เข้าสู่ระบบบนเรือ..
หญิงสาวที่นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมา หลังจากที่เธอเผลอหลับไปได้สักพักใหญ่ ดวงตาอันพร่าเลือนเปิดออกพร้อมกับมองไปโดยรอบห้อง จอมขวัญค่อยๆดันร่างตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียงนอน
จนได้รู้ว่าทัพเพลิงยังไม่กลับมาในห้องของเขาเลย..
“จะเย็นแล้วเหรอเนี่ย”
จอมขวัญขยี้ตาพลางจ้องมองนาฬิกาบนผนังห้อง บัดนี้มันได้แสดงตัวเลขให้เห็นถึงเวลาสี่โมงเย็น อีกไม่กี่ชั่วโมงฟ้าก็จะมืดแล้ว เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่
แอ๊ดดดด..
จนหญิงสาวในชุดสีขาวลายลูกไม้ตัดสินใจลุกออกจากเตียงนอน เธอดันประตูไม้บานใหญ่ออกไปอย่างช้าๆ ก่อนแสงแดดเจิดจ้าจะตกกระทบกับใบหน้าสวยหวาน ดวงตาที่เคยหรี่ลงก็ถูกบดบังด้วยเงาของชายฉกรรจ์หลายคน
“คุณจอมขวัญ?”
“เฮ้ยพวกมึง เธอตื่นแล้ว”
บรรดาลูกเรือที่เฝ้าอยู่ตรงโซนรับแขกเอ่ยบอกกัน ทั้งนิกิ จุนโฮ ที่ละทิ้งห้องควบคุมมายังชั้นบน พวกเขาจ้องมองหญิงสาวตากลมแป๋วที่อยู่ในท่าทีหวาดระแวง ส่วนเด่นชัยก็หายเข้าไปในค่ายอัศวินครามกับเจ้านาย
“เอ่อ จ..เจ้านายของพวกคุณหายไปไหนเหรอคะ แล้วที่นี่มันคือที่ไหน ทำไมฉันถึงไม่ค่อยคุ้นเลย”
จอมขวัญเอ่ยถามชายฉกรรจ์หน้าตาดีที่ยืนรายล้อมเธอ พวกเขาเองก็อยู่ในท่าทีระแวงว่าเธอจะทำอะไรแปลกๆอีกหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้จอมขวัญก็เกือบจะฆ่าตัวตายไปครั้งหนึ่งแล้ว
“ที่นี่คือค่ายนักฆ่าอัศวินครามครับ อยู่ติดชายแดนฝั่งเหนือเลย กัปตันเข้าไปข้างในค่ายได้พักใหญ่แล้ว พอดีเจ้าของค่ายเป็นรุ่นพี่ที่กัปตันสนิทด้วย”
“จ..จริงเหรอคะ นี่เขาสนิทกับเจ้าของค่ายนักฆ่า..”
“กัปตันเคยเป็นนักฆ่าน่ะครับ เรื่องนั้นคุณก็น่าจะรู้แล้ว”
“เอ่อ ค่ะ.. ฉันก็พอรู้มาบ้าง พี่มดแดงเล่าเรื่องของคุณทัพเพลิงให้ฉันฟังคร่าวๆค่ะ”
เธอตอบรับหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะชำเลืองมองไปทางตึกทรงโมเดิร์นสีดำทะมึน โดยรอบก็มีสนามหญ้าอันกว้างขวางตั้งอยู่ บรรยากาศที่นี่ร่มรื่นและสวยงามจนไร้ที่ติเลยทีเดียว
“นิกิ.. จุนโฮ..”
จอมขวัญเอ่ยชื่อนักควบคุมเรือที่เธอพอรู้จักจากมดแดง แม้จะไม่ค่อยเจอหน้ากันบ่อยนักในเรือ เพราะสองคนนี้ต้องอยู่ห้องควบคุมเรือเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่เธอก็เคยพูดคุยในตอนที่ใช้ชีวิตอยู่บนเรือลำนี้มาบ้างแล้ว
ดูจากสีหน้าและแววตาของหนุ่มลูกครึ่ง สองหนุ่มอัจฉริยะไม่ได้ชอบเธอมากนัก เพราะเธอเคยคิดจะทรยศเจ้านายอันเป็นที่รักของพวกเขา
“ช่วยพาฉันเข้าไปข้างในนั้นหน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากไปหาคุณทัพเพลิง ฉ..ฉันสัญญาเลยค่ะว่าฉันจะไม่หนี”
“คงไม่ได้นะครับ เพราะกัปตันไม่ได้อนุญาตให้พวกเราพาคุณลงไปที่นั่น”
จุนโฮเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย คำตอบนั้นก็ทำให้รอยยิ้มมีความหวังของจอมขวัญสลายหายไป
“แล้วคุณจะให้ฉันติดอยู่บนนี้เหรอคะ ฉ..ฉันก็แค่..”
“สถานะในตอนนี้ของคุณคือนางบำเรอนะครับคุณจอมขวัญ อย่าลืมว่าที่ผ่านมากัปตันใจดีกับคุณมามากพอแล้ว คุณคิดที่จะฆ่าเจ้านายของพวกเรา แถมยังจะกระโดดฆ่าตัวตายอีก หยุดทำเรื่องวุ่นวายบนเรือพวกเราเถอะครับ”
หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นอย่างนิกิเอ่ยด้วยเสียงแข็งกร้าว ตามมาด้วยจุนโฮที่ยืนกอดอกข้างกายกับเพื่อนสนิท
“ใช่.. คุณควรที่จะอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ใช่สร้างความวุ่นวายให้กัปตันต้องปวดหัวแบบนี้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าคุณมีสิทธิ์พิเศษอะไร ทำไมกัปตันถึงใจอ่อนกับคุณมากกว่านางบำเรอคนอื่น”
“……”
“เพราะถ้าไม่ใช่คุณ.. กัปตันคงฆ่าตายไปนานแล้ว”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดตรงไปตรงมาจากปากของจุนโฮ สายตาเกลียดชังอย่างสุภาพจ้องมองมาทางเธอเขม็ง จอมขวัญที่เคยยืนหยัดก็เหมือนจะล้มฟุบลงไปกองกับพื้น
ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาภายในใจ รวมถึงคำพูดที่ทัพเพลิงให้ไว้กับเธอก่อนหน้านี้ เขาผิดหวังในตัวเธอมาก ซึ่งเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่
“ฉ..ฉันขอโทษนะคะที่ทำให้คุณทัพเพลิงกับพวกคุณทุกคนต้องรู้สึกแย่ ฉันขอโทษสำหรับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นทุกอย่างจริงๆ เอ่อ งั้นฉัน.. จะรอเขาอยู่ในห้องนะคะ..”
จอมขวัญก้มหน้าลงด้วยความเจ็บปวด เธอเดินกลับเข้าไปด้านในห้องนอนอย่างเงียบๆ เพราะคำพูดของลูกเรือทำให้เธอหน้าชา ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองนิสัยไม่ดีเท่านี้มาก่อน
หยาดน้ำตาร่วงหล่นอาบแก้มทันที เมื่อประตูบานใหญ่ของห้องนอนถูกปิดลงเบาๆ ร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงเดินเข้าไปทิ้งตัวลงบนเตียงเหมือนอย่างเคย
“มึงพูดแรงเกินไปหรือเปล่าวะไอ้จุนโฮ”
ลูกเรืออีกคนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของจอมขวัญ เธอพยายามจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลต่อหน้าทุกคน
“นั่นดิ มึงด้วยไอ้นิกิ กูได้ยินพวกนางบำเรอคุยกันว่าที่คุณจอมขวัญทำแบบนั้นเพราะถูกยุยงไม่ใช่เหรอ คนที่ยุก็คือลูกนัทกับแหวน สองคนนั้นเป็นต้นเหตุนี่..”
“เฮ้อ! แล้วไงวะ ผู้หญิงคนนั้นถูกยุให้ทำก็จริง แต่คนที่ลงมือทำร้ายกัปตันก็คือเธอไง!!”
นิกิโต้กลับด้วยท่าทีฉุนเฉียว ส่วนทางจุนโฮที่ใจเย็นลงแล้วก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ซึ่งทุกคนเองก็เถียงอะไรไม่ออก มันเป็นความจริงในทุกอย่างกับสิ่งที่เขาพูด
ต่อให้ลูกนัทกับแหวนจะยุยงเรื่องนี้มากแค่ไหน คนที่ตัดสินใจเป็นคนสุดท้ายว่าจะทรยศหรือไม่ ก็คือจอมขวัญ
ห้องรับแขกนางบำเรอ (ชั้นสอง)
“นี่พวกแก!! ฉันได้ยินพวกลูกเรือคุยกันว่าจอมขวัญอยากจะเข้าไปในค่ายอัศวินคราม! แต่คุณทัพเพลิงไม่อนุญาตให้นางเข้าไป ยัยนั่นโดนนิกิกับจุนโฮด่าจนร้องไห้ใหญ่เลย!!”
“ว๊ายยยยยย!!! จ..จริงเหรอลูกนัท!!!”
“ก็จริงน่ะสิย๊ะ คิกๆ สมน้ำหน้า!!”
ลูกนัทที่ฉีกยิ้มกว้างหัวเราะอย่างชอบใจ เธอแอบไปได้ยินเรื่องนี้มาจากกลุ่มของจุนโฮเมื่อกี้นี้ ก่อนจะรีบปรี่ตัวมาเล่าเรื่องสำคัญให้กับแก๊งนางบำเรอฟัง
“ขนาดพวกเรายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในค่ายนักฆ่านั้นเลย แล้วจะหวังอะไรกับยัยจอมขวัญล่ะ ฉันเคยอยากเข้าไปแทบตาย ตั้งแต่อยู่มาก็ได้แต่นั่งรอบนเรือ พอคุณทัพเพลิงคุยธุระเสร็จถึงได้ออกเดินทางต่อ”
แหวนที่นั่งอบเล็บเจลเอ่ยด้วยท่าทีเรียบเฉย รุ่นใหญ่อย่างเธออยู่มานานพอๆกับมดแดง แต่ก็อย่างที่เธออธิบาย ไม่มีใครที่ทัพเพลิงอนุญาตให้เข้าไปด้านในนอกจากเด่นชัย
“แต่ก็นั่นแหละค่ะพี่แหวน หนูก็แค่สะใจที่ยัยจอมขวัญถูกผู้ชายตอกหน้ากลับแบบนั้น แกล้งทำตัวอ่อนแอดีนัก หึ..”
“แกหยุดพูดมากแล้วมานั่งทำเล็บรอคุณทัพเพลิงเถอะ”
“จริงด้วย! คืนนี้เรามีนัดกับคุณทัพเพลิงนี่หน่า..”
ลูกนัทตาเป็นประกายทันทีเมื่อเธอจำนัดสำคัญได้ ไม่แน่ว่าคืนนี้เธออาจจะได้ทำหน้าที่เมียในรอบหลายเดือน เพราะทัพเพลิงคงอยากเขี่ยจอมขวัญทิ้งเต็มที
ตึกๆๆๆ!!
แต่ทว่าเสียงฝีเท้าของแก๊งชายฉกรรจ์ในชุดหนังก็กลับเข้ามาภายในเรือ แก๊งนางบำเรอจึงหันไปมองตามเสียงก็พบเข้ากับเด่นชัย เขาเดินมาพร้อมกับลูกเรืออีกสองคน
“กลับมาแล้วเหรอเด่นชัย! อ้าว.. แล้วคุณทัพเพลิงล่ะ”
ลูกนัทรีบวิ่งตัวปลิวออกไปนอกห้องรับแขกในทันที เธอไถ่ถามเสียงดังชัดเจนจนนางบำเรอคนอื่นได้ยิน รวมถึงแหวนที่ชะเง้อหน้าออกมามองตรงโถงทางเดิน
“กัปตันอยู่ในค่ายกับคุณพายุน่ะ”
“อ๋อ แล้วนี่แกกลับมาทำไมเนี่ย?”
“ก็กลับมารับคุณจอมขวัญเข้าไปข้างในไง”
“ว..ว่าไงนะ”
ทันทีที่ประโยคนั้นเอ่ยออกมาจากใบหน้าหล่อของเด่นชัย สีหน้าของนางบำเรอทุกคนก็แสดงออกถึงความตกตะลึง โดยเฉพาะแหวนที่ลุกขึ้นออกจากโต๊ะทำเล็บ และทางลูกนัทที่ยืนเบิกตาโพลงเหมือนกับโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ
“อะไรนะไอ้เด่นชัย! ม..เมื่อกี๊แกพูดว่า..”
แหวนเดินตัวปลิวออกมายังโถงทางเดิน เธอจ้องหน้าเด่นชัยพร้อมกับย้ำให้เขาอธิบายอีกทีให้ชัดเจนกว่านี้ บางทีสิ่งที่ทุกคนได้ยินอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด
“นี่เป็นคำสั่งของกัปตัน เขาสั่งให้ฉันพาคุณจอมขวัญเข้าไปข้างในค่ายอัศวินคราม ส่วนคนอื่นก็ให้รออยู่บนเรือ ถ้าใครขัดขืนคำสั่ง หรือแอบเข้าไปข้างในโดยไม่ได้รับอนุญาต กัปตันสั่งให้พวกฉันฆ่าได้เลย..”
ตึก.. ตึก..ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อคลุมที่ปลดกระดุมออกทุกเม็ด เขาได้อุ้มร่างบางของสาวสวยออกมาจากห้องน้ำด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ถือรองเท้าส้นสูงให้เธอไปด้วยใบหน้าแดงก่ำเอาแต่หลับตาปี๋อยู่ในอ้อมอกแกร่ง จอมขวัญไม่กล้าลืมตามองใครทั้งนั้น คงเพราะเธออายสายตาของผู้คน ทัพเพลิงกับเธอหายไปมีอะไรกันในห้องน้ำนานพอสมควร และสุดท้ายเธอก็ตอบรับข้อเสนอของเขาด้วยการ.. ไปมีอะไรกันต่อบนเรือ“กูจะกลับแล้ว ขอบคุณที่ให้เชื้อเพลิงกูเพิ่มนะไอ้พายุ”ทัพเพลิงชะลอฝีเท้าของตัวเองลง เขาจ้องมองไปยังไอ้พี่ชายจอมกวนที่มันยืนพิงเสาอยู่ตรงกลางค่าย มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แล้วยกขึ้นเหนือหัว“ด้วยความยินดีครับไอ้น้องรัก หึ.. หวังว่าแผนของกูจะทำให้มึงกับคุณจอมขวัญปรับความเข้าใจกันได้นะ”คำพูดนั้นเองกลับทำให้หญิงสาวในอ้อมอกหน้าร้อนผ่าว จอมขวัญแอบเหลือบมองไปยังพายุที่ขยิบตาให้กับเธอ“มึงหยุดพูดมากแล้วหลบไปได้ละ”“หึๆๆ”“ไอ้เด่นชัย”“ค..ครับกัปตัน”“ไปเว้ย! เดี๋ยวเราต้องรีบออกเดินทางต่อ”ทัพเพลิงตะโกนเรียกลูกน้องก่อนจะทำเป็นเมินพายุที่ยืนเบ้ปากกวนๆ โดยมีนักฆ่าอีกเป็นโขยงยืนส่งกัปตันเรือออกไปยังด้านนอกค่าย ทุกสาย
“ท..ท่านครับ คือว่าคุณทัพเพลิงไล่พวกเราออกมาข้างนอกกันหมดเลยครับ คุณทัพเพลิงพาผู้หญิงผมสีส้มๆเข้าไปข้างในห้องน้ำ ดูเหมือนว่าจะทะเลาะกันหนักมากด้วย”“ใช่ครับท่าน ถ้าปล่อยไว้ผู้หญิงคนนั้นตายได้เลยนะครับ!”แก๊งนักฆ่าที่ยืนหน้าเหวออยู่กลางห้องโถงรายงานกับเจ้านาย แต่พอพายุได้ยินคำอธิบายนั้นก็ถึงกับหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง เขาตบโต๊ะอาหารแล้วลุกขึ้นเดินเข้ามาหาเด่นชัยที่ถูกเรียกเข้าพบ“มันต้องหึงอย่างนี้สิวะไอ้น้องชาย.. ฮ่าๆๆ!! ปล่อยให้สองคนนั้นเคลียร์ใจกันอยู่ในนั้นแหละ มึงอย่าให้ใครเข้าไปรบกวนนะ ระวังจะเข้าไปเห็นฉากเด็ด”“เอ่อ คุณพายุครับ..”แต่ลูกน้องคนสนิทของทัพเพลิงก็เอ่ยเรียกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ท่าทีของเด่นชัยดูไม่ค่อยสบายใจเอาเสียเลย“ถ้ากัปตันหึงคุณจอมขวัญ ส่วนคุณจอมขวัญก็หึงกัปตัน แบบนี้มันก็หมายความว่า.. สองคนนั้นเขา..”“มึงก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเจ้านายมึงมันปากแข็ง”“……”“ไอ้เหี้ยนี่เวลามันรักใคร มันไม่พูดหรอก ต้องสังเกตการกระทำของมันดีๆ เหมือนที่กูกำลังพิสูจน์อยู่นี่ไง!”ภายในห้องน้ำชั้นล่าง(ค่ายนักฆ่าอัศวินคราม)“ค..แค่กๆๆ อะอ๊าาาา!! ไม่ได้นะคะคุณทัพเพลิง..”ปลายนิ้วหนาทั้งสองถูกแหย
ในเมื่อถูกชักชวนขนาดนี้ก็คงปฏิเสธไม่ได้ จอมขวัญพยักหน้าเบาๆให้กับพายุ เธอเหลือบมองทางทัพเพลิงที่นั่งทำหน้าเซ็ง เขาถอนหายใจแล้วหยิบไวน์ขึ้นมาดื่มแก้เครียดครั้นจอมขวัญได้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ระหว่างกลางทั้งสองคน ทางด้านซ้ายก็มีทัพเพลิงนั่งอยู่ ส่วนด้านขวาก็เป็นพายุที่เอาแต่จ้องมองเธอเหมือนกับคนโรคจิต บรรยากาศในตอนนี้ทำเอาเธอไม่กล้าแม้แต่จะเคี้ยวอาหารในปาก“ฮึ่ม.. ผมได้ยินเรื่องของคุณจอมขวัญจากปากของไอ้ทัพเพลิงมาเยอะเลยนะครับ คุณนี่เป็นผู้หญิงที่น่าเหลือเชื่อมากจริงๆ ใจเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง แล้วก็.. สวยมากเลย”“เอ่อ ขอบคุณนะคะ”หญิงสาวที่พยายามผ่อนคลายตัวเองก็เปรยยิ้มตอบรับ เธอเอื้อมมือไปตักสลัดเข้าปากอย่างกล้าๆกลัวๆ“หึๆ นั่งตัวแข็งทื่อเชียว ไม่ต้องกลัวผมหรอกนะครับคุณจอมขวัญ ถึงผมจะเป็นเจ้าของค่ายนักฆ่าเนี่ย แต่ผมก็ไม่โหดร้ายขนาดนั้นนะ ผมเป็นคนดี..”“ถุ๊ย..!!!”ทันใดนั้นเองเสียงค้านบางอย่างก็ดังขึ้นมาจากทัพเพลิง กัปตันเรือที่รู้สึกหมั่นไส้พี่ชายจอมปากดี เขาก็แกล้งถุยน้ำลายลงบนถังขยะข้างล่าง นั่นจึงทำให้จอมขวัญหันขวับไปมองการกระทำของเขาอย่างไม่เข้าใจนี่เขาอารมณ์เสียมาจากไหนเนี่ย..“หึ.. ไอ้
ครึ่งชั่วโมงก่อนที่เด่นชัยจะกลับมาที่เรือ..(ภายในห้องรับแขกของพายุ ค่ายอัศวินคราม)“ห๊ะ!!! ด..เดี๋ยวนะไอ้ทัพเพลิง นี่มึงล้อกูเล่นเหรอวะ? กูไม่เชื่อหรอกว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ให้ตายเหอะ..”เจ้าของค่ายนักฆ่าอ้าปากค้างกับความจริงบางอย่างที่ได้ยิน เขาเอาแต่จ้องมองรูปถ่ายของจอมขวัญบนหน้าจอโฮโลแกรมที่อยู่ในมือ ก่อนจะหันไปมองทางทัพเพลิงที่นั่งกระดกไวน์ลงคอความจริงนี้มันคือสิ่งที่ทัพเพลิงรู้มาโดยตลอดตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอเธอ มีเพียงแค่เด่นชัยที่รู้เรื่องนี้ ตามมาด้วยพายุที่เขาไว้ใจมากที่สุด ส่วนคนอื่นบนเรือยังไม่มีใครรู้ทั้งนั้น“เป็นเพราะเรื่องนี้มึงก็เลยช่วยจอมขวัญเหรอ ที่มึงไม่ตัดสินใจฆ่าเขาเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม?”“อืม ก็คงงั้น”“แล้วสิ่งที่มึงทำทั้งหมดเนี่ย มึงรักเขาหรือเปล่าวะ หรือว่ามึงแค่ซาบซึ้งบุญคุณที่พ่อเขาทำไว้ให้มึง”กึก!ประโยคคำถามนั้นเองกลับทำให้ทัพเพลิงหยุดชะงัก เขาเลื่อนแววตาที่มีความหมายมองไปยังรุ่นพี่ ความรู้สึกที่มันพูดออกไปได้ยากเริ่มทำให้พายุหรี่ตาลง เขามองออกว่าตอนนี้ทัพเพลิงคิดกับจอมขวัญมากกว่านางบำเรอความจริงแล้ว.. พ่อของจอมขวัญเคยช่วยชีวิตทัพเพลิงไว้เมื่อเขายังเด็ก
บนเรือ..หญิงสาวที่นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมา หลังจากที่เธอเผลอหลับไปได้สักพักใหญ่ ดวงตาอันพร่าเลือนเปิดออกพร้อมกับมองไปโดยรอบห้อง จอมขวัญค่อยๆดันร่างตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียงนอนจนได้รู้ว่าทัพเพลิงยังไม่กลับมาในห้องของเขาเลย..“จะเย็นแล้วเหรอเนี่ย”จอมขวัญขยี้ตาพลางจ้องมองนาฬิกาบนผนังห้อง บัดนี้มันได้แสดงตัวเลขให้เห็นถึงเวลาสี่โมงเย็น อีกไม่กี่ชั่วโมงฟ้าก็จะมืดแล้ว เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่แอ๊ดดดด..จนหญิงสาวในชุดสีขาวลายลูกไม้ตัดสินใจลุกออกจากเตียงนอน เธอดันประตูไม้บานใหญ่ออกไปอย่างช้าๆ ก่อนแสงแดดเจิดจ้าจะตกกระทบกับใบหน้าสวยหวาน ดวงตาที่เคยหรี่ลงก็ถูกบดบังด้วยเงาของชายฉกรรจ์หลายคน“คุณจอมขวัญ?”“เฮ้ยพวกมึง เธอตื่นแล้ว”บรรดาลูกเรือที่เฝ้าอยู่ตรงโซนรับแขกเอ่ยบอกกัน ทั้งนิกิ จุนโฮ ที่ละทิ้งห้องควบคุมมายังชั้นบน พวกเขาจ้องมองหญิงสาวตากลมแป๋วที่อยู่ในท่าทีหวาดระแวง ส่วนเด่นชัยก็หายเข้าไปในค่ายอัศวินครามกับเจ้านาย“เอ่อ จ..เจ้านายของพวกคุณหายไปไหนเหรอคะ แล้วที่นี่มันคือที่ไหน ทำไมฉันถึงไม่ค่อยคุ้นเลย”จอมขวัญเอ่ยถามชายฉกรรจ์หน้าตาดีที่ยืนรายล้อมเธอ
บนเรือ(ห้องนอนของทัพเพลิง)ภายในห้องที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบจนได้ยินเสียงหายใจของใครบางคน หญิงสาวที่ถูกเปลี่ยนชุด และถูกเช็ดเนื้อเช็ดตัวโดยป้าแม่บ้านประจำเรือ เธอได้นอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่อบอุ่นจนร่างกายสบายใบหน้าแดงฉานของสาวผมสีส้ม มีรอยถลอกบริเวณต้นขา รอยแดงตรงฝ่ามือที่ได้มาจากการพยายามปีนขอบเรือดูจากภายนอกเธอเหมือนคนที่สลบไป แต่ความจริงแล้ว.. จอมขวัญแกล้งหลับมาได้สักพักใหญ่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่แผนอันชาญฉลาดของเธอ เธอใช้ใจวัดใจกับทัพเพลิงโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องตาย หากเขาไม่เข้ามาห้าม จอมขวัญก็ยอมที่จะกระโดดลงไปเป็นอาหารของฉลามแต่เพราะเธอรู้ว่าทัพเพลิงต้องยอมใจอ่อน เธอจึงใช้จุดนี้เรียกร้องความสงสารจากเขา และเอาคืนในเรื่องที่ลูกนัทกับแหวนทำ แม้ว่ามันจะเป็นความผิดของเธอด้วยก็ตาม“ถ้าฉันไปช่วยเธอไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้นจอมขวัญ ทำไม.. เธอต้องทำขนาดนี้ด้วย ฉันไม่เข้าใจเลย”ถัดไปนั้นก็มีเจ้าของห้องนั่งกุมมือของเธอไว้ แววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงและโกรธเคือง เขากำลังจ้องมองหญิงสาวบนเตียงอย่างไม่ละสายตาเขาพูดทุกอย่างออกมาทั้งๆที่รู้ว่าเธอไม่ได้ยิน คงมี







