Masuk
กรพักตร์นั่งมองภาพข่าวตรงหน้าจอโทรศัพท์มือถือก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา
รายละเอียดของข่าวคือคุณหมอหนุ่มเจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังกับหญิงสาวแสนสวยเจ้าของแบรนด์ขนมชื่อดังและเจ้าของร้านอาหารที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของประเทศ
“คชากรคุณหมอหนุ่มไฟแรงอนาคตไกลกับเพียงขวัญเจ้าของร้านอาหารที่อร่อยติดอันดับของประเทศอย่างงั้นเหรอ” กรพักตร์เหยียดยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะวางโทรศัพท์ราคาแพงลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่เพราะเสียงเคาะประตูจากวรจักร ลูกน้องคนสนิทดังขึ้น
วรจักรโค้งคำนับให้เจ้านายหนุ่มหลังจากอีกฝ่ายเอ่ยอนุญาตให้เข้ามาในห้องได้
“ผมไปทำตามที่เจ้านายสั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ” ประโยคนั้นของวรจักรทำให้ริมฝีปากของกรพักตร์โค้งขึ้นคล้ายจะยิ้มคล้ายพึงพอใจกับคำตอบ
“ดีมาก” ร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของกรพักตร์ลุกจากเก้าอี้ตัวใหญ่ในห้องทำงาน เขาอยู่ในชุดสูทเนื้อดีราคาแพง
เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าดูดีเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า อีกทั้งเครื่องหน้าที่หล่อเหลารับกันอย่างลงตัว ทั้งปากหยักหนา คิ้วเข้มดกหนาเรียงตัวเป็นระเบียบกับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากกว้างได้รูป
ใบหน้าคมสันของกรพักตร์ทำให้ใครได้มองแล้วตรึงตาตรึงใจยิ่งนัก ยิ่งเป็นสาว ๆ แล้วยิ่งหลงเสน่ห์เขาได้ไม่ยาก
“ไปกันเถอะ เหยื่อติดกับแล้ว เราก็ควรจะเร่งสาวเบ็ดให้เร็วที่สุด” กรพักตร์เดินตรงไปขึ้นรถยนต์คันหรูราคาแพงที่จอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่
หลังจากรถยนต์จอดสนิทหน้าร้านขนมชื่อดัง เขาก็เดินเข้าไปภายในร้าน เห็นว่าวันนี้ภายในร้านอมยิ้มมีลูกค้ามากมาย
ชื่อร้านอาหารขนมชื่อดังที่ใคร ๆ ต้องแวะมาชิมหรือหอบหิ้วไปเป็นของฝากเป็นชื่อร้านที่จำง่ายชวนให้ต้องยิ้มตามเมื่อได้อ่านชื่อร้าน ร้านแยกเป็นสองฝั่งโซนขนมกับโซนอาหาร
ดูเหมือนพนักงานในร้านจะทำงานกันอย่างแข็งขัน แต่ก็เหมือนจะไม่ทันใจลูกค้าที่รอคิวกันอย่างเนืองแน่น
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” เสียงเอ่ยขอโทษและร่างที่เดินชนกับเขาอย่างจังทำให้กรพักตร์หันไปมอง เขาหรี่ตามองหญิงสาวแสนสวยที่เอ่ยขอโทษขอโพยเขาเป็นการใหญ่
กรพักตร์มองดี ๆ เขาก็จำได้ในทันทีว่าเธอคือเจ้าของร้านนามว่าเพียงขวัญ แต่เธอกลับอยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟไม่ต่างจากคนอื่น ๆ
ชายหนุ่มไม่ได้ทักทายเธอออกไป เขาเพียงแค่บอกว่าไม่เป็นไร ทำเหมือนไม่รู้จักเธอและเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ขนมที่ผมสั่งเอาไว้ได้หรือยังครับ” ประโยคนั้นของลูกค้าหนุ่มที่ดูเหมือนจะดูดีและทรงเสน่ห์ที่สุดในร้านทำให้เพียงขวัญที่ได้ยินเข้า รีบเอ่ยขอตัวจากลูกค้าหลังจากเสิร์ฟขนมกับเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว หันมาสนทนากับเขาในทันที
“ต้องขอประทานโทษด้วยนะคะ ดิฉันชื่อเพียงขวัญเป็นเจ้าของร้านอมยิ้มแห่งนี้ ขอเรียนเชิญคุณลูกค้าไปนั่งพักให้หายเหนื่อย รับเครื่องดื่มและขนมของเราก่อนนะคะ” เพียงขวัญรีบผายมือเชิญเขาไปมุมหนึ่งของร้านที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและไม่วุ่นวายเหมือนด้านนอก
“คุณมีเครื่องดื่มกับขนมอะไรแนะนำผมบ้างครับ ผมไม่ใคร่ชอบรับประทานของหวาน แต่ก็สามารถรับประทานได้ แค่ขอไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป”
“คุณกรพักตร์เดินทางมาเหนื่อย ๆ ดิฉันขอเสิร์ฟเป็นน้ำสมุนไพรเย็น ๆ จะได้สดชื่น อากาศร้อนแบบนี้ต้องดับกระหายคลายร้อนค่ะ ส่วนขนมก็เป็นพานาคอตต้ามะม่วงค่ะ ช่วงนี้เป็นฤดูของมะม่วง หวังว่าคุณจะเพลิดเพลินและสดชื่นกับขนมของเรานะคะ” เธอพูดอย่างไม่ติดขัดเหมือนเจ้าของร้านทั่วไปที่ชอบบริการลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด
กรพักตร์รับประทานทั้งเครื่องดื่มและขนมที่พนักงานของเธอยกมาเสิร์ฟ แล้วต้องเอ่ยชมว่าอร่อยจริง ๆ ขนมของเธอทำให้เขารู้สึกสดชื่นอย่างที่เธอบอกจริงๆ
“เป็นยังไงบ้างคะ” เพียงขวัญเอ่ยถาม หัวใจของเธอเต้นระทึกเพราะว่าหลังจากนี้เธอต้องเจรจาเรื่องขนมที่เขาสั่งเอาไว้นับพันกล่อง การเสิร์ฟเครื่องดื่มและขนมที่ทำให้เขาพึงพอใจอาจจะทำให้เขาใจเย็นลงได้บ้าง
แท้ที่จริงแล้วหากมีออร์เดอร์สั่งขนมเข้ามาเช่นนี้ เธอจะต้องจ้างพนักงานเพิ่ม แต่นั่นก็ต้องรอให้ผู้เป็นป้าอย่างคริสาอนุมัติเสียก่อน
เมื่อก่อนเธอจะปิดร้านทุกวันจันทร์ แต่เมื่อมีลูกค้ามากขึ้นผู้เป็นป้าของเธอก็ไม่ยอมให้ปิดร้าน อ้างว่าจะเสียลูกค้า ดังนั้นเลยทำให้ร้านขนมและร้านอาหารของเธอเปิดทั้งเดือน
เพียงขวัญเองก็ไม่อยากปิดร้าน เธออยากรับพนักงานเพิ่ม เพราะส่วนของการผลิตขนมที่มีสูตรเป๊ะ ๆ ตายตัวกับการขายหน้าร้านนั้นสามารถแยกส่วนกันได้ แต่เพราะผู้เป็นป้าอย่างคริสาไม่พอใจพนักงานคนไหนก็ไล่ออกเป็นว่าเล่น และไม่รับใครเข้าทำงานง่าย ๆ ทำให้เธอทำงานได้ยาก จะเรียกว่าท่านเป็นคนจุกจิกจู้จี้ก็ย่อมได้ ยิ่งอายุมากขึ้นคริสายิ่งขี้บ่นและเข้มงวดกับทุกเรื่อง
ก่อนเปิดร้านขนมและร้านอาหาร ซึ่งก็อยู่ร้านเดียวกัน แยกครัวฝั่งขนมและครัวฝั่งอาหารเอาไว้คนละด้าน คริสาเป็นคนออกปากอนุญาตให้เธอเปิดกิจการเป็นของตัวเองได้ แต่ท่านจะต้องเป็นคนถือหุ้นใหญ่ จะเรียกว่าท่านลงทุนให้ก็ย่อมได้ ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถมีปากเสียงอะไรกับท่านได้มากไปกว่าทำตามคำสั่ง
“อร่อยมากครับ ขนมที่ผมสั่งเอาไว้หนึ่งพันกล่องสำหรับนำไปเลี้ยงเด็กกำพร้าเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”
“ขนมทั้งพันชิ้นเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ดีเลยครับ”
“แต่ว่าขอให้คุณกรพักตร์รออีกสักหน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้กำลังแพ็กลงกล่องอยู่น่ะค่ะ เพื่อเป็นการขออภัยจากเรา ดิฉันจะมีส่วนลดพิเศษให้อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์นะคะ ไม่ทราบว่าคุณกรพักตร์จะโอเคไหมคะ” เธอเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจเขาเป็นที่สุด
“อย่างนั้นเหรอครับ” กรพักตร์มองหญิงสาวนิ่ง เธอมองเขาอย่างลุ้น ๆ ดูเธอกำลังตื่นเต้นและกระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งเขานิ่งไปก็ยิ่งทำให้เธอร้อนใจอย่างที่สุด
“คุณกรพักตร์โอเคไหมคะ ดิฉันต้องกราบขอโทษอีกครั้งนะคะ” เธอบีบมือเข้าหากันแน่น มือน้อยชื้นเหงื่อไปหมด ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้เขาอย่างขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
“ได้สิครับ ผมอยากเอาขนมไปทำบุญให้เด็ก ๆ ก็ต้องให้คนที่อุตส่าห์ทำขนมอร่อย ๆ ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ด้วยจริงไหมครับ” ประโยคนั้นของกรพักตร์ทำให้เพียงขวัญผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ
“ดิฉันกราบขอบพระคุณในความกรุณาของคุณมาก ๆ นะคะ แล้วก็ขออภัยจริง ๆ ที่เกิดความล่าช้าขึ้น เพราะพนักงานของดิฉันไม่เพียงพอน่ะค่ะ ตอนนี้กำลังหาคนเพิ่มอยู่ค่ะ” เธอขอบคุณเขาจากใจ ถ้าเป็นลูกค้าหัวร้อนอารมณ์ร้ายเธอคงถูกเหวี่ยงวีนหรือต่อว่าไปแล้ว ดีที่เป็นคนตรงหน้า เขาดูใจเย็นและนิ่งมาก ทำให้เธอนึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย
วรจักรรายงานให้เขารู้อยู่ตลอดว่ากรพักตร์ไม่ได้กินไม่ได้นอน เอาแต่เมาเหล้า ข้าวปลาไม่กิน ออกตามหาเพียงขวัญเหมือนคนบ้า สภาพของมันดูไม่ได้ แค่นี้ก็ทำให้เขาสะใจมากแล้วนั่นเอง จริง ๆ เขาซื้อตัววรจักรเอาไว้แล้ว วรจักรจึงรายงานทุกอย่างให้เขาได้รับรู้“ผมจัดการรายงานเรื่องเจ้านายให้คุณคชากรได้รับรู้ทุกอย่างแล้วครับ” วรจักรรายงานเจ้านายหนุ่ม กรพักตร์ยกยิ้มมุมปาก“มันคงคิดว่ามันฉลาด แต่เอาเถอะฉันจะยอมปล่อยไปตามน้ำให้มันคิดว่ามันชนะ” เรื่องที่คชากรมาซื้อตัววรจักรเขารู้ทุกอย่าง เขาก็เลยยอมให้วรจักรแกล้งถูกซื้อตัวได้ตามที่คชากรต้องการ คชากรอยากรู้ความเคลื่อนไหวของเขา เขาก็ให้วรจักรบอกสิ่งที่คชากรต้องการกลับไป เพื่อให้มันหลงคิดว่ามันฉลาด เอาเป็นว่าเรื่องที่มันรอดคดีเพราะไม่ได้วางยาบิดาเขาจริง ๆ เขาก็จะไม่ตามเอาความอีก เพราะเรื่องของธิชาทำให้เขาคาดไม่ถึง เขากับคชากรจึงไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรกันอีก ยกเว้นคริสาที่เคยทำไม่ดีกับเขาเอาไว้ นางก็ได้รับกรรมอยู่ในคุกแล้วนั่นเอง“แกบอกว่าจะไปจัดการเรื่องที่ดินของพ่อแม่แก แกจะไปวันไหนเหรอ อยากได้ทำเลสร้างบ้านเปิดร้านอาหารนี่นา แถวนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าแ
“ก่อนเขาตาย เขาก็ขอร้องให้แกเลี้ยงยายให้เขา เขาจะได้หนีไปกับผู้ชายคนอื่นไง เขาจะได้ไม่ต้องรับภาระอีก แล้วแกมันก็เป็นคนดี”“แกตอแหล ไอ้ชาแกตอแหล”“แกตามฉันมาดูให้เห็นกับตาสิ หรือแกไม่กล้า” คชากรพากรพักตร์ให้มายังสถานที่แห่งหนึ่งหญิงสาวในร้านเหล้ากึ่งผับคนหนึ่งกำลังนั่งดื่มกับลูกค้าอยู่ เขาก็พอดูออกว่าหล่อนเป็นเด็กนั่งดริ้ง หน้าตาของหล่อนคือธิชา แล้วศพของใครกันที่อยู่ในโลงวันนั้น“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”“งานศพที่แกช่วยจัด มันเป็นศพไร้ญาติ ตอนแกเดินทางมาไม่ทันรดน้ำศพเพราะรถยางรั่วก็ฝีมือธิชา ตอนจะเอาศพออกมาเผา แล้วแกมีเหตุต้องออกไปจากงานแล้วกลับมาไม่ทันยกศพไปเผาก็ฝีมือหล่อนนั่นแหละ หล่อนร้ายไหม แกว่า” คชากรเอ่ยถาม“ไม่จริง”“แต่คนที่ร้ายกว่าธิชาคือแก แกจำน้องเหมียวได้ไหม คนที่คอยตามชอบแก แต่แกปฏิเสธน้องเขา จนน้องเขาต้องคิดสั้นฆ่าตัวตาย นั่นคือผู้หญิงที่ฉันรัก แกมันไอ้สารเลว” คชากรต่อยกรพักตร์จนล้มคว่ำ ในขณะที่กรพักตร์ได้แต่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นด้วยจิตใจที่เลื่อนลอย“ฉันจะทำทุกอย่างไม่ให้แกได้เจอกับเพียงขวัญอีก ไอ้กรพักตร์” คชากรพูดจบก็เดินออกไปจากร้าน ปล่อยให้กรพักตร์ได้แต่นั่งโง่ ๆ อยู
“คุณจะโลภเอาทุกอย่างไปไม่ได้หรอกนะคุณคริส ไม่มีใครในโลกนี้ได้ทุกอย่างไปเสียหมดหรอกนะคุณคริส” “คุณก็พูดได้สิ คุณชนะแล้วนี่ แกล้งตาย แกล้งจัดงานศพขึ้นมาหลอกฉัน คุณไม่เคยรักฉันเลย”“แล้วคุณล่ะคุณคริสเคยรักผมหรือเปล่า ถึงได้วางยาผม”“คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาฉัน” คริสาเอ่ยถาม“ขวัญไงคะเป็นพยานและชมพูก็เป็นพยานอีกคนเห็นคุณป้าใส่ยาลงไปในอาหารของคุณลุง หลักฐานคือซองยาที่คุณป้าทิ้งไงคะ หนูกับชมพูถ่ายคลิปเอาไว้หมดแล้ว”“นังเนรคุณ ฉันเลี้ยงแกมา แต่แกกลับมาทำแบบนี้กับฉันอย่างนั้นเหรอ” คริสาไม่คิดว่าสาวใช้ในบ้านจะเป็นคนของกรพักตร์ที่คอยช่วยเหลือเพียงขวัญอยู่“แล้วคุณป้าทำแบบนี้กับเด็กที่เลี้ยงมาเหรอคะ คุณป้าสั่งฆ่าหนูจับหนูไปโยนลงในบ่อจระเข้ ถ้าไม่เพราะชมพูเป็นคนของคุณกร ป่านนี้หนูคงตายไปแล้ว” เพียงขวัญก็เพิ่งรู้ว่าพนักงานที่ร้านก็เป็นคนของกรพักตร์บางส่วน เพราะตอนที่เขาจับตัวเธอไปที่ไร่ ก็มีพนักงานมาหลอกเธอออกไปที่ลานจอดรถ“นังชมพูเป็นคนของแกอย่างนั้นเหรอ” คริสากัดฟันกรอด ไม่คิดว่าสาวใช้ที่รับเข้ามาใหม่จะเป็นคนของกรพักตร์แบบนี้“ก่อนที่ผมจะเข้ามาในบ้านหลังนี้ ผมก็ต้องสืบก่อนสิครับว่าสถานการณ์เป็
“คงไม่ได้หรอกครับ เพราะคนไข้ติดโควิดครับ เราต้องจัดการศพของคนไข้ให้มิดชิดเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นครับ”“สามีของฉันติดโควิดได้ยังไงกันคะ เพราะเขาไม่ได้ไปไหนเลยนะคะ อยู่แต่กับบ้าน” คริสาชะงัก ก็ไม่ถึงกับอยู่แต่กับบ้าน สามีของเธอออกไปเจอกับก๊วนเพื่อนของเขาเหมือนกัน“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เดี๋ยวทางโรงพยาบาลจะจัดการศพให้เรียบร้อยและช่วยส่งศพไปฌาปนกิจตามที่ทางญาติต้องการนะครับ หรือถ้าทางญาติไม่สะดวกหาวัดทางโรงพยาบาลก็มีวัดที่จะแนะนำให้ครับ” คุณหมอพูดจบก็เดินจากไป ปล่อยให้ญาติ ๆ ได้คุยกับเจ้าหน้าที่“โธ่... คุณกันต์ไม่น่าเลย เห็นกันอยู่หลัด ๆ”“เลิกร้องไห้สักทีเถอะครับ ผมรู้ว่าคุณตอแหล” ประโยคของกรพักตร์ทำให้คริสาหันขวับไปมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง“มองผมแบบนี้จะฆ่าผมเหรอครับ ผมไม่จำเป็นต้องพูดดีกับคุณก็ได้ คุณจิกเรียกผมว่าแกทุกคำลับหลังคุณพ่อ คุณจำได้ไหมเมื่อสิบกว่าปีก่อนคุณทำอะไรเอาไว้กับผม คุณตอแหลว่าผมตบคุณ ทำร้ายคุณ ทำให้พ่อทำร้ายผมไล่ผมออกจากบ้าน” กรพักตร์เดินเข้าหาด้วยท่าทีเกลียดชัง ในขณะที่คริสาถอยหนี แต่คชากรเข้ามาดันร่างของนางไปทางด้านหลังเพื่อปกป้อง ก่อนจะเผช
“แต่แกมีเวลามาดูแลผัวฉัน หรือแกคิดอะไร”“คิดอะไรเหรอคะ” เพียงขวัญเห็นพฤติกรรมร้าย ๆ ของผู้เป็นป้าแล้วทำให้เธอหมดศรัทธา กล้าลุกขึ้นมาเผชิญหน้าและท้าทายต่อท่าน“แกอยากจะเป็นเมียคุณกันต์อีกคนรึไง เพราะเห็นว่าเขากำลังจะตาย”“ขวัญไม่เคยมีความคิดชั่ว ๆ แบบนั้นอยู่ในหัวเลยค่ะ อย่าเอาความคิดของตัวเองมายัดเยียดให้คนอื่นแบบนั้นสิคะ”เพี้ยะ!!! ใบหน้าของเพียงขวัญหันไปตามแรงตบเมื่อคริสาตบหลานสาวนอกไส้เต็มแรง“อย่านึกนะคะว่าขวัญไม่รู้ว่าคุณป้าทำเลวอะไรเอาไว้บ้าง”“ฉันทำอะไรฮะนังขวัญ ฉันทำอะไร” คริสากระชากผมของเพียงขวัญจนหน้าหงาย เพราะปกติแล้วเพียงขวัญไม่เคยต่อต้านหรือขึ้นเสียงอะไรกับเธอเลย“คุณป้าคิดจะวางยาคุณลุงใช่ไหมล่ะคะ”“นังขวัญ”“ขวัญได้ยินทุกอย่างที่คุณป้าคุยกับพี่หมอ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ ขวัญถือว่าคุณป้ามีบุญคุณที่เลี้ยงดูขวัญมา ขวัญเลยเตือนคุณป้าด้วยความหวังดี แล้วขวัญจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร”“นังขวัญ เดี๋ยวนี้แกกล้ามาสั่งฉันอย่างนั้นเหรอ คนอย่างแกมันเป็นแค่กาฝากที่ฉันเลี้ยงดูมาเท่านั้น อย่าสะเออะมาสั่งสอนอะไรฉันอีก”“คุณป้าจะทำเลวกับคุณลุงเหมือนที่ทำกับพ่อแม่ขวัญอีกเหรอคะ หยุดเถอะค่ะ” ประ
“น้ารู้ไหมจ๊ะว่าพ่อกับแม่ของขวัญมีที่ดินหรือทรัพย์สมบัติอะไรบ้าง” “ตอนนั้นยังเด็กก็ไม่แน่ใจนะ ลองไปถามกำนันเพิ่มดูสิ ใครเป็นเจ้าของที่ดินแถบนี้ กำนันรู้หมดแหละ” บุญพาบอกเส้นทางให้สองสาวได้รับรู้ ก่อนที่เพียงขวัญกับมะลิลาจะเดินทางไปยังบ้านของกำนันเพิ่ม“สวัสดีค่ะ มีใครอยู่บ้างไหมจ๊ะ” เรียกอยู่พักใหญ่ก็มีชายหญิงวัยชราออกมาชะโงกหน้าดูที่หน้าเรือนไทยหลังใหญ่“มาหาใครจ๊ะ” เมียของอดีตกำนันเพิ่มเอ่ยถาม“มาหากำนันเพิ่มจ้ะ” ประโยคคำตอบของเพียงขวัญทำให้สองสาวถูกเชิญขึ้นไปนั่งคุยกันบนเรือน และสองสาวก็ได้รู้ว่ากำนันเพิ่มนั้นเกษียณนานแล้วและตอนนี้ก็ชรามากแล้วด้วย“มีธุระอะไรเหรอ” อดีตกำนันสูงวัยเอ่ยถาม เพียงขวัญจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังว่าเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร“อ้อ... ที่ดินของนายสิทธิ์กับนังลินก็ตรงโน้นไง ราคาสูงเลยนะตอนนี้เพราะมีถนนตัดผ่านแถมยังมีวิวภูเขาอีกด้วย เราเป็นทายาทจะมาจัดการที่ดินตรงนั้นเหรอ”“วันนี้แค่แวะมาดูเฉย ๆ น่ะค่ะ”“แต่พ่อแม่เราเขาก็ฝากฝังที่ดินผืนนี้เอาไว้กับคริสาไม่ใช่เหรอ คริสาเขารับหนูไปเลี้ยงแต่เด็ก ฉันจำได้”“กำนันรู้จักป้าคริสด้วยเหรอคะ”“รู้จักสิเขาเป็นลูกบ้านของฉัน พอพ่อ
เพียงขวัญบ่นไปตลอดทางเรื่องฝนตก หลังจากออกมาจากคลินิกเสริมความงามของคชากร เธอมาเข้าคอร์ดเจ้าสาว ฉีดโน่นฉีดนี่ตามที่คชากรบอก ส่วนมากเป็นพวกวิตามินบำรุงผิวแล้วก็ดูแลพวกเส้นผมและเล็บมือเล็บเท้า ช่วงนี้เธอจึงดูผุดผ่องเป็นพิเศษ อาจเพราะอาหารการกินที่คชากรรับประทานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เธอจึงได้อานิสงฆ์รั
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย ว้าย! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อโดนกระชากกระเป๋า แถมเกือบโดนคมมีดกรีดเข้าให้ที่แขน“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงเข้มดังขึ้น ก่อนที่ร่างของกรพักตร์จะปรากฏกาย เขาเข้าไปช่วยเพียงขวัญโดยการเตะต่อยจัดการกับคนร้าย จนมันหนีหายไป“คุณเป็นยังไงบ้างครับ” เขาเอ่ยถามด้วยความห่วงใ
เพียงขวัญเดินไปรับกระเป๋ากับเสื้อสูทราคาแพงจากคชากรมาถือเอาไว้สาวใช้นำน้ำมาเสิร์ฟให้ ในขณะที่คชากรรับน้ำมาดื่มก่อนกล่าวทักทายมารดาที่เคารพรัก“วันนี้คุณแม่ไม่ออกไปไหนเหรอครับ” ปกติแล้วมารดาของเขาจะออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์บ่อยครั้ง“ไม่ได้ไปไหนจ้ะ” คริสาปลายตามองหลานสาวที่เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านหลัง
ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีทำให้เพียงขวัญผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทั้งร้านที่วันนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งขนมที่ออร์เดอร์เข้ามารัว ๆ แถมยังเป็นออร์เดอร์ที่ทำให้เธอกับพนักงานแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนอีกด้วยกลับถึงบ้านเธอคงต้องคุยเรื่องนี้กับผู้เป็นป้าจริง ๆ จัง ๆ เสียแล้ว การรับพนักงานเพิ่มคือสิ่งท







