LOGIN"อุ๊ย! เจ้าเหมียวไปนะ" เอวาขยับขาหนีแมวน้อยสีดำที่มาคลอเคลียขาเธอ เจ้าเหมียวตกใจวิ่งหนี เหมือนกับถูกขับไล่แบบนี้บ่อยครั้ง
"น้องเอวากลัวแมวเหรอ? "
เมาะวีถามเพราะเห็นหญิงสาวดูกลัวมาก
"ไม่ได้กลัวค่ะพี่ชาย แต่เอวาแพ้ขนแมว โดนขาไหมเอวา? "
เบลล่าถามด้วยความเป็นห่วง เพราะรู้ว่าเพื่อแพ้ขนแมวหนักมาก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเธอเคยเห็นกับตามาแล้วว่าถ้าเพื่อนสัมผัสกับขนแมวแล้วจะคันมาก
"โดนแล้วแมวเลียขาเราด้วย" เพียงแค่นั้นก็รู้สึกคันขึ้นมา เอวาขยับโต๊ะแล้วยืนขึ้น
"เอาน้ำล้างก่อน" เบลล่าบอกทำท่าจะลุกขึ้น
"เดี๋ยวพี่ล้างให้ครับ"
เมธาวีหยิบขวดน้ำเปล่าบนโต๊ะ นั่งคุกเข่าราดที่ขาตรงจุดที่เอวาบอกเจ้าเหมียวมาคลอเคลียโดน เสียงเอะอะทำให้คนที่นั่งกินข้าวในร้านอาหารมองมาที่โต๊ะนี้ รวมถึงธนากับบุษรินทร์ด้วย
"นั่นพี่เอวากับพี่มาร์กนี่"
ธนาทักขึ้น ในขณะที่บุษรินทร์กำลังชะงัก ตอนได้ยินเสียงร้องไล่แมว เธอหันไปมองอย่างสงสารเจ้าเหมียวที่ถูกรังเกียจ และได้เห็นว่าเมธาวีร่วมโต๊ะอาหารนั้นด้วย ตั้งใจว่าจะชวนธนาหลบออกไป แต่พอเห็นเมธาวีแสดงออกว่าห่วงใยหญิงคนนั้นถึงขั้นล้างขาให้ก็เจ็บจี๊ดในอก ทีเขาทำเธอเจ็บระบมทั้งตัวจนไข้ขึ้น ยังทิ้งไว้อย่างไม่ไยดีเลย ก็อย่างว่าเธอมันมีค่าแค่คู่นอนของเขา จะเอาอะไรมาเทียบกับตัวจริงได้ เภสัชกรหนุ่มลุกเดินเข้าไปหาพี่สาว บุษรินทร์อยากดึงแขนเขาไว้เหลือเกินแต่ก็ทำไม่ได้ ซ้ำเขายังคะยั้นคะยอให้เธอตามไปอีก
“โดนแมวอีกแล้วเหรอพี่? ”
ธนาเดินเข้าหาพี่สาว แต่คนที่สะดุดตามากที่สุดคือผู้หญิงที่เดินมากับเขา โดยเฉพาะนายหัวเมธาวีถึงกับหันมาถลึงตาใส่เธอจนบุษรินทร์ต้องหันข้างให้ แววตาอย่างนั้นคงไม่พอใจที่เธอเสนอหน้ามาให้ตัวจริงของเขาเห็นสินะ
“อ้าวธนา นึกว่าใคร” เอวาทักน้องชาย
“ขอบคุณค่ะพี่มาร์ก”
เธอไหว้ขอบคุณเขา ยอมรับว่าเกรงใจ แต่ที่สุดของความรู้สึกคือเขินและปลื้มอกปลื้มใจมาก
“ไม่เป็นไร เอวาไม่คันใช่ไหมครับ? ” “ไม่ค่ะพี่มาร์ก”
ตอบก่อนหยิบกระดาษทิชชูมาซับมือให้เขา การกระทำต่อกันระหว่างเมธาวีและเอวา ทำให้บุษรินทร์รู้สึกหัวอกใจสั่นคลอน ถ้าให้เดาทั้งคู่คงเกินเลยกันแล้ว ในยุคสมัยนี้ส่วนใหญ่แฟนก็เท่ากับเมีย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็แสดงว่าเธอกำลังยุ่งกับสามีคนอื่น เบลล่ายิ้มพอใจต้องขอบคุณเจ้าเหมียวที่ทำให้เธอเห็นภาพน่ารักแบบนี้ แต่ก็ไม่ลืมสนใจธนาน้องชายเพื่อนรุ่นพี่ เพราะเห็นว่ามากับสาวสวย
“นายธนามากินข้าวกับสาวสวยซะด้วย อย่าบอกนะว่าจะชิงแต่งก่อนพี่ชายกับเอวาน่ะ” เบลล่าถามอย่างอารมณ์ดี และมองบุษรินทร์ด้วยสายตาเป็นมิตรตั้ฃแต่แรกพบ
“เปล่าสักหน่อย พูดแบบนี้เดี๋ยวพี่เขาเสียหายหมด ตัวเพิ่งมาจากนอกเลยไม่รู้จักละสิ นี่พี่บุษเอง พี่เขาทำงานที่ฟาร์มุกของพี่มาร์กนั่นแหละ” เพียงแค่ได้ยินชื่อเบลล่าก็สีหน้าเปลี่ยน เธอเพิ่งไปพบเอเดรียนพี่ชายลูกพี่ลูกน้อง และรู้จักกับโรส ผู้หญิงคนนั้นซักถามเมธาวีเรื่องบุษรินทร์เพื่อนของเธอ จนเบลล่าได้รู้ว่า ผู้หญิงชื่อบุษ หรือบุษรินทร์เพื่อนของโรสเป็นคนเดียวกันกับที่เมธาวีบอกว่าเป็นผู้หญิงของพ่อและมาทำงานที่ฟาร์ม
“บุษนี่ใช่บุษรินทร์ เพื่อนของผู้หญิงชื่อโรสที่เป็นแฟนพี่เอเดรียนใช่ไหม? ” เบลล่าถามเจ้าของชื่อด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
“เบลล่า พี่จะคุยกับน้องทีหลัง” เมธาวีหันไปปรามน้องสาวก่อนที่เธอจะวีนแตก ซึ่งเท่ากับการยอมรับว่าเป็นคนคนเดียวกัน เบลล่าเองก็ไม่อยากพูดเรื่องนี้ให้เอวากับธนารู้เลยเงียบไป แต่ยังไม่วายส่งแววตาอำมหิตใส่บุษรินทร์
“คุณเจอโรสเพื่อนฉันเหรอ?! แล้วที่ว่าโรสเป็นแฟนกับเอเดรียนคืออะไร เขาเป็นใครคะคุณมาร์ก? ” ห้ามน้องสาวคนเดียวไม่พอเสียแล้ว เพราะบุษรินทร์เองก็รบเร้าถามไม่หยุด
“ผมจะคุยกับคุณทีหลังเหมือนกัน” เขาขึ้นเสียงใส่เธอ
“เอ่อ ผมว่าคุยทีหลังก็ดีนะครับพี่บุษ”
บรรยากาศชุลมุนจบลง โดยธนาขออนุญาตเมธาวีพาบุษรินทร์ออกไป ถึงในหัวจะเกิดคำถามสารพัด แต่ต้องทำหน้าที่พาหญิงสาวไปที่ศูนย์จิลเวลรี่ เดินดูเครื่องประดับสวยๆ งามๆ แต่เธอก็ยังคงกังวลใจไม่หาย
“พี่บุษยังคิดถึงเรื่องนั้นหรือครับ? ”
“ฉันอยากกลับกรุงเทพฯ ฉันห่วงเพื่อน ผู้หญิงจอมหยิ่งอย่างโรส จะยอมมีแฟนง่ายๆ ทั้งที่เพิ่งอกหักได้ยังไง”
ทั้งที่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แต่ห่วงเพื่อนนายเอเดรียนน้องชายของเมธาวี ต้องปลุกปล้ำโรสแน่ๆ ไม่งั้นไม่มีทางหรอกที่เพื่อนจะยอม ขนาดว่ารักพี่กฤษณ์มากคบกันมาหลายปียังไม่เคยใจอ่อน หลังเดินชมเครื่องประดับ บุษรินทร์ซื้อต่างหูมุกหนึ่งคู่ ตั้งใจจะเอาไปฝากโรส ธนาพาเธอไปในส่วนของฝ่ายผลิตเครื่องประดับมุก ตั้งแต่การออกแบบ
“นี่ห้องของพี่เอวา ว่างๆ ผมก็เข้ามานั่งทำงานที่นี่ ดูนี่สิครับสร้อยเส้นนี้พี่เอวาออกแบบให้พี่มาร์ก ตอนนี้เท่าที่รู้คุณลุงเมธีขอไปให้คนพิเศษของท่าน”
‘นี่มันแบบเดียวกับเส้นที่คุณเมธีให้เรา’
บุษรินทร์คลำที่จี้ดอกเดซี่ ดีที่เธอสวมเสื้อปิดทับเอาไว้และธนาไม่สังเกตเห็น เขาพาเที่ยวชมห้องต่างๆ ทั้งห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ชำนาญการพิเศษในการใส่นิวเคลียสเข้าไปในหอยมุก บรรยายขั้นตอนการทำที่เธอถึงบางอ้อ ที่ผ่านมาเข้าใจโดยตลอดว่าต้องมัดหอยไว้ให้อดอาหาร แล้วหอยสร้างมุกขึ้นมาเอง หนุ่มรุ่นน้อง พาเดินทัวร์แม้กระทั่งห้องทำงานของนายหัวมาร์ก แค่เห็นประตูห้องเธอก็โกรธด้วยหลายเหตุผล และอยากจบความสัมพันธ์ทุกเรื่องแม้จะไม่ได้รับความช่วยเหลือ เพราะเขามีคนรักอยู่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเธอหวั่นไหวไปเอง เมธาวีไม่ได้บังคับขืนใจเสียหน่อย
ผ่านไปกว่าชั่วโมง และเป็นเวลาที่เมธาวีกำหนดให้ธนาส่งเธอกลับที่พักคนงาน เดาเอาเองว่าจากนี้เขาคงให้กลับขึ้นมาพักที่นั่นตามเดิม หญิงสาวอยากจะเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เพราะห้องน้ำที่นี่ดีกว่าที่บ้านพักคนงานมาก
“ห้องน้ำไปทางไหนคะ? ” “อ้อ ทางซ้ายมือโน่นน่ะครับ”
“รอพี่เดี๋ยวนะคะ” “ครับ”
มีซอยเล็กๆ ภายในสำนักงานให้เดินเข้าห้องน้ำ ซึ่งแยกชายหญิงไว้คนละด้านกัน หลังเสร็จธุระบุษรินทร์ล้างมือและใช้นิ้วเปียกจัดทรงผมด้านหน้า เมื่อเสร็จแล้วเปิดประตูออกมาเธอถึงกับผงะ เพราะเมธาวีมายืนดักทางเอาไว้
“คุณมาร์ก” อุทานชื่อเขาเบาๆ แต่ยังไม่ได้เอ่ยขอทางก็ถูกคนหน้าบึ้งลากแขนให้เดินตามไป
“อะไรของคุณ จะพาไปไหนฉันไม่ไป ปล่อยฉันนะ”
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ


![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




