LOGIN“สวัสดีค่ะ คุณมัสมิน...ทำไมวันนี้มาเร็วจัง เอ๊ะ! แล้วมือของคุณไปโดนอะไรมาคะนั่น?”
นุสบากล่าวทักนักดนตรีของเธอซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงเลคกิ้งสีน้ำเงินสวมรองเท้าทรงบัลเลต์ส้นแบนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องอาหารของโรงแรมยามสนธยาโรยตัวลงมาห่มคลุมท้องฟ้าสะท้อนแสงสีอำพันอาบเซลิโน่ให้งดงามราวสวรรค์บนแดนดินริมทะเล ผู้จัดการห้องอาหารรีบเดินเข้ามาเพื่อดูมัสมินด้วยความประหลาดใจระคนเป็นห่วงเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งของเธอพันผ้าสีขาวเอาไว้ขณะยกขึ้นพุ่มไหว้
“สวัสดีค่ะ พี่นุสบา นุ่นจะมาขอลางานสักสองสามวันค่ะ พอดีมีอุบัติเหตุกับมือข้างที่ใช้จับสายไวโอลิน นุ่นต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ อาจต้องพักมือให้แผลหายเสียก่อน”
“คุณนุ่นคะ...” นุสบามองที่มือของมัสมินแล้วทำสีหน้าอย่างมีอะไรที่อยากบอก
“คุณนุ่นตามพี่มาทางนี้ก่อน พี่ขอเวลาคุณนุ่นสักครู่นะคะ”
น้ำเสียงของผู้จัดการห้องอาหารราวกับผ่านการตริตรองอย่างหนักและมัสมินก็รู้สึกถึงบรรยากาศแปลก ๆ อวลอยู่ ณ ที่นั้น ที่เธอเดินตามนุสบาเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว
“คุณนุ่นคะ...เอ้อ...วันนี้พี่เพิ่งได้รับสัญญาฉบับใหม่ของทางโรงแรมเรื่องการว่าจ่างนักดนตรี อืม...ระบุมาสำหรับคุณ มัสมิน เธียรธรากุล...คุณนุ่นอ่านดูนะคะ”
หญิงสาวรับเอกสารจากมือของผู้จัดการส่วนตัวซึ่งหยิบมันออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน เธอก้มลงอ่านและต้องถึงกับเบิกตาโพลง
“อะไรกันคะ พี่นุสบา! ทางโรงแรมจ้างนุ่นเล่นไวโอลินโดยไม่ให้มีวันหยุด ถ้าหยุดวันไหนต้องชดใช้ความเสียหายให้เซลิโน่คืนละหนึ่งแสนบาท นี่มันสัญญาว่าจ้างหรืออะไรกันคะ ทำไมมันโหดแบบนี้!”
“คุณนุ่นใจเย็นนะคะ” นุสบารีบยกมือเป็นเชิงห้ามเมื่อเห็นใบหน้านวลปลั่งนั้นแดงเหมือนลูกตำลึงสุกซึ่งก็ควรอยู่หรอกที่ผู้ได้รับการว่าจ้างต้องโกรธจนควันออกหูเช่นนี้
“คือ...พี่ก็เพิ่งได้รับสัญญาฉบับนี้มาเมื่อบ่ายวันนี้เอง ก็ยังงง ๆ แต่เห็นว่าเป็นความประสงค์ของหุ้นส่วนใหญ่ คุณลอวเรนซ์น่ะค่ะ”
นุสบาจำต้องบอกความจริงทั้งที่ยังไม่เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นและยิ่งรู้สึกหดหู่เมื่อเห็นอาการตื่นตกใจของนักไวโอลินสาว มัสมินกุมเอกสารในมือไว้แน่น ริมฝีปากสั่นระริกถูกกัดจนห้อเลือด ลอวเรนซ์กำลังบีบบังคับเธอจากทุกด้าน เขากั้นผนังเบียดแคบจนตอนนี้เธอขยับตัวไปทางใดไม่ได้อีก แต่นี่จะไม่ใช่ไพ่ใบสุดท้ายที่เขาทิ้งมาเพื่อให้เธอยอมจำนน ยังมีทางเลือกที่เธอต้องดิ้นรนจนถึงที่สุด
“คุณนุ่นจะไปไหนคะ...แล้วสัญญานั่น...” ผู้จัดการสาวรีบถามข้าวของร่างงามระหงที่กำลังทำท่าจะหันกลับออกไปจากห้อง
“นุ่นจะไปคุยกับเขาค่ะ”
“คะ...เขา... คุณลอวเรนซ์น่ะหรือคะ”
“ค่ะ พี่นุสบา นุ่นจะไปคุยกับเขาเรื่องสัญญาทาสนี่ ขอบคุณมากนะคะที่บอกเรื่องนี้ให้นุ่นทราบวันนี้”
มัสมินยกมือไหว้คนท่ายืนงงงันก่อนจะออกมาจากห้องนั้นและปรี่ออกจากห้องอาหารแต่ก็พบกับพัชชุลีเสียก่อน
“นุ่น...วันนี้มาก่อนลีนะจ๊ะ อ้าว! มือนุ่นไปโดนอะไรมา?”
พัชชุลีในชุดกระโปรงผ้าไหมสีน้ำตาลปักเลื่อมแสนสวยทักทายเพื่อนสาวซึ่งเดินรีบร้อนจนมาหยุดที่ลานหินริมสระน้ำตรงทางเดิน
“มีอุบัติเหตุนิดหน่อยจ้ะลี วันนี้นุ่นเลยไม่ได้เล่นให้แขกฟัง”
“เหรอจ๊ะ...เสียดายจังนุ่น รู้มั้ยว่าเมื่อคืนพอนุ่นเล่นเสร็จ ลีก็มาเล่นต่อจากนุ่น ทำให้ลีเห็นหน้าหุ้นส่วนใหญ่ของเซลิโน่ชัดมาก เขาหล่อ ดูดี ลีไม่เคยเห็นใครท่าทางมีเสน่ห์มากอย่างนี้มาก่อน นุ่นจ๊ะ ลีชักอยากจะทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้ซะแล้วซี ลีรู้มาว่าคุณลอวเรนซ์ยังโสดสนิท เห็นว่าเขาจะอยู่ที่นี่อีกสักพัก”
“เขาไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอกนะ ลี!” เสียงแข็งกระด้างของมัสมินฉุดความคิดฝันที่กำลังทะยานสูงของพัชชุลีให้ดิ่งลงต่ำก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกตัวว่าคำพูดของเธอทำให้เพื่อนมีสีหน้าเปลี่ยนไป
“เอ้อ...นุ่นหมายถึงว่า ลียังไม่รู้จักเขาดีเลย เขาอาจไม่ได้เป็นอย่างที่ลีคิดก็ได้”
มัสมินตกแต่งถ้อยวาจาเพื่อกลบเกลื่อนความนัยที่แอบซ่อนไว้ทั้งก็วุ่นวายในใจนักหนาและมันก็ทำให้พัชชุลีรู้สึกดีขึ้น
“แต่ลีว่าเขาเป็นคนที่น่าสนใจ วันหนึ่งลีอาจได้พูดคุยและศึกษานิสัยใจคอของเขาก็ได้...ว่าแต่นุ่นเถอะ นี่กำลังจะไปไหน?”
“นุ่นจะกลับอพาร์ตเม้นท์จ้ะลี นุ่นมาลางานสองสามวัน มือเจ็บจนเล่นไวโอลินไม่ได้ นุ่นไปก่อนนะ”
พัชชุลีปรายยิ้มกับเพื่อนซึ่งดูท่าเร่งร้อนเดินออกไป หญิงสาวนึกกระหยิ่มในใจว่าคืนนี้หุ้นส่วนใหญ่ของเซลิโน่อาจแวะเวียนมาดินเนอร์ที่ห้องอาหารก็เป็นได้
“เพื่อนลีกลับไปแล้วเหรอ?”
เสียงที่ดังมาจากอีกด้านทำให้พัชชุลีหลุดออกมาจากภวังค์ลอยเลื่อนและพบว่าแพรวาเพื่อนนักดนตรีสาวร่างเล็กซึ่งเล่นเชลโล่ (ไวโอลินตัวใหญ่) มายืนอยู่ใกล้ตอนไหนไม่รู้ได้ “นุ่นเขาเจ็บมือเลยรีบกลับน่ะ แพรมีอะไรหรือเปล่า?” แพรวาชะเง้อมองตามร่างบางระหงที่เดินลับหายไปจากทางเดินก่อนจะหันกลับมายังพัชชุลี “มัสมินเพื่อนลีเสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะรู้มั้ย” “ก็เขาเป็นคนสวยจนลีเทียบไม่ติดเลยล่ะ ทำไมหรือแพร อย่าบอกนะว่ามีแขกมาสนใจเพื่อนลีอยู่ตอนนี้” “แขกโรงแรมสนใจน่ะมันธรรมดา แต่เมื่อคืนแ
“สวัสดีค่ะ คุณมัสมิน...ทำไมวันนี้มาเร็วจัง เอ๊ะ! แล้วมือของคุณไปโดนอะไรมาคะนั่น?” นุสบากล่าวทักนักดนตรีของเธอซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงเลคกิ้งสีน้ำเงินสวมรองเท้าทรงบัลเลต์ส้นแบนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องอาหารของโรงแรมยามสนธยาโรยตัวลงมาห่มคลุมท้องฟ้าสะท้อนแสงสีอำพันอาบเซลิโน่ให้งดงามราวสวรรค์บนแดนดินริมทะเล ผู้จัดการห้องอาหารรีบเดินเข้ามาเพื่อดูมัสมินด้วยความประหลาดใจระคนเป็นห่วงเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งของเธอพันผ้าสีขาวเอาไว้ขณะยกขึ้นพุ่มไหว้ “สวัสดีค่ะ พี่นุสบา นุ่นจะมาขอลางานสักสองสามวันค่ะ พอดีมีอุบัติเหตุกับมือข้างที่ใช้จับสายไวโอลิน นุ่นต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ อาจต้องพักมือให้แผลหายเสียก่อน” “คุณนุ่นคะ...” นุสบาม
“ริค...” หญิงสาวรู้สึกเหมือนใจจะขาดเมื่อลอวเรนซ์เบียดอกกำยำเข้าหาเนินทรวงอวบนุ่มที่คอยจะทะลักล้นออกมานอกชุดราตรีซึ่งบัดนี้ความชื้นทำให้มันแนบผิวอวดสัดส่วนโค้งเว้าดังไวโอลิน “ฉันไม่เคยโกหกคุณ ได้โปรดเถอะนะคะริค อย่าทำแบบนี้กับฉันเพราะมันก็ไม่ได้ช่วยให้ความเข้าใจของคุณดีขึ้นมา” “มิวซีอา...การที่คุณเอาเงินจากพ่อผมแล้วหายไปจากชีวิตของคนที่เขารักคุณมันแสดงเจตนาที่ไม่จริงใจกับคนที่คุณบอกว่ารักเลยสักนิดเดียว” “จะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ ฉันยินดีไปจากชีวิตของคุณตอนนี้เลยก็ได้ ฉันจะไป” “คุณไปไหนไม่ได้!”&
มัสมินอยากปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันร่างสูงใหญ่ซึ่งทำท่าไม่สนใจว่าเธอจะแสดงอาการแข็งขืนออกมามากเท่าใดก็ตาม ร่างบางในชุดราตรีชื้นหมาดถูกเขากระชากลงมาจากรถแต่หนุ่มอิตาเลี่ยนก็ยังแสดงน้ำใจเล็กน้อยด้วยการดึงกระเป๋าไวโอลินที่เธอกำลังจะกุมไว้ไม่ได้ไปอยู่ในมือของตัวเอง หญิงสาวขืนตัวออกจากแขนหนาที่โอบบ่าเธอไว้อย่างถือสิทธิ์ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างเหลืออด “ฉันกลับห้องของฉันเองได้...คุณคงไม่ต้องหวังดีกับฉันขนาดนั้น เพราะถึงยังไงตอนนี้คุณก็แทบไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้ว!” เสียงนั้นสั่นเครือ เธอจะควบคุมตัวเองต่อหน้าเขาได้อย่างไรไม่ให้ความอ่อนแอข้างในสำแดงตัวตนออกมา ทั้งที่ก็รักเขามากขนาดนี้แต่ท่าทีร้ายกาจของลอวเรนซ์ทำให้เธออยากตายมากกว่าจะได้รับแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของความเมตตา “เจ็บขนาดนี้ยังจะมาทำอวดด
“มิวซีอา!...เลิกดัดจริตมารยาซะที ผมจะพาคุณไปส่งที่พัก” ร่างสูงกำยำทำเสียงกระด้างใส่ อยากรู้นักถ้าปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้จะรู้สึกเช่นไรหากเขาไม่ช่วยเธอจริง ๆ “ผมบอกให้คุณลุกขึ้นไง!...มิว...” คำพูดของเขาขาดหายไปเสียเฉย ๆ เมื่อต้องผงะทันทีที่ดึงข้อมือหญิงสาวซึ่งยังนอนแน่นิ่งขึ้นมา นี่เขาผลักมัสมินล้มแรงจนไม่รู้เลยว่าเธอได้บาดแผลเต็มฝ่ามือไปแล้วเมื่อครู่ ลอวเรนซ์ใช้กำลังเพียงน้อยพลิกร่างที่นอนหน้าคว่ำขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะหลงลืมความชิงชังไปชั่วขณะที่ไล้ปลายนิ้วปัดเม็ดทรายและลูบรอยน้ำเค็มออกจากใบหน้าซึ่งก็ยังงดงามอยู่เสมอสำหรับเขา หนุ่มลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยนต้องสะกดกลั้นความปรารถนาที่กำลังไหลบ่าออกมาอีกครั้งตั้งแต่มัสมินห่างหายไปจากชีวิตของเขาและทำเช่นไรก็ลืมได
ลอวเรนซ์ไม่รอให้ร่างเล็กที่เขาตรึงไว้แนบแผ่นอกได้ร้องอุทรแม้สักแอะ ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปหาใบหน้าหวานซึ่งดวงตาเบิกค้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อได้รับจูบอันรุนแรงเป็นการลงทัณฑ์บทแรกจากคนตัวโต เธอยังจำรสลิ้นของเขาได้ก่อนหน้าว่ามันหวานหยาดหยดยิ่งกว่าน้ำผึ้งหลั่งรดชโลมใจ ลอวเรนซ์สอนการบดเคล้าริมฝีปากและซอกซอนชิวหาด้วยการจูบแบบฝรั่งเศสแต่ไม่เคยล่วงเกินให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจหากแต่บัดนี้เขาเองกลับเป็นผู้ทำลายความฝันอันงดงามของเธอพินาศสิ้น มัสมินเจ็บระบมไปหมดบนริมฝีปากที่เขาเผลอตะบี้ตะบันขบเม้มอย่างไม่นึกสงสาร แม้นี่คือจูบแรกหลังเลิกร้างห่างกันหากแต่ช่างเจ็บปวดทรมานจนหญิงสาวต้องกรีดปลายเล็บลงบนคอของเขาเพื่อตอบโต้และดูเหมือนลอวเรนซ์จะรู้สึกเมื่อเขาถอนริมฝีปากหนาได้รูปและดึงมือบางไปกุมไว้ขณะดวงตาวาวโรจน์จ้องมองดูรอยเลือดจางบนเรียวปากอิ่มและรอยน้ำสีแดงเข้มบนปลายเล็บที่เหน็บลงบนคอของเขา “ริค...ปล่อยนุ่นไปเถอะค่ะ นุ่นสัญญาว่าจะเอาเงินมาชดใช้คืนให้คุณ...ทุกบาท”







