Masukการขาดสารอาหารเป็นเวลานานและการถูกทรมาน ทำให้เฉียวเนี่ยนอวี่ที่เคยมีใบหน้าสดใสเปล่งปลั่ง กลายเป็นคนผอมซูบจนเห็นแต่กระดูกแม่ลี่ตบเธอเพียงครั้งเดียว เฉียวเนี่ยนอวี่ก็ล้มลงไปกองกับพื้นจนลุกไม่ขึ้นแต่แม่ลี่ก็ยังรู้สึกว่ามันเบาเกินไป พอคิดถึงว่าลูกชายของตัวเองต้องกลายเป็นแบบนี้เพราะผู้หญิงคนนี้แม่ลี่ทนไม่ไหวอีกต่อไป พุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อของเฉียวเนี่ยนอวี่ขึ้นมา แล้วตบเธอซ้ำไปอีกหลายครั้งถ้าไม่ใช่เพราะผู้คุมเห็นว่าท่าไม่ดีแล้วรีบพุ่งเข้ามาห้ามไว้ เกรงว่าวันนี้เฉียวเนี่ยนอวี่คงเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่แล้วแม้แม่ลี่จะถูกผู้คุมสองคนจับยึดไว้แน่น แต่ปากก็ยังคงด่าทอเฉียวเนี่ยนอวี่อย่างไม่หยุด“นังสารเลว ทำไมคนที่ประสบอุบัติเหตุไม่ใช่เธอ!”“ทำไมคนที่กลายเป็นเจ้าชายนิทราไม่ใช่เธอ!”……เมื่อได้ยินคำพูดเลวร้ายพวกนั้นของแม่ลี่ เฉียวเนี่ยนอวี่ก็ได้แต่รู้สึกประชดประชันอยู่ในใจเมื่อก่อนตอนที่ลี่เยี่ยนโจวรักเธอจนยอมถวายชีวิต แม่ลี่ก็แทบจะเอาใจใส่เธอเหมือนเป็นลูกสาวแท้ ๆเรียกเธอว่า “ลูกสาว” ทั้งวันไม่ขาดปากแต่ตอนนี้ลี่เยี่ยนโจวเกลียดเธอเข้าไส้ ท่าทีของแม่ลี่ที่มีต่อเธอก็พลิกกลับไปโดยสิ้นเ
จำได้ว่าเมื่อก่อน ตอนที่ฉางหลียังรักเขาอยู่ เธอเคยจินตนาการถึงลูกในอนาคตของพวกเขาด้วยถ้าเป็นผู้หญิง เธอจะต้องเลี้ยงดูลูกสาวให้เป็นเจ้าหญิงตัวน้อยที่มีความสุขที่สุดในโลกถ้าเป็นผู้ชาย เธอจะต้องเลี้ยงดูลูกชายให้เติบโตเป็นคนเก่งกาจเหมือนลี่เยี่ยนโจวตอนที่เธอพูดคำพวกนี้ ดวงตาของเธอเปล่งประกายสดใสเธอยังวาดภาพหน้าตาของลูกในอนาคตของพวกเขาไว้หลายภาพด้วยแต่ทันทีที่เธอยื่นภาพเหล่านั้นให้เขา เขากลับฉีกมันทิ้งและโยนลงไปในเตาผิงทันทีเขายังพูดกับเธออย่างเย็นชาอีกว่า เขาจะมีลูกกับใครก็ได้ แต่ไม่มีทางเป็นกับเธอเด็ดขาดเขายังบอกให้เธอเลิกเพ้อฝันไร้สาระพวกนี้เสียทีเมื่อนึกถึงตรงนี้ แววตาของลี่เยี่ยนโจวก็เผยความขมขื่นขึ้นมานิดหนึ่งเมื่อก่อนเป็นเธอที่กอดแขนเขาแล้วพูดถึงความฝันลม ๆ แล้ง ๆ เหล่านี้ แต่ตอนนี้ คนที่อยากมีลูกกับเธอและอยากฝันหวานแบบนั้น กลับกลายเป็นเขาเองทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น“คุณผู้ชายครับ รถเตรียมพร้อมแล้วครับ”เมื่อได้ยินดังนั้น ลี่เยี่ยนโจวก็รีบหยิบของขวัญบนโต๊ะทำงานแล้วเดินออกไปทันทีระหว่างทางไปสนามบิน เขาเอนพิงพนักเก้าอี้ หลับตาพักผ่อน พร้อมกับ
ลี่เยี่ยนโจวหลบไม่ทัน ถูกหลินอวี่โจวต่อยจนล้มลงกับพื้นอย่างจังเป็นครั้งแรกที่หลินอวี่โจวควบคุมตัวเองไม่ได้ หมัดแล้วหมัดเล่าซัดเข้าเนื้อเต็มแรงถ้าไม่ได้พ่อบ้านที่รีบเข้ามาห้ามไว้ เกรงว่าลี่เยี่ยนโจวคงถูกเขาซัดจนตายคาที่แน่!หลินอวี่โจวไม่สนใจบาดแผลบนมือของตัวเองเลย เพียงแต่ยืนมองคนที่นอนร่อแร่ใกล้ตายอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นชา“คุณเกลียดอาหลีมากแค่ไหน ถึงได้คิดจะทำลายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า!”“คุณรู้ไหมว่าวันนี้เป็นวันเกิดของอาหลี มีคนดูตั้งเท่าไหร่! รู้ไหมว่าโชว์โดรนที่คุณพูดถึงจะมีคนเห็นมากแค่ไหน แล้วคุณจะให้พวกเขาคิดกับอาหลียังไง!”“คุณต้องการให้อาหลีถูกคนทั้งโลกมารุมดูแล้วด่าทอ ถึงจะพอใจใช่ไหม!”“ไม่… ผมไม่ได้…”ลี่เยี่ยนโจวพยายามดิ้นรนลุกขึ้นจากพื้น พออ้าปากพูดก็สำรอกเลือดออกมาทันทีชั่วพริบตาถัดมา หลินอวี่โจวก็เตะเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างแรง!“ไม่ใช่อะไรล่ะ ลี่เยี่ยนโจว ผมบอกเลยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะอาหลีไม่ใส่ใจคุณ คุณคงตายไปตั้งแต่วันที่มาถึงอังกฤษแล้ว!”ลี่เยี่ยนโจวถูกหลินอวี่โจวเตะเข้าอย่างจัง จนล้มลงกับพื้นและลุกไม่ขึ้นอีกหลินอวี่โจวยืนอยู่ที่เดิม น้ำเสียงแฝงความโหดเหี้ยมเล็
เพราะมีเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เป็นบทเรียน หลินอวี่โจวจึงจัดให้มีบอดี้การ์ดจำนวนมากคอยเฝ้าตามทางเข้าต่าง ๆ ตอนจัดงานวันเกิดให้ฉางหลีเพราะกลัวว่าเผลอเมื่อไหร่ ลี่เยี่ยนโจวจะบุกเข้ามาอีกครั้งแต่ที่น่าแปลกคือ ครั้งนี้ลี่เยี่ยนโจวกลับไม่ปรากฏตัวหลังจากได้ยินรายงานจากพ่อบ้าน แววตาของหลินอวี่โจววาบความประหลาดใจขึ้นชั่วขณะ แต่ในใจกลับรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกดังนั้นเขาจึงยังสั่งให้พ่อบ้านจัดคนเฝ้าระวังต่องานเลี้ยงวันเกิดของฉางหลีครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นพิเศษหลินอวี่โจวไม่เพียงเช่าพื้นที่จอโฆษณาทั่วทั้งอังกฤษเพื่อฉายตลอดเวลาเท่านั้น รอบปราสาททั้งหลังก็ถูกจัดวางดอกไม้ไฟไว้เต็มไปหมดเตรียมไว้จุดในช่วงที่ฉางหลีเป่าเทียนวันเกิดนั้นนอกจากนี้ทั่วทั้งปราสาทยังถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดและเพชรที่ฉางหลีชื่นชอบของขวัญวันเกิดที่แขกนำมามอบกองสูงเป็นภูเขาเล็ก ๆ จนแทบจะสูงเท่ากับเค้กปราสาทที่หลินอวี่โจวสั่งทำเป็นพิเศษช่วงไฮไลต์ของงานวันเกิด ฉางหลีสวมสร้อยคอ “Heart of True Love” ที่หลินอวี่โจวประมูลมาด้วยเงินกว่าร้อยล้าน ก่อนจะร่วมกันเป่าเทียนเค้กวันเกิดกับเขาทัน
คนรับใช้รีบขานรับทันที ก่อนจะหันตัวไปจัดการของขวัญเหล่านั้นพอลี่เยี่ยนโจวรู้ว่าของขวัญพวกนั้นถูกส่งกลับมา เขาก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร เพียงแค่สั่งให้คนส่งไปอีกครั้งขณะที่หลินอวี่โจวคิดว่าของขวัญพวกนั้นคงจะถูกส่งมาแค่ที่ตระกูลหลิน ลี่เยี่ยนโจวกลับถือของขวัญไปปรากฏตัวในงานเลี้ยงด้วยตัวเองอย่างเปิดเผยนี่เป็นงานเลี้ยงที่ตระกูลที่สนิทกับตระกูลหลินเป็นผู้จัดขึ้น และก็เป็นครั้งแรกที่ฉางหลีเข้าร่วมงานในในฐานะว่าที่คุณนายหลินชุดเดรสสีแดงของเธอเข้ากันอย่างลงตัวกับผ้าเช็ดหน้าสีแดงที่อกเสื้อของหลินอวี่โจวแหวนทับทิมหนักยี่สิบห้ากะรัตที่นิ้วกลางของเธอ เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบยี่สิบห้าปีที่หลินอวี่โจวมอบให้เธอยิ่งทำให้แขกทั้งงานพากันอิจฉาไม่ขาดสายตั้งแต่ช่วงที่เธอควงแขนหลินอวี่โจวเดินเข้ามา เธอก็ดึงดูดสายตาของคนทั้งงานทันทีและแน่นอนว่ายังดึงดูดสายตาของลี่เยี่ยนโจวที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของงานด้วยเมื่อมองดูหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางฝูงชนพร้อมรอยยิ้มสดใส แววตาของเขาก็ฉายแววขมขื่นขึ้นมาเล็กน้อยเขาแทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองไม่ได้เห็นรอยยิ้มของฉางหลีมานานแค่ไหนนานมาแล้ว ฉางหลีเป็นคนที่ยิ้มเก่งมากรอ
พายุหิมะครั้งนี้ทำให้ลี่เยี่ยนโจวกลับมาเป็นไข้สูงและหมดสติอีกครั้งเห็นเขาที่สะลึมสะลือพร่ำเรียกชื่อฉางหลีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้เขาวิ่งเต้นหาคนช่วยตลอดทั้งคืน เพียงเพื่อขอให้ฉางหลีมาที่โรงพยาบาล มาเจอลี่เยี่ยนโจวสักครั้งแต่สุดท้ายผู้ช่วยกลับได้รับเพียงเครื่องบันทึกเสียงที่หลินอวี่โจวให้คนใช้เอามาส่งเท่านั้นในห้องที่เงียบสงัด มีเพียงลี่เยี่ยนโจวอยู่คนเดียวเขามองเครื่องบันทึกเสียงในมืออยู่นาน ก่อนจะกดเปิดมันในที่สุดหลังจากเสียงซ่าแทรกอยู่ครู่หนึ่ง เสียงของฉางหลีก็พุ่งตรงเข้ามาในหูของเขาแบบไม่ทันตั้งตัวน้ำเสียงของเธอแฝงด้วยการเยาะเย้ยเล็กน้อย “ถ้าเฉียวเนี่ยนอวี่ไม่เกิดเรื่องขึ้น ฉันคงไม่มีวันได้ยินคำขอโทษจากเขาไปจนตาย”“คนเราก็เป็นแบบนี้แหละ กว่าจะรู้ความจริง กว่าจะสูญเสียไปแล้ว ถึงจะรู้จักเสียใจภายหลัง แต่ฉันไม่ต้องการความเสียใจที่มาช้าแบบนั้นเลย และฉันก็ไม่อยากจะไปพัวพันกับลี่เยี่ยนโจวเพราะเรื่องพวกนั้นอีก เพราะนอกจากจะทำให้ฉันเพิ่มความทุกข์ใจแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ต่อไปนี้ไม่ติดต่อกันอีก ไม่พบเจอกันอีก นั่นคือบทสรุปที่ดีที่สุดระห







