LOGINเพียงขวัญเดินไปรับกระเป๋ากับเสื้อสูทราคาแพงจากคชากรมาถือเอาไว้
สาวใช้นำน้ำมาเสิร์ฟให้ ในขณะที่คชากรรับน้ำมาดื่มก่อนกล่าวทักทายมารดาที่เคารพรัก
“วันนี้คุณแม่ไม่ออกไปไหนเหรอครับ” ปกติแล้วมารดาของเขาจะออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์บ่อยครั้ง
“ไม่ได้ไปไหนจ้ะ” คริสาปลายตามองหลานสาวที่เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านหลังจากที่นำเสื้อสูทและกระเป๋าเอกสารไปเก็บเรียบร้อยแล้ว
“พี่หมอคะ จะอาบน้ำเลยหรือเปล่าคะ ขวัญจะได้ผสมน้ำให้อาบ” น้ำเสียงนุ่มนวลและความเอาใจใส่ของเพียงขวัญทำให้คชากรยิ้มออกมา
“เราเพิ่งกลับมาเหรอ” เขาเอ่ยถาม
“เพิ่งกลับมาค่ะ” เธอตอบรับด้วยรอยยิ้ม คชากรมีน้ำใจเอื้ออารีต่อเธอเสมอ ดังนั้นเมื่อผู้เป็นป้าขอร้องสิ่งใด ที่จะดูแลรับใช้หรือช่วยเหลือคชากร เธอจึงยอมทำตามทุกอย่าง
“เพิ่งกลับมาก็ไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนเถอะ จะได้สบายตัว พี่ขอคุยกับคุณแม่สักครู่”
“ค่ะพี่หมอ”
“ดูเอาเถอะ แม่พูดอะไรก็หาเรื่องขัดอยู่ร่ำไป พอเราพูดอะไรแม่ขวัญเขาทำตามอย่างไม่อิดออด แม่ชักน้อยใจแล้วสิ”
“โธ่... คุณป้าคะ ขวัญรักและเคารพคุณป้ามากนะคะ ขวัญไม่ได้คิดที่จะขัดคุณป้าเลยจริง ๆ ค่ะ” ท่าทีออดอ้อนของหลานสาวทำให้คริสาต้องลูบผมนุ่มของอีกฝ่ายไปมาเบา ๆ
“ก็ดีแล้ว ป้าเองก็รักเรามากเหมือนกัน”
“หนูรู้ค่ะ”
“ไปอาบน้ำเถอะ จะได้สบายตัวเหมือนพี่เขาว่า” คริสาพยักให้หลานสาว
“ค่ะคุณป้า” เพียงขวัญรับคำก่อนที่จะเลี่ยงขึ้นไปอาบน้ำบนห้องพัก
“คุณแม่มีอะไรกับผมเหรอครับ” คชากรเอ่ยถามมารดา เพราะก่อนกลับมาถึงบ้านท่านได้โทร. ไปบอกเขาว่ามีธุระต้องการจะคุยด้วย
“เรื่องแต่งงานของเรากับแม่ขวัญ” คริสาเอ่ยออกมา
“ต้องรีบขนาดนั้นเลยเหรอครับ” คชากรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพตามแบบฉบับของเขา ภาพลักษณ์ของคุณหมอหนุ่มคือผู้ชายใจดี อบอุ่นและพูดจาไพเราะอ่อนโยน ดังนั้นคลินิกเสริมความงามของเขาจึงมีลูกค้าสาว ๆ เป็นจำนวนมาก
“ประกาศไปแล้วยังไงก็ต้องแต่งจ้ะ อีกอย่างหนึ่งยายขวัญก็บรรลุนิติภาวะแล้วด้วย มรดกที่ดินของพ่อแม่ยายขวัญก็ราคาสูงขนาดนั้น มันก็ต้องเป็นของเราสิ จะให้ตกไปเป็นของคนอื่นได้อย่างไรกัน”
“คุณแม่แค่อยากได้ที่ดินของเพียงขวัญเหรอครับ”
“รึเราไม่อยากได้ ที่ดินราคาแพงขนาดนั้น”
“เพียงขวัญรู้หรือยังครับว่าเขาได้รับมรดกเป็นที่ดินมีราคาขนาดนั้น”
“ยังจ้ะ เรื่องอะไรจะบอก ค่อยบอกตอนแต่งงานหรือไม่บอกเลยก็ได้ ใครจะมาบอกกันล่ะว่ายายขวัญได้ที่ดินเป็นมรดกมากมายมหาศาล ตอนแม่รับยายขวัญมาเลี้ยงก็ไม่มีญาติที่ไหน แม่เลี้ยงมันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ยังไงมันก็ต้องตอบแทนบุญคุณของแม่”
“คุณแม่เลี้ยงเพียงขวัญเพราะอยากได้แค่ที่ดินมีราคาตรงนั้นแค่นั้นเองไม่ใช่เหรอครับ อย่าไปทวงบุญคุณกับเด็กมันเลย”
“นี่หยุดนะ ที่พูดจาบ่ายเบี่ยงอย่าคิดว่าแม่ไม่รู้นะ แม่ไม่สั่งให้เลิก แต่ถ้าไม่แต่งแม่ก็คงต้องใจร้ายกับเรานะตาหมอ”
“คุณแม่ก็ใจร้ายกับทุกคนนั่นแหละครับ เอาเถอะ ผมจะแต่งงานให้คุณแม่สมใจก็แล้วกันครับ”
“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว” คำพูดเฉียบขาดของมารดาทำให้คชากรไม่พูดอะไรอีก เขายึดคติที่ว่าพูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง
“เรื่องที่ร้าน คุณแม่ไม่ควรกดดันเพียงขวัญนะครับ”
“ยายขวัญฟ้องเราอีกรึ”
“ก็ไม่เชิงหรอกครับ แต่ผมคิดว่าคุณแม่ควรจ้างพนักงานเพิ่ม เพราะการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นนะครับ”
“ที่แม่ทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้ยายขวัญเติบโตยังไงล่ะ ขืนมีรายได้เยอะ มันก็อาจจะหาลู่ทางตีตัวออกหากเราน่ะสิ มันเก่งทั้งอาหารทั้งขนม เปิดร้านเองยังได้ ไม่ต้องพึ่งพิงเราหรอก”
“คุณแม่ระแวงไปหรือเปล่าครับ เพียงขวัญรักคุณแม่ยิ่งกว่าอะไร ไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกครับ ผมคิดว่าคุณแม่ควรจะสนับสนุนเพียงขวัญให้เจริญก้าวหน้าดีกว่านะครับ เพราะยังไงคุณแม่ก็มีหุ้นส่วนเยอะ จะบอกว่าเป็นเจ้าของตัวจริงยังได้เลย รายได้ทั้งหมดก็เป็นของคุณแม่นี่ครับ”
“เราคิดแบบนั้นเหรอ”
“ถ้าคุณแม่จะให้ผมแต่งงานกับเพียงขวัญ ก็ต้องอัพเกรดตัวเธอหน่อยสิครับ ให้เธอเป็นคนมีชื่อเสียงและเป็นที่สนใจ จะได้คู่ควรกับคุณหมอหนุ่มอนาคตไกล เจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังที่คุณแม่ปูทางมาตลอด คุณแม่เองก็พูดกรอกหูเพียงขวัญมาตลอดว่าต้องเป็นคนเก่งคนดีของสังคมเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นภรรยาของผม คุณแม่ลืมไปแล้วเหรอครับ”
“ก็จริงนะ”
“ถ้ามัวแต่คิดเล็กคิดน้อย เราจะไม่โตนะครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เหนียวตัวอยากอาบน้ำเต็มทีแล้ว” คชากรทิ้งท้ายกับมารดาเอาไว้แค่นั้น ก่อนจะเอ่ยขอตัว นั่นทำให้คริสาได้คิด แต่ความคิดของนางก็คือทำให้เพียงขวัญเป็นผู้หญิงที่ใคร ๆ ก็อยากได้ไปเป็นภรรยา แต่อยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ เธอไม่มีทางให้เพียงขวัญหลุดกรอบไปชอบผู้ชายคนอื่นอย่างแน่นอน
“พี่หมอมาแล้วเหรอคะ แสดงว่าขวัญกะเวลาถูก ขวัญเตรียมน้ำเอาไว้ให้พี่หมอแล้วนะคะ”
“ขวัญนี่น่ารักจังเลย รู้ใจพี่ตลอด” เขาโยกศีรษะของเธอไปมาอย่างเอ็นดู ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ จึงเห็นว่ามีผ้าขนหนู แปรงสีฟันที่บีบยาสีฟัน เตรียมเอาไว้ ส่วนบนที่นอนมีชุดที่เธอเตรียมเอาไว้ให้อย่างเรียบร้อย
“ถ้าพี่หมอต้องการอะไรก็เรียกหาขวัญได้นะคะ”
“ไม่แล้วครับ ขวัญทำงานมาเหนื่อย ๆ พี่ไม่รบกวนดีกว่าครับ พี่โตแล้วทำอะไรเองได้ ขวัญเองก็ควรมีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง”
“แต่”
“อย่าไปฟังคุณแม่นักเลย พี่รู้ว่าคุณแม่กดดันให้ขวัญดูแลพี่ และวาดหวังจะให้ขวัญเป็นภรรยาที่ดีของพี่ แต่พี่ไม่ได้ต้องการภรรยาที่ดีที่สุดหรอกนะ เพราะไม่มีใครดีที่สุด พี่ต้องการเพียงภรรยาที่มีความสุข ที่จะอยู่กับพี่ไปตลอดชีวิตก็เท่านั้นเองครับ” ประโยคของคชากรทำให้เพียงขวัญยิ้มกว้างออกมา การได้อยู่กับพี่ชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกดีเสมอ
“ขอบคุณพี่หมอมากนะคะที่เข้าใจขวัญ”
“มีอะไรก็บอกพี่ได้นะ ไม่ต้องคิดมากเรื่องคุณแม่หรอก พี่ขอตัวไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวเรากินมื้อค่ำด้วยกันนะครับคนดี พี่รู้สึกหิวมากเลยตอนนี้”
“ค่ะพี่หมอ” เธอรับคำก่อนจะเลี่ยงออกมาจากห้อง
ปกติแล้วคชากรไม่กินอาหารหนักในมื้อค่ำ มื้อค่ำจึงเป็นแค่อาหารเบา ๆ พวกสลักผักผลไม้ และพวกถั่วต่าง ๆ มีโยเกิร์ต มีน้ำผักผลไม้ปั่นไม่ใส่น้ำตาล แค่นั้นก็ทำให้อิ่มท้องแล้ว อาหารมัน กะทิและอาหารทอดคชากรหลีกเลี่ยงเสมอ เขาไม่รับประทานมันหากไม่จำเป็น
เธอรู้ดีว่าเขาห่วงใยสุขภาพ ดังนั้นเธอจึงพลอยได้รับประทานอาหารที่ดีมีคุณภาพไปด้วย เพราะเธอต้องทำอาหารให้เขารับประทานแทบทุกมื้อ จึงทำเผื่อตัวเองด้วย
“เมนูของเราอร่อยทุกอย่าง นี่ถ้าทำเมนูเพื่อสุขภาพขายด้วยพี่ว่าต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่ ๆ ปัจจุบันนี้ คนหันมาใส่ใจต่อสุขภาพกันมากนะ” คชากรพูดกับเพียงขวัญขณะรับประทานอาหารด้วยกัน
“ไอเดียพี่หมอดีมากเลยค่ะ ขวัญก็คิดอยู่เหมือนกันค่ะว่าจะมีอาหารเมนูเพื่อสุขภาพเพิ่มเข้าไปในร้าน เรามีบริการส่งถึงบ้านด้วย น่าจะตอบโจทย์คนที่ไม่ค่อยมีเวลาและใส่ใจต่อสุขภาพพอสมควรค่ะ”
“พี่สนับสนุน อาหารฝีมือของเรานะ อร่อยทุกอย่าง ทำแพ็กเก็จสวย ๆ พี่ว่าต้องขายดีแน่นอน พี่เชื่อแบบนั้น”
“ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มกว้างให้เขา มีความสุขเสมอที่คชากรคอยสนับสนุนเธอในทุก ๆ ทาง
วรจักรรายงานให้เขารู้อยู่ตลอดว่ากรพักตร์ไม่ได้กินไม่ได้นอน เอาแต่เมาเหล้า ข้าวปลาไม่กิน ออกตามหาเพียงขวัญเหมือนคนบ้า สภาพของมันดูไม่ได้ แค่นี้ก็ทำให้เขาสะใจมากแล้วนั่นเอง จริง ๆ เขาซื้อตัววรจักรเอาไว้แล้ว วรจักรจึงรายงานทุกอย่างให้เขาได้รับรู้“ผมจัดการรายงานเรื่องเจ้านายให้คุณคชากรได้รับรู้ทุกอย่างแล้วครับ” วรจักรรายงานเจ้านายหนุ่ม กรพักตร์ยกยิ้มมุมปาก“มันคงคิดว่ามันฉลาด แต่เอาเถอะฉันจะยอมปล่อยไปตามน้ำให้มันคิดว่ามันชนะ” เรื่องที่คชากรมาซื้อตัววรจักรเขารู้ทุกอย่าง เขาก็เลยยอมให้วรจักรแกล้งถูกซื้อตัวได้ตามที่คชากรต้องการ คชากรอยากรู้ความเคลื่อนไหวของเขา เขาก็ให้วรจักรบอกสิ่งที่คชากรต้องการกลับไป เพื่อให้มันหลงคิดว่ามันฉลาด เอาเป็นว่าเรื่องที่มันรอดคดีเพราะไม่ได้วางยาบิดาเขาจริง ๆ เขาก็จะไม่ตามเอาความอีก เพราะเรื่องของธิชาทำให้เขาคาดไม่ถึง เขากับคชากรจึงไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรกันอีก ยกเว้นคริสาที่เคยทำไม่ดีกับเขาเอาไว้ นางก็ได้รับกรรมอยู่ในคุกแล้วนั่นเอง“แกบอกว่าจะไปจัดการเรื่องที่ดินของพ่อแม่แก แกจะไปวันไหนเหรอ อยากได้ทำเลสร้างบ้านเปิดร้านอาหารนี่นา แถวนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าแ
“ก่อนเขาตาย เขาก็ขอร้องให้แกเลี้ยงยายให้เขา เขาจะได้หนีไปกับผู้ชายคนอื่นไง เขาจะได้ไม่ต้องรับภาระอีก แล้วแกมันก็เป็นคนดี”“แกตอแหล ไอ้ชาแกตอแหล”“แกตามฉันมาดูให้เห็นกับตาสิ หรือแกไม่กล้า” คชากรพากรพักตร์ให้มายังสถานที่แห่งหนึ่งหญิงสาวในร้านเหล้ากึ่งผับคนหนึ่งกำลังนั่งดื่มกับลูกค้าอยู่ เขาก็พอดูออกว่าหล่อนเป็นเด็กนั่งดริ้ง หน้าตาของหล่อนคือธิชา แล้วศพของใครกันที่อยู่ในโลงวันนั้น“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”“งานศพที่แกช่วยจัด มันเป็นศพไร้ญาติ ตอนแกเดินทางมาไม่ทันรดน้ำศพเพราะรถยางรั่วก็ฝีมือธิชา ตอนจะเอาศพออกมาเผา แล้วแกมีเหตุต้องออกไปจากงานแล้วกลับมาไม่ทันยกศพไปเผาก็ฝีมือหล่อนนั่นแหละ หล่อนร้ายไหม แกว่า” คชากรเอ่ยถาม“ไม่จริง”“แต่คนที่ร้ายกว่าธิชาคือแก แกจำน้องเหมียวได้ไหม คนที่คอยตามชอบแก แต่แกปฏิเสธน้องเขา จนน้องเขาต้องคิดสั้นฆ่าตัวตาย นั่นคือผู้หญิงที่ฉันรัก แกมันไอ้สารเลว” คชากรต่อยกรพักตร์จนล้มคว่ำ ในขณะที่กรพักตร์ได้แต่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นด้วยจิตใจที่เลื่อนลอย“ฉันจะทำทุกอย่างไม่ให้แกได้เจอกับเพียงขวัญอีก ไอ้กรพักตร์” คชากรพูดจบก็เดินออกไปจากร้าน ปล่อยให้กรพักตร์ได้แต่นั่งโง่ ๆ อยู
“คุณจะโลภเอาทุกอย่างไปไม่ได้หรอกนะคุณคริส ไม่มีใครในโลกนี้ได้ทุกอย่างไปเสียหมดหรอกนะคุณคริส” “คุณก็พูดได้สิ คุณชนะแล้วนี่ แกล้งตาย แกล้งจัดงานศพขึ้นมาหลอกฉัน คุณไม่เคยรักฉันเลย”“แล้วคุณล่ะคุณคริสเคยรักผมหรือเปล่า ถึงได้วางยาผม”“คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาฉัน” คริสาเอ่ยถาม“ขวัญไงคะเป็นพยานและชมพูก็เป็นพยานอีกคนเห็นคุณป้าใส่ยาลงไปในอาหารของคุณลุง หลักฐานคือซองยาที่คุณป้าทิ้งไงคะ หนูกับชมพูถ่ายคลิปเอาไว้หมดแล้ว”“นังเนรคุณ ฉันเลี้ยงแกมา แต่แกกลับมาทำแบบนี้กับฉันอย่างนั้นเหรอ” คริสาไม่คิดว่าสาวใช้ในบ้านจะเป็นคนของกรพักตร์ที่คอยช่วยเหลือเพียงขวัญอยู่“แล้วคุณป้าทำแบบนี้กับเด็กที่เลี้ยงมาเหรอคะ คุณป้าสั่งฆ่าหนูจับหนูไปโยนลงในบ่อจระเข้ ถ้าไม่เพราะชมพูเป็นคนของคุณกร ป่านนี้หนูคงตายไปแล้ว” เพียงขวัญก็เพิ่งรู้ว่าพนักงานที่ร้านก็เป็นคนของกรพักตร์บางส่วน เพราะตอนที่เขาจับตัวเธอไปที่ไร่ ก็มีพนักงานมาหลอกเธอออกไปที่ลานจอดรถ“นังชมพูเป็นคนของแกอย่างนั้นเหรอ” คริสากัดฟันกรอด ไม่คิดว่าสาวใช้ที่รับเข้ามาใหม่จะเป็นคนของกรพักตร์แบบนี้“ก่อนที่ผมจะเข้ามาในบ้านหลังนี้ ผมก็ต้องสืบก่อนสิครับว่าสถานการณ์เป็
“คงไม่ได้หรอกครับ เพราะคนไข้ติดโควิดครับ เราต้องจัดการศพของคนไข้ให้มิดชิดเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นครับ”“สามีของฉันติดโควิดได้ยังไงกันคะ เพราะเขาไม่ได้ไปไหนเลยนะคะ อยู่แต่กับบ้าน” คริสาชะงัก ก็ไม่ถึงกับอยู่แต่กับบ้าน สามีของเธอออกไปเจอกับก๊วนเพื่อนของเขาเหมือนกัน“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เดี๋ยวทางโรงพยาบาลจะจัดการศพให้เรียบร้อยและช่วยส่งศพไปฌาปนกิจตามที่ทางญาติต้องการนะครับ หรือถ้าทางญาติไม่สะดวกหาวัดทางโรงพยาบาลก็มีวัดที่จะแนะนำให้ครับ” คุณหมอพูดจบก็เดินจากไป ปล่อยให้ญาติ ๆ ได้คุยกับเจ้าหน้าที่“โธ่... คุณกันต์ไม่น่าเลย เห็นกันอยู่หลัด ๆ”“เลิกร้องไห้สักทีเถอะครับ ผมรู้ว่าคุณตอแหล” ประโยคของกรพักตร์ทำให้คริสาหันขวับไปมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง“มองผมแบบนี้จะฆ่าผมเหรอครับ ผมไม่จำเป็นต้องพูดดีกับคุณก็ได้ คุณจิกเรียกผมว่าแกทุกคำลับหลังคุณพ่อ คุณจำได้ไหมเมื่อสิบกว่าปีก่อนคุณทำอะไรเอาไว้กับผม คุณตอแหลว่าผมตบคุณ ทำร้ายคุณ ทำให้พ่อทำร้ายผมไล่ผมออกจากบ้าน” กรพักตร์เดินเข้าหาด้วยท่าทีเกลียดชัง ในขณะที่คริสาถอยหนี แต่คชากรเข้ามาดันร่างของนางไปทางด้านหลังเพื่อปกป้อง ก่อนจะเผช
“แต่แกมีเวลามาดูแลผัวฉัน หรือแกคิดอะไร”“คิดอะไรเหรอคะ” เพียงขวัญเห็นพฤติกรรมร้าย ๆ ของผู้เป็นป้าแล้วทำให้เธอหมดศรัทธา กล้าลุกขึ้นมาเผชิญหน้าและท้าทายต่อท่าน“แกอยากจะเป็นเมียคุณกันต์อีกคนรึไง เพราะเห็นว่าเขากำลังจะตาย”“ขวัญไม่เคยมีความคิดชั่ว ๆ แบบนั้นอยู่ในหัวเลยค่ะ อย่าเอาความคิดของตัวเองมายัดเยียดให้คนอื่นแบบนั้นสิคะ”เพี้ยะ!!! ใบหน้าของเพียงขวัญหันไปตามแรงตบเมื่อคริสาตบหลานสาวนอกไส้เต็มแรง“อย่านึกนะคะว่าขวัญไม่รู้ว่าคุณป้าทำเลวอะไรเอาไว้บ้าง”“ฉันทำอะไรฮะนังขวัญ ฉันทำอะไร” คริสากระชากผมของเพียงขวัญจนหน้าหงาย เพราะปกติแล้วเพียงขวัญไม่เคยต่อต้านหรือขึ้นเสียงอะไรกับเธอเลย“คุณป้าคิดจะวางยาคุณลุงใช่ไหมล่ะคะ”“นังขวัญ”“ขวัญได้ยินทุกอย่างที่คุณป้าคุยกับพี่หมอ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ ขวัญถือว่าคุณป้ามีบุญคุณที่เลี้ยงดูขวัญมา ขวัญเลยเตือนคุณป้าด้วยความหวังดี แล้วขวัญจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร”“นังขวัญ เดี๋ยวนี้แกกล้ามาสั่งฉันอย่างนั้นเหรอ คนอย่างแกมันเป็นแค่กาฝากที่ฉันเลี้ยงดูมาเท่านั้น อย่าสะเออะมาสั่งสอนอะไรฉันอีก”“คุณป้าจะทำเลวกับคุณลุงเหมือนที่ทำกับพ่อแม่ขวัญอีกเหรอคะ หยุดเถอะค่ะ” ประ
“น้ารู้ไหมจ๊ะว่าพ่อกับแม่ของขวัญมีที่ดินหรือทรัพย์สมบัติอะไรบ้าง” “ตอนนั้นยังเด็กก็ไม่แน่ใจนะ ลองไปถามกำนันเพิ่มดูสิ ใครเป็นเจ้าของที่ดินแถบนี้ กำนันรู้หมดแหละ” บุญพาบอกเส้นทางให้สองสาวได้รับรู้ ก่อนที่เพียงขวัญกับมะลิลาจะเดินทางไปยังบ้านของกำนันเพิ่ม“สวัสดีค่ะ มีใครอยู่บ้างไหมจ๊ะ” เรียกอยู่พักใหญ่ก็มีชายหญิงวัยชราออกมาชะโงกหน้าดูที่หน้าเรือนไทยหลังใหญ่“มาหาใครจ๊ะ” เมียของอดีตกำนันเพิ่มเอ่ยถาม“มาหากำนันเพิ่มจ้ะ” ประโยคคำตอบของเพียงขวัญทำให้สองสาวถูกเชิญขึ้นไปนั่งคุยกันบนเรือน และสองสาวก็ได้รู้ว่ากำนันเพิ่มนั้นเกษียณนานแล้วและตอนนี้ก็ชรามากแล้วด้วย“มีธุระอะไรเหรอ” อดีตกำนันสูงวัยเอ่ยถาม เพียงขวัญจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังว่าเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร“อ้อ... ที่ดินของนายสิทธิ์กับนังลินก็ตรงโน้นไง ราคาสูงเลยนะตอนนี้เพราะมีถนนตัดผ่านแถมยังมีวิวภูเขาอีกด้วย เราเป็นทายาทจะมาจัดการที่ดินตรงนั้นเหรอ”“วันนี้แค่แวะมาดูเฉย ๆ น่ะค่ะ”“แต่พ่อแม่เราเขาก็ฝากฝังที่ดินผืนนี้เอาไว้กับคริสาไม่ใช่เหรอ คริสาเขารับหนูไปเลี้ยงแต่เด็ก ฉันจำได้”“กำนันรู้จักป้าคริสด้วยเหรอคะ”“รู้จักสิเขาเป็นลูกบ้านของฉัน พอพ่อ
เพียงขวัญบ่นไปตลอดทางเรื่องฝนตก หลังจากออกมาจากคลินิกเสริมความงามของคชากร เธอมาเข้าคอร์ดเจ้าสาว ฉีดโน่นฉีดนี่ตามที่คชากรบอก ส่วนมากเป็นพวกวิตามินบำรุงผิวแล้วก็ดูแลพวกเส้นผมและเล็บมือเล็บเท้า ช่วงนี้เธอจึงดูผุดผ่องเป็นพิเศษ อาจเพราะอาหารการกินที่คชากรรับประทานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เธอจึงได้อานิสงฆ์รั
เธออบรมสั่งสอนให้เพียงขวัญกตัญญู มองเธอเป็นผู้มีพระคุณ ที่สำคัญก็คือให้คอยดูแลรับใช้คชากร และยัดความคิดฝังหัวว่าอีกฝ่ายคือสามีในอนาคต การมีเพียงขวัญเข้ามาในชีวิตทำให้เธอรู้สึกว่าอยู่เหนือคนอื่น มีคนรับใช้ส่วนตัว ทั้ง ๆ ที่ชีวิตจริงไม่เคยมีเช่นนั้น ต้องคอยรับใช้คนอื่น เพราะฐานะด้อยกว่า แต่พอเธออยู่
คริสานึกถึงอดีตที่เกิดขึ้น ตอนนั้นเธอพาลูกชายเข้ามาอยู่ในบ้านของกลกันต์ ทำให้กรพักตร์ต่อต้านเป็นอันมาก เธอมารู้จากคชากรอีกว่ากรพักตร์เป็นคู่แข่งทุกอย่างของลูกชาย ทั้งเรียนดี กีฬาเด่น แถมเรื่องการสอบชิงทุนและอะไรอีกหลายอย่าง เธอจึงคิดที่จะกำจัดกรพักตร์ออกไปจากชีวิตของเธอกับลูกกรพักตร์มีข้อเสียตรงที
“เอาแบบนี้ไหมคะ ฉันไปทำกับข้าวให้คุณกินเอง”“คุณไม่ต้องรีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ครอบครัวเหรอครับ”“ไม่ต้องรีบมากหรอกค่ะ คนที่บ้านของฉันเขากินอาหารกันช้าน่ะค่ะ มื้อค่ำจะเป็นอาหารไม่หนักท้อง พวกผักผลไม้และธัญพืชน่ะค่ะ เลยใช้เวลาไม่นาน แล้วคุณอยากกินอะไรคะ” เธออธิบายเมนูอาหารที่บ้าน พลางเอ่ยถามเขา หัว







