวนายแว้ดๆ ใส่ฉันแล้วก็ลากกระเป๋าออกไปเลย]
“อืม...พักผ่อนไปก่อน แล้วฉันจะจัดงานเลี้ยงให้ แต่บอกไว้ก่อนผู้หญิงบนเกาะนี้นายยุ่งได้หมด ยกเว้นเอวากับเบลล่า เที่ยวให้สนุกเพื่อน” โล่งใจไปที วิลเลียมทำเขาตกใจจนลืมบุษรินทร์ชั่วขณะ หันมาอีกทีเธอก็สวมกางเกงเรียบร้อย เมธาวีกดโทร.หาใครบางคน
“ธนา นายกลับไปเลย ฉันจะพาบุษรินทร์ไปส่งเอง”
แค่โทร.แจ้งโดยไม่บอกเหตุผล และไม่ฟังฝ่ายนั้น
“คุณ! ถ้าเรากลับด้วยกัน ธนาจะคิดยังไง”
“คิดยังไงก็ช่างเขาสิ ไม่เห็นต้องแคร์เลย”
ก็จริงนะที่ไม่จำเป็นที่เขาต้องให้เกียรติ ผู้หญิงที่เป็นเพียงแค่นางบำเรอ ใครจะสงสัยหรือมองเธอไปในทางไม่ดี ไม่ใช่ธุระกงการที่เขาต้องปกป้อง ช่างต่างจากเอวาหญิงอันเป็นที่รัก ระดับนายหัวมาร์กถึงกับคุกเข่าล้างขาให้ คิดแล้วรู้สึกหัวร้อน หมายความว่าหึงหวงเขางั้นหรือ? เอาอะไรมารู้สึกแบบนั้น เอาอะไรไปเทียบกับว่าที่ภรรยาของเขาอย่าบ้าไปหน่อยเลย
บุษรินทร์พยายามดึงสติตัวเองกลับมา ของที่ช็อปปิ้งป๋องแป้งเอามาไว้กับคนขับเรือ ส่วนตัวนางคงกลัวนายหัวต่อว่าจึงหลบหน้าไป เมธาวีพาเธอกลับมาที่บ้านพักกลางน้ำเช่นเคย เขาเอาหลักฐานที่จัดการจ่ายเงินให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่ในส่วนที่เป็นลูกทีมเฟซบุ๊กปลอมของเธอ
น่าดีใจกับคนพวกนั้นจริงๆ เพราะถ้าท้าวแชร์หนี ท้ายที่สุดหากจับตัวได้ ผู้กระทำผิดติดคุก แต่เงินถูกฟอกไปถึงไหนต่อไหน ไม่มีทางได้กลับคืน ถึงเธอไม่ได้ทำ แต่คนทำก็เป็นลูกของน้ายุพา ญาติเพียงคนเดียวในชีวิต น้าสาวที่เธอรักเหมือนแม่คนที่สอง
เพราะสบายตัวหลังอาบน้ำ เมื่อนอนคิดอะไรเพลินๆ บุษรินทร์ก็ผล็อยหลับไปบนเตียงหลังใหญ่ ไอร้อนผ่าวและกลิ่นครีมอาบน้ำหอมเย็น ปะทะจมูกเสียงจุ๊บจ๊วบดังอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ ลิ้นนิ่มๆ ละเลียดและแทรกเข้าไปสู่โพรงปากดูดดื่ม หญิงสาวแกล้งไม่รู้สึกตัว เพราะอยากรู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อเธอบ้าง ไม่ได้! มันเสียวแปลบแผ่ซ่านไปจนเธอสั่นเทิ้มทั้งตัวและหัวใจด้วยมันเหมือนกำลังถูกเขย่า
“คุณใจเต้นแรงมากเลยนะ” หัวเราะในลำคอเพราะรู้ว่าเธอแกล้งหลับสินะ ไม่มีทางยอมรับหรอกต้องพยายามนิ่งเอาไว้ให้ได้ แม้เขาจะถอดชุดนอนและใช้ปากครอบครองทรวงอกเธอ
“อะ อา”
เม็ดสีชมพูหดแข็งเป็นไตเมื่อถูกง่ามนิ้วที่นวดคลึง อีกข้างยิ่งแล้วใหญ่ขบเม้มสลับกับเลียวนหัวจุก บุษรินทร์แล้วหลับต่อไปไม่ไหวเธอสะอื้นกระสัน และคว้าจับศีรษะเขาเอาไว้ผลักดันเมื่อถูกละเลงลิ้นหรือดูดหนักๆ
“คุณมาร์ก...”
“ว่าไง? ” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล และไม่หยุดจูบบนเนื้อตัวเธอ
“คุณจะทำอย่างนี้กับฉัน แค่หนึ่งเดือนใช่ไหมคะ? ”
ถามออกไปแล้วทำไมรู้สึกกลัวคำตอบก็ไม่รู้ เขาหยุดนิ่งคิดไม่ถึงนาที ก็กระซิบตอบ
“ผมยังไม่รู้ คุณอาจต้องทำไปเรื่อยๆ จนกว่า...”
ไม่กล้าพูดคำว่าจนกว่าจะเบื่อ เพราะไม่รู้ว่าจะเบื่อเมื่อไหร่ เพียงแค่เห็นเธอได้ใกล้ชิดและสัมผัสก็เกิดอารมณ์ทุกที
“จนกว่าอะไร เมื่อไหร่คะ ฉันจะได้วางตารางงานถูก”
ไม่มีคำตอบและเขาสัมผัสจุดร่วมรักของเธอด้วยปลายนิ้ว ค่อยๆ แทรกนิ้วกลางเข้าสู่ร่องสาว ใบหน้าสวยก็แดงซ่าน บุษรินทร์กัดริมฝีปากล่างกลั้นเสียงครางเขาไว้ ยิ่งทำให้เธอดูน่ารักเหลือเกิน
ไม่มีส่วนไหนของเรือนร่างที่ไม่สวย แม้แต่เส้นผมที่สยายบนหมอนยังดูเซ็กซี่ เมธาวีจับจ้องหญิงสาวอย่างไม่วางตา ส่วนความเป็นชายเขายิ่งขยายขึ้น ปมเหน็บผ้าขนหนูที่เอวถูกดึงออก ปล่อยให้ลำรักได้สัมผัสร่างกายเธอ ในระหว่างที่เนื้อไร้อาภรณ์ทั้งสองเสียดสี
อุณหภูมิกายร้อนระอุขึ้นอีกเมื่อความใหญ่โตสอดใส่ภายใน ตอกอัดทะลวงจังหวะเร่งเร้า เสียววูบวาบจนไม่อาจกลั้นเสียงแห่งความหรรษา เรียวขาสวยของหญิงสาวเกี่ยวบนสะโพกของเขา สองแขนของเธอรัดลำตัวหนาเอาไว้ ลอนหน้าท้องบดเบียดว่าแข็งแล้ว มัดกล้ามด้านหลังเขาเช่นกัน มันเต่งตึงจนเธอแทบจะลงเล็บจิกไม่เข้า
ลีลาของนายหัวหนุ่มไม่เอาแต่ใจ แต่ปรนเปรอให้หญิงสาวเป็นสุขด้วย จุมพิตเร่าร้อนทั้งริมฝีปากเธอและยอดอกงาม โอบกอดร่างเล็กด้วยอ้อมแขนอย่างถนอม มีสิ่งเดียวที่รู้สึกว่าดิบเถื่อนไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เหมือนเขาลงทัณฑ์กับความเป็นหญิงของเธอ หวดด้วยลำรักขนาดใหญ่ ดุดันด้วยพละกำลังทั้งหมด กระแทกกระทั้นเหมือนจะเอาให้ตาย ทว่ามันดีเหลือเกินทำเอาบุษรินทร์หวีดร้องดังก้องคุ้งน้ำ
“อ่า บุษผมจะ...!” เขาเหวี่ยงลำรักเข้าลึกสุดติดๆ กันคำรามฮืมประสานเสียงหวีดแหลมของเธอ ต่างหอบหายใจหลังสุขสม
“เอาอีกนะ” “คุณ อะ ฉันพักก่อนสิ”
เหงื่อยังไม่เหือดแห้ง เพียงแต่หายจากเหนื่อยหอบ เขาก็ยกเธออุ้มกระเตงกลางอากาศ เดินออกจากตัวอาคารไปที่ริมสระน้ำ บุษรินทร์คว้ากอดรอบคอเขาแน่น เพราะเขาล่ำบึกและเธอตัวเล็ก จึงรู้สึกปลอดภัย เมธาวีหย่อนสะโพกลงที่เตียงริมสระ กลายเป็นว่าหญิงสาวอยู่บนตัวเขา พอถูกยกสะโพกก็ขยับโยกตามที่เขานำพา
วางมือลงกดหน้าท้องแกร่งเพื่อออกแรงยันตัวเองขึ้นลง ควงเอวหมุนวนหาความซ่านเสียวอย่างลืมอาย ชายหนุ่มสูดปากซี้ดส์กับการกระทำนั้น
“สุดยอด ไม่คิดเลยว่าครั้งแรกคุณจะทำได้ดีขนาดนี้”
“คุณมาร์กน่ะ!”
เธอฟาดฝ่ามือลงที่หน้าท้องเขาแก้เขิน อายจนบิดม้วนเอียงหน้าหลบ ปล่อยคนตัวเล็กทำจนเหนื่อยหอบแล้วจึงพลิกร่างเธอนอนคว่ำในท่าคลานเข่าจับต้นแขนเล็กทั้งสองข้างไว้แน่น ส่งตัวตนดำดิ่งเข้าสู่หญิงสาวจากทางด้านหลัง บุษรินทร์กระดกสะโพกงอนให้เขากระแทกเต็มเหนี่ยว แรงอัดทำให้กายเล็กไหวถี่ หน้าอกอวบทั้งสองเด้งดึ๋งไร้การจับยึด
ทุกบริเวณของเรือนพักตากอากาศกลางน้ำถูกใช้ในกิจกรรมรัก หลังพักผ่อนหลับนอนและกินข้าว แม้กระทั่งห้องครัว ยังถูกใช้ระหว่างทำกับข้าว เมธาวีจับเธอกินแทนมื้อค่ำ แล้วขอให้ตื่นมาทำให้กินกลางดึกอีก ตลอดทั้งวันยันค่ำนอกจากกินนอนร่วมรักกันเธอกับเขาก็ไม่มีกิจกรรมอื่นอีก
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ