LOGINสองวันสองคืนผ่านไปเป็นเวลาที่ร่างกายอ่อนเพลียเป็นที่สุด ครั้งแรกที่ตื่นมาไม่เจอเขา คิดว่าเมธาวีจะเบื่อตัวเองเสียอีก แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเขากำลังลุ่มหลง ไม่ต่างกับเธอเลย เสียงเรือปลุกให้เมธาวีตื่นจากหลับใหล จำได้ว่าเขาขับเรือมาเอง และไม่อนุญาตให้ใครมารบกวนเวลานี้ เขาคว้าผ้าขนหนูขึ้นมาพันรอบเอว เปิดประตูออกไปดูเรือผู้บุกรุก
“เบลล่า!” เขาปิดประตูกลับเข้ามาในห้องปลุกคนที่ยังคงนอนหลับอย่างอ่อนเพลีย
“คุณ ซ่อนตัวที่...” เมธาวีหันซ้ายหันขวา ตู้เสื้อผ้าคงไม่ได้ เบลล่าน่าจะไปเปิดเป็นจุดแรก ถ้าเป็นห้องน้ำเบลล่าอาจจะอยากเข้าห้องน้ำก็ได้ ส่วนห้องครัวก็อาจหิว
“คุณหลบก่อน แต่ถ้าเบลล่าจะเข้ามาคุณต้องมุดใต้เตียงนะ”
“ใต้เตียงเหรอ? ”
“ใช่ ถ้าเบลล่ารู้ว่าคุณอยู่นี่เป็นเรื่องแน่”
บุษรินทร์รู้ดีว่าต้องหลบไปก่อนเพราะน้องสาวเขาอาจเอาเรื่องนี้ไปบอกเพื่อน เมธาวีกับเอวาคงผิดใจกัน และสำคัญสองพี่น้องรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงของบิดา ไม่คาดคิดเลยว่าต้องหลบใต้เตียงแบบนี้ ร่างบอบบางแทรกตัวเข้าไปได้ไม่ยากนัก แต่เตียงเขาค่อนข้างสูงและก้มส่องก็เห็นได้เลยว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ เมธาวีเปิดประตูแค่โผล่หน้าออกไปทักคนที่กำลังเคาะห้อง
“อ้าว เบลล่าทำไมมาหาพี่ล่ะ? ” น้ำเสียงเขาไม่มีพิรุธ
“พี่ชายเบลล่าจะเข้าไปข้างใน”
“พี่ว่าเบลล่าไปรอที่ห้องนั่งเล่นดีกว่า” ผู้เป็นน้องหรี่ตามองพี่ชายอย่างรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ
“นี่คงไม่ได้มีผู้หญิงอยู่ในนั้นหรอกใช่ไหมคะ? ”
เรื่องผู้หญิงของพี่ชายเธอไม่คิดก้าวก่าย เพราะถ้าเป็นสาลี่เบลล่ารู้ดีว่าพี่ชายเก็บไว้เพื่ออะไร แต่เธอเพิ่งเดินสวนกับสาลี่ที่ท่าเรือนี่สิ แสดงเป็นคนอื่น กลัวเหลือเกินว่าจะเป็นบุษรินทร์
“ใช่” เขาตอบตามตรง
“พี่มีคนอื่นอีกหรือคะ? ” เบลล่าพยายามทำใจร่มๆ
“ก็สาลี่นั่นแหละ”
คำตอบที่ได้ไม่จริง พี่ชายหลบสายตาเธอทั้งที่เขาแทบไม่เคยโกหกน้องเลย อย่างมากแค่เลี่ยงไม่ตอบ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน
“น้องจะคุยกับสาลี่ค่ะ”
“เบลล่าไม่เอาน่า น้องไม่ชอบสาลี่นี่หน่า”
“พี่ชาย เบลล่าจะคุย! ”
เธอเสียงดังและเปิดประตูพรวดเข้าไป
“เบลล่า! ” ชายหนุ่มตามเข้ามาในห้อง ถ้าไม่ใช่บุษรินทร์เขาคงไม่คิดจะซ่อนเธอ จุดแรกเบลล่าคว้าเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด และก้มมองใต้เตียง เมื่อไม่เห็นใคร เธอเดินไปกระชากประตูห้องน้ำแต่ข้างในถูกล็อกไว้ ความสงสัยว่าพี่ชายมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น ชัดเจนตอนที่เขาหึงธนา ถ้าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เมธาวีคงขย้ำคอแม่นั่นไปแล้ว หวงจนไม่ให้น้องมาอยู่ที่นี่เพราะเอามันมากก ยิ่งคิดก็ยิ่งหัวร้อน
“เปิดเดี๋ยวนี้นะ! ออกมาคุยกับฉัน อย่าขี้ขลาด”
เธอทั้งร้องโวยวายและทุบประตูห้องน้ำ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เมธาวีจับต้นแขนน้องสาวเอาไว้
“น้องจะคุยกับเขาทำไม? ”
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครพี่ถึงซ่อนไว้ ถ้าเป็นสาลี่พี่หลบทำไม นังบุษรินทร์ใช่ไหม? พี่ชายบอกน้องสิว่าไม่ใช่”
“เบลล่า” น้ำตาของน้องสาวทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิด
“พี่จับตัวผู้หญิงคนนี้มา เพราะมันสวยใช่ไหม พี่หลงเสน่ห์มันเหรอ พี่ก็รู้ว่ามันทำกับพ่อเรายังไง”
“เธอไม่ใช่คนที่ทำพ่อ”
เขาเถียงได้ไม่เต็มปาก ถึงแม้บุษรินทร์ดูเหมือนไม่มีความเชื่อมโยงกับการตายของบิดา แต่ไม่อาจยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าเธอไม่เกี่ยวข้องกับนายวิโรจน์
“พี่รู้แล้วเหรอว่าใครร่วมมือหลอกพ่อเราตัวจริง”
“ไม่ต้องห่วง พี่ไม่ปล่อยให้คนที่ทำกับพ่อลอยนวลหรอก”
เมธาวีคว้าน้องสาวมากอดเอาไว้ เธอสะอื้นกับอกเขา เบลล่าถูกตามใจจนกลายเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมาตั้งแต่เด็ก และคนที่โอ๋และตามใจมากที่สุดคือเมธี โดยเฉพาะหลังการหย่าร้างของพ่อกับแม่ เบลล่าถึงกับหนีไปอยู่กับเอวาเป็นอาทิตย์ เพราะโกรธ และไม่ยอมไปอยู่กับมารดาที่อเมริกา
“เบลล่าไม่ได้บังคับว่าพี่ต้องแต่งงานกับเอวา ไม่ได้คิดจะบงการชีวิตพี่เลย แต่ต้องไม่ใช่ผู้หญิงเก่าของพ่อ เบลล่าเกลียดทุกคนที่มายุ่งกับพ่อ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก พี่จะไม่ทำให้เอวาเสียใจแน่นอน”
ถึงจะไม่เคยบอกรักเอวา แต่ที่ผ่านความสัมพันธ์ก็เรียกว่าเป็นคนสนิทและรู้ใจ ส่วนบุษรินทร์ก็แค่เพียงต้องการเงินเท่านั้น เธอกับเขาเพิ่งรู้จัก ไม่ใช่คนรักและเป็นสัมพันธ์ต่างตอบแทนเช่นเดียวกับผู้หญิงบริการทั่วไป
“น้องไม่อยากให้มีคนอื่นนอกจากเอวาเลย เมื่อไหร่จะเลิกทำแบบนี้สักที พี่ควรเริ่มจากเลิกคบพี่วิลเลียมจอมลามกก่อน”
“เออจริงสิ ไอ้วิลเลียมมันทำอะไรน้องบ้าง? ”
เบลล่าละตัวห่างพี่ชาย แค่นึกถึงภาพวิลเลียมเดินเปลือยกายออกจากห้องน้ำก็ขนลุกไม่หาย ซ้ำยังโถมกายเปลือยเปล่าทับตัวเธออีก
“ไม่เอาน้องไม่พูดถึงมันอีก ภาพหนอนติดตาไม่หายเลย”
พูพลางทำท่าขนลุก เพราะได้เห็นโคตรหนอนของวิลเลียมนี่ทำให้เธอไม่อยากไปงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนพี่ชายในคืนนี้เลย
“ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว เบลล่าออกไปห้องรับรองก่อนได้ไหมคนดี”
หญิงสาวรู้ตัวดีว่าพี่ชายจะให้คนที่หลบในห้องน้ำได้ออกมา แม้จะรู้ว่าใครเธอก็ไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น หลังน้องสาวยอมไปห้องรับรองโดยดี เขาจึงเขาเคาะห้องน้ำเรียกให้เธอออกมา
“ฉันจะกลับไปอยู่บ้านพักคนงาน”
บุษรินทร์พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น เธอได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ น้องสาวของเขาเอาแต่ใจและเขาตามใจ เบลล่ารังเกียจเธอเป็นเรื่องปกติที่รับได้ สิ่งที่แสลงใจคือที่เขาพูดถึงผู้หญิงตัวจริงของเขา
“คุณต้องอยู่กับผมทุกที่ แล้วคืนนี้ต้องไปงานเลี้ยงต้อนรับวิลเลียมด้วย”
“ฉันไม่...”/ “ต้องไป นี่คือคำสั่ง”
เขาเข้าใจแววตาของบุษรินทร์ที่จ้องมองมาที่ตัวเอง มันดูเศร้าและกำลังเสียใจ เพราะรู้สึกกับเขาอย่างนั้นหรือ เธอไม่ได้รักพ่อเหมือนอย่างเคยแต่กำลังหวั่นไหวกับเขา หรือเขากันแน่ที่กำลังหลงในตัวผู้หญิงคนนี้ สามวันที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เอาแต่คิดถึงว่าบุษรินทร์จะเป็นยังไงบ้าง แค่เห็นเธออยู่กับธนาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ บางครั้งอยากให้หมอนั่นรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







