Se connecter“ตาคีมหนูรัญไปยังไงมายังไงถึงแวะมาที่นี่ได้จ๊ะ” ชลาพรมารดา ของอคิราห์เดินทักทายยิ้มร่าเข้ามายังห้องรับแขกที่ลูกชายและลูกสะใภ้นั่งรออยู่ ทั้งสองยกมือไหว้ ผู้เป็นแม่ดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นเคียงคู่กันมาเพราะปกติแล้วอคิราห์จะมาคนเดียวตลอดนี่แสดงว่าเวลาสามเดือนที่ผ่านมาอะไรๆ ที่นางหวังไว้เริ่มจะเห็นผลขึ้นมาบ้างแล้ว
“นั่งก่อนนะครับคุณแม่...ไม่สบายอยู่ไม่ต้องรีบเดินก็ได้” ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปประคองมารดา
“แม่ไม่เป็นไรหรอก...หนูรัญสบายดีเหรอจ๊ะ ดูหน้าแดงๆ นะ” เมื่อลูกชายประคองให้นั่งก็ไถ่ถามทุกข์สุขลูกสะใภ้ทันที
“เอ่อ...”
“ลูกสะใภ้คุณแม่ก็หน้าแดงทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว...ข้าวใหม่ปลามันทำยังไงได้ล่ะครับ” ชายหนุ่มชิงตอบเสียก่อนด้วยกลัวว่าเธอจะเอาเรื่องที่เขากลั่นแกล้งฟ้องมารดา ถ้อยขำหยิกแกมหยอกทำให้ชลาพรยิ้มรื่น
ความหวังจะให้ณัฏฐนิชมาแทนที่ผู้หญิงคนนั้นดูท่าจะไปได้สวย ก็ลูกสะใภ้คนนี้ทั้งสวยทั้งเก่งแทบทุกด้าน ความน่ารักอ่อนหวานนั้นคงแทรกซึมเข้าในหัวใจลูกชายนางบ้างล่ะ ถึงจะยังไม่ลืมเพียงอัปสรในตอนนี้แต่อยู่ไปนานๆ คนที่ตายไปแล้วก็ย่อมไม่มีความหมายอะไรอีก
จบสิ้นกันเสียที... “ที่ผมมาวันนี้....จะมาบอกคุณแม่ว่าเราจะไปฮันนีมูนกันครับ อาจจะไปสักสองสามเดือน” ณัฏฐนิชถึงกับตาโตด้วยความแปลกใจกับสิ่งที่เขาพูด เดาไม่ออกเลยว่าเขาคิดจะทำอะไร แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเธอ
“อืม...เอาสิ แต่งงานกันมาตั้งหลายเดือนแกก็มัวแต่เมาไม่สนใจเมีย ไปพักผ่อนกันสองคนก็ดีแล้ว ขากลับอย่าลืมเอาหลานมาฝากแม่นะ” ชายหนุ่มยิ้มรับคำมารดาแสดงให้สมบทบาทเต็มที่
“แล้วจะไปวันไหนล่ะ...ดูสถานที่หรือยังว่าจะไปที่ไหน”
“ไปวันนี้ครับ เครื่องออกตอนสองทุ่มผมจองตั๋วไว้แล้ว...เราจะไปฝั่งยุโรปกันครับ”
“วันนี้เลยเหรอ...ทำไมเร็วนัก” ชลาพรทำท่าแปลกใจพอๆ กับหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามเธอไม่เคยรับรู้ในสิ่งที่เขาพูดสักนิดเลย
“ผมอยากให้คุณแม่อุ้มหลานเร็วๆ นี่ครับ” คนอ้อนแม่ก้มตัวลงหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่
“ผมแวะมาลาคุณแม่น่ะครับ นี่ก็เย็นแล้วผมต้องไปเตรียมตัวก่อน” ชายหนุ่มหาโอกาสปลีกตัวทันที มาเร็วไปเร็วแบบที่ใครก็เดาใจเขาไม่ได้
“จะกลับกันเลยเหรอ หนูรัญยังไม่ได้คุยกับแม่สักคำ อยู่กินข้าวเย็นกับแม่ก่อนนะหนูรัญนะ”
“รัญ...รัญแล้วแต่คุณคีมค่ะ” คนตัวเล็กตอบอ้อมแอ้ม
“ผมอยากอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่นะครับ แต่เรารีบจริงๆ ยังไม่ได้เตรียมของกันเลย เดี๋ยวจะไม่ทันเครื่อง”
“เอาเถอะๆ ไม่เป็นไร แต่กลับมาจากฮันนีมูนรอบนี้แกต้องพาหนูรัญมาเยี่ยมแม่บ่อยๆ นะอย่าเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวอีกล่ะ” แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเหตุใดตั้งแต่แต่งงานกันมาลูกชายของเธอไม่เคยสนใจไยดีในตัวณัฏฐนิชเลย วันๆ เอาแต่เมาเหล้างานการก็ไม่ทำนั้นเป็นเพราะอะไรแต่ชลาพรก็เลือกที่จะพูดในสิ่งที่ห่างไกลความเป็นจริง “ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ แล้วจะซื้อสร้อยเพชรเม็ดใหญ่ๆ มาฝาก” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก้มลงหอมแก้มมารดาอีกฟอด ก่อนจะพยักหน้าให้ณัฏฐนิช “รัญขอตัวก่อนนะคะคุณแม่ สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้แม่สามีด้วยความนอบน้อมก่อนจะถูกสามีจอมโหดดึงมือมาจูงไว้ ชายหนุ่มส่งยิ้มน้อยๆ ให้มารดาก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
ชลาพรนั้นใช่ว่าจะไม่แปลกใจในตัวลูกชาย ก็เมื่อคืนพ่อตัวดียังเมาแอ๋จนต้องให้คนขับรถที่บ้านไปรับกลับที่สถานีตำรวจ เพราะโดนจับข้อหาเมาแล้วขับ และตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาอคิราห์ก็อยู่สภาพนั้นตลอด งานก็ไม่เคยสนใจจะทำทั้งๆ ที่เขาเป็นถึงประธานบริษัท ปล่อยทุกอย่างให้นางกับลูกน้องคนสนิทรับผิดชอบ มาวันนี้กลับอี๋อ๋อกับเมียสาวมาบอกว่าจะไปฮันนีมูน แต่ก็ช่างเถอะหากมันเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีก็ไม่น่าเป็นห่วงไม่ใช่หรือ เพราะนั่นคือความต้องการของนางอยู่แล้ว
ย้อนนึกกลับไปนางเองก็รู้สึกผิดกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น อคิราห์เป็นลูกชายคนเดียวของนางกับสามีชาวอังกฤษ หลังจากพ่อของชายหนุ่มประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตนางก็เลี้ยงดูลูกชายตัวคนเดียวมาตลอด ใช้กำลังทั้งหมดดูแลกิจการที่สามีทิ้งไว้ให้จนสามารถเติบโตเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ความผูกพันของแม่ลูกเหนียวแน่นมากเพราะมีกันเพียงสองคน หลังจากเรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศเธอก็ยกตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดให้ลูกชายส่วนตัวเองก็รามือออกมาอยู่บ้านเฉยๆ
กระทั่งเมื่อสามปีที่แล้วอคิราห์ได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งและคบหาดูใจกันเรื่อยมา ทั้งๆ ที่นางก็คัดค้านตลอดว่าทั้งคู่ไม่เหมาะสมกัน แต่อคิราห์ก็ไม่เคยฟังนับวันยิ่งรักยิ่งหลงผู้หญิงคนนั้นมากขึ้นถึงขั้นมีโครงการจะแต่งงานกัน ตอนนั้นเองที่นางเริ่มคิดหาคู่ครองให้ลูกชาย ณัฏฐนิชคือเป้าหมายนั้น หญิงสาวเป็นลูกของพสุธาเพื่อนชายสมัยเรียนของนางมาตอนหลังบิดาของหญิงสาวเสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน นางเห็นณัฏฐนิชมาตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากไปมาหาสู่กันบ่อยๆ หญิงสาวเป็นเด็กน่ารักเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้วน่าเสียดายที่มีแม่ติดการพนัน ชีวิตจึงค่อนข้างลำบาก ด้วยความสงสารและอยากช่วยเหลือจึงได้ไปสู่ขอมาให้อคิราห์ด้วยเงินสินสอดที่แพงลิบ
มณีแม่ของณัฏฐนิชตกลงทันทีอย่างไม่มีข้อแม้และไม่ถามไถ่ความเห็นของลูกสาวสักนิดเพราะเห็นแก่เงิน ทางด้านอคิราห์เธอก็ขอร้องแกมบังคับรวมทั้งขู่เข็ญสารพัดถึงขั้นตัดแม่ตัดลูกหากไม่ยอมแต่งงานกับคนที่เธอเลือกไว้ให้ ชายหนุ่มจึงยอมตกลง แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพียงอัปสรแฟนสาวของอคิราห์ประสบอุบัติเหตุในคืนวันแต่งงาน จากนั้นมาลูกชายนางก็เสียผู้เสียคนไปเลยก็ว่าได้
นางเองไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เหมือนกัน ไม่ได้อยากให้เพียงอัปสรต้องตาย แค่อยากแยกลูกชายออกจากผู้หญิงอย่างนั้นเท่านั้นเอง ไม่คิดเลยว่าเจ้าหล่อนจะเสียใจจนขาดสติขับรถพุ่งชนกับรถบรรทุกจนเสียชีวิต
“ตาคีมหนูรัญไปยังไงมายังไงถึงแวะมาที่นี่ได้จ๊ะ” ชลาพรมารดา ของอคิราห์เดินทักทายยิ้มร่าเข้ามายังห้องรับแขกที่ลูกชายและลูกสะใภ้นั่งรออยู่ ทั้งสองยกมือไหว้ ผู้เป็นแม่ดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นเคียงคู่กันมาเพราะปกติแล้วอคิราห์จะมาคนเดียวตลอดนี่แสดงว่าเวลาสามเดือนที่ผ่านมาอะไรๆ ที่นางหวังไว้เริ่มจะเห็นผลขึ้นมาบ้างแล้ว“นั่งก่อนนะครับคุณแม่...ไม่สบายอยู่ไม่ต้องรีบเดินก็ได้” ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปประคองมารดา“แม่ไม่เป็นไรหรอก...หนูรัญสบายดีเหรอจ๊ะ ดูหน้าแดงๆ นะ” เมื่อลูกชายประคองให้นั่งก็ไถ่ถามทุกข์สุขลูกสะใภ้ทันที“เอ่อ...”“ลูกสะใภ้คุณแม่ก็หน้าแดงทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว...ข้าวใหม่ปลามันทำยังไงได้ล่ะครับ” ชายหนุ่มชิงตอบเสียก่อนด้วยกลัวว่าเธอจะเอาเรื่องที่เขากลั่นแกล้งฟ้องมารดา ถ้อยขำหยิกแกมหยอกทำให้ชลาพรยิ้มรื่นความหวังจะให้ณัฏฐนิชมาแทนที่ผู้หญิงคนนั้นดูท่าจะไปได้สวย ก็ลูกสะใภ้คนนี้ทั้งสวยทั้งเก่งแทบทุกด้าน ความน่ารักอ่อนหวานนั้นคงแทรกซึมเข้าในหัวใจลูกชายนางบ้างล่ะ ถึงจะยังไม่ลืมเพียงอัปสรในตอนนี้แต่อยู่ไปนานๆ คนที่ตายไปแล้วก็ย่อมไม่มีความหมายอะไรอีกจบสิ้นกันเสียที... “ที่ผมมาวันนี้....จะมาบอกค
ตะวันบ่ายคล้อยสาดแสงอ่อนๆ ลมเย็นๆ พัดผ่านเข้าทางหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้กระทบใบหน้าของคนที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม ณัฏฐนิชค่อยๆ กะพริบตาให้รับกับแสงที่สาดส่องเข้ามา ร่างบางขยับพลิกตัวเล็กน้อยระบายความเมื่อยขบ หลังจากผ่านการร้องไห้อย่างหนักเธอก็ฟุบหลับไปด้วยความเจ็บปวดทั้งทางกายและทางใจ หญิงสาวพยุงตัวลุกขึ้นก็ยังรู้สึกได้ถึงความปวดร้าวไปทั้งร่าง แขนขาแทบยกไม่ขึ้น แต่เธอก็ยังพยายามเดินไปยังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย ความเจ็บปวดตรงจุดพึงสงวนเพิ่มความรุนแรงกว่าในตอนแรก อาจเป็นเพราะเกิดการอักเสบ และดูเหมือนเธอจะมีไข้ด้วย แม้จะรู้ว่าต่อให้ล้างยังไงเธอก็คงไม่มีวันสะอาดเหมือนก่อนแล้วแต่หญิงสาวก็ยังใช้เวลาในการอาบน้ำชำระร่างกายอยู่นานสองนานก่อนจะออกมาแต่งตัว นมสดพร้อมดื่มในตู้เย็นถูกแกะออกนำมาดื่มเพื่อรองท้องแล้วจะรับประทานยาแก้ไข้ตาม เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเธออาจจะอาการหนักกว่านี้ก็เป็นได้หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวถึงตาตุ่มด้านบนคลุมทับด้วยเสื้อคลุมแขนสามส่วนอีกทีเดินลงบันไดด้วยความเหนื่อยอ่อน วันนี้ทั้งวันเธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนอกจากนมกล่องนั้น แต่ก็ไม่ได้ปรากฏว่าหิวโหยแต่อย่างใด เรียกได้ว่าต่อให้
แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างภายในห้องนอนสุดหรู ชายหนุ่มขยับตัวด้วยความเมื่อยขบ ค่อยๆ ยันตัวเองลุกนั่งทั้งที่สองตายังหลับสนิท แต่เพราะถึงเวลาที่นอนจนเต็มอิ่มวงจรร่างกายก็สั่งการให้ต้องตื่นโดยอัตโนมัติ ร่างหนาบิดตัวไปมาขับไล่ความปวดเมื่อยพร้อมๆ กับลืมตารับวันใหม่ แต่สิ่งที่สองตาเห็นในแรกอรุณนั้นทำให้เขาตกใจจนตาค้าง “เอ๊ย...อะไรกันเนี่ย...ณัฏฐนิชเธอมานอนห้องฉันได้ยังไง” เขาใช้มือผลักร่างเล็กที่นอนสงบอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เธอยังไม่มีทีท่าว่าจะกระดิกตัว แผ่นหลังขาวสะอ้านเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นผ้านวมผืนหนามันอธิบายอะไรๆ ได้เป็นอย่างดี“ณัฏฐนิชตื่นเดี๋ยวนี้... อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนเธอ...” เหตุการณ์ต่างๆ ในค่ำคืนที่ผ่านมาเริ่มหลั่งไหลสู่ความทรงจำ ชายหนุ่มถึงกับเลือดขึ้นหน้า สายตาคมดุเอาเรื่องกับคนที่เริ่มทุลักทุเลลุกขึ้นเพราะโดนผลักเสียเต็มแรงเมื่อครู่“แพศยา!!!!...เป็นแผนของเธอใช่ไหม...เธอรอโอกาสฉันเมาเพื่อจะให้เป็นแบบนี้ใช่ไหม อยากเป็นเมียฉันจนตัวสั่นเลยเหรอ ฮึ...ผู้หญิงสารเลว”“...” เสียงด่าทอกู่ก้องปลุกณัฏฐนิชจากนิทราอันล้ำลึกทันที หญิงสาวลุกพรวดขึ้นนั่งกลัวจนตัวสั่นเมื่อเห็นสามี
“อื้อ...” ปากบางถูกประกบจูบหนักหน่วงพร้อมลิ้นหนาที่ดุนดันเข้าไปภายในฉกต้อนจนทั่วแล้วเม้มจูบเธออย่างดูดดื่มหลายครั้ง มือหนาเริ่มซุกซนลูบไล้ต่ำลงแล้วมาหยุดที่ทรวงอกอวบ ชายหนุ่มยังคงป้อนจูบนัวเนียมือแกร่งก็ออกแรงบีบเคล้นเต้าตึงรุนแรงขึ้น ณัฏฐนิชน้ำตาคลอเบ้าไม่นึกเลยว่าเธอจะต้องมาเจอเหตุการณ์อย่างนี้ หากเขาไม่เมาคงมีแต่จะขับไล่ไสส่งเธอสินะ แล้วมันจะมีความหมายอะไรกับการต้องเป็นเงาของคนอื่นมานอนกับเขาเงา...ของคนที่เขารักเขาเพ้อหาในยามที่ตื่นขึ้นมาเธอจะเป็นตัวอะไร ปกติอคิราห์ก็เกลียดเธอเหมือนเป็นอริกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนอยู่แล้ว“ขิง...ทูนหัวของผม ผมคิดถึงคุณเหลือเกินที่รัก” ปากที่พร่ำพรอดคำรักไม่ขาดพลางไล่พรมจูบกระหน่ำไม่ขาดระยะ ลิ้นชื้นปาดไล้ลงมาถึงลำคอระหงขาวนวล แล้วดูดเม้มจนเกิดรอยแดงจางๆ ไปทั่ว ก่อนที่ชุดนอนผ้าแพรจะถูกร่นและถอดออกทางศีรษะของหญิงสาวโดยที่เจ้าตัวไม่อาจฉุดรั้งได้ เป็นโชคร้ายของเธอที่ไม่ชอบใส่บราตอนนอน ส่งผลให้ทรวงอกอวบเผยโฉมเต่งตึงล่อสายตาภมรหนุ่มทันทีที่ไร้ปราการใดๆ ปกปิดเนื้อหนังมังสาที่กำลังสะพรั่งเต่งตูม
ในค่ำคืนอันมืดมิด เสียงอสุนีบาตคำรามก้องทั่วพื้นปฐพีพร้อมๆ กับสายฝนที่กระหน่ำอย่างไม่หยุดยั้ง ลมพายุย่อมๆ โบกพัดต้นไม้โยกโอนเป็นทิวแถว ภายในบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งแสงไฟจากภายในบ้านยังคงสาดส่องมาด้านนอกแม้จะปาเข้าไปจวนจะตีสามอยู่แล้วแสงไฟนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะดับลงเพื่อให้เจ้าของบ้านหลบลี้หนีพายุเข้านอนเหมือนบ้านหลังอื่นๆ“คุณอคิราห์ทำไมยังไม่กลับคะ...ฝนตกหนักเสียด้วย” เสียงหวานปานระฆังแก้วทว่าเต็มไปด้วยความหมองหม่นพร่ำพูดรำพันอยู่อย่างนั้นพร้อมๆ กับเดินวนเวียนไปภายในห้องรับแขก สายตาก็สาดส่องมองด้านนอกหาคนที่กำลังรอคอยด้วยใจจดจ่อ ความหวังครั้งแล้วครั้งเล่าว่าจะได้ยินเสียงรถของเขาขับเข้ามานั้นมืดมนเหมือนท้องฟ้าและใจเธอยามนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการรอคอยตลอดระยะเวลาสามเดือนที่แต่งงาน การรอสามีกลับบ้านจนดึกดื่นค่อนคืนเป็นกิจวัตรประจำวันของเธอไปเสียแล้ว หญิงสาวไม่เคยได้สัมผัสเลยว่าการมีชีวิตคู่ที่แสนสุขอย่างคนอื่นๆ เขามันเป็นอย่างไร“...”เสียงแตรรถดังขึ้นพร้อมๆ กับรถคันหรูที่ขับเข้ามา หญิงสาวที่ดีใจในตอนแรกกลับมองด้วยความสงสัยเพราะรถคันนั้นไม่ใช่คันที่เธอรอคอยแต่กลับเป็นรถที่บ้านแม่สามีของเธอ







