Share

แฝงตัวในถ้ำเสือ 12.2

last update Last Updated: 2026-02-09 16:18:19

“พี่คะ ฉันเวียนหัวมากเลย มีห้องพักไหมคะ” 

“มีห้องรับรองอยู่ ตามดิฉันมาทางนี้ค่ะ” 

เธอก้าวเดินตามแม่บ้านวัยกลางคนมาที่ห้องรับรอง  เป็นห้องขนาดเล็ก มีโซฟา ตรงกลางเป็นโต๊ะวางแก้ว

“นั่งลงก่อนค่ะ” แม่บ้านเชิญให้หญิงสาวนั่งลง เธอเอนหลังพิงพนักเหมือนหมดแรง

“เดี๋ยวดิฉันไปหายาดมมาให้นะคะ”

“ไม่ค่ะ ฉันไม่ชอบกลิ่นยาดม” ที่ปฏิเสธเพราะไม่รู้ว่าจะแพ้กลิ่นยาดมด้วยไหม เพราะเธอไม่ชอบกลิ่นหอมทุกอย่าง

“อาการเป็นยังไงบ้างคะคุณ?” “มันเวียนหัว คลื่นไส้” 

“เหมือนคนท้องใช่ไหมคะ? ” คำถามทำให้หญิงสาวดูอึ้งไปเล็กน้อย แม่บ้านเองก็รู้สึกไม่ดีที่ทักไปอย่างไม่มีมารยาท เพราะดูเหมือนสาวสวยกำลังกังวลเรื่องนี้จริงๆ

“พักตรงนี้ก่อนนะคะ จะไปเอายาหอมมาให้”

“ขอบคุณค่ะ” บุษรินทร์รออยู่เกือบห้านาทีแม่บ้านกลับมาพร้อมชงยาหอมร้อนๆ ส่งให้ เธอไม่เคยใช้ยาหอมมาก่อน แต่พอดื่มและดมกลิ่นยา ทำให้อาการค่อยๆ คลาย 

“เดี๋ยวดิฉันไปเสิร์ฟน้ำแขกก่อนนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวหายเวียนหัวฉันจะออกไปเอง”

แม่บ้านเปิดประตูออกไป เธอจิบยาเรื่อยๆ ไม่ยากเชื่อว่ากลิ่นสมุนไพรจากยาหอมจะทำให้รู้สึกดีแบบนี้ สักพักก็มีเสียงประตูเปิด พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเมธาวี ทำให้บุษรินทร์วางแก้วยาแล้วลุกจากโซฟาทันที 

“จะออกไปไหน ไม่สบายไม่ใช่เหรอ? ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“คุณรู้ได้ยังไง? ”“ก็กลิ่นยาฉุนขนาดนี้”

“ฉันถามว่าคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”

“ไม่รู้ ผมไม่ได้อยากจะรู้ ก็แค่จะมานั่งพักผ่อนเท่านั้นเอง นี่คงไม่คิดว่าผมคอยมองหา แล้วตามหาคุณหรอกนะ”

เมธาวีพูดตรงกันข้ามกับการกระทำทุกอย่าง ความจริงแล้วเขาไม่เคยละสายตาไปไหนเลย ตั้งแต่เห็นเธอยืนข้างสองพ่อลูกนั่นแล้ว 

โดยเฉพาะนายวิโรจน์ที่คอยเบียดเข้าหา พร้อมส่งยิ้มเย้ยเขาตลอดงาน แต่พอเผลอแป๊บเดียวก็ไม่เห็นบุษรินทร์ เขาเดินตามหา จนแม่บ้านคนหนึ่งทักว่าต้องการให้ช่วยอะไร โชคเข้าข้างที่แม่บ้านคนนั้นเป็นคนพาบุษรินทร์เข้ามาในห้องนี้ 

“ฉันเองก็ไม่คิดแบบนั้นหรอก เพราะถ้าคิดจะตามหาคุณคงมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว” หญิงสาวเชิดหน้าใส่เขาทำท่าจะเดินไปที่ประตู เมธาวีจึงกดล็อกลูกบิดเอาไว้ก่อนมือเธอจะจับมัน คนตัวเล็กแหงนหน้าขึงตาใส่เขา

“ถอยไปนะคุณมาร์ก” 

“ไม่ถอย” เขาขยับเบียดเข้าหา หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบ แต่ถูกเขาคว้าเอวกระชากเธอหันกลับเข้ามาในอ้อมกอด มือเรียวทั้งสองพยายามพลักดันชายหนุ่ม แต่ถูกกอดแน่นก่อนทุ่มเธอลงบนโซฟา บุษรินทร์ใช้มือพยุงตัวลุกนั่ง ขยับถอยหลังเพราะเขาเดินเข้าใกล้ ทำท่าจะโน้มตัวลงมา

“อย่าทำอะไรบ้าๆ ที่นี่มีคนตั้งเยอะ”

“กลัวไอ้วิโรจน์มาเห็นก็บอกตรงๆ เถอะ” น้ำเสียงเขาดุดัน แววตายังวาวโรจน์น่ากลัวอีกด้วย ร่างสูงใหญ่โน้มลงมาทาบทับตัวเธอกดจมโซฟา

“ปล่อยนะ” เธอขยับมือแต่ถูกจับเอาไว้ทั้งสองข้าง

“ผมบอกว่าคุณยังเป็นของผม แต่คุณกลับวางแผนหนีมา นึกว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่แท้ก็มาขายตัวให้ไอ้วิโรจน์ ทั้งที่รู้ก็รู้ว่ามันฆ่าพ่อ คุณทำได้ยังไง! ” เขาตะคอกเสียงดัง เช่นเดียวกับมืออันแข็งแกร่งบีบข้อมือเธอเต็มแรง

“คุณมาร์กฉันเจ็บนะ ปล่อย” 

เธอน้ำตาคลอเพราะเจ็บตัวส่วนหนึ่ง อีกทั้งยังเจ็บใจ ที่หนีเขามาก็เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายของคนอื่น ซ้ำยังยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อหาหลักฐานบงการฆ่าเมธี หวังเอาไว้ว่าจะมีหลักฐานเอาผิดวิโรจน์ ตอนนี้แผนที่วางไว้พังไม่เป็นท่า แล้วยังถูกด่าว่าขายตัวอีก เมธาวีคลายมือใหญ่ออก เขาตกใจที่เผลอบีบเธอจนเกิดรอยแดง  แต่ไม่ยอมปลดปล่อยน้ำหนักตัวจากหญิงสาว

“ฉันจะออกไปที่งาน” เธอบอกเสียงแข็ง

“อยู่นี่ล่ะ อีกไม่นานไอ้วิโรจน์ก็จะตามมาเจอว่าคุณกับผมเข้ามาทำอะไรกัน” เขายิ้มเยาะอย่างผู้มีเรี่ยวแรงเหนือกว่า  

“ฉันไม่ทำอะไรกับคุณหรอก ปล่อยนะ! ”  

“ไม่ทำก็รับแล้วกัน”

เมธาวีประกบจูบเร่าร้อนกับริมฝีปากบาง กลิ่นยาหอมจากริมฝีปากเธอทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายไปด้วย จูบเรียกร้องของเขาไม่ยอมผ่อนจนกว่าจะได้รับการตอบสนอง 

เขาดูดกลืนกลิ่นยาหมดสิ้นจนรู้สึกถึงกลิ่นหอมของบุษรินทร์ นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มโหยหาความสุขที่ขาดหายไปนานเกือบสองเดือน เขาไม่เคยห่างเซ็กซ์นานขนาดนี้มาก่อน ตั้งแต่เธอหนีมา ก็ไม่มีกะใจจะทำมันกับใคร

ริมฝีปากร้อนบดขยี้ดูดปากเธอเสียจนร่างกายเริ่มอ่อนระทวย มือใหญ่ของเขาขยำที่อกอวบทั้งสอง บุษรินทร์รู้สึกเจ็บปวด จากอาการคัดเกร็งที่มีอยู่เดิม แล้วยังถูกบีบแคล้นอย่างหนักหน่วง เธอเกาะกุมหลังมือเขาให้หยุดสร้างความเจ็บปวด ดีที่เมธาวียอมละมือไปลูบต้นขาแทน ใบหน้าหล่อเคล้าคลอผ่านเนินอก หน้าท้องและหยุดที่กลางความเป็นหญิง ผ่านชุดกระโปรง โดยไม่ได้เลิกมันขึ้น เพียงเท่านี้ก็ทำเธอดิ้นพล่านจิกเส้นผมของเขา

“คุณมาร์ก ยะ หยุด” บุษรินทร์ครางห้ามเสียงแผ่ว อยากให้หยุดแต่อีกใจก็ปรารถนา 

“พอแล้ว  ไม่ คะ คุณมาร์ก” 

เธอห้ามเขาไม่ได้เช่นเดียวกับห้ามความรู้สึกดีตัวเองไม่ไหว กางเกงชั้นในเปียกชุ่มตั้งแต่ที่เขาจูบด้วยปากแล้ว วืดหวิวมากขึ้นเมื่อถูกจูบวนอยู่ที่จุดความเป็นหญิง อาการขัดขืนที่บิดเร่าๆ ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน แต่เพียงไม่นานทุกอย่างก็หยุดนิ่ง เขาขยับลุกจับเสื้อและสูทตัวเองให้เรียบร้อย ปล่อยเธอค้างเติ่งบนโซฟา 

“เก็บตัวไว้แลกเศษเงินนายวิโรจน์เถอะ และถ้าผมรู้ว่าคุณร่วมมือกับมัน เกี่ยวกับคดีของพ่อ ผมไม่เอาคุณไว้แน่”

คำดูถูก ซ้ำข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเข่นเขี้ยวของเขา ทำให้บุษรินทร์ถึงกับพูดไม่ออก ถ้าคิดว่าเธอเห็นแก่เงินใช้ตัวเข้าแลกกับนายวิโรจน์ ถ้ารังเกียจกันขนาดนี้ แล้วมาปล้ำจูบทำไม จะมาพูดจาเหน็บแนมให้เจ็บใจเพื่ออะไร ทั้งที่เขาเองมีคนรักอยู่แล้ว เมธาวีเปิดประตูออกไป อย่างไม่ไยดี ในระหว่างที่เธอกำลังจะลุกจากโซฟา เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.2

    ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.1

    อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.4

    คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.3

    “แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.2

    “โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.1

    บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status