LOGINการปฏิเสธความรักของตัวเองเพื่อต่อลมหายใจของน้องสาว คือการตัดสินใจพลาดผิดครั้งใหญ่ของ มัสมิน สาวสวยแสนอ่อนหวาน ผู้ต้องรับโทษทัณฑ์สาหัสจาก ลอวเรนซ์ มาร์โค ริคาร์ดิอาโด มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน ทายาทเจ้าของอาณาจักรธุรกิจการบินยักษ์ใหญ่ของอิตาลี ผู้เก็บความเคียดแค้นเพื่อรอเวลา กลับมาให้เธอ ชดใช้
View More“ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ผลจากการตรวจเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดของคุณมี HLA* ตรงกันกับคุณปัทมาน้องสาวของคุณค่ะ หลังจากนี้เราจะเริ่มกระบวนการรักษาผู้ป่วยด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกให้น้องสาวของคุณโดยเร็วที่สุด ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ เธอจะมีอาการดีขึ้นแน่นอน” คำกล่าวของแพทย์หญิงซึ่งรับผิดชอบในการรักษาผู้ป่วยทำให้มัสมินยืนยิ้มอยู่ข้างเตียงคนไข้ซึ่งมีร่างหญิงสาวอายุราวยี่สิบปีนอนเหยียดยาวหลังได้รับการถ่ายเลือดซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องกระทำทุกเดือนตั้งแต่รู้ว่า ปัทมา น้องสาวของเธอป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย โรคร้ายซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง รอยยิ้มอ่อนจางที่ยังดูเศร้าระบายอยู่บนเรียวปากรูปกระจับเคลือบกลอสสีชมพูอ่อนขับผิวแก้มใสเปล่งปลั่งในวัยยี่สิบสี่ของสาวสะพรั่งให้เจิดจรัสราวท้องฟ้าอันสดใส จมูกโด่งงามและดวงตากลมโตใต้โครงคิ้วโก่งดุจคันศรขับความละมุนละไมให้ใบหน้าในกรอบเรือนผมสีน้ำตาลเข้มเป็นมันเงาเสมือนดอกไม้เบ่งบานในยามเช้าท่ามกลางละอองน้ำค้างใสกระจ่าง
“พี่นุ่น...” เสียงแหบแห้งของปัทมาซึ่งมีความงามละม้ายคล้ายพี่สาวต่างกันเพียงทรงผมบ๊อบสั้นและผิวพรรณซูบซีดมากกว่าปลุกภวังค์ของมัสมินให้ต้องรีบเข้าไปจับมือของน้องสาวด้วยใบหน้าซ่อนความนัยใต้รอยยิ้มบาง ๆ
“นิ่ม...ตื่นแล้วหรือจ๊ะ เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นมั้ย” / “นิ่มชินแล้วค่ะพี่นุ่น ว่าแต่พี่นุ่นเถอะ วันนี้ไม่ไปแสดงไวโอลินเหรอ?”
ปัทมานิ่วหน้าที่เห็นพี่สาวคอยเฝ้าเธอผ่านกระบวนการถ่ายเลือดและขับธาตุเหล็กอันเป็นผลพวงจากการรับเลือดใหม่ในปริมาณมากด้วยเกรงจะรบกวนเวลาทำงานของมัสมินที่ต้องเล่นไวโอลินในโรงแรมใหญ่ ๆ
“ไม่เป็นไรหรอกนิ่ม พี่แจ้งผู้จัดการไว้แล้ว งานของพี่ไม่ได้มีความสำคัญเท่าชีวิตของน้องเลยนะจ๊ะ” / “พี่นุ่น..”
สาวรุ่นบีบมือพี่สาวแน่นเมื่อรู้สึกถึงความตีบตันผลักดันน้ำรื้นขึ้นมาคลอหน่วยตา “ทำไมนิ่มต้องเป็นโรคนี้ โรคที่ต้องรักษาตลอดชีวิต ต้องใช้ทั้งเงินทั้งเวลา ทำให้คนอื่นต้องพลอยมาแบกรับภาระชีวิตของนิ่ม โดยเฉพาะพี่นุ่น”
“นิ่มจะหายจ้ะ...นิ่มต้องหาย เราต้องมีศรัทธาในชีวิต เราต้องคิดว่าพรุ่งนี้จะได้ยินเสียงนกร้องและเห็นแสงแดดอย่างทุก ๆ วัน”
“นิ่มท้อค่ะ...นิ่มต้องถ่ายเลือดทุกเดือน ค่าใช้จ่ายก็เยอะ ลำพังพี่นุ่นทำงานจะช่วยพ่อกับแม่แบกรับภาระนี้ได้อีกสักกี่วัน”
“นิ่มต้องหาย...คุณหมอตรวจเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดของพี่แล้ว เนื้อเยื่อเรามี HLA ตรงกัน พี่จะให้คุณหมอรักษานิ่มด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก มันเป็นการรักษาธาลัสซีเมียให้หายขาด นิ่มจะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติทั่วไป แข็งแรงและมีความสุข”
“พี่นุ่น!...แต่ค่าใช้จ่ายเป็นล้านนะคะ พี่นุ่นจะเอาเงินจากไหนมากมายมาเป็นค่าใช้จ่ายรักษานิ่ม” ปัทมาแทบไม่เห็นร่องรอยของความกังวลบนใบหน้างดงามของพี่สาวนอกเสียจากรอยยิ้มตอกย้ำให้เธอมั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี
“มีเศรษฐีคนหนึ่งชอบฟังเพลงที่พี่เล่นไวโอลินมาก เขาให้ค่าตอบแทนสูงลิ่ว และพี่ก็คิดว่ามันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงถ้าจะเก็บเงินนั่นมาเป็นค่ารักษานิ่ม”
“พี่นุ่นพูดความจริงหรือ พี่นุ่นไม่ได้ไปเป็นเมียเก็บเศรษฐีที่ไหนแน่นะ”
“ดูพูดเข้า...เห็นพี่เป็นคนสิ้นคิดแบบนั้นไปได้ พี่ยืนยันนะจ๊ะว่าไม่มีเรื่องอย่างที่นิ่มคิดเกิดขึ้นกับพี่สาวคนนี้แน่นอน พักผ่อนนะ...เดี๋ยวพี่มา”
“พี่นุ่น...” มัสมินทำท่าจะเดินออกไปก็ถูกปัทมาดึงมือไว้แน่น
“ลอวเรนซ์ล่ะคะ...นิ่มไม่เจอเขาเลย พี่นุ่นยังคบกับเขาอยู่หรือเปล่า” รอยยิ้มบนใบหน้าของมัสมินจางลงจนริมฝีปากที่แย้มน้อย ๆ คลายลงจนเกือบราบเรียบ น้องสาวของเธอกำลังตั้งคำถามถึงผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวต่างชาติลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลียน ลอวเรนซ์ มาร์โค ริคาร์ดิอาโด บุรุษรูปร่างสูงใหญ่นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลอมเขียวมรกตสว่างใสบนใบหน้าหล่อเหลาราวประติมากรรมแห่งเทพซึ่งทำเช่นไรเธอก็ไม่มีวันลืมได้ลง
“พี่เลิกกับเขาแล้วล่ะจ้ะ...เขากลับอิตาลีไปหลายเดือนแล้ว อย่าสนใจเลยนะ เขาคงพบผู้หญิงคนใหม่แล้วล่ะ...อืม...เดี๋ยวพี่กลับมานะ” มัสมินรีบตัดบทและก้าวออกจากห้องพักฟื้นพิเศษของน้องสาวอย่างรีบเร่งเพื่อไม่ให้ปัทมาทันเห็นน้ำตาหยดน้อยไหลออกมาจากดวงตาคู่งาม ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงเดนิมรัดรูปก้าวมาหยุดแค่หน้าห้องและพิงหลังกับผนังอย่างอ่อนแรง
เสียงที่ดังมาจากอีกด้านทำให้พัชชุลีหลุดออกมาจากภวังค์ลอยเลื่อนและพบว่าแพรวาเพื่อนนักดนตรีสาวร่างเล็กซึ่งเล่นเชลโล่ (ไวโอลินตัวใหญ่) มายืนอยู่ใกล้ตอนไหนไม่รู้ได้ “นุ่นเขาเจ็บมือเลยรีบกลับน่ะ แพรมีอะไรหรือเปล่า?” แพรวาชะเง้อมองตามร่างบางระหงที่เดินลับหายไปจากทางเดินก่อนจะหันกลับมายังพัชชุลี “มัสมินเพื่อนลีเสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะรู้มั้ย” “ก็เขาเป็นคนสวยจนลีเทียบไม่ติดเลยล่ะ ทำไมหรือแพร อย่าบอกนะว่ามีแขกมาสนใจเพื่อนลีอยู่ตอนนี้” “แขกโรงแรมสนใจน่ะมันธรรมดา แต่เมื่อคืนแ
“สวัสดีค่ะ คุณมัสมิน...ทำไมวันนี้มาเร็วจัง เอ๊ะ! แล้วมือของคุณไปโดนอะไรมาคะนั่น?” นุสบากล่าวทักนักดนตรีของเธอซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงเลคกิ้งสีน้ำเงินสวมรองเท้าทรงบัลเลต์ส้นแบนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องอาหารของโรงแรมยามสนธยาโรยตัวลงมาห่มคลุมท้องฟ้าสะท้อนแสงสีอำพันอาบเซลิโน่ให้งดงามราวสวรรค์บนแดนดินริมทะเล ผู้จัดการห้องอาหารรีบเดินเข้ามาเพื่อดูมัสมินด้วยความประหลาดใจระคนเป็นห่วงเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งของเธอพันผ้าสีขาวเอาไว้ขณะยกขึ้นพุ่มไหว้ “สวัสดีค่ะ พี่นุสบา นุ่นจะมาขอลางานสักสองสามวันค่ะ พอดีมีอุบัติเหตุกับมือข้างที่ใช้จับสายไวโอลิน นุ่นต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ อาจต้องพักมือให้แผลหายเสียก่อน” “คุณนุ่นคะ...” นุสบาม
“ริค...” หญิงสาวรู้สึกเหมือนใจจะขาดเมื่อลอวเรนซ์เบียดอกกำยำเข้าหาเนินทรวงอวบนุ่มที่คอยจะทะลักล้นออกมานอกชุดราตรีซึ่งบัดนี้ความชื้นทำให้มันแนบผิวอวดสัดส่วนโค้งเว้าดังไวโอลิน “ฉันไม่เคยโกหกคุณ ได้โปรดเถอะนะคะริค อย่าทำแบบนี้กับฉันเพราะมันก็ไม่ได้ช่วยให้ความเข้าใจของคุณดีขึ้นมา” “มิวซีอา...การที่คุณเอาเงินจากพ่อผมแล้วหายไปจากชีวิตของคนที่เขารักคุณมันแสดงเจตนาที่ไม่จริงใจกับคนที่คุณบอกว่ารักเลยสักนิดเดียว” “จะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ ฉันยินดีไปจากชีวิตของคุณตอนนี้เลยก็ได้ ฉันจะไป” “คุณไปไหนไม่ได้!”&
มัสมินอยากปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันร่างสูงใหญ่ซึ่งทำท่าไม่สนใจว่าเธอจะแสดงอาการแข็งขืนออกมามากเท่าใดก็ตาม ร่างบางในชุดราตรีชื้นหมาดถูกเขากระชากลงมาจากรถแต่หนุ่มอิตาเลี่ยนก็ยังแสดงน้ำใจเล็กน้อยด้วยการดึงกระเป๋าไวโอลินที่เธอกำลังจะกุมไว้ไม่ได้ไปอยู่ในมือของตัวเอง หญิงสาวขืนตัวออกจากแขนหนาที่โอบบ่าเธอไว้อย่างถือสิทธิ์ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างเหลืออด “ฉันกลับห้องของฉันเองได้...คุณคงไม่ต้องหวังดีกับฉันขนาดนั้น เพราะถึงยังไงตอนนี้คุณก็แทบไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้ว!” เสียงนั้นสั่นเครือ เธอจะควบคุมตัวเองต่อหน้าเขาได้อย่างไรไม่ให้ความอ่อนแอข้างในสำแดงตัวตนออกมา ทั้งที่ก็รักเขามากขนาดนี้แต่ท่าทีร้ายกาจของลอวเรนซ์ทำให้เธออยากตายมากกว่าจะได้รับแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของความเมตตา “เจ็บขนาดนี้ยังจะมาทำอวดด