LOGINเมธาวีจัดงานต้อนรับเพื่อนที่ริมหาด เป็นปาร์ตี้เล็กๆ คนงานในฟาร์มช่วยทำอาหารและเสิร์ฟ บุษรินทร์เลือกเป็นลูกมือช่วยปั้นหยาทำอาหาร แม้ว่านางจะหน้าตึงใส่ เมนูหลักต่างๆ เสิร์ฟเสร็จ รอเพียงเจ้านายสั่งเท่านั้น ของกินไม่เน้นนัก แต่หลักๆ คือเหล้าที่ป๋องแป้งกับคนงานต้องเสิร์ฟต้องชงไม่หยุดมือ เพราะงานเลี้ยงนอกจากนายหัวมาร์ก วิลเลียม ยังมีทั้งเบลล่า เอวา และธนาด้วย
“ทำไมจู่ๆ นายเกิดคิดถึงฉันขึ้นมา? ”
เมธาวีถามเพื่อนเมื่อแยกตัวจากกลุ่มน้องสาว เขารู้สาเหตุแต่ถามเพื่อนให้เพื่อนได้ระบายออก ตั้งแต่คบกันมาไม่เคยเห็นวิลเลียมดื่มเหล้าแทนน้ำอย่างนี้มาก่อน
“อ้าว ฉันจะคิดถึงนายไม่ได้หรือไง”
“ไม่น่าใช่ ฉันว่าคงเกี่ยวกับเรื่องที่แอลแต่งงานแล้ว”
“ใครกันนะรายงานเรื่องแฟนฉันสละโสดให้นายฟัง” เมธาวียังร้ายไม่มีเปลี่ยน คงเป็นเลขาของเขาที่บอกเล่าเรื่องนี้กับเพื่อน
“ถ้านายไม่สะดวกใจฉันไม่อยากรู้ก็ได้” วิลเลียมกระดกหมดแก้วก่อนยื่นให้ป๋องแป้งชงต่อ
“เธอเคยยื่นคำขาดให้ฉันแต่งภายในปีนี้ แต่ฉันบอกไปแล้วว่าขออีกสักสองปี ความจริงฉันต้องการแต่งอีกห้าปีด้วยซ้ำ อุตส่าห์ย่นเวลาเข้ามาแล้ว เอลบอกว่าตกลง ฉันคิดเอาเองว่าตกลงคือเธอรับข้อเสนอผ่อนปรนให้ฉัน แต่ตกลงของเธอคือถ้าฉันไม่แต่งเธอจะมีคนอื่น ไม่อยากเชื่อว่าเธอแอบคบใครลับหลังฉัน”
“เธออายุมากกว่านายหกปี ปีนี้แอลสามสิบหกแล้วนะเพื่อน บางทีก็ต้องเข้าใจเธอบ้าง”
“แล้วไง เธอเป็นพี่สาวข้างบ้าน รั้วบ้านสร้างร่วมกัน ต้องทนเห็นเธอกับสามีอี๋อ๋อกัน ฉันทนไม่ได้ ตอนนี้เลยขายบ้านแล้ว และฉันยังหาบ้านที่โดนใจไม่ได้”
วิลเลียมเปลี่ยนไปมาก จากหนุ่มเจ้าสำราญดื่มพอประมาณ ตอนนี้ดื่มไม่หยุด เรียกว่าเมาจนดูไม่ได้
“อย่าบอกนะว่านายจะมาอยู่ที่นี่”
“ไม่ๆ ฉันแค่มาเที่ยว อยากมาหานายเท่านั้นเอง”
“ถ้ากลับไปนายพักที่ไหน” “ฉันว่าจะเช่าอพาตเมนต์อยู่ชั่วคราว” วิลเลียมถอนหายใจทอดสายตาอย่างเลื่อนลอย
“รู้งี้ซื้อคอนโดอย่างที่นายบอกก็ดี ตอนนี้คือที่อยากได้ ก็ไม่มี ที่มีก็ไกลเกินไป”
“บ้านฉันไงนายไปอยู่ได้ เพราะเบลล่ามาอยู่ที่นี่แล้ว ส่วนแม่แองจี้ของฉันก็ไม่ค่อยอยู่ที่เมืองนั้นเท่าไหร่”
“ฉันลืมได้ไง เมื่อก่อนก็เคยมาอยู่บ้านนายบ่อยๆ ”
“ไปอยู่ไปก่อนได้ เพราะบ้านฉันใกล้บริษัทของนายมากกว่าบ้านนายเสียอีก”ความกังวลใจเรื่องบ้านคลี่คลาย ส่วนเรื่องหัวใจของวิลเลียมคงอีกสักพักจะหาย ในระหว่างยิ้มออกพลันสายตาก็หันไปเจอกับเบลล่า น้องสาวเพื่อนชักสีหน้าตึงใส่เขา เมธาวีเองเห็นท่าทางนั้นด้วย สายตางอนของน้องสาวไม่ได้ส่งให้วิลเลียมคนเดียวแต่เธองอนพี่ชายตัวเองด้วย
“เรื่องวันนั้นกับเบลล่า...ฉันขอโทษนะ ดูเหมือนน้องเกลียดฉันมาก ถึงขั้นแยกโต๊ะ”
“เบลล่าแยกเพราะโกรธฉันมากกว่า”
“ขี้งอนน่าตีก้นชะมัด”
‘น่าตีก้นเหมือนวันนั้น’ วิลเลียมได้เพียงคิดในใจ
“อย่ามองแบบนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรกับน้องนายจริงๆ นะ”
“ก็ดี เพราะฉันไม่อยากได้นายเป็นน้องเขย แอลแต่งกับคนอื่นเพราะนายไม่แต่งกับเธอ แต่มากไปกว่านั้น ลับหลังแอลนายนอกกายเธอหลายครั้ง”
“ไม่รู้อะไรอย่าพูดเลยดีกว่า เราตกลงกันแล้วว่าทำได้”
“ถ้านายยังทำแบบนั้นได้ก็แสดงว่านายไม่รักเธอจริง”
“แล้วนายล่ะ นอกจากเอวาแล้ว นายก็ยังมีผู้หญิงไม่ใช่เหรอ”
“มันไม่เหมือนกัน เพราะฉันกับเอวายังไม่เคยมีอะไรกัน เราไม่ได้หมั้น และฉันยังรู้สึกว่าเธอเป็นเหมือนน้องสาว”
เมธาวีพูดเบาๆ ในระหว่างนั้นธนากับบุษรินทร์ช่วยกันยกจานอาหารเสิร์ฟที่โต๊ะของเขา ก่อนจะไปที่โต๊ะของเอวา ที่เขาทำเมื่อหลายวันก่อน มันไม่ชัดเจนหรือว่าบุษรินทร์เป็นผู้หญิงของเขา ทำไมธนายังตามเธอต้อยๆ แบบนี้ โกรธแต่ต้องข่มมอารมณ์เพราะเบลล่าจับตาเขาตลอดเวลา
“มาร์กแม่สาวตัวเล็กที่เสิร์ฟอาหาร สวย หวาน แล้วก็น่ารักมาก เธอไม่ใช่เด็กนายใช่ไหม? ” อะไรกันให้เขาโกรธนายธนาคนเดียวไม่พอ ยังต้องมาเห็นท่าทางหื่นกามของเพื่อนอีก
“คนนี้ไม่ได้ เธอเคยเป็นของพ่อฉัน” รู้แก่ใจว่าเขาคือคนแรกของเธอแต่ต้องอ้างบิดาให้เพื่อนยำเกรง
“ผู้หญิงของพ่อนายแต่ละคนนี่สุดยอดน่ารัก”
แต่เมธาวีลืมไปว่าตอนยังวัยรุ่นวิลเลียมเคยปลื้มมารดาของเขาเอามากๆ ถึงขั้นพูดว่าแม่แองจี้คือเฟิร์สเลิฟ จนเบลล่าไม่ชอบใจและด่าว่า “พี่วิลเลียมจอมลามก”
“นายก็ลองดูสิ เผื่อเธอสนใจ”
“งั้นไม่เกรงใจนะ”
บอกแล้วคว้าแก้วเหล้าเดินเข้าหาบุษรินทร์ที่ในครัว ไม่ทันได้เห็นว่าเพี่อนกำหมัดโกรธ ใครคิดจะแชร์ผู้หญิงกับเพื่อนละ
“สวัสดีครับคนสวย ผมลืมถามชื่อคุณกับมาร์ก บอกผมหน่อยสิครับ” เพื่อนเมธาวีคนนี้เมามากจนกลิ่นเหล้าอบอวล เขาใช้ภาษาอังกฤษทักทายเธอ
“ฉันชื่อบุษค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานเป็นมารยาททั้งที่ไม่ชอบแววตาที่ชายหนุ่มใช้มองมา
“ผมวิลเลียมครับ ไปหาที่นั่งคุยกันดีไหม เพื่อนผมเปิดโอกาสให้เรา” “เปิดโอกาส? ” แปลไม่ผิด และคนเปิดโอกาสก็ไม่สนใจมองมา ถ้าเขาอยากให้ทำอย่างนั้นเธอก็จะทำ ไม่แน่หรอกเพื่อนเขาอาจจะดีกว่าเขาก็ได้
“เกรงว่าจะไม่ได้ครับ เพราะพี่บุษต้องอยู่กับผม”
ธนาแสดงตัวปกป้อง จะไม่ยอมให้บุษรินทร์ไปกับใครทั้งนั้นหลังวันที่เขาพาเธอไปออฟฟิศก็ได้มาทบทวนและสอบถามที่มาที่ไปของหญิงสาวอย่างแน่ชัด ทั้งจากพี่ของเขาและป๋องแป้ง ทุกคนบอกว่าบุษรินทร์เคยเป็นผู้หญิงของเมธีมาก่อน จึงปะติดปะต่อได้ว่าเมธาวีไม่พอใจเธอ คิดว่าเธอมีส่วนทำให้บิดาเสียชีวิต ถ้าเปิดโอกาสเพื่อนแบบนี้เป็นไปได้ว่าเขาอยากให้วิลเลียมย่ำยีบุษรินทร์
“ได้ค่ะ งั้นเราไปหาที่นั่งดื่มกันสองคนดีกว่า”
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







