LOGINตึก.. ตึก..
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อคลุมที่ปลดกระดุมออกทุกเม็ด เขาได้อุ้มร่างบางของสาวสวยออกมาจากห้องน้ำด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ถือรองเท้าส้นสูงให้เธอไปด้วย
ใบหน้าแดงก่ำเอาแต่หลับตาปี๋อยู่ในอ้อมอกแกร่ง จอมขวัญไม่กล้าลืมตามองใครทั้งนั้น คงเพราะเธออายสายตาของผู้คน ทัพเพลิงกับเธอหายไปมีอะไรกันในห้องน้ำนานพอสมควร และสุดท้ายเธอก็ตอบรับข้อเสนอของเขาด้วยการ.. ไปมีอะไรกันต่อบนเรือ
“กูจะกลับแล้ว ขอบคุณที่ให้เชื้อเพลิงกูเพิ่มนะไอ้พายุ”
ทัพเพลิงชะลอฝีเท้าของตัวเองลง เขาจ้องมองไปยังไอ้พี่ชายจอมกวนที่มันยืนพิงเสาอยู่ตรงกลางค่าย มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แล้วยกขึ้นเหนือหัว
“ด้วยความยินดีครับไอ้น้องรัก หึ.. หวังว่าแผนของกูจะทำให้มึงกับคุณจอมขวัญปรับความเข้าใจกันได้นะ”
คำพูดนั้นเองกลับทำให้หญิงสาวในอ้อมอกหน้าร้อนผ่าว จอมขวัญแอบเหลือบมองไปยังพายุที่ขยิบตาให้กับเธอ
“มึงหยุดพูดมากแล้วหลบไปได้ละ”
“หึๆๆ”
“ไอ้เด่นชัย”
“ค..ครับกัปตัน”
“ไปเว้ย! เดี๋ยวเราต้องรีบออกเดินทางต่อ”
ทัพเพลิงตะโกนเรียกลูกน้องก่อนจะทำเป็นเมินพายุที่ยืนเบ้ปากกวนๆ โดยมีนักฆ่าอีกเป็นโขยงยืนส่งกัปตันเรือออกไปยังด้านนอกค่าย ทุกสายตาต่างจ้องมองจอมขวัญที่เอาหน้ามุดแผงอกแกร่งของหนุ่มหล่อ
เธอถูกล้อมรอบด้วยชายฉกรรจ์มากหน้าหลายตา แถมเมื่อกี๊ก็ยังทำเรื่องหน้าอายจนไม่อยากจะสู้หน้าใครอีกแล้ว
“อย่าลืมแวะมาหากูอีกนะเว้ยไอ้ทัพเพลิงงงง!!!!”
“เออ!!!”
“ครั้งหน้าพาผู้หญิงคนเดิมมานะไอ้สัด!!!”
“หุบปากไปเลยมึงอะ!!!”
“ฮ่าๆๆ ขอเป็นคุณจอมขวัญนะ!!! คนอื่นไม่เอา!!!”
เจ้าของค่ายนักฆ่าตะโกนไล่หลังแก๊งของทัพเพลิงออกไป เขาหัวเราะชอบใจที่ปั่นหัวน้องชายตัวเองได้ และสามารถทำให้ว่าที่คู่รักปรับความเข้าใจกันได้อีกต่างหาก ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูครึกครื้น มันไม่อึดอัดและตึงเครียดเท่ากับก่อนหน้านี้แล้ว
รั้วเหล็กของค่ายอัศวินครามกำลังจะถูกปิดลง ในขณะที่ทัพเพลิงก็โบกมือลาพี่ชายที่อยู่ทางด้านหลัง เขายังคงเดินอุ้มร่างบางออกไปตามทางเดินที่มีดอกไม้รายล้อม
“จ..จอมขวัญ!!!!”
แต่แล้วจู่ๆเสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังขึ้นชั่วขณะ มันเป็นเสียงที่ทำให้จอมขวัญสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เธอผละใบหน้าหวานออกจากแผงอกของทัพเพลิงอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่จะรีบชะโงกหน้ามองเจ้าของเสียงอันคุ้นหู พร้อมทั้งทัพเพลิงกับพวกลูกเรือ ทุกคนต่างชะลอฝีเท้าตัวเองลงแล้วหันไปมองทางด้านหลังทันที
“จอมขวัญ!!! พ..พี่เอง!!!”
ผู้ชายร่างสูงโปร่ง แต่งตัวดี ดูมีฐานะ สีผมของเขาออกสีส้มอ่อนๆคล้ายกับจอมขวัญ แถมหน้าตาของเขาก็ยังเหมือนเธอราวกับเป็นคนเดียวกัน
เขาคนนั้นวิ่งออกมาจากทางเดินที่ลัดเลาะไปยังเมืองใหญ่ แถมยังปรี่ตัวเข้ามายังจอมขวัญที่อยู่ในอ้อมกอดของทัพเพลิงเหมือนกับคนบ้า
ก่อนที่บรรดานักฆ่าในค่ายกับพายุจะรีบวิ่งออกมาป้องกันภัยให้น้องชายอีกแรง ซึ่งทางทัพเพลิงที่ขมวดคิ้วยุ่งก็จ้องมองชายแปลกหน้าหัวจรดเท้า
“มึงเป็นใครวะ!!!”
ทัพเพลิงเค้นเสียงแข็งถามชายตรงหน้า เขารีบเอาร่างบางที่อยู่บนตัวให้ห่างจากเขาทันที
“ผ..ผมชื่อว่าขุนพลครับ เอ่อ เป็นพี่ชายแท้ๆของจอมขวัญ เรามีพ่อคนเดียวกันแต่คนละแม่ ก่อนหน้านี้ผมย้ายไปอยู่ภาคเหนือถาวรก็เลยไม่ได้ติดต่อน้องเลย”
“มึงว่าไงนะ”
“ห๊ะ!!! ด..เดี๋ยว ไอ้หน้าตี๋นี่กับ..คุณจอมขวัญ..”
พายุที่ยืนอ้าปากค้างจ้องมองหน้าของขุนพลสลับไปมากับมองหน้าจอมขวัญ ซึ่งหญิงสาวก็ขอร้องให้ทัพเพลิงปล่อยเธอลงกับพื้น ก่อนเธอจะค่อยๆเดินเข้ามาหาผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่พบเจอกันมาหลายปี
“ฮะฮึก.. พี่ขุนพล..”
หยาดน้ำตาที่เอ่อนองก็ไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความคิดถึงพี่ชายจนสุดหัวใจคืบคลานเข้ามา ตั้งแต่เด็กจนโตก็มีแค่ขุนพลที่คอยอยู่เคียงข้างเธอ มีแค่แม่ของเธอที่เสียไป แต่แม่ของขุนพลยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้
เข้าสู่ช่วงวัยที่เติบโตขึ้นจากอดีต.. เธอก็จำได้แม่นว่าขุนพลกับแม่ของเขาย้ายไปอยู่ภาคเหนือ ส่วนเธอกับพ่อก็อยู่ที่คฤหาสน์จันทร์เจ้าพระยากลางมหานคร จอมขวัญไม่เคยเจอหน้าพี่ชายตัวเองอีกเลย
พึ่บ!!!
“ฮึกๆๆ พ..พี่ขุนพล หนูคิดถึงพี่..”
“ฮึก.. จอมขวัญ.. พี่อยู่นี่แล้ว..”
ทั้งสองโผกอดกันด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ อ้อมกอดที่แนบแน่นนั้นค้างไว้อยู่เนิ่นนาน ซึ่งมันก็นานพอที่จะทำให้กัปตันเรือกัดฟันกรอด ทัพเพลิงหรี่ตามองไอ้มารหัวใจที่มันใช้สิทธิ์พิเศษแย่งผู้หญิงของเขาไปอย่างหน้าตาเฉย
“กูไม่ไว้ใจไอ้เวรนี่เลย กึ่ด.. มันโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ มันไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่ใช่ไหม?” ทัพเพลิงค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปกระซิบถามพี่ชาย
“ทำก็เหี้ยละ สภาพคุณชายอย่างมันเนี่ยนะจะอยู่ค่ายนักฆ่ากู แต่กูว่ามันหน้าเหมือนจอมขวัญฉิบหาย ในประวัติที่มึงสืบได้บอกไหมว่าเธอมีพี่ชาย”
“เฮ้อ.. อืม ก็มันเนี่ยแหละที่อยู่ในประวัติ”
ทัพเพลิงกระซิบตอบพลางยกมือขึ้นมากอดอกอย่างไม่ไว้วางใจ แววตาของเขาจ้องมองขุนพลในเสื้อผ้าแบรนด์เนม ตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาก็ประโคมของแพงทั้งตัว
“แล้วถ้ามึงเป็นพี่ชายที่รักน้องสาวจริงๆ ทำไมที่ผ่านมามึงถึงได้ปล่อยให้จอมขวัญถูกแฟนเก่าทำร้ายร่างกาย แถมยังจะเอาเธอไปขายตัวให้เพื่อนอีก เรื่องนี้มึงรู้หรือเปล่า?”
“ค..คุณทัพเพลิง..”
“ว่าไงนะ!!! แฟนเก่าของจอมขวัญทำร้ายเธอด้วยเหรอ!!”
ทางขุนพลที่ตกใจเหมือนกับเพิ่งรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรกก็เอ่ยถามจอมขวัญ ซึ่งทางเธอก็ลำบากใจที่จะเล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้นให้ฟัง แต่ยังไงเรื่องมันก็มาถึงขนาดนี้แล้ว
“ใช่ค่ะพี่ขุนพล ผู้ชายคนนั้นเขาซ้อมหนู เอ่อ.. แต่ไว้หนูจะเล่าให้พี่ฟังนะคะ แล้วนี่พี่มาเจอหนูได้ยังไง”
“พอดีพี่หนีแก๊งทวงหนี้มาเรื่อยๆน่ะ แล้วบังเอิญเห็นว่าจอมขวัญเดินผ่านมาพอดี ไอ้แก๊งนั้นมันตามล่าพี่กับแม่มาหลายเดือนแล้ว ตอนนี้แม่พี่แอบอยู่ที่โรงพยาบาลนอกเมืองกับญาติ ส่วนพี่ก็เลยกลายเป็นเป้าหมายของพวกมันแทน”
“อ..อะไรนะคะ!!!”
ตึก.. ตึก..ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อคลุมที่ปลดกระดุมออกทุกเม็ด เขาได้อุ้มร่างบางของสาวสวยออกมาจากห้องน้ำด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ถือรองเท้าส้นสูงให้เธอไปด้วยใบหน้าแดงก่ำเอาแต่หลับตาปี๋อยู่ในอ้อมอกแกร่ง จอมขวัญไม่กล้าลืมตามองใครทั้งนั้น คงเพราะเธออายสายตาของผู้คน ทัพเพลิงกับเธอหายไปมีอะไรกันในห้องน้ำนานพอสมควร และสุดท้ายเธอก็ตอบรับข้อเสนอของเขาด้วยการ.. ไปมีอะไรกันต่อบนเรือ“กูจะกลับแล้ว ขอบคุณที่ให้เชื้อเพลิงกูเพิ่มนะไอ้พายุ”ทัพเพลิงชะลอฝีเท้าของตัวเองลง เขาจ้องมองไปยังไอ้พี่ชายจอมกวนที่มันยืนพิงเสาอยู่ตรงกลางค่าย มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แล้วยกขึ้นเหนือหัว“ด้วยความยินดีครับไอ้น้องรัก หึ.. หวังว่าแผนของกูจะทำให้มึงกับคุณจอมขวัญปรับความเข้าใจกันได้นะ”คำพูดนั้นเองกลับทำให้หญิงสาวในอ้อมอกหน้าร้อนผ่าว จอมขวัญแอบเหลือบมองไปยังพายุที่ขยิบตาให้กับเธอ“มึงหยุดพูดมากแล้วหลบไปได้ละ”“หึๆๆ”“ไอ้เด่นชัย”“ค..ครับกัปตัน”“ไปเว้ย! เดี๋ยวเราต้องรีบออกเดินทางต่อ”ทัพเพลิงตะโกนเรียกลูกน้องก่อนจะทำเป็นเมินพายุที่ยืนเบ้ปากกวนๆ โดยมีนักฆ่าอีกเป็นโขยงยืนส่งกัปตันเรือออกไปยังด้านนอกค่าย ทุกสาย
“ท..ท่านครับ คือว่าคุณทัพเพลิงไล่พวกเราออกมาข้างนอกกันหมดเลยครับ คุณทัพเพลิงพาผู้หญิงผมสีส้มๆเข้าไปข้างในห้องน้ำ ดูเหมือนว่าจะทะเลาะกันหนักมากด้วย”“ใช่ครับท่าน ถ้าปล่อยไว้ผู้หญิงคนนั้นตายได้เลยนะครับ!”แก๊งนักฆ่าที่ยืนหน้าเหวออยู่กลางห้องโถงรายงานกับเจ้านาย แต่พอพายุได้ยินคำอธิบายนั้นก็ถึงกับหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง เขาตบโต๊ะอาหารแล้วลุกขึ้นเดินเข้ามาหาเด่นชัยที่ถูกเรียกเข้าพบ“มันต้องหึงอย่างนี้สิวะไอ้น้องชาย.. ฮ่าๆๆ!! ปล่อยให้สองคนนั้นเคลียร์ใจกันอยู่ในนั้นแหละ มึงอย่าให้ใครเข้าไปรบกวนนะ ระวังจะเข้าไปเห็นฉากเด็ด”“เอ่อ คุณพายุครับ..”แต่ลูกน้องคนสนิทของทัพเพลิงก็เอ่ยเรียกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ท่าทีของเด่นชัยดูไม่ค่อยสบายใจเอาเสียเลย“ถ้ากัปตันหึงคุณจอมขวัญ ส่วนคุณจอมขวัญก็หึงกัปตัน แบบนี้มันก็หมายความว่า.. สองคนนั้นเขา..”“มึงก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเจ้านายมึงมันปากแข็ง”“……”“ไอ้เหี้ยนี่เวลามันรักใคร มันไม่พูดหรอก ต้องสังเกตการกระทำของมันดีๆ เหมือนที่กูกำลังพิสูจน์อยู่นี่ไง!”ภายในห้องน้ำชั้นล่าง(ค่ายนักฆ่าอัศวินคราม)“ค..แค่กๆๆ อะอ๊าาาา!! ไม่ได้นะคะคุณทัพเพลิง..”ปลายนิ้วหนาทั้งสองถูกแหย
ในเมื่อถูกชักชวนขนาดนี้ก็คงปฏิเสธไม่ได้ จอมขวัญพยักหน้าเบาๆให้กับพายุ เธอเหลือบมองทางทัพเพลิงที่นั่งทำหน้าเซ็ง เขาถอนหายใจแล้วหยิบไวน์ขึ้นมาดื่มแก้เครียดครั้นจอมขวัญได้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ระหว่างกลางทั้งสองคน ทางด้านซ้ายก็มีทัพเพลิงนั่งอยู่ ส่วนด้านขวาก็เป็นพายุที่เอาแต่จ้องมองเธอเหมือนกับคนโรคจิต บรรยากาศในตอนนี้ทำเอาเธอไม่กล้าแม้แต่จะเคี้ยวอาหารในปาก“ฮึ่ม.. ผมได้ยินเรื่องของคุณจอมขวัญจากปากของไอ้ทัพเพลิงมาเยอะเลยนะครับ คุณนี่เป็นผู้หญิงที่น่าเหลือเชื่อมากจริงๆ ใจเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง แล้วก็.. สวยมากเลย”“เอ่อ ขอบคุณนะคะ”หญิงสาวที่พยายามผ่อนคลายตัวเองก็เปรยยิ้มตอบรับ เธอเอื้อมมือไปตักสลัดเข้าปากอย่างกล้าๆกลัวๆ“หึๆ นั่งตัวแข็งทื่อเชียว ไม่ต้องกลัวผมหรอกนะครับคุณจอมขวัญ ถึงผมจะเป็นเจ้าของค่ายนักฆ่าเนี่ย แต่ผมก็ไม่โหดร้ายขนาดนั้นนะ ผมเป็นคนดี..”“ถุ๊ย..!!!”ทันใดนั้นเองเสียงค้านบางอย่างก็ดังขึ้นมาจากทัพเพลิง กัปตันเรือที่รู้สึกหมั่นไส้พี่ชายจอมปากดี เขาก็แกล้งถุยน้ำลายลงบนถังขยะข้างล่าง นั่นจึงทำให้จอมขวัญหันขวับไปมองการกระทำของเขาอย่างไม่เข้าใจนี่เขาอารมณ์เสียมาจากไหนเนี่ย..“หึ.. ไอ้
ครึ่งชั่วโมงก่อนที่เด่นชัยจะกลับมาที่เรือ..(ภายในห้องรับแขกของพายุ ค่ายอัศวินคราม)“ห๊ะ!!! ด..เดี๋ยวนะไอ้ทัพเพลิง นี่มึงล้อกูเล่นเหรอวะ? กูไม่เชื่อหรอกว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ให้ตายเหอะ..”เจ้าของค่ายนักฆ่าอ้าปากค้างกับความจริงบางอย่างที่ได้ยิน เขาเอาแต่จ้องมองรูปถ่ายของจอมขวัญบนหน้าจอโฮโลแกรมที่อยู่ในมือ ก่อนจะหันไปมองทางทัพเพลิงที่นั่งกระดกไวน์ลงคอความจริงนี้มันคือสิ่งที่ทัพเพลิงรู้มาโดยตลอดตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอเธอ มีเพียงแค่เด่นชัยที่รู้เรื่องนี้ ตามมาด้วยพายุที่เขาไว้ใจมากที่สุด ส่วนคนอื่นบนเรือยังไม่มีใครรู้ทั้งนั้น“เป็นเพราะเรื่องนี้มึงก็เลยช่วยจอมขวัญเหรอ ที่มึงไม่ตัดสินใจฆ่าเขาเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม?”“อืม ก็คงงั้น”“แล้วสิ่งที่มึงทำทั้งหมดเนี่ย มึงรักเขาหรือเปล่าวะ หรือว่ามึงแค่ซาบซึ้งบุญคุณที่พ่อเขาทำไว้ให้มึง”กึก!ประโยคคำถามนั้นเองกลับทำให้ทัพเพลิงหยุดชะงัก เขาเลื่อนแววตาที่มีความหมายมองไปยังรุ่นพี่ ความรู้สึกที่มันพูดออกไปได้ยากเริ่มทำให้พายุหรี่ตาลง เขามองออกว่าตอนนี้ทัพเพลิงคิดกับจอมขวัญมากกว่านางบำเรอความจริงแล้ว.. พ่อของจอมขวัญเคยช่วยชีวิตทัพเพลิงไว้เมื่อเขายังเด็ก
บนเรือ..หญิงสาวที่นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมา หลังจากที่เธอเผลอหลับไปได้สักพักใหญ่ ดวงตาอันพร่าเลือนเปิดออกพร้อมกับมองไปโดยรอบห้อง จอมขวัญค่อยๆดันร่างตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียงนอนจนได้รู้ว่าทัพเพลิงยังไม่กลับมาในห้องของเขาเลย..“จะเย็นแล้วเหรอเนี่ย”จอมขวัญขยี้ตาพลางจ้องมองนาฬิกาบนผนังห้อง บัดนี้มันได้แสดงตัวเลขให้เห็นถึงเวลาสี่โมงเย็น อีกไม่กี่ชั่วโมงฟ้าก็จะมืดแล้ว เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่แอ๊ดดดด..จนหญิงสาวในชุดสีขาวลายลูกไม้ตัดสินใจลุกออกจากเตียงนอน เธอดันประตูไม้บานใหญ่ออกไปอย่างช้าๆ ก่อนแสงแดดเจิดจ้าจะตกกระทบกับใบหน้าสวยหวาน ดวงตาที่เคยหรี่ลงก็ถูกบดบังด้วยเงาของชายฉกรรจ์หลายคน“คุณจอมขวัญ?”“เฮ้ยพวกมึง เธอตื่นแล้ว”บรรดาลูกเรือที่เฝ้าอยู่ตรงโซนรับแขกเอ่ยบอกกัน ทั้งนิกิ จุนโฮ ที่ละทิ้งห้องควบคุมมายังชั้นบน พวกเขาจ้องมองหญิงสาวตากลมแป๋วที่อยู่ในท่าทีหวาดระแวง ส่วนเด่นชัยก็หายเข้าไปในค่ายอัศวินครามกับเจ้านาย“เอ่อ จ..เจ้านายของพวกคุณหายไปไหนเหรอคะ แล้วที่นี่มันคือที่ไหน ทำไมฉันถึงไม่ค่อยคุ้นเลย”จอมขวัญเอ่ยถามชายฉกรรจ์หน้าตาดีที่ยืนรายล้อมเธอ
บนเรือ(ห้องนอนของทัพเพลิง)ภายในห้องที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบจนได้ยินเสียงหายใจของใครบางคน หญิงสาวที่ถูกเปลี่ยนชุด และถูกเช็ดเนื้อเช็ดตัวโดยป้าแม่บ้านประจำเรือ เธอได้นอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่อบอุ่นจนร่างกายสบายใบหน้าแดงฉานของสาวผมสีส้ม มีรอยถลอกบริเวณต้นขา รอยแดงตรงฝ่ามือที่ได้มาจากการพยายามปีนขอบเรือดูจากภายนอกเธอเหมือนคนที่สลบไป แต่ความจริงแล้ว.. จอมขวัญแกล้งหลับมาได้สักพักใหญ่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่แผนอันชาญฉลาดของเธอ เธอใช้ใจวัดใจกับทัพเพลิงโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องตาย หากเขาไม่เข้ามาห้าม จอมขวัญก็ยอมที่จะกระโดดลงไปเป็นอาหารของฉลามแต่เพราะเธอรู้ว่าทัพเพลิงต้องยอมใจอ่อน เธอจึงใช้จุดนี้เรียกร้องความสงสารจากเขา และเอาคืนในเรื่องที่ลูกนัทกับแหวนทำ แม้ว่ามันจะเป็นความผิดของเธอด้วยก็ตาม“ถ้าฉันไปช่วยเธอไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้นจอมขวัญ ทำไม.. เธอต้องทำขนาดนี้ด้วย ฉันไม่เข้าใจเลย”ถัดไปนั้นก็มีเจ้าของห้องนั่งกุมมือของเธอไว้ แววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงและโกรธเคือง เขากำลังจ้องมองหญิงสาวบนเตียงอย่างไม่ละสายตาเขาพูดทุกอย่างออกมาทั้งๆที่รู้ว่าเธอไม่ได้ยิน คงมี

![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





