LOGIN“มิวซีอา!...เลิกดัดจริตมารยาซะที ผมจะพาคุณไปส่งที่พัก”
ร่างสูงกำยำทำเสียงกระด้างใส่ อยากรู้นักถ้าปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้จะรู้สึกเช่นไรหากเขาไม่ช่วยเธอจริง ๆ
“ผมบอกให้คุณลุกขึ้นไง!...มิว...” คำพูดของเขาขาดหายไปเสียเฉย ๆ เมื่อต้องผงะทันทีที่ดึงข้อมือหญิงสาวซึ่งยังนอนแน่นิ่งขึ้นมา นี่เขาผลักมัสมินล้มแรงจนไม่รู้เลยว่าเธอได้บาดแผลเต็มฝ่ามือไปแล้วเมื่อครู่ ลอวเรนซ์ใช้กำลังเพียงน้อยพลิกร่างที่นอนหน้าคว่ำขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะหลงลืมความชิงชังไปชั่วขณะที่ไล้ปลายนิ้วปัดเม็ดทรายและลูบรอยน้ำเค็มออกจากใบหน้าซึ่งก็ยังงดงามอยู่เสมอสำหรับเขา
หนุ่มลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยนต้องสะกดกลั้นความปรารถนาที่กำลังไหลบ่าออกมาอีกครั้งตั้งแต่มัสมินห่างหายไปจากชีวิตของเขาและทำเช่นไรก็ลืมได้ยากเย็นอยู่เช่นนั้น ทว่าความเกลียดแรงทำให้เขาไล่ล่าเธอยิ่งกว่าสัตว์ป่ากระหายเนื้อ ถ้าเธอไม่โลเลใจง่าย ถ้าเธอไม่คิดเอาแต่ได้จากผลประโยชน์มหาศาลในตัวเขา มัสมินคือหนึ่งหญิงในดวงใจซึ่งเขาไม่มีวันทอดทิ้งไปได้เยี่ยงเธอทำ
“มิวซีอา...” ลอวเรนซ์ลอวเรนซ์เผลอครางชื่อนั้นขึ้นมาท่ามกลางเสียงกระซิบจากสายลมและเกลียวคลื่นในแสงจันทร์เต็มดวงอาบไล้ลงบนเนินผิวผ่องผุดของทรวงอกอวบอิ่มใต้ชุดราตรีเปียกชุ่มยามกระเพื่อมไหวขึ้นลง หากแต่ในทันใดที่กายเล็กเริ่มขยับเมื่อเวลาผ่านไปชั่วครู่ชายหนุ่มกลับพบว่าเขากำลังโอบกอดร่างบางไว้เกือบแนบแน่น
“มารยา!” เขาเริ่มกราดเกรี้ยวขึ้นมาอีกหนก่อนจะผละออกจากร่างอรชรปล่อยให้มัสมินซึ่งเริ่มรู้สึกตัวนอนมึนงงตามเนื้อตัวเกรอะกรังเม็ดทรายและคราบน้ำเค็ม เธอเจ็บไปหมดบนฝ่ามือขณะหยัดกายขึ้นนั่งและเงยหน้ามองคนใจดำที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าอย่างไร้ความปราณี หญิงสาวเตือนตัวเองว่าอย่าได้ร้องขอความเมตตาจากคนที่กำลังจะฆ่าเธอให้ตายด้วยประกายตาเชือดเฉือน
“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ มิวซีอา! อย่าคิดว่าผมอยากจะช่วยคุณกะอีแค่แกล้งเป็นลมต่อหน้าผมแบบนี้!”
“อย่ามาออกคำสั่งกับฉัน ฉันไม่อยากไปไหนกับคุณทั้งนั้น เกลียดฉันนักก็ปล่อยให้ฉันตายอยู่ตรงนี้ แต่ฉันจะไม่ยอมรับข้อเสนอของคุณ ฉันจะไม่เป็นนางบำเรอของคุณ ไม่มีวัน!”
“อยากลองดีกับผมก็เอาสิ มิวซีอา! พรุ่งนี้คุณต้องซมซานมาหาผม ต้องกลับมาร้องขอรับข้อเสนอเป็นนางบำเรอของริคาร์ดิโอ มาร์โค ลอวเรนซ์ คนที่กำชีวิตคุณเอาไว้แล้ว...ทั้งชีวิต!”
พอเริ่มรู้สึกตัวว่าตั้งสติได้มัสมินก็ถูกร่างหนาดึงเธอกลับไปที่รถอีกครั้ง หญิงสาวกุมมือข้างที่เจ็บไว้แน่น น้ำตาเจ้ากรรมก็คอยแต่จะไหลออกมาไม่หยุด ทำไมลอวเรนซ์ถึงได้โหดร้ายปานนี้ เธอมองเห็นแต่นัยน์ตาสีฟ้ามรกตอันเข้มเครียดและใบหน้าบูดบึ้งบนร่างใหญ่สีแทนของเทพบุตรหัวใจซาตาน
“ฉันจะกลับที่พักของฉันเอง คุณไม่ต้อง...”
“อยากกลับไปสภาพทุเรศทุรังแบบนี้รึไง หรืออยากให้ไอ้หื่นที่เปลี่ยวแถวนี้ฉุด เข้าไปในรถ! ผมจะพาไปส่งที่พักของคุณเอง”
ชายหนุ่มออกคำสั่งก่อนเปิดประตูรถสปอร์ตเพื่อดึงร่างเล็กกลับเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับโดยไม่นึกสนใจว่าสภาพเนื้อตัวเปียกปอนและชุดราตรีชุ่มน้ำเค็มเปรอะเม็ดทรายของมัสมินจะทำให้รถคันหรูแพงระยับหมองลงแต่อย่างใด ลอวเรนซ์กลับเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัยก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ก็อดไม่ได้ที่จะหันมองคนข้าง ๆ อีกครั้ง
มัสมินไม่ยอมหันมามองเขาแม้แต่น้อย ได้แต่กอดกระเป๋าใส่เครื่องดนตรีของเธอเอาไว้โดยนึกไปไม่ถึงว่าท่าทีหยิ่งผยองของเธอรบกวนความรู้สึกของอีกฝ่ายมากเพียงไหน เขาเกลียดท่าทีแบบนี้ชะมัด!...ไม่เคยมีใครแสดงความท้าทายเจ้าของ ยูนิโก้ แอร์ไลน์ เหมือนมัสมิน เธอไม่ได้แค่ทำให้เขาโกรธแต่ยังฉุดความว้าวุ่นในส่วนลึกขึ้นมายามได้อยู่ใกล้ชิดผู้หญิงที่เขาตั้งใจจะเกลียดเธออีกครา
“ส่งฉันตรงนี้ก็ได้ค่ะ....ขอบคุณ” มัสมินไม่ลืมที่จะกล่าวกับลอวเรนซ์อย่างสั้น ๆ ห้วน ๆ เมื่อเขาพารถสปอร์ตสีน้ำเงินคันงามเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าอพาร์ตเม้นท์ซึ่งอยู่ในมุมอันสงบของตัวเมืองที่ยังไม่รู้จักหลับใหลยามค่ำคืน หากแต่ก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถออกไปมือบางกลับถูกรั้งไว้จากผู้อยู่หลังพวงมาลัยรถ
“ผมจะไปส่งคุณที่ห้อง มิวซีอา!”
เสียงที่ดังมาจากอีกด้านทำให้พัชชุลีหลุดออกมาจากภวังค์ลอยเลื่อนและพบว่าแพรวาเพื่อนนักดนตรีสาวร่างเล็กซึ่งเล่นเชลโล่ (ไวโอลินตัวใหญ่) มายืนอยู่ใกล้ตอนไหนไม่รู้ได้ “นุ่นเขาเจ็บมือเลยรีบกลับน่ะ แพรมีอะไรหรือเปล่า?” แพรวาชะเง้อมองตามร่างบางระหงที่เดินลับหายไปจากทางเดินก่อนจะหันกลับมายังพัชชุลี “มัสมินเพื่อนลีเสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะรู้มั้ย” “ก็เขาเป็นคนสวยจนลีเทียบไม่ติดเลยล่ะ ทำไมหรือแพร อย่าบอกนะว่ามีแขกมาสนใจเพื่อนลีอยู่ตอนนี้” “แขกโรงแรมสนใจน่ะมันธรรมดา แต่เมื่อคืนแ
“สวัสดีค่ะ คุณมัสมิน...ทำไมวันนี้มาเร็วจัง เอ๊ะ! แล้วมือของคุณไปโดนอะไรมาคะนั่น?” นุสบากล่าวทักนักดนตรีของเธอซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงเลคกิ้งสีน้ำเงินสวมรองเท้าทรงบัลเลต์ส้นแบนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องอาหารของโรงแรมยามสนธยาโรยตัวลงมาห่มคลุมท้องฟ้าสะท้อนแสงสีอำพันอาบเซลิโน่ให้งดงามราวสวรรค์บนแดนดินริมทะเล ผู้จัดการห้องอาหารรีบเดินเข้ามาเพื่อดูมัสมินด้วยความประหลาดใจระคนเป็นห่วงเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งของเธอพันผ้าสีขาวเอาไว้ขณะยกขึ้นพุ่มไหว้ “สวัสดีค่ะ พี่นุสบา นุ่นจะมาขอลางานสักสองสามวันค่ะ พอดีมีอุบัติเหตุกับมือข้างที่ใช้จับสายไวโอลิน นุ่นต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ อาจต้องพักมือให้แผลหายเสียก่อน” “คุณนุ่นคะ...” นุสบาม
“ริค...” หญิงสาวรู้สึกเหมือนใจจะขาดเมื่อลอวเรนซ์เบียดอกกำยำเข้าหาเนินทรวงอวบนุ่มที่คอยจะทะลักล้นออกมานอกชุดราตรีซึ่งบัดนี้ความชื้นทำให้มันแนบผิวอวดสัดส่วนโค้งเว้าดังไวโอลิน “ฉันไม่เคยโกหกคุณ ได้โปรดเถอะนะคะริค อย่าทำแบบนี้กับฉันเพราะมันก็ไม่ได้ช่วยให้ความเข้าใจของคุณดีขึ้นมา” “มิวซีอา...การที่คุณเอาเงินจากพ่อผมแล้วหายไปจากชีวิตของคนที่เขารักคุณมันแสดงเจตนาที่ไม่จริงใจกับคนที่คุณบอกว่ารักเลยสักนิดเดียว” “จะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ ฉันยินดีไปจากชีวิตของคุณตอนนี้เลยก็ได้ ฉันจะไป” “คุณไปไหนไม่ได้!”&
มัสมินอยากปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันร่างสูงใหญ่ซึ่งทำท่าไม่สนใจว่าเธอจะแสดงอาการแข็งขืนออกมามากเท่าใดก็ตาม ร่างบางในชุดราตรีชื้นหมาดถูกเขากระชากลงมาจากรถแต่หนุ่มอิตาเลี่ยนก็ยังแสดงน้ำใจเล็กน้อยด้วยการดึงกระเป๋าไวโอลินที่เธอกำลังจะกุมไว้ไม่ได้ไปอยู่ในมือของตัวเอง หญิงสาวขืนตัวออกจากแขนหนาที่โอบบ่าเธอไว้อย่างถือสิทธิ์ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างเหลืออด “ฉันกลับห้องของฉันเองได้...คุณคงไม่ต้องหวังดีกับฉันขนาดนั้น เพราะถึงยังไงตอนนี้คุณก็แทบไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้ว!” เสียงนั้นสั่นเครือ เธอจะควบคุมตัวเองต่อหน้าเขาได้อย่างไรไม่ให้ความอ่อนแอข้างในสำแดงตัวตนออกมา ทั้งที่ก็รักเขามากขนาดนี้แต่ท่าทีร้ายกาจของลอวเรนซ์ทำให้เธออยากตายมากกว่าจะได้รับแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของความเมตตา “เจ็บขนาดนี้ยังจะมาทำอวดด
“มิวซีอา!...เลิกดัดจริตมารยาซะที ผมจะพาคุณไปส่งที่พัก” ร่างสูงกำยำทำเสียงกระด้างใส่ อยากรู้นักถ้าปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้จะรู้สึกเช่นไรหากเขาไม่ช่วยเธอจริง ๆ “ผมบอกให้คุณลุกขึ้นไง!...มิว...” คำพูดของเขาขาดหายไปเสียเฉย ๆ เมื่อต้องผงะทันทีที่ดึงข้อมือหญิงสาวซึ่งยังนอนแน่นิ่งขึ้นมา นี่เขาผลักมัสมินล้มแรงจนไม่รู้เลยว่าเธอได้บาดแผลเต็มฝ่ามือไปแล้วเมื่อครู่ ลอวเรนซ์ใช้กำลังเพียงน้อยพลิกร่างที่นอนหน้าคว่ำขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะหลงลืมความชิงชังไปชั่วขณะที่ไล้ปลายนิ้วปัดเม็ดทรายและลูบรอยน้ำเค็มออกจากใบหน้าซึ่งก็ยังงดงามอยู่เสมอสำหรับเขา หนุ่มลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยนต้องสะกดกลั้นความปรารถนาที่กำลังไหลบ่าออกมาอีกครั้งตั้งแต่มัสมินห่างหายไปจากชีวิตของเขาและทำเช่นไรก็ลืมได
ลอวเรนซ์ไม่รอให้ร่างเล็กที่เขาตรึงไว้แนบแผ่นอกได้ร้องอุทรแม้สักแอะ ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปหาใบหน้าหวานซึ่งดวงตาเบิกค้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อได้รับจูบอันรุนแรงเป็นการลงทัณฑ์บทแรกจากคนตัวโต เธอยังจำรสลิ้นของเขาได้ก่อนหน้าว่ามันหวานหยาดหยดยิ่งกว่าน้ำผึ้งหลั่งรดชโลมใจ ลอวเรนซ์สอนการบดเคล้าริมฝีปากและซอกซอนชิวหาด้วยการจูบแบบฝรั่งเศสแต่ไม่เคยล่วงเกินให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจหากแต่บัดนี้เขาเองกลับเป็นผู้ทำลายความฝันอันงดงามของเธอพินาศสิ้น มัสมินเจ็บระบมไปหมดบนริมฝีปากที่เขาเผลอตะบี้ตะบันขบเม้มอย่างไม่นึกสงสาร แม้นี่คือจูบแรกหลังเลิกร้างห่างกันหากแต่ช่างเจ็บปวดทรมานจนหญิงสาวต้องกรีดปลายเล็บลงบนคอของเขาเพื่อตอบโต้และดูเหมือนลอวเรนซ์จะรู้สึกเมื่อเขาถอนริมฝีปากหนาได้รูปและดึงมือบางไปกุมไว้ขณะดวงตาวาวโรจน์จ้องมองดูรอยเลือดจางบนเรียวปากอิ่มและรอยน้ำสีแดงเข้มบนปลายเล็บที่เหน็บลงบนคอของเขา “ริค...ปล่อยนุ่นไปเถอะค่ะ นุ่นสัญญาว่าจะเอาเงินมาชดใช้คืนให้คุณ...ทุกบาท”







