LOGIN[หนูบุษอยู่ไหนหรือ? ]
“บุษเข้าห้องน้ำ แล้วรู้สึกเวียนหัวแม่บ้านเลยพาเข้าไปพักในห้องรับรอง ขอโทษนะคะที่ไม่โทร.บอกเจ้าสัว”
[ดีขึ้นหรือยัง?] “ดีแล้วค่ะ
[ตอนนี้ฉันกลับแล้ว ที่เซฟเฮ้าส์มีเรื่องนิดหน่อย]
“เรื่องอะไรคะ? ” [ตำรวจมายุ่มย่ามนิดหน่อย ฉันต้องไปเคลียร์ หนูบุษก็อยู่กับวิบูลย์จนกว่างานเลิกแล้วกัน ]
‘ตำรวจมายุ่มย่ามนิดหน่อย’ อย่าบอกนะว่าตำรวจมาค้นหาเมริกา ถ้าเป็นอย่างนั้นนายวิโรจอาจจะตรวจกล้องวงจรปิด และเห็นว่าเธอ...ตอนนี้บุษรินทร์หายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งกว่าตอนที่วิงเวียนเสียอีก รู้สึกว่าบอดี้การ์ดของวิโรจน์จ้องเธอทุกฝีก้าว
ในช่วงว่างบุษรินทร์จ้องมือถือ ไถเฟซบุ๊กไปเรื่อย เรื่องเซฟเฮ้าส์อาจจะเป็นข่าวก็ได้ แล้วข่าวด่วนเบรกกิ้งนิวส์
“ตำรวจบุกช่วยนางแบบสาวเมริกา ถูกทำร้ายซุกเซฟเฮ้าส์ชานเมือง”
เป็นไปได้ยังไงที่ตำรวจจะตามมาเจอเมริกา เธอให้ข้อมูลกับเพื่อนนางแบบไปนิดหน่อย ตำรวจเอาอะไรมามั่นใจขอหมายค้นบุกเข้าไปช่วยเมริกา พออ่านข่าวอย่างละเอียด เห็นชื่อด็อกเตอร์กฤษณ์อดีตหวานใจโรส เป็นผู้ให้ข้อมูลว่าเซฟเฮ้าส์อยู่ที่ไหน ก็พอเดาได้ว่าพี่กฤษณ์คงเอาคืนนายวิโรจน์ ส่วนเจ้าสัวจอมลวงโลกนี่สิป้ายความผิดให้ รปภ.และ พี่ รปภ.ก็ยอมรับว่าทำจริงเสียด้วย บ้าไปแล้ว นี่คงเป็นกระบวนการรับจ้างติดคุกแน่นอน
“ท่านวิโรจน์ให้ผมมารับคุณบุษครับ”
บอดี้การ์ดสามคนของนายวิโรจน์ เดินเข้ามาประชิดตัว จนบุษรินทร์ตกใจรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นระรัว
“ที่เซฟเฮ้าส์มีเรื่องไม่ใช่เหรอ บุษขอไปค้างบ้านน้ายุพาหนึ่งวันนะคะ” เธอใจดีสู้เสือยิ้มหวานให้ชายสูทดำทั้งสาม
“ไม่ได้ครับ ท่านวิโรจน์บอกว่าคุณต้องไปหาท่าน”
ยิ่งปฏิเสธยิ่งมีพิรุธ อาจไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่สำคัญปราบดาก็อยู่ที่นั่น คงไม่มีอะไร
‘ใจร่มๆ บุษเอ๋ย อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้’
ปลอบใจตัวเองแล้วเดินขึ้นรถตู้ไปกับชายฉกรรจ์ทั้งสาม แต่สายตาพยายามจ้องมองไปที่เมธาวี อยากให้เขาเห็นว่าเธอถูกพาตัวไป และเขาหันมาที่เธอดังหวัง บุษรินทร์แสดงสีหน้าวิตกให้เขาเห็น แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มเหยียดเธอเสียอย่างนั้น
“บอดี้การ์ดตามเป็นยวง นี่คงเป็นชีวิตเลิศหรูที่คุณต้องการ”
ในห้องรับรองนั่น เขาอยากร่วมรักกับเธอให้หายคิดถึง อยากสัมผัสเนื้อกายเปลือยเปล่า จูบไปทั้งตัวให้ให้ละลาย แต่พอนึกถึงว่าเธอหักหลังหนีมาเพื่อเป็นของนายวิโรจน์ก็เจ็บใจ ชายหนุ่มยืนเหม่อเพราะในหัวเขามีแต่ภาพบุษรินทร์
“พี่มาร์ก กลับกันหรือยังคะ”
“อ้อจ้ะ คืนนี้พักโรงแรมเอเดรียนนะ” เมธาวีโอบไหล่เอวาเดินไปที่รถเปิดประตูให้เธอ ก่อนเดินอ้อมมาด้านคนขับ คืนนี้เขานอนห้องเอเดรียน เพราะน้องชายพาโรสแฟนสาวไปง้องอนปรับความเข้าใจที่ชะอำกันสองคน ส่วนเอวานอนอีกห้องหนึ่ง
“เข้ามาสิหนูบุษ” บุษรินทร์แทบก้าวขาไม่ออก เมื่อนายวิโรจน์เข้ามารอในห้องของเธอ
“เจ้าสัว มีธุระ กับบุษหรือคะ? ” เธอควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แต่เหมือนจะไม่ไหว รอยยิ้มเย็นที่ฉาบบนใบหน้าเจ้าสัววิโรจน์ น่ากลัวยิ่งกว่าใบหน้าเหี้ยมของเมธาวีเป็นร้อยเท่า
“เรามีธุระกันคืนนี้ หนูบุษจะอ้างไม่พร้อมไม่ได้แล้วนะ เพราะฉันให้เวลาหนูมากพอแล้ว” บุษรินทร์ตัวแข็งทื่อเมื่อถูกจูงมือเข้าห้อง วิโรจน์ล็อกประตูทันที
“บุษยัง เอ่อ บุษตัวเหนียว ขออาบน้ำก่อนได้ไหมคะ”
“เอาสิ ฉันเองก็อยากอาบเหมือนกัน จะได้มีคนถูหลังให้”
แค่จินตนาการตามว่าต้องลงอ่างแช่น้ำด้วยกัน ก็รู้สึกสะอิดสะเอียน สาบานได้เลยว่าตั้งแต่เกิดมา หลายครั้งที่เธอฝันว่าผีอำ ยังไม่เคยรู้สึกกลัวเท่าตอนนี้เลย
“อย่าเพิ่งรุกบุษนักเลย มันตื่นเต้นมากนะคะ”
เธออ้อนขออย่างสุภาพ นับว่าวิโรจน์ยังใจเย็น แน่นนอนเขาถนัดลวงฆ่าด้วยวิธีอ่อนโยน เหยื่อจะรู้ตัวก็เมื่อเขากำลังขย้ำ หลังผ่านความสุขเธอต้องกรีดร้องโหยหวนและขาดใจตายในที่สุด นั่นคือความสาสมใจที่เขาปรารถนา
“เอาสิฉันให้เวลาแค่สิบนาทีนะ”
“บุษขอเวลาขัดตัวสักหน่อย แต่จะให้ไวที่สุดนะคะ”
บอกพลางเลื่อนตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัว ทำทีเปิดหายางเส้นรัดผมจากลิ้นชักโต๊ะแต่งตัว และหยิบมือถืออีกเครื่องออกมา โดยใช้ผ้าเช็ดตัวห่อเอาไว้ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ
บุษรินทร์ล้วงโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องจากกระเป๋าชุดสูท ตั้งระบบเสียงเงียบที่สุด พยายามกดโทร.ออกหาปราบดาแต่สายไม่ว่าง ผ่านไปสามนาที ถ้าสิบนาทีเธอไม่ออกไป อาจมีการพังห้องน้ำเข้ามาแน่นอน
ด้านปราบดาร้อนใจอยู่หน้าห้อง เพราะลังเลใจว่าจะพาเธอหนีพ้นไหม เลยไม่ทันชิงตัวบุษรินทร์ นายวิโรจน์เช็กกล้องวงจรปิดตอนที่ตำรวจเข้ามาขอ และเห็นภาพบุษรินทร์แอบเข้าไปในห้องเมริกาเมื่อสองคืนก่อน ไม่ทันการณ์ เขาเดินออกมานอกบ้านกดหาเบอร์เมธาวีที่เคยขอเอาไว้เมื่อคราวออกจากเกาะ
“รับสิ นายหัวมาร์ก” เสียงรอสายดังสามครั้งยังไม่มีคนรับ ทำให้ปราบดากระวนกระวายใจยืนไม่ติด ขยับตัวยุกยิก จนสายตัดไปหนึ่งครั้ง แต่เขาก็โทร.อีกครั้งต่อเนื่อง และเป็นผลสำเร็จ
“คุณมาร์ก เกิดเรื่องกับคุณบุษแล้วครับ” เขาบอกทันทีที่อีกฝ่ายกดรับสาย
[เรื่องอะไร แล้วเกี่ยวกับผมตรงไหน คุณก็ไปรายงานไอ้วิโรจน์สิ แค่นี้นะ] “อย่าวางสายนะครับ ไม่งั้นคุณจะต้องเสียใจตลอดชีวิต” ปราบดาชิงพูดสวนก่อนที่เขาจะกดวาง
“นายวิโรจน์จะทำร้ายคุณบุษ เพราะเธอแฝงตัวเข้ามาสืบเรื่องการตายของนายหัวเมธี”
[แฝงตัวอะไร ผมไม่เข้าใจ]
“ผมไม่มีเวลาอธิบายแล้วครับ ไม่อย่างนั้นคุณบุษต้องถูกทำร้ายแน่ เอาเป็นว่าคุณต้องรีบมาที่เซฟเฮ้าส์นายวิโรจน์ที่ปทุมฯ ด่วนเลยนะ ผมจะรีบเข้าไปช่วยเธอก่อนถูกฆ่าตาย”
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ